ยินดีต้อนรับขึ้นเกาะเจียวเมิ่งค่ะ
ทำภารกิจให้สนุกนะคะ
……………..
วันจันทร์ท้องฟ้าเหนือทะเลฝั่งหรดีมีเมฆมากแต่ไม่มืดครึ้มจนต้องกลัวฝน แดดร่มลมตกนับได้ว่าอากาศดีเหรินซวงอิ๋นก้าวลงจากเรือเป็คนที่ห้า ด้านหน้าคือเหล่าลูกน้อง หัวหน้าหน่วยทั้งสามตามหลังมาอีกเป็พรวน คือลูกน้องชั้นปลายแถวที่ถูกคัดมาแล้ว
การที่เรือปศุสัตว์ลำใหญ่เทียบท่าที่เกาะเจียวเมิ่ง ใน่เทศกาลบูชาเ้าสมุทรนับเป็เื่ธรรมดาที่ทุกคนบนเกาะคุ้นชินนอกจากนี้เหล่าพยัคฆ์เร้นกายสามสิบเอ็ดคนต่างแปลงโฉม เป็คนจากโรงฆ่าสัตว์ได้แเีจนไม่มีใครมองออก
“ใครเป็หัวหน้าพวกนาย เรียกออกมาซิ”นายท่าะโถาม เหรินซวงอิ๋นขยับตัวก้าวไปหา ด้วยท่าทีนอบน้อม
“ผมครับ ผมครับ”
นายท่ามองประเมินเล็กน้อยด้วยรูปโฉมมอมแมมเข้าใกล้ก็มีกลิ่นคาว ทำให้เขาถอยห่างคิดในใจหัวหน้าโรงฆ่าสัตว์คนนี้น่าจะไม่ใช่เถ้าแก่ เพราะดูอายุยังน้อยอยู่บางทีอาจเป็ลูกเป็หลานมากกว่า
ถึงยังไงคนที่มาก็รับเงินจากเกาะนับเป็ลูกน้องได้ จะแสดงอำนาจสักหน่อยก็ไม่ผิดคิดเช่นนั้นน้ำเสียงที่ใช้ก็ไม่ได้ดีขึ้นเท่าไหร่
“ตามฉันมา คนอื่นอย่าเที่ยวเดินเพ่นพ่านให้รอที่นี่”
เหล่าลูกน้องของเหรินซวงอิ๋นมองตามเ้านายอย่างเป็ห่วงแต่นายส่งสายตาวางใจมาให้ แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามนายท่าคนนั้นไป
หัวหน้าหน่วยหนึ่งยังไม่วางใจ “ตามไปดีมั้ย”
หัวหน้าหน่วยสองลดตัวลงนั่งยอง ๆใช้ไม้ในมือเขี่ยทรายเล่น
“ไม่จำเป็ นายไม่เป็อะไรหรอกน่า”
หัวหน้าหน่วยสามก็ช่วยกล่อม “ขนาดเ้าั์อี๋นั่วยังทำอะไรนายไม่ได้ไอ้ขี้ก้างนั่น นายถีบทีเดียว กระเด็นถึงเกาะยูจินแล้วมั้ง”
เพื่อนทั้งสองฟังแล้วถึงกับหัวเราะหัวหน้าหน่วยหนึ่งวางใจลงหน่อย แต่ยังคอยมองหานายว่ากลับมาหรือยัง
ฝั่งเหรินซวงอิ๋นเดินตามนายท่าขี้ก้างคนนั้นจนถึงทางเข้าแห่งหนึ่ง หมอนั่นชี้ให้ดู
“นี่คือที่พักของพวกนายขนสัตว์ไปไว้ด้านหลังมีโรงให้พวกมันอยู่ ดูแลเื่ความสะอาดให้ดีด้วยจะมีอาหารมาส่งตามเวลา อย่าออกไปไหนเองโดยพลการ หากเกิดอันตรายจะไม่มีใครรับผิดชอบ”
เหรินซวงอิ๋นทำท่าตื่น ๆ รีบตอบรับ “ครับพี่ชาย ผมจำได้แล้วจะกำชับทุกคนไม่ให้ออกไปไหน ขอบคุณพี่ชายมากเลย” อาศัยตอนเดินกลับเนียนตีสนิท
“เถ้าแก่มีแพะแถมมาให้ด้วยถ้าพี่ชายไม่รังเกียจรับไว้สักตัว หรือจะเอาเป็เนื้อสดก็ได้ ตอนจัดการเตรียมของผมจะได้ให้คนแยกไว้ให้พี่ต่างหาก เป็ค่าตอบแทนที่ดูแลพวกเรา”
นายท่าลังเลแต่ก็สนใจจะเป็เนื้อแพะหรือแพะตัวเป็ ๆ มีมูลค่าสูงมากบนเกาะแห่งนี้ เหรินซวงอิ๋นแกล้งพูด“แพะที่คัดมาให้เป็แม่พันธุ์ชั้นดีเลย ตัวอ้วน รีดนมได้แล้วด้วยได้ยินว่านมแพะที่นี่แพงมาก เพราะต้องสั่งมาจากที่อื่น”
“จะดีเหรอ ฉันก็แค่นายท่าเองใครรู้เข้าอาจจะโดนว่า”
“ไม่ดียังไงผมเป็หัวหน้าในการขนสินค้าครั้งนี้ ผมมีสิทธิ์จะให้ของแถมกับใครก็ได้อีกอย่างแพะที่เราเตรียมมามีหลายสิบตัว แบ่งให้พี่ตัวเดียวพี่ไม่บอกใครพวกผมก็ยิ่งไม่รู้จะบอกใคร คนอื่นไม่มีทางรู้แน่นอน”
“อืม..งั้นก็ ขอบคุณมากนะ..น้องชาย”
นายท่าเริ่มเป็มิตรมากขึ้นเหรินซวงอิ๋นได้ทีรีบเนียนถาม
“ปีนี้เ้าภาพงานคือกลุ่มกวางปีศาจผมไม่ค่อยรู้จักพวกเขาเท่าไหร่ แต่ก่อนมาได้ยินข่าวลือว่าหัวหน้าทั้งสองมีเื่ขัดแย้งกันพี่ชายช่วยแนะนำหน่อย ผมควรวางตัวยังไงดี”
นายท่าไม่เอะใจสงสัยกลับเข้าใจว่าเขาถามก็เป็เื่ที่สมควร
“ถามถูกคนแล้วไอ้น้อง จะบอกให้นะ”ก่อนจะอ้าปากก็มองไปรอบ ๆ มั่นใจว่าปลอดคนถึงกล้าเล่า
“เมียพี่เป็แม่ครัวทำงานให้กลุ่มกวางปีศาจมาหลายปีแล้วระยะหลังมานี้เห็นว่าหัวหน้าจินมีอำนาจตัดสินใจมากกว่าขนาดอาหารการกินของหัวหน้าหวง ก็ยังต้องถามเขาก่อนแต่น้องชายก็อย่าไปขัดใจเขาทั้งสองคนนั่นแหละ ถึงพี่น้องแย่งอำนาจกันพวกเขาก็ยังเป็พี่น้อง แต่พวกเราเนี่ยเป็คนอื่น จะฆ่าจะแกงนั้นง่ายนิดเดียว”
“พี่ชายพูดถูกต้องขอบคุณมากครับที่แนะนำ” เขาประสานมือขอบคุณ ยังบอกด้วยว่าจะให้คนเอาแพะมาให้แต่นายท่าเข้าเวร เหรินซวงอิ๋นจึงแสดงความมีน้ำใจ ว่าจะเอาไปส่งให้ถึงบ้านตกลงเสร็จสรรพก็เดินกลับมาที่เดิมพอดี
“ส่งแค่นี้นะ น้องชายขาดเหลืออะไรก็ให้คนมาบอกได้พี่อยู่แถว ท่าเรือนี่แหละ”
“ครับ” เหรินซวงอิ๋นก้มหัว“ขอบคุณพี่ชาย” อีกสองสามครั้ง จนกระทั่งนายท่าคนนั้นเดินจากไปลูกน้องเดินมาประกบเ้านาย
“นายไม่เห็นต้องไปเอาใจไอ้นั่นเลยก็แค่..” หัวหน้าหนึ่งยังพูดไม่จบ แววตาเหรินซวงอิ๋นก็เปลี่ยนเป็เข้มงวดเขาอบรมลูกน้องให้เปลี่ยนความคิดซะ
“ทุกคนเป็คนเท่ากันผมไม่เคยมองใครต้อยต่ำกว่า จำไว้หัวหน้าหนึ่ง ทุกคนก็ด้วย ในโลกใบนี้คนอื่นที่ไม่ใช่คนที่เราไว้ใจ ที่เราต้องสนใจมีสองประเภท แบบแรกมีประโยชน์อีกแบบคืออาจนำอันตรายมาให้ คนแรกเอาใจได้ก็ทำ ไม่เกินกว่าแรงแค่คำพูดหรือการกระทำเล็กน้อยก็ทำไปเถอะอย่าคิดว่าเราสูงส่ง จนลดตัวลงไปคำนับขอบคุณใครไม่ได้ ถ้าคิดเช่นนั้นผลประโยชน์ที่เราอาจได้ ก็จะชวด ส่วนคนแบบหลังเลี่ยงได้เลี่ยง เลี่ยงไม่ได้ก็ชนอย่าให้ใครมามองว่าเราหยิ่งยโส และยิ่งไม่ให้ใครเห็นว่าเราอ่อนแอ”
“นายท่าคนนั้นมีเมียเป็แม่ครัวให้กลุ่มกวางปีศาจถามมาแล้วพี่น้องเลี่ยงขัดแย้งกันอยู่จริง" เขาสั่งทุกคน"ตอนนี้รีบขนย้ายสัตว์ก่อน เร็วเข้ายังมีงานอื่นต้องทำอีกมาก”
“ครับนาย!!!”
ขณะขนย้ายสัตว์พวกลูกน้องปลายแถวก็ชวนกันคุย(ลับหลังหัวหน้าของตน)
"บังเอิญจริง ๆที่เมียเ้าขี้ก้างทำครัวให้พวกกวางนั่นด้วย นี่เป็นิมิตหมายอันดีงานครั้งนี้ต้องสำเร็จราบรื่น"
“นายของพวกเราตาแหลม อายุเท่าไหร่เองกลับมีความคิดความอ่านลึกซึ้งขนาดนั้น ทำกูทึ่งหลายรอบแล้วนะ”
“ถ้านายไม่เก่งจริงลูกพี่เราจะยอมมารับใช้เหรอ”
“พูดถึงเมื่อกี้หัวหน้าหนึ่งโดนนายสั่งสอนไปยกเดียวซึมเลย”
“เออสิ หัวหน้าหนึ่งอะไรก็ดีเสียแต่นิสัยใจร้อน ไม่เห็นหัวคนอื่น หัวหน้าสามใจดีสุดถึงจะไม่เก่งเท่าแต่ฉันก็ดีใจที่ได้อยู่หน่วยสาม”
“เมื่อก่อนหัวหน้าหนึ่งแรงกว่านี้อีกตอนนี้เบาลงมาก”
“จริงเหรอ”
“อือ ฉันเป็ลูกน้องใต้บังคับบัญชาเขาั้แ่สมัยเป็ทหาร เขาเป็หัวหน้าที่ดีนะ เสียแต่ชอบหุนหันไปหน่อยเกือบพาพวกเราซวยหลายครั้ง”
“งั้นที่โดนนายสั่งสอนก็นับว่าถูกต้อง”
คนอื่นต่างเห็นพ้องกับเขา
ไกลจากท่าเรือมาที่ท้ายเกาะมีชายสองคนกำลังเดินขึ้นจากน้ำ ตรงนี้เหมาะมากที่จะลักลอบขึ้นฝั่งป่ามะพร้าวหนาทึบ ห่างจากแหล่งอาศัยของผู้คนและดูเหมือนคนบนเกาะจะใช้ที่นี่เป็สุสาน แค่เริ่มเดินไม่กี่ก้าวก็เห็นป้ายรายชื่อของผู้ที่นอนอยู่ในหลุมไม่ต่ำกว่าสิบป้ายแล้ว
บรรยากาศที่เกาะเจียวเมิ่งเมื่อเทียบกับเกาะยูจินแล้ว พูดให้น่าฟังก็คงบอกว่าที่นี่มีความเป็ธรรมชาติมากกว่า แต่ความเป็จริงแล้วคือ ที่นี่ด้อยพัฒนานั่นเองถนนหนทาง สิ่งปลูกสร้าง สิ่งอำนวยความสะดวกเทียบเกาะยูจินไม่ติดเลยสมแล้วที่ใครต่อใครมองว่าเป็รังโจร
“ชู่ว์”หนึ่งในพวกเขาให้สัญญาณหยุดเคลื่อนไหว ด้วยมีเสียงเดินของใครหลายคนดังขึ้น
จ้าวจิงถิงที่กำลังถอดชุดประดาน้ำออกจากตัวชะงักย่อตัวนั่งลงตรงนั้น ใช้โพรงหญ้าโดยรอบกำบัง เสียงพูดคุยจากคนแปลกหน้าแว่วมาเขาและโจสบตากัน ต่างตั้งใจฟังว่าพวกที่มาทีหลังเป็ใครกันแน่
“แยกย้ายตรงนี้เถอะ”
“ไว้เจอกันที่กวางปีศาจ”
“อย่าลืมว่าคนของหัวหน้าจินชื่อเชี่ยหร่าน”
“ครับพี่!!”
น่าจะแอบขึ้นเกาะมาเหมือนกันแต่ไม่น่ามาสืบข่าว ให้เดาเลี่ยงจินคงสั่งให้คนพวกนี้มากระทำการบางอย่างอะไรที่ไม่ตรงไปตรงมา ไม่งั้นคงไม่หลบ ๆ ซ่อน ๆ เช่นนี้
“คุณชายเราจะไปไหนกันต่อครับ”โจถามเมื่อพวกเขาเปลี่ยนเป็เสื้อผ้าแห้งเรียบร้อย
“ตามหาพวกพยัคฆ์เร้นกายให้เจอก่อน”
อยากจะถามคุณชายเหลือเกินเราไม่เคยเห็นหน้าพวกเขา จะรู้ได้ยังไงว่าเป็ตัวจริง แต่คุณชายถ่อมาถึงที่นี่แล้วถ้าไม่มีวิธีก็คงไม่มา โจเลยไม่อยากจะถามมาก ไว้รอฟังคำสั่งเอาก็แล้วกัน
จ้าวจิงถิงก้าวนำลูกน้องตามหลังไปไม่ห่าง บัดนี้ทั้งคู่สวมชุดผ้ามัดย้อมสีเข้มโพกผ้าสีเดียวกันไว้บนหัว มองแล้วก็ไม่ต่างจากพวกโจรรับจ้างที่มักจะมาอาศัยเกาะนี้เป็ที่หลบเ้าหน้าที่คนที่แต่งกายลักษณะนี้พบเห็นได้ทั่วไปในเกาะ
พอเดินออกจากเขตป่ามะพร้าวก็เข้าสู่เขตที่อยู่อาศัย บ้านเรือนของคนบนเกาะส่วนใหญ่สร้างจากไม้และก้อนหินเหมือนบ้านเรือนบนเกาะยูจิน แต่เมื่อยี่สิบปีก่อนอ่ะนะ
“พวกเขาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ทำไมไม่ย้ายไปอยู่ที่อื่นสมัยนี้แล้วความเจริญยังไม่เข้ามาถึง คิดว่าอีกกี่ปีเจียวเมิ่งถึงจะพัฒนา”
โจพูดสิ่งที่ตนคิดพอเห็นป้ายบอกทางไปที่พักชั่วคราวเขาก็รีบชี้
“คุณชายตรงนั้นมีที่พักครับ”
จ้าวจิงถิงเห็นแล้วเช่นกัน “ไปดู” เขาบอกโจอีก “เรียกฉันว่าพี่ใหญ่อย่าเรียกคุณชาย”
โจตอบรับแล้วคุณชายใหญ่ก็พูดเรื่อยเปื่อยให้ลูกน้องฟัง
“สำหรับคนที่นี่ ความเจริญคือทางตาย”
โจมองคุณชายแล้วคิดตามคนบนเกาะส่วนใหญ่คือพวกทำงานผิดกฎหมาย เป็นักโทษหนีคดีแม้แต่กลุ่มที่มีอิทธิพลบนเกาะก็รับจ้างทำงานทั้งบนดินและใต้ดินหากว่าเจียวเมิ่งพัฒนา มีคนของทางการเข้ามาดูแล อนาคตพื้นที่ตรงนี้ก็จะสะอาดในเมื่อสะอาดแล้วจะมีที่อยู่ให้คนสกปรกได้ยังไง
คุณชายใหญ่จ้าวเดินไปได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงลูกน้องข้างกายพึมพำ “นั่นสินะ”
เข้าไปสุดซอยพวกเขาก็ได้ที่พักราคาถูกห้องพักเป็บ้านเดี่ยวหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องน้ำ เปิดประตูเข้าไปเจอห้องนอนเลยมีเพียงเตียงไม้กับเบาะนอนพลาสติก หมอนยางพาราเก่า และโต๊ะไม้มุมห้อง หลอดตะเกียบสว่างน้อยหนึ่งหลอดแขวนอยู่บนเพดาน ดีที่ห้องน้ำยังพอสะอาดอยู่
โจเปิดหน้าต่างหมายไล่กลิ่นอับในห้องแต่ต้องรีบปิดแทบไม่ทัน เพราะหน้าต่างบานนั้นตรงกับหน้าต่างของที่พักอีกหลังและแขกชายหญิงในห้องนั้นกำลังทำกิจกรรมผัวเมีย
นายกับลูกน้องมองหน้ากัน โจถามคุณชาย
“ย้ายที่ไหมครับ” แต่คุณชายส่ายหน้า
“ที่นี่เหมาะเป็ที่ซ่อนตัวที่สุดแล้วอยู่นี่แหละ ออกไปถามคนแถวนี้ดูว่าสองสามวันมานี้มีคนแปลกหน้ากลุ่มใหญ่เข้ามาบ้างหรือเปล่า”
“พวกพยัคฆ์เร้นกาย มากันหลายคนเหรอครับ”
“ตัวแทนที่มาเจรจาค่าจ้างกับคนของเข่อซิงบอกว่าพวกเขาใช้คนเยอะ”
ลูกน้องหายสงสัยก็ออกไปทำงานทันทีจ้าวจิงถิงมองสภาพห้องพักแล้วก็ไม่อยากจะทำอะไร ดำน้ำมาเหนื่อยไม่น้อยอยากพักสักหน่อย
แต่เสียงครางจากบ้านพักข้าง ๆ ก็ดังขึ้น
“อื้มมมพี่...จ๋า...อ๊า..อิ...ใช่ตรงนั้น”
“น้องจ๋า...อ้าหน่อย...อย่างน้านน....เธอนี่มันร่านได้ใจพี่”
ระหว่างนั้นก็มีเสียงป้าคนหนึ่งะโขึ้น"เอากันเงียบ ๆ หน่อยไม่ได้หรือไง รำคาญโว้ย"
แต่เสียงสุขสมกลับดังกว่าเดิมคุณชายใหญ่จ้าวทำหน้าไม่ถูก
ถามหน่อยเขาจะหลับลงได้ยังไง?
ด้านโจออกจากที่พักแล้วก็สุ่มเลี้ยวซ้ายตรงไหนคล้ายตลาดเขาเลือกไปทางนั้น เลือกผู้คนที่เดินผ่านเพื่อตีสนิทอยู่หลายนาทีในที่สุดก็ได้เป้าหมาย
“พี่ชาย”เสียงเรียกดึงความสนใจให้หัวหน้าหน่วยสามหันไปมอง หมอนี่หน้าคุ้น ๆระหว่างนึกอยู่ว่าเคยเห็นโจที่ไหน ก็หันไปตอบรับ
“เรียกผมเหรอ”
“ใช่ครับ ขอเสียมารยาทถามพี่เป็คนบนเกาะนี้ หรือแค่ผ่านทาง”
“ทำไมเหรอ”
“คือผมนัดเพื่อนเอาไว้ ให้มาเจอกันที่นี่แต่ว่าติดต่อเขาไม่ได้เลย พี่พอจะรู้ไหมว่าสองสามวันมานี้มีคนกลุ่มใหญ่ขึ้นเกาะมาบ้างหรือเปล่า เผื่อเป็เพื่อนผม”
หัวหน้าหน่วยสามกล่าวขออภัย “ผมก็แค่คนมาส่งสัตว์ที่จะใช้ทำพิธีพรุ่งนี้ เื่ที่คุณอยากรู้ ผมตอบไม่ได้เช่นกัน”
“อ้อ..งั้นไม่เป็ไร ขอบคุณมาก”
โจเลิกสนใจเขาแล้วมองหาคนอื่นที่อาจจะพึ่งพาได้มากกว่า แต่ว่าอีกฝ่ายกลับจำเขาได้แล้ว
ถึงโจจะแต่งตัวแปลก ๆแต่ว่าหน้าตาก็ไม่ได้แปลงโฉมเปลี่ยนหมดเหมือนตนดังนั้นเขาจำได้ว่านี่คือลูกน้องคนหนึ่งของสามีเ้านาย แต่โจคงจำเขาไม่ได้เลย
หัวหน้าหน่วยสามรีบเดินออกมาแล้วรายงานให้นายของตนทราบ
“นายครับ ผมเจอคนของคุณชายใหญ่จ้าว”
/จับตาดูความเคลื่อนไหวให้ดีถ้าเกะกะงานเรา ก็ให้จับมาไว้ที่นี่ก่อน แล้วก็อย่าเปิดเผยตัวตนว่าเราเป็ใคร/
“ครับนาย”
ฝั่งเหรินซวงอิ๋นหลังวางสายจากลูกน้องนั่งคิดถึงสาเหตุที่โจจะโผล่มาที่นี่ได้
ตอนแรกเข่อซิงยืนยันจะให้คนของตนแฝงมาด้วยถึงกับยอมจ่ายตั้งแปดเท่า แต่ต่อมาก็ยอมรับเงื่อนไขให้พวกเขาลงมือเองจากงานประชุมครั้งก่อน ดูออกว่าเข่อซิงกับสามีตัวแถมของเขานั้นสนิทกันเป็ไปได้ว่านายคนนั้นจะเล่นแง่ ส่งลูกน้องของตนมาแทน หากถูกจับได้เข่อซิงคงจะอ้างว่าไม่เกี่ยวกับตน
หึ..คงคิดว่าตัวเองฉลาดมากความจริงก็แค่สมองถั่วเขียวฝ่อ ๆ เม็ดหนึ่งเท่านั้น ไม่สิ สองเม็ดต่างหาก
“หัวหน้าหนึ่ง เปลี่ยนแผนคุณต้องไปกับผม”ชายตัวสูงเด้งตัวลุกขึ้นยืนทันที เหรินซวงอิ๋นยิ้มร้าย “ได้เวลาบุกรังกวางน้อยแล้ว”
“หน่วยหนึ่งพร้อมครับนาย!!”
ไหน ๆ หน่วยหนึ่งก็ตามเขามาแล้วเหรินซวงอิ๋นให้เปลี่ยนแผน เป็หน่วยสามให้ทำหน้าที่เฝ้าระวัง และตามประกบโจแล้วให้หน่วยหนึ่งไปลงมือกับเขา
ก่อนจะไปพวกเขาเปลี่ยนการแต่งกายและใช้โฉมหน้าใหม่คราวนี้แต่งหนวดเคราเพิ่ม ดูเหมือนโจรสลัดที่เพิ่งกลับจากปล้นเรือสินค้าเสื้อผ้าที่สวมยังมีกลิ่นเหม็นสาบ สมจริงเอามาก ๆนายที่จากเดิมเป็คุณชายเ้าเสน่ห์ ตอนนี้เหรอ...
ให้กอดฟรี ก็ไม่มีใครสนใจ
ทั้งสิบเอ็ดคนเคลื่อนไหวรวดเร็วไม่เท่าไหร่ก็ถึงทางเข้าป่าที่เป็รังของกลุ่มกวางปีศาจ ทางเข้ารกทึบเหมือนทางตันแต่ว่าพอผ่านเข้าไปไม่นานก็เจอถนน
“ทำไมไม่มีคนเฝ้าทางเข้าเลยสักคน”ลูกน้องคนหนึ่งถาม หัวหน้าหน่วยหนึ่งหันไปบอกลูกน้อง “กลุ่มกวางปีศาจถนัดมากคือวางกับดักเดินระวังกันด้วย”
“เชี่ยยย”
เตือนไม่ทันขาดคำพวกเขาก็เจอซากศพที่น่าจะเพิ่งตายได้ไม่เกินอาทิตย์ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้าห้าศพตายในสภาพถูกจองจำที่ข้อเท้า ล่ามไว้ใต้ต้นไม้ มีร่องรอยาแที่ขาและลำคออาจเดินไม่ระวังโดนกับดักเข้า ต่อมาถูกจับมามัดรวมกันไว้ที่นี่ ปล่อยให้ตายไปเอง
ไม่หิวตายก็แผลอักเสบตาย ทุกคนมองกองศพด้วยความรู้สึกหดหู่ ในขณะที่ก็หวาดหวั่นอยู่ลึก ๆ แต่ยังทำใจดีสู้เสือ
เหรินซวงอิ๋นกล่าว “พวกเขาน่าจะเป็คนที่ถูกส่งมาสืบข่าวเหมือนพวกเราถ้าไม่อยากโดนล่ามเป็ผีเฝ้าต้นไม้ อย่าทำอะไรที่ผมไม่ได้สั่ง”
ไม่ต้องให้นายพูดหลายรอบพวกเขาก็จำได้ยันชาติหน้าแล้ว
นายพาทุกคนเดินไปตามถนนอย่างเปิดเผยคนอื่นที่แอบมาคงไม่กล้าเดินโถง ๆ เช่นนี้ ต้องแอบซ่อนเลาะไปตามป่าสองข้างทางแทนแต่ลืมคิดไปว่าในป่าไม่ปลอดภัยเท่าถนน ยิ่งกวางปีศาจวางใจไม่ให้คนเฝ้าทางเข้าแปลว่าต้องมั่นใจในกับดักที่วางไว้มาก แต่ถึงอย่างนั้น ถนนที่โล่งแจ้งเส้นนี้พวกเขาก็ต้องใช้สัญจร ที่อันตรายที่สุดจึงกลายเป็ปลอดภัยที่สุดด้วย
นายใหญ่แห่งพยัคฆ์เร้นกายส่งซิกให้เร่งฝีเท้าเหล่าลูกน้องตามเขาไปด้วยความเชื่อมั่น พวกเขาเคยเป็ทหาร เื่ฆ่าฟันเห็นคนตายไม่ใช่เื่แปลก แต่นายเป็คุณชายน้อยตระกูลก็ไม่ใหญ่โตไม่ต้องไปแย่งชิงอำนาจกับใคร
ทว่าตอนเห็นกองศพน่าขยะแขยงเมื่อครู่สีหน้ายังไม่เปลี่ยน ขนาดพวกเขายังเหม็นแทบอาเจียน แต่นายกลับยังสบาย ๆคนเช่นนี้ไม่ศรัทธา ก็ไม่รู้ว่าจะรู้สึกเช่นไรแล้ว
“มีรถมาครับนาย”หัวหน้าหน่วยหนึ่งหูดีมาก ได้ยินเสียงรถก่อนใคร เหรินซวงอิ๋นสั่ง
“เตรียมปล้น” ทุกคนเข้าใจความหมายนี่เป็โอกาสเข้าไปในรังกวาง
เหรินซวงอิ๋นให้ลูกน้องลากกิ่งไม้ใหญ่มาขวางไว้เมื่อรถคันนั้นแล่นมาถึงจุดนี้ก็ไปต่อไม่ได้แล้ว จำต้องหยุดและลงมาย้ายสิ่งกีดขวางแต่ไม่ทันระวังถูกลูกน้องหน่วยหนึ่งฟาดด้วยท่อนไม้ หมดสติในทันที
คนขับเห็นดังนั้นก็หยิบปืนลงมาแต่ยังไม่ทันได้เล็งก็โดนเหรินซวงอิ๋นที่ะโขึ้นหลังคารถตอนไหนไม่รู้ปามีดใส่มือจนต้องปล่อยปืน หัวหน้าหน่วยหนึ่งรับ่ต่อเข้าชาร์จลูกน้องคนหนึ่งริบปืนไว้ อีกสองกำลังช่วยกันมัดชายที่สลบ ที่เหลือยืนเท่คุมเชิง
“พวกแกเป็ใคร ้าอะไร”เหรินซวงอิ๋นย่อตัวนั่งลงบนหลังคารถ ห้อยขาลงมาที่กระจกข้าง เหมือนกำลังเล่นสนุกไม่ทุกข์ไม่ร้อน
“ขอโทษด้วยที่ทำมือคุณเป็รอยแต่คุณจะยิงพวกเราก่อน”
ชายคนขับเสียงดังดุดัน “ที่นี่เขตของกวางปีศาจ ถ้าไม่อยากตายรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้”
คนที่นั่งเล่นบนหลังคารถยิ้มเอ่ยถามน้ำเสียงน่าฟัง “บอกเหตุผลดี ๆ มาสักข้อ ว่าทำไมผมควรปล่อยคุณไป”ท่าทีเป็มิตรกับเมื่อกี้ที่ปามีดแม่นยำ แทบไม่น่าเชื่อว่าคนเดียวกัน
“ฉะ...ฉัน..ฉันเป็คนสนิทของหัวหน้าหวงถ้าพวกนายทำอะไรฉัน กวางปีศาจจะล่าหัวพวกนายมาบูชาเทพสมุทรคืนพรุ่งนี้”
เหรินซวงอิ๋นมีท่าทีสนใจ “คุณเป็คนสนิทของเลี่ยงหวงงั้นเหรอพูดปากเปล่าไม่ได้นะ แบบนี้ใครก็พูดได้ ถ้าบอกว่าผมเป็ลูกชายของเลี่ยงหวงคุณเชื่อหรือเปล่า”
“แก!!”
“เห็นมะ..คุณไม่เชื่อผมก็ไม่เชื่อคุณเช่นกัน”
“แล้วแกจะเอายังไง ฉันเชี่ยหร่านไปถามใครดูก็ได้ ว่าฉันเป็ใคร”
ลูกน้องจับจ้องมองการทำงานของนายใหญ่หลายคนในนี้ไม่เคยเห็นนายลงมืออย่างจริงจัง เคยเห็นแค่ตอนทดสอบพวกลูกพี่
ท่าปามีดว่ามีฝีมือหาตัวจับยากแล้วเวลาคาดคั้นเอาความจริงจากศัตรูดูน่าขนลุกกว่า นายเหมือนพวกมู่ถังซินพูดจาดียิ้มแย้ม สุภาพ ทว่าจิตใจนั้นยากจะคาดเดา แปรปรวนยิ่งกว่าคลื่นลมในทะเล
มู่ถังซินสำหรับพวกเขาคือคนบ้า
แต่กับนายนั้นควรเรียกว่าคนที่รับมือด้วยยาก
“อ้อ..คุณเชี่ยหร่านนั่นเองเอาเป็ว่าผมเชื่อว่าคุณคือคนสำคัญ แล้วยังไงต่อ คุณจะไปไหนเที่ยวผู้หญิงงั้นเหรอ”
เชี่ยหร่านพยักหน้า “ใช่ ๆ ฉันนัดคนสวยไว้”
เหรินซวงอิ๋นลงจากหลังคาอย่างรวดเร็วพริบตาก็จ่อกระบอกปืนที่หน้าผากของชายคนนั้น
“โกหก!!”
อย่าว่าแต่เชี่ยหร่านใจนลืมเจ็บแผลเลยหัวหน้าหนึ่งที่ล็อกเขาอยู่ก็ใไปด้วย นายไวมากเคยเห็นมาแล้วแต่เห็นอีกก็ทึ่งได้อีก
“พูด!!”แค่คำเดียวของเหรินซวงอิ๋นกับสายตาที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาหลักลอยของเชี่ยหร่าน ความลับก็เปิดเผยออกมา
“หะ..หัวหน้าให้ไปรับคนคะ..คือ..คือเราจะใช้คนพวกนั้นทำบางอย่าง”
“ทำอะไร”
“ละ..ลอบฆ่าหัวหน้าจิน”
เชี่ยหร่านถึงกลัวยังไงก็ยังมีสติเขาไม่ใช่ไก่อ่อนซะทีเดียว แม้จะยอมรับว่าศัตรูน่ากลัวรับมือยากแต่เขาก็รู้ว่าควรพูดอะไร เขาเป็คนของเลี่ยงหวง ที่แอบเลือกข้างเลี่ยงจินตอนนี้เลี่ยงจิน้าลอบฆ่าพี่ชาย เพื่อรวบอำนาจทั้งหมดคนเดียว หากเขารอดไปได้การปล่อยข่าวว่าเลี่ยงหวงจะฆ่าน้องชายก่อนอนาคตผลร้ายย่อมตกที่เลี่ยงหวงอยู่วันยังค่ำ
ขนาดน้องแท้ ๆ ยังคิดกำจัดลูกน้องที่ไหนจะกล้าไว้ใจเขา กลุ่มกวางปีศาจเป็กลุ่มเก่าแก่ แม้จะบอกว่าพวกเขาเป็โจรรับจ้างแต่โจรก็ยังมีศักดิ์ศรีของโจร
“ตอบไปหมดแล้วไง ปล่อยได้รึยัง”
“ยัง”เหรินซวงอิ๋นลากปืนลงมาจ่อที่หว่างขา ลูกน้องแต่ละคนหุบขาตัวเองโดยไม่ได้นัดหมายเชี่ยหร่านเบิกตากว้าง
“ยะ..อย่านะเว้ย”
“คำถามสุดท้าย ถ้าตอบความจริงจะปล่อย”คำถามคือ
“ทำไมเลี่ยงหวง้าจะฆ่าเลี่ยงจิน”
“หะ..หัวหน้าจินเขาแอบรับงานที่เป็ภัยกับกลุ่มเรา”
“งานอะไร”
“งาน...ไม่รู้ ไม่รู้จริง ๆหัวหน้าไม่ได้บอก”
“ไหนว่านายเป็คนสนิท แล้วทำไมถึงไม่รู้”
“โธ่..ก็แค่ลูกน้อง สนิทยังไงหัวหน้าก็ไม่บอกทุกอย่าง”
คนพูดความจริงไม่หมดเลิ่กลั่กเล็กน้อยเหรินซวงอิ๋นดูออกหมอนี่ตอบจริงบ้างไม่จริงบ้าง ไม่อาจแยกได้ว่าประโยคไหนจริงประโยคไหนลวง ยังไงก็ต้องเข้าไปหาข่าวในนั้นก่อน
ถ้าข่าวที่ได้ตรงกับที่เชี่ยหร่านบอกก็น่าเชื่อถือขึ้น ถ้าไม่ได้อะไรหรือเข้าไปไม่ได้ ค่อยมาคาดคั้นเ้านี่อีกที
“ปล่อยได้รึยัง”
เหรินซวงอิ๋นพยักหน้าเชี่ยหร่านยังไม่ทันดีใจก็ต้องได้ยินข่าวร้าย
“งานพรุ่งนี้เหมาะจริง ๆ ที่จะฆ่าคนแต่ว่าต้องให้พวกคุณลำบากหาวันอื่นแล้วล่ะ เื่ปล่อยเดี๋ยวปล่อยแน่แต่คงยังไม่ใช่ตอนนี้”
“นะ..” เชี่ยหร่านเพิ่งจะอ้าปากก็ต้องหมดสติทรุดลงกับพื้น เขาถูกซัดหลังคอเสียงดังปัก โดยเหรินซวงอิ๋นลูกน้องต่างกลืนน้ำลาย เสียวต้นคอกันถ้วนหน้า
“มัดไว้กับอีกคน ค้นอาวุธกับมือถือมาคุณสองคนอยู่เฝ้าที่นี่ แล้วหาอะไรห้ามเืเขาด้วย” นายสั่งลูกน้องสองคนรีบลากคนสลบไปรวมกัน
หัวหน้าหน่วยหนึ่งพูดกับนาย “สองพี่น้องถึงกับอยู่ร่วมโลกไม่ได้นี่น่าจะเื่ใหญ่” เหรินซวงอิ๋นก็คิดเหมือนกัน
“เื่นี้ไม่น่าจะถูกทั้งหมดหมอนั่นเป็คนของใครยังเอาแน่ไม่ได้”
“นายคิดว่ามันโกหก”
นายหันไปมองที่กองเื แค่ความกลัวใช้ง้างปากทุกคนไม่ได้หรอก
คนที่เหลือขึ้นรถขับเข้าไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ราวสิบนาทีก็เจอหมู่บ้านขนาดร้อยหลังคาเรือนทางเข้าหมู่บ้านมีราวเหล็กกั้นสองคนที่เฝ้าประตูเห็นว่าเป็รถเชี่ยหร่านก็ไม่ได้สอบถามปล่อยให้เข้าไปอย่างง่ายดาย
“นี่เหรอรังกวางปีศาจเหมือนหมู่บ้านผู้อพยพมากกว่า” ลูกน้องคนหนึ่งออกความเห็น
หัวหน้าหน่วยหนึ่งเดา “น่าจะเป็ที่อยู่ของครอบครัวคนในกลุ่มในหมู่บ้านมีแต่เด็ก ผู้หญิง แล้วก็คนแก่”
“จริงด้วยลูกพี่งั้นที่นี่ก็ยังไม่ใช่รังจริงของพวกมัน”
คนขับหันมาถาม “เราจะไปทางไหนต่อดีครับนาย”
เหรินซวงอิ๋นมองไปข้างหน้า “ขับตรงไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องเลี้ยว”
“นายรู้ทางได้ไงครับ”เป็หัวหน้าหน่วยหนึ่งที่กล้าถาม เหรินซวงอิ๋นถือโอกาสสอนทุกคนไปด้วย
“มีเส้นทางหลายเส้นก็จริงแต่พวกคุณเห็นไหมว่ามีเพียงเส้นเดียวที่มีไฟกิ่งตลอดสาย แล้วเส้นนี้ก็ใหญ่ที่สุดพื้นถนนเรียบไม่เป็หลุมเป็บ่อเหมือนทางอื่น มีความเป็ไปได้สองอย่างหนึ่งมันจะนำไปยังบ้านผู้นำ สองมันเป็เส้นหลอกตาให้หลงไปผิดทาง”
“แล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับว่าเส้นไหนคือทางที่ถูกต้อง”
“ผมไม่รู้” เหรินซวงอิ๋นตอบ “ผมเดา”
ทุกคนในรถ “....”
เหรินซวงอิ๋นหัวเราะเสียงเบาอารมณ์ดีมองบรรยากาศในหมู่บ้านต่อ
ที่บอกว่าเดาเป็เื่จริงเขาเป็แค่พ่อบ้านใช่เทพเซียนที่รู้แจ้งเห็นจริง มันก็ต้องมีบ้างที่ต้องเดาต้องเสี่ยงดวง ถ้าไปผิดทางก็แค่หาทางใหม่ ง่ายจะตายคิดมากทำไมกัน
หลายนาทีต่อมา ปรากฏว่าเขาดวงดีถนนเส้นพิเศษนั้นทะลุผ่านหมู่บ้านออกมาแล้ว จากตรงนี้มองเห็นูเาขนาดย่อมมีสิ่งปลูกสร้างคล้ายที่อยู่อาศัยกระจุกตัวอยู่บนนั้นเห็นแค่หลังคาแต่รู้ได้เลยว่ามีความเป็อยู่ดีกว่าในหมู่บ้านเมื่อครู่
ขับไปถึงเชิงเขาพบว่ามีการเฝ้าอีกชั้นและพอคนเฝ้าประตูเห็นว่าเป็รถของใคร ก็รีบเปิดประตูให้ทันที ทุกคนในรถยิ้มอดคิดไม่ได้ว่า เข้าง่ายมากตอนออกจะยากหรือเปล่า
“คุณแกล้งเป็เชี่ยหร่านเมาและหลับอยู่คุณขับไปเรื่อย ๆ เจอคนก็จอด ผมจะถามเอง”
เมื่อเข้าสู่รังกวางทุกคนก็ตื่นตัวกว่าเดิม
ขึ้นทางลาดชันไปไม่นาน ก็เจอคนเดินผ่านพอรถจอด เหรินซวงอิ๋นก็เปิดกระจกโผล่หน้าออกไป
“พี่ชาย ผมมากับพี่เชี่ยจะมาช่วยงานพรุ่งนี้ แต่เราดื่มมากไปหน่อย เขาเมาหลับไปแล้ว ปลุกก็ยากพี่พอจะบอกได้ไหมว่าที่พักเขาอยู่ไหน”
ชายคนนั้นน่าจะเป็ลูกน้องไร้ตำแหน่งแค่เห็นรถเชี่ยหร่านก็เชื่อสนิทใจว่าเหรินซวงอิ๋นพูดจริงไม่ขอดูเชี่ยหร่านเลยด้วยซ้ำก็ชี้บอกทาง “ขับตรงไปเลี้ยวซ้ายสองครั้งบ้านหลังที่มีเขากวางสีขาวแขวนอยู่หน้าประตู”
“ขอบคุณมากพี่ชาย”
แค่นี้ก็เรียบร้อยพวกเขาเข้าไปรออยู่ในที่พักของเชี่ยหร่าน จนกว่าจะมืดค่อยออกมาอีกครั้ง...
เหรินซวงอิ๋นให้ติดต่อหน่วยสามได้ความว่าโจกลับไปที่พักแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าอื่น
พูดถึงโจกำลังรายงานข่าวที่ได้ให้คุณชายฟังพอดี
“คนจากโรงฆ่าสัตว์มีประมาณสามสิบคนครับ”
“โรงฆ่าสัตว์งั้นเหรอ น่าสนใจนายไปดูหน่อยว่ามีอะไรผิดปรกติมั้ย”
“แล้วคุณชาย เอ่อ..พี่ใหญ่ล่ะครับ”
“ฉันจะไปทักทายเพื่อนเก่า”
คุณชายไม่ได้บอกเขาว่าเพื่อนเก่าคือใครถึงโจจะห่วงความปลอดภัยของคุณชายก็ไม่อาจจะฝ่าฝืนคำสั่ง เขาออกจากที่พักอีกครั้งมุ่งหน้าไปที่ท่าเรือ คนของหน่วยสามตามโจไป จึงไม่ทันเห็นว่าหลังจากโจไปแล้วมีอีกคนที่ออกมาจากที่พักเดียวกันนั้น
จ้าวจิงถิงกดโทรออกปลายสายรับแต่ไม่ได้ทักทายตามมารยาท
/ยังไม่ตายเหรอวะ/
“รอนายตายก่อน”
/ว่างขนาดโทรหาฉันได้พ่อปลดจากตำแหน่งว่าที่ประมุขแล้วรึไง/
“พ่อฉันยังไม่ตาถั่วเหมือนพ่อนายตอนนี้ฉันอยู่เจียวเมิ่ง อยากให้นายช่วยเื่หนึ่ง”
/สุภาพชนแบบนายมาทำอะไรที่นี่/
“หาคน”
/เมีย? /
“นายยังพูดไม่ใช้สมองเหมือนเดิมนะเพื่อนเมียฉันจะมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบ”
/จะไปรู้เรอะ งั้นก็ศัตรู?/
“เลิกเดาเถอะ นายเดาไม่ถูกหรอก”
/ก็ได้ ๆ แล้วจะให้ฉันช่วยยังไง/
“พาฉันเข้ารังกวาง”
/เดี๋ยวนะคนที่นายตามมาอยู่ที่นั่นงั้นเหรอ/
“คิดว่าอยู่”
/แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน/
“คนที่นายขอไว้”
/อา...แบบนี้ค่อยน่าฟังนายอยากจะไปเมื่อไหร่ล่ะ/
“วันนี้ เดี๋ยวนี้!!”
เมื่อถึงเวลาที่สมควรฟ้าก็มืดลงเป็กฎธรรมชาติที่ใครก็คาดเดาได้พยัคฆ์เร้นกายออกจากบ้านพักตามผู้เป็นายออกไปปฏิบัติภารกิจ
นายฝีเท้าว่องไวมาก ลูกน้องต่างเร่งก้าวขาสุดชีวิตเพื่อให้ตนไม่ถูกทิ้งไว้กลางทาง แล้วคนทั้งหมดก็มาถึงจุดหมายพร้อมกัน
เหรินซวงอิ๋นมองลูกน้องแต่ละคนนอกจากหัวหน้าหน่วยหนึ่ง คนอื่นล้วนเก็บอาการเหนื่อยหอบไม่อยู่แค่ตามเขาทันก็นับว่าว่องไวใช้ได้แล้ว
ดีมาก..
“คุณเฝ้าตรงนี้ ที่เหลือตามผมมา”
หนึ่งคนถูกทิ้งไว้ดูต้นทางอีกเจ็ดตามกันไป เหรินซวงอิ๋นรู้สึกว่ามันแปลกคิดได้ก็ตอนเดินเข้าบ้านหลังนั้นไปแล้วนอกบ้านดูดีกว่าหลังอื่นแต่ในบ้านกลับว่างเปล่า มีเพียงผนังที่ทำจากแผ่นศิลาต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่
“แย่แล้ว..” เขาอุทาน “เราติดกับ”
ลูกน้องใถาม “นายว่าอะไรนะครับ”
“พวกเรามาถึงที่นี่ได้โดยไม่มีใครมาขวางหรือเห็นเข้า มันแปลก นี่อาจเป็แผนของพวกมันั้แ่แรก”
ทั้งหมดหันหลังชนกันประตูทางเข้าถูกล็อกจากด้านนอก ผนังห้องนั้นมีความเคลื่อนไหว แผ่นศิลาแยกออกจากกัน
เลี่ยงหวงเดินนำลูกน้องสี่คนออกมา ปรบมือให้“มาถึงที่นี่ได้ นับว่าพอมีฝีมือ”
เหรินซวงอิ๋นก้าวออกมาเขาไม่ใช่คนที่ดีแต่หลบหลังลูกน้อง เลี่ยงหวงมองแล้วก็กล่าวอีก “มีใครเคยบอกหรือเปล่ากล้ามากไปมันจะเร่งความตาย”
เหรินซวงอิ๋นจำเลี่ยงหวงได้เขาประสานมือคำนับ “สวัสดีหัวหน้าหวงผมไม่ได้ตั้งใจบุกรุก เพียงแต่มีงานต้องทำที่นี่เล็กน้อยเท่านั้น”
เลี่ยงหวงชูนิ้วชี้ขึ้น กระดิกเล็กน้อยลูกน้องที่ถูกทิ้งไว้ดูต้นทางก็ถูกโยนเข้ามา พวกมันยังไม่ทำร้ายเหรินซวงอิ๋นขอบคุณเลี่ยงหวง
“หัวหน้าหวงช่างมีเมตตา”
เลี่ยงหวงจ้องไปยังพวกที่กล้าบุกรุกด้วยสายตาไม่เป็มิตรขึ้นเรื่อย ๆ
“คิดว่าตัวเองแน่มากสินะั้แ่พวกนายก้าวเข้าบ้านพักเชี่ยหร่านฉันก็รู้แล้ว”
“ในบ้านมีกล้องวงจรปิดซ่อนเอาไว้เหรอเป็ไปไม่ได้ พวกผมหาดีแล้วไม่มีแน่นอน” หัวหน้าหน่วยหนึ่งสงสัยเสียงเบา เหรินซวงอิ๋นเองก็ดูแล้วเหมือนกันมันไม่มีจริง ๆ
เลี่ยงหวงหัวเราะหึหึ “พวกนายคงไม่รู้บ้านพักทุกหลังของที่นี่หากเ้าของบ้านตัวจริงเข้ามาแล้วต้องกดปุ่มลับที่ซ่อนอยู่ในบ้านให้สัญญาณว่าคนข้างในคือเขาเอง ไม่ใช่คนอื่นแอบอ้าง แฝงตัวเข้ามา”
แบบนี้ก็ไม่จำเป็ต้องใช้คนเฝ้าเยอะ “เป็วิธีที่ฉลาดมากครับ แต่คุณไม่คิดเหรอว่าลูกน้องคุณเมาเกินกว่าจะกดปุ่มให้สัญญาณ”
เหรินซวงอิ๋นยังมีอารมณ์ไปชมเขาอีก
เลี่ยงหวงบอกว่าไม่มีทางที่จะลืมเพราะเป็กฎเหล็กของที่นี่ อธิบายแล้วก็หัวเราะชอบใจ
“นายนี่กล้าจนฉันเริ่มจะถูกใจแล้วสิสนใจมาทำงานกับกวางปีศาจมั้ยล่ะ ไม่แน่นะฉันอาจจะไม่ถือสาหาความกับเื่ในครั้งนี้”
“ถ้าคนอื่นอาจเป็ข้อเสนอที่ดีแต่กับผมยังไม่มีอะไรน่าดึงดูด โทษนะหัวหน้าหวง แต่แค่ค่าจ้างลูกน้องผมคุณก็คงจ่ายไม่ไหว เ้าพวกนี้ค่าตัวแพงเอาเื่”
โดนสบประมาทขนาดนี้ หัวหน้ากวางปีศาจมีหรือจะทนได้
“หน็อยจะตายแล้วยังปากดีจับหัวหน้ามันไว้ ที่เหลือฆ่าทิ้งให้หมด!!”