สำนักจี้เสวี่ยเป็สำนักอันดับหนึ่งของเมืองจี้เสวี่ยถูกก่อตั้งมาเนิ่นนาน เป็ศูนย์รวมของอัจฉริยะแห่งยุคสมัย สำนักจี้เสวี่ยพรั่งพร้อมไปด้วยทรัพยากรแลสถานที่ฝึกฝนชั้นเลิศ จึงสามารถเสริมส่งความเป็อัจฉริยะได้เต็มที่ อัจฉริยะที่ออกจากที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็คนเด่นคนดังของแคว้นต้าเยี่ยน
มีมิน้อยที่ศิษย์ของสำนักไต่ไปจนจุดสูงสุดของผู้ฝึกฝน แลได้ท้าทาย์ข้ามผ่านทัณฑ์์ไปยังดินแดนใหม่ นั่นยิ่งทำให้เหล่าอัจฉริยะจากต่างแคว้นต่างก็เข้ามาเพื่อทำการฝึกฝนที่นี่ ยิ่งทำให้สำนักจี้เสวี่ยโดดเด่นโด่งดังยิ่งขึ้น
เหยาอี้ชิงมองยังสำนักจี้เสวี่ย เขาได้แต่สูดหายใจเข้าลึกเพราะว่าศิษย์แต่ละคนของที่นี่นั้นล้วนแล้วแต่แข็งแกร่ง กายาเป็เลิศแลวรยุทธยอดเยี่ยม
สำนักจี้เสวี่ยแบ่งเขตฝึกออกเป็สามเขต เขตแรกเป็ศิษย์สายนอก เขตที่สองศิษย์สายใน เขตที่สามศิษย์หลัก
“ ด้วยระดับของข้าในเวลานี้น่าจะเป็ได้เพียงศิษย์สายนอก “ เขาพึมพำ
“ จะเป็สิ่งใดก็ช่าง ขอเพียงมีทรัพยากรไว้ฝึกฝนก็พอ “ เหยาอี้ชิงเอ่ย
เขาทะยานร่างออกจากป่าพุ่งไปยังจุดทดสอบของสำนักจี้เสวี่ย
สำนักจี้เสวี่ยมิเคยเปิดสมัครรับศิษย์ แต่พวกเขาใช้วิธีมาถึงต้องได้ทดสอบ มันจึงมีผู้คนมากมายแวะเวียนมาอยู่ตลอดเวลา
เหยาอี้ชิงไปลงทะเบียนแลรอเรียกตัว
ราวสามชั่วยาม
“ เหยาอี้ชิง “ เสียงร้องเรียกดังลั่น
“ เป็ข้า “ เขาเอ่ยแลเดินไปยังลานกว้างที่มีเสาสี่ต้น
“ เ้าอายุสามสิบแล้วแต่ยังอยู่ปราณนภา เ้ามิอายผู้คนรึ “ ชายหนุ่มขั้นแก่นกายาระดับสองอายุเพียงยี่สิบเอ่ย
เหยาอี้ชิงยิ้มออกแต่มิได้ว่าอันใด
“ โชคของเ้ายังดีที่เ้าเป็ปราณนภาสูงสุดหาไม่แล้ว เ้าคงถูกเฉดหัวไปแล้ว “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ ฮื่อห์ “ ชายหนุ่มถอนหายใจออกแ่เบา
“ พอเถิด ให้มาทำการทดสอบมิได้ให้มาถากถางผู้ใด “ ชายชราเอ่ย
เหยาอี้ชิงพลันรู้สึกดียิ่งที่ชายชราพูดปกป้องเขา
“ มันจะแก่มันจะหนุ่ม หากอยู่ในเกณฑ์มันต้องได้ทดสอบ “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ เหยาอี้ชิง เ้ายืนตรงกลางแลรอรับการทดสอบ “ ชายหนุ่มผู้นั้นเอ่ย
“ อืม “ เขาพยักหน้า
เขาเข้าประจำที่แลกวาดตามองรอบด้านด้วยใจระทึก เพราะเขามิเคยพบเจอการทดสอบเช่นนี้มาก่อน
“ วิ้ง “ พลันเสาทั้งสี่ต้นเปล่งแสงสว่างไสว
ชายหนุ่มให้ตื่นเต้นเป็อย่างยิ่งถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก
ผู้คนที่เฝ้ามองพลันส่งเสียงเยาะเย้ยถากถาง
“ มิทันใดก็เหงื่อแตกแล้ว ช่างกระจอกเสียจริงๆ “
“ มิน่าเล่าที่มันอายุมากถึงสามสิบ มันยังอยู่แค่นี้ “
“ เร่งๆยอมแพ้อย่าทำให้ข้าเสียเวลา “
ท่ามกลางเสียงก่นด่า ชายหนุ่มหาได้สะทกสะท้านมันไม่ เพราะเขาชินกับมันแล้ว
“ อือ “ เหยาอี้ชิงสะท้านทั่วร่างเมื่อเจตจำนงที่เหนือชั้นแผดเข้าใส่
“ ได้อยู่ “ เขาพึมพำ
เสาทั้งสี่ราวกับมีชีวิตเมื่อมิอาจสยบชายหนุ่มได้มันพลันเพิ่มเจตจำนงที่หน่วงหนักขึ้น
“ อือ “ ชายหนุ่มสะท้านทั่วกายาเมื่อเจตจำนงที่บ้าคลั่งกำลังกัดกินเจตจำนงของเขา
“ เพียงแค่นี้ยังมินับเป็กระไร เมื่อเทียบกับที่ผ่านมา “ เขาเอ่ย
ชายหนุ่มผู้ทดสอบได้แต่สูดหายใจเข้าลึก เพราะเจตจำที่ปลดปล่อยออกมานั้นมันอยู่ในระดับของผู้าุโ แลเขาเองก็ยังมิผ่านด่านมาถึงขั้นนี้ได้
“ เจตจำนงแกร่งกล้ายิ่งนัก “ ชายชราพึมพำ
“ ผ่านด่านเจตจำนง “ ชายชราเอ่ย
“ ขอรับ “ ชายผู้ทดสอบเอ่ย
“ ซูดด “ เหยาอี้ชิงสุดหายใจเข้าลึกแลพ่นออกมาอย่างแรง
“ ต่อไป “ ชายชราเอ่ย
“ ไอ้หนุ่ม ปลดปล่อยร่างจิตออกมา “ ชายชราเอ่ย
เหยาอี้ชิงพยักหน้าแลหลับตาลง “ วิ้ง “ พลันปรากฏร่างจิตของเขาล่องลอยกลางอากาศ
“ วิ้ง “ พลันปรากฏร่างจิตอสูรล่องลอยต่อหน้า
“ เพียงล้มมันลงได้ก็ผ่านแล้ว “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มที่หลับตาพยักหน้า
ร่างจิตของเขาจรดดรรชนีลงกลางอากาศ “ วิ้ง “ พลันปรากฏแสงสว่างจ้า
“ ตูมม “ หัวของมันอสูรระดับสามะเิออกเป็จุณ
“ ผ่าน “ ชายชราเอ่ย
เขาพยักหน้าช้าๆแลยิ้มออก
ชายหนุ่มผู้ทำการทดสอบพลันสะท้านทั่วร่าง อสูรตนนั้นเป็ถึงอสูรระดับสามแต่กลับตกตายลงอย่างง่ายดาย หากเป็เขาเห็นทีได้รากเืเป็แน่
“ ทดสอบพลังิญญา “ ชายชราเอ่ย
“ วิ้ง “ พลันปรากฏร่างิญญาลอยอยู่ต่อหน้า
ชายหนุ่มแสยะยิ้มแลยื่นฝ่ามือออกไปเบื้องหน้า “ วาบ “ แสงขาวพลันสว่างวาบ
“ ฟู่วว “ ร่างิญญานั้นพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็ว
“ ผ่าน “ ชายชราเอ่ย
“ เ้าผ่านสามอย่างแล้ว ถือว่าเวลานี้เ้าเป็ศิษย์สายนอกของสำนักชั่วคราว จนกว่าคณะผู้าุโของสำนักจะลงความเห็นว่าเ้าจะได้ประจำอยู่ที่ใด “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ ชายหนุ่มพยักหน้า
“ ผู้เฒ่า เสาต้นนี้คือ “ เหยาอี้ชิงเอ่ยถาม
“ ทดสอบกายา เวลานี้มิมีความจำเป็ที่เ้าจะต้องทดสอบ “ ชายชราเอ่ย
“ อืม “ เขาพยักหน้า
“ ไปลงชื่อเข้าสำนัก “ ชายชราเอ่ย
ชายหนุ่มประสานสองมือ “ ขอบคุณ “ เขาเอ่ย
เขามองยังชายหนุ่มผู้ทดสอบแลยิ้มให้แล้วลงจากเวทีไปยังจุดรับศิษย์
“ เหยาอี้ชิงขอรับ “ ชายหนุ่มเอ่ย
“ เหยาอี้ชิง เวลานี้เ้าเป็ศิษย์สายนอกชั่วคราวไปก่อน เมื่อผู้าุโของสำนักตัดสินจึงจะได้รู้ว่าเ้าจะได้เป็สิ่งใด “ ชายชราอีกคนเอ่ย
“ ขอรับ “ เหยาอี้ชิงรับเอาชุดของศิษย์สายนอกแลเดินไปตามทางเดินของศิษย์สายนอก
เขามองยังความเหลื่อมล้ำของศิษย์สายในแลศิษย์หลัก ศิษย์สายในมีรถม้าไว้คอยบริการ ส่วนศิษย์หลักนั้นมีวิหคตัวใหญ่ั์ไว้รับส่ง
“ ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว “ เขาพึมพำ
ชายหนุ่มหวนคิดถึงยามนั้นที่เขาทะลวงขั้นพลังเป็ปราณนภาอายุของเขาในเวลานั้นเพียงสิบแปดปี แค่นั้นก็ถือว่าเขาเป็อัจฉริยะแล้ว แต่ที่เหล่าผู้เยาว์ที่มาล้วนเป็ปราณนภาด้วยอายุเพียงสิบสี่สิบห้าปี มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ คงเพราะฐานพลังของที่นี่กับที่นั่นต่างกับคนละโลก จึงมิสามารถเสริมส่งได้ “ เขาพึมพำ
เหยาอี้ชิงปีนป่ายไปตามูเาสูงชันแลลาดต่ำทั้งยังต้องว่ายน้ำฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกราก ทั้งยังต้องฝ่าดงอสูร ทั้งยังฝ่าหมอกพิษ กว่าที่จะเข้ามาถึงยังสำนักนอกก็เรียกได้ว่ารากเื
ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเขามองยังซุ้มประตูของสำนักนอก แลเดินเข้าไปภายในอย่างรวดเร็ว
“ น้องใหม่ “ ชายวัยกลางคนร้องออกแลกวักมือเรียกเขา
เหยาอี้ชิงหาได้สนไม่เขาเดินไปยังตำหนักกลางอย่างรวดเร็ว
“ หนอยไอ้นี่ วอนซะแล้ว “ ชายวัยกลางคนเอ่ยแลทะยานร่างเข้าขวางทาง
เขาที่กำลังจะอ้าปากเอ่ย ร่างของอีกฝ่ายก็หายไปจากคลองจักษุ ทำเอาชายวัยกลางคนโกรธจนตัวสั่น
“ ระวังศีรษะของเ้าไว้ให้ดี “ เขาเอ่ย
“ เ้ามาถึงวันแรกก็สร้างศัตรูแล้วรึ “ ชายชราในตำหนักใหญ่เอ่ย
“ ผู้เฒ่าที่นี่กฎใดรึไม่ “ ชายหนุ่มเอ่ยถาม
“ ประมือได้แต่แค่หอมปากหอมคอ “ ชายชราเอ่ย