ช้าวันนั้น แสงแดดอ่อน ๆ ส่องผ่านผ้าม่านห้องเซริอัส เขายืนอยู่หน้ากระจกมองตัวเองอย่างนิ่ง เงาสะท้อนที่ปรากฏเป็ชายหนุ่มสูงเพรียว หน้าตาจริงจัง สายตาฉายแววมุ่งมั่น แต่ลึกลงไปมีความเหนื่อยล้าและความกังวลที่เก็บไว้เพียงลำพัง
เขากวาดตามองหนังสือของเอลิน่าที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะ รอยยิ้มและตัวอักษรลึกลับเ่าั้ยังคงดึงดูดใจเขาไม่หยุด เขารู้ว่าวันนี้เขาต้องเริ่มเดินทางอีกครั้ง เพื่อตามหาความรู้ที่จะช่วยให้เข้าใจตัวอักษรเ่าั้ให้มากที่สุด
“เซริอัส! ตื่นสักที วันนี้เราจะไปผจญภัยแล้วนะ!” เสียงเพื่อนสนิทของเขาไอแซคดังขึ้นพร้อมเคาะประตูแรง ๆ
เซริอัสถอนหายใจ เขายิ้มบาง ๆ เหมือนถูกปลุกให้พลังใหม่
“มาแล้ว มาเลย” เขาตอบเสียงเรียบ แต่ใจเต้นแรง ความคิดถึงเอลิน่ายังคงลอยวนอยู่
ไอแซคเป็คนร่าเริง ขี้เล่น และมักทำเื่ตลกให้เซริอัสหัวเราะ แม้ในเวลาที่เื่ราวรอบตัวดูตึงเครียด
ทั้งสองคนออกจากห้องด้วยกระเป๋าแน่น หนังสือและสมุดบันทึกถูก
จัดไว้เรียบร้อย เซริอัสพยายามไม่ลืมสิ่งใดที่จะช่วยในการค้นคว้า
สถานที่แรก: ห้องสมุดมหาวิทยาลัย
ห้องสมุดเก่าของมหาวิทยาลัยยังคงเงียบสงัด แม้จะเป็่เช้า เสียงเท้าของทั้งสองสะท้อนก้องไปตามโถงกว้าง
เซริอัสนำหนังสือของเอลิน่ามาวางบนโต๊ะไม้ เขาเริ่มเปรียบเทียบตัวอักษรที่เขาคัดลอกมากับจารึกโบราณที่อยู่ในสมุดบันทึก
ไอแซคยืนข้าง ๆ ดูด้วยสายตาเป็กันเอง
“นี่…นายคิดจริง ๆ เหรอว่าตัวอักษรพวกนี้จะมีความหมายลึกลับแบบหนังสือเวทมนตร์?” ไอแซคถามพร้อมหัวเราะ
“อย่าเรียกมันแบบนั้น” เซริอัสตอบเสียงเรียบ แต่สายตาเขาจดจ่อกับสัญลักษณ์บนหน้ากระดาษ
ไอแซคหัวเราะอีกครั้ง
“โธ่…ฉันแค่สงสัยว่าถ้านายอ่านมันออก น้องสาวนายจะโผล่มาจากไหนรึเปล่า”
คำพูดนั้นทำให้เซริอัสอมยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไรกลับ
เขาลองจัดเรียงตัวอักษรทีละบรรทัด บางตัวเหมือนจะเป็เสียง บางตัวเหมือนตัวเลข แต่ก็ยังไม่ชัดเจน
“เห็นมั้ย…ฉันบอกแล้วว่าต้องพึ่งโชค” ไอแซคเอื้อมมือไปจับสมุดของเซริอัส พลิกหน้ากระดาษแล้วทำท่าประหลาด
“นี่…ไม่รู้สึกเหมือนมีใครมองเรามั้ย?”
เซริอัสขมวดคิ้ว แต่ก็ส่ายหัว ไม่กล้าพูดถึงสิ่งที่เขารู้สึก
“อาจจะเป็เพราะเรานั่งนานเกินไปก็ได้” เขาตอบ
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ทั้งสองคัดลอกและบันทึกสัญลักษณ์จากหนังสือโบราณบางเล่ม
ไอแซคพยายามเล่นมุกเพื่อให้บรรยากาศไม่ตึงเครียด
“เซริอัส นายจะเป็นักสืบตัวอักษรต่อไปหรือไง?”
เซริอัสอมยิ้มแต่ใจกลับลึกซึ้งด้วยความกังวล ทุกตัวอักษรคือเบาะแสเดียวที่เขาอาจใช้ตามหาเอลิน่า
สถานที่สอง: ร้านหนังสือเก่า
หลังออกจากห้องสมุด ทั้งสองเดินไปยังร้านหนังสือเก่าในตรอกเล็ก ๆ
ร้านเต็มไปด้วยหนังสือซ้อนพะเนินบนชั้นไม้เก่า
กลิ่นกระดาษเก่าลอยเข้าจมูก ทำให้เซริอัสรู้สึกเหมือนกำลังเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง
เ้าของร้านเป็ชายชราที่ดูเหมือนจะรู้ทุกเื่เกี่ยวกับหนังสือ
“หากนายกำลังตามตัวอักษรแปลก ๆ ฉันอาจมีบางเล่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน” เขาพูดพร้อมวางหนังสือบางเล่มบนโต๊ะไม้
เซริอัสเปิดหนังสือเ่าั้ ทันทีที่สายตาสบกับตัวอักษรบางตัว เส้นสายของสัญลักษณ์เหมือนกระซิบบางอย่างในใจ
ไอแซคมองหน้าเขา
“เห็นมั้ย…นายตื่นเต้นจนลืมหายใจแล้วนะ”
“เงียบไว้ก่อน” เซริอัสตอบเสียงต่ำ
“ฉันคิดว่า…นี่อาจช่วยเราได้”
ไอแซคถอนหายใจหนัก ๆ แต่ยังคงทำท่าตลก
“โอเค…ก็แล้วแต่ นายจะได้เป็ฮีโร่ตัวอักษรแล้วกัน”
เซริอัสอมยิ้ม แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความจริงจัง — ทุกความสนุกของเพื่อนช่วยให้เขารักษาความปกติในจิตใจ
สถานที่สาม: ห้องสมุดเอกชน
ตอนบ่าย ทั้งสองเดินทางไปยังห้องสมุดเอกชนที่ตั้งอยู่ชานเมือง
ที่นี่เก็บรวบรวมเอกสารและหนังสือโบราณจากทั่วโลก
เซริอัสสมัครเข้าใช้ด้วยความรีบร้อน หวังจะหาหนังสือที่สอดคล้องกับตัวอักษรของเอลิน่า
ไอแซคเดินตามหลังเขา แกะเสียงหัวเราะเบา ๆ
“นายจริงจังเกินไปแล้วนะ…ลองยิ้มบ้างซิ”
เซริอัสหันมองเพื่อน ครู่หนึ่งยิ้มบาง ๆ แล้วจดจ่อกับตัวอักษรต่อ
ทั้งสองคัดลอกและวิเคราะห์ทีละหน้ากระดาษ
บางตัวอักษรคล้ายอักษรโบราณ แต่ก็ผิดเพี้ยนไปอย่างน่าประหลาด
เซริอัสรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างกำลังซ่อนอยู่ในเส้นสายของมัน
“นี่…อาจไม่ใช่ภาษาแบบที่เรารู้จัก” เขาพูดเบา ๆ
“ฮ่า ๆ เหมือนนายกำลังอ่านรหัสลับของโลกใต้ดิน” ไอแซคพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ
“แต่ถ้าเอลิน่าอยู่ที่นี่ เธอคงรู้แล้วล่ะ…” เซริอัสพึมพำ
ไอแซคมองหน้าเขาแล้วยิ้ม
“ถ้างั้นเราก็ต้องทำให้เร็วซะสิ…ก่อนที่นายจะเครียดเกินไป”
พวกเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงในการเปรียบเทียบตัวอักษร จดบันทึกและวิเคราะห์
เซริอัสเริ่มเข้าใจสัญลักษณ์บางตัวทีละเล็กทีละน้อย แต่ก็ยังคลุมเครือ
ไอแซคคอยเล่นมุกข้าง ๆ ทำให้บรรยากาศไม่น่ากดดันจนเกินไป
สถานที่สี่: ห้องสมุดชุมชนเล็ก ๆ และหอจดหมายเหตุ
ในยามบ่ายแก่ ๆ ทั้งสองแวะไปยังห้องสมุดชุมชนและหอจดหมายเหตุเล็ก ๆ
ห้องสมุดเหล่านี้มีเอกสารท้องถิ่น และหนังสือเก่าที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ
เซริอัสไล่ค้นทุกมุม ั้แ่เอกสารเก่าที่เก็บในตู้กระจก จนถึงหนังสือที่ถูกวางซ้อนเกินกว่าหนึ่งชั้น
ไอแซคคอยจับผิดร่องรอยประหลาดและเล่นมุกตลอดเวลา
“นายแน่ใจนะว่าตัวอักษรพวกนี้จะพาเราไปหาเอลิน่า ไม่ใช่พาไปเจอผีในห้องใต้ดิน?”
เซริอัสอมยิ้มบาง ๆ แต่สายตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
พวกเขาพบสัญลักษณ์บางตัวที่ใกล้เคียงกับของเอลิน่า
แม้จะยังไม่สามารถอ่านความหมายทั้งหมด แต่เซริอัสรู้สึกเหมือนมีเส้นทางบางอย่างเริ่มปรากฏ
“นี่แหละ…อาจเป็กุญแจ” เขาพูดเสียงเบา
ไอแซคยกมือทำท่าประหลาด
“กุญแจ…หรือจะเป็รหัสลับจากนอกโลกก็ไม่รู้สิ”
เซริอัสอมยิ้ม แต่ใจกลับจริงจัง
ค่ำคืนมาเยือน ทั้งสองกลับบ้านด้วยรถเมล์ เสียงรถยนต์และแสงไฟ
ยามค่ำทำให้เมืองเงียบสงบ
เซริอัสนั่งเงียบ จัดเอกสารลงในกระเป๋า
ไอแซคนั่งข้าง ๆ ทำท่าหาว
“ง่วงแล้ว…นายจะนอนไหม หรือจะอ่านตัวอักษรทั้งคืนอีก?”
เซริอัสถอนหายใจ แต่ในใจรู้ว่า…เขาไม่มีทางหยุด
ไม่ว่าจะยาวนานเพียงใด ตัวอักษรเหล่านี้คือกุญแจเดียวที่อาจนำเขาไปหาน้องสาว
ทั้งสองนั่งกันเงียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น
ไอแซคทำท่าตลกแต่สายตายังคอยสังเกตเพื่อน
และเซริอัสก็รู้ว่า แม้ความลึกลับของตัวอักษรยังไม่ถูกไข
เขายังมีเพื่อนคอยเป็แรงสนับสนุน
และทุกครั้งที่หัวเราะกับไอแซค แม้ใน่เวลาที่อันตรายที่สุด ความ
จริงจังของเขาก็ไม่ได้สูญเสียความเป็มนุษย์
ความรู้สึกเช่นนี้ ทำให้เขาก้าวต่อไป ไม่ใช่เพียงเพื่อตัวเอง
แต่เพื่อนำเอลิน่ากลับมาให้ได้