พิธีกรรมเดินทางมาจนถึง่สุดท้าย บรรดาเเขกจากหลายๆเมืองก็พากันทยอยกลับ นางกำนัลและเหล่าทหารมากมายกำลังช่วยกันเก็บข้าวของหลังเสร็จพิธี ขบวนเกี้ยวหลวงมุ่งหน้าตรงไปยังจวนของสองแฝด ซึ่งบนเกี้ยวนำขบวนนั้นมีอี้เฉียนและอี้เถียนนำหน้า ส่วนเกี้ยวของซูเจินนั้นตามกลังมาติดๆ…สองฝาแฝดยิ้มร่าเริง ดีใจหน้าตาชื่นมื่น เเต่ทว่าหญิงสาวที่ตามมานั้นกลับมีอาการวิตกกังวลจนไม่อยากให้ถึงที่หมายเลยด้วยซ้ำ
"เอายังไงดีวะเจิน คืนนี้แกจะได้เข้าห้องหอกับผู้ชายพร้อมกันทีเดียว 2 คนเลยนะเว้ย แกไม่ดีใจหรือไงวะ..นี่ถ้าเป็แถวบ้านนะพวกเขาต้องรุมอิจฉาเธอแล้ว เฮ้ย!!..แต่เข้าหอพร้อมกัน 2 คนก็หมายความว่า..แกจะต้อง….โบ๊ะบ๊ะพร้อมๆกันเลยนะเว้ย! หึย!!น่ากลัวอ่ะ..ไม่สิๆ!..พวกเขาสองคนคงจะใจดีกับเราอยู่หรอก คงจะผลัดกันเข้ามาทีละคนนั่นแหละ…เฮ้ย?..แต่ถ้าพวกเขาชอบกินแซนวิชขึ้นมาล่ะ..อ้า!!ฉันอยากจะบ้าตาย!!..ทำไมฉันต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ด้วยนะ นี่ถ้าตกลงไปเนี้ยจะคอหักตายแล้วได้กลับบ้านป่าววะ..ไม่เอาอ่ะ..ถ้าตกลงไปตายแล้วไม่ได้กลับบ้านก็ไม่คุ้มสิ..ฉันยังสาว ยังสวย ยังซิงอยู่เลย..อ๋อย!!..แต่คืนนี้คงจะเป็คืนสุดท้ายที่ฉันจะใช้คำว่าซิงไปตลอดทั้งชีวิตแล้วสินะ…ลาก่อนความโสดและความเดียวดาย อื้ม!!ฮึบ!!สู้โว้ยเราต้องผ่านคืนนี้ไปให้ได้ มา!!งื้อ..แต่ก็ยังกลัวอยู่ดี ยิ่งสองแฝดนั่นมีเเต่คนตัวใหญ่ๆทั้งนั้นเลย งื้อ..แม่จ๋าช่วยเจินที!! เอ๋..นี่เราเป็บ้าพูดคนเดียวอยู่เหรอเนี่ย เหวอเลย!!"
"ขบวนเสด็จมาถึงหน้าจวนอิงฮวาแล้ว…."
"อะไรนะ!!!" ทันทีที่ได้ยินเสียงทหารบอกว่าขบวนเสด็จมาถึงที่หมายแล้ว เจินๆถึงกับยื่นหน้าออกมาด้วยความใ เพราะนางเพิ่งจะก้าวขึ้นเกี้ยวและเดินมาไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ เจินๆก้าวลงจากเกี้ยวแล้วเร่งฝีเท้าไปที่หน้าขบวน ด้วยความที่ชุดมันยาวและพะรุงพะรัง เจินจึงจำเป็ที่จะต้องยกชายของชุดพร้อมกับหอบหิ้วมาพันไว้ที่แขนของเธอแล้ววิ่งไปที่หน้าขบวนด้วยความเร็ว ทำเอาสองพี่น้องอึ้งให้กับการกระทำของนางมาก
"นี่ๆคุณทหาร..คือฉันน่ะเพิ่งมาที่เมืองนี้เป็ครั้งแรกและฉันก็ยังเดินท่องเที่ยวไม่ทั่วทั้งเมืองเลย เอาแบบนี้ได้ไหม..เราให้ขบวนเนี้ย..พาฉันเดินอ้อมดูเมืองทุกซอกทุกมุมก่อนดีไหม ฉันจะได้คุ้นชินแล้วก็ไปไหนมาไหนจะได้ไม่ต้องหลงไง ดีไหม…ฉันว่าดีนะ.น้า!!นะ..."
"เอ่อ..คือ…"
"เดี๋ยวเอาไว้วันหลังข้ากับน้องสามจะพาเ้าท่องเที่ยวทุกซอกทุกมุมของเมืองเอง เเต่วันนี้..ไม่ได้!!"
"จริงด้วย วันนี้เป็วันแต่งงานของเราและอีกอย่างตอนนี้ เวลานี้พวกเราก็ต้องถูกส่งตัวเข้าหอแล้ว..ไม่มีใครมาเที่ยวเล่นในเวลามืดค่ำเช่นนี้หรอก เอาไว้พรุ่งนี้เช้า..เดี๋ยวข้ากับพี่สองจะพาเ้าเดินเที่ยวทั่วทั้งเมืองเอง"
"แต่ฉันอยากไปวันนี้…พวกนายสองคนเอาเื่เข้าหอไว้ทีหลังบ้างไม่ได้รึไงล่ะ!!" อี้เฉียนยิ้มราวกับรู้ว่านี่เป็ข้ออ้างในการไม่อยากเข้าหอพร้อมกันกับพวกเขาของเจินเจิน เข้าเดินเข้ามาใกล้เธอพร้อมกับยื่นหน้าเขามามองเธอใกล้ๆก่อนจะเอียงหน้าไปกระซิบที่ข้างหูของเธอด้วยน้ำเสียงชวนขนลุกเบาๆ
"ข้าว่าเ้าไม่ได้อยากเที่ยวหรอก แต่เ้าตั้งใจที่จะหลบหน้าพวกข้ามากกว่า..จริงไหม?"
"ก็ถ้ารู้อยู่แล้ว ก็พาฉันไปสิ"
"ก็กำลังจะพาเ้าไปอยู่นี่ไง แต่ไม่ได้ไปเที่ยวที่อื่นนะ..เราสามคนกำลังจะไปเที่ยวในหอนอนของพวกข้ายังไงล่ะ อี้เถียน..เ้าว่าคืนนี้ท้องฟ้าดูสดใสดีหรือไม่"
"ดีที่สุดเลยล่ะพี่สอง มันเหมาะแก่การให้กำเนิดลูกชายของข้าเสียจริง ฮึฮึฮึ"
"พวกบ้า!..ทำไมต้องมาพูดเื่นี้ต่อหน้าฉันด้วย ชิ!!" เจินเจินรู้สึกเขินเอามากๆ..เมื่อจู่ๆ 2 ฝาแฝดก็พูดเื่การปั๊มลูกขึ้นมาอีกครั้งและคราวนี้ก็พูดต่อหน้าคนหมู่มากเสียด้วย อี้เฉียนส่งซิกให้ทหารนำเกี้ยวหลวงกลับไป ส่วนอี้เถียนเอวก็ทำหน้าที่เป็เ้าบ้านที่ดี…
"ว้าย!!..นี่นายจะทำอะไรน่ะ!มาอุ้มฉันทำไม วางฉันลงเดี๋ยวนี้นะ"
"ถ้าว่าง..เ้าก็เดินหนีไปอีกล่ะสิ นี่คิดว่าพวกข้าไม่รู้จริงๆหรอแผนตื้นๆ..หลีกเลี่ยงการเข้าหอโดยการไปเดินเที่ยวชมเมืองในเวลามืดค่ำเช่นนี้เนี่ยนะ เ้าไม่มีแผนการอื่นแล้วหรือไง ฮ่าฮ้าฮ่า"
"ก็ฉันไม่ได้เหลี่ยมจัดเหมือนพวกนายทั้งสองคนนี่ วางฉันลงเดี๋ยวนี้เลย…ถ้านายไม่วางฉันลง ฉันจะะโให้คนมาช่วยเดี๋ยวนี้แหละ"
"ะโให้คนมาช่วย…เ้านี่เป็คนตลกนะ เ้าลืมไปแล้วหรือว่าพวกข้า..เป็ลูกของเ้าเมืองหยุนเปิง ซึ่งถ้าฆ่าไม่ออกคำสั่งใครหน้าไหนก็ไม่กล้ายุ่งเื่ของพวกข้า ท่านพี่..ข้าว่าข้าพร้อมแล้ว..ท่านพี่ล่ะ"
"พี่ก็พร้อมมานานแล้วเหมือนกัน เ้าล่ะ พร้อมรึยัง..ซูเจิน ฮึฮึ"
"เดี๋ยวๆ..พร้อมอะไรของมึงนาย หยุดความคิดลามกๆเดี๋ยวนี้เลยนะ เฮ้!..นี่ฟังที่ฉันพูดหรือเปล่าเนี่ย ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้ ฉันเดินเองได้ .ปล่อย!!"
"ถ้าข้าปล่อย..เ้าต้องสัญญาก่อนว่าเ้าจะเดินเข้าไปข้างในดีๆ"
"....ฮึ?..ถ้าเ้าไม่รับปาก ข้าก็จะให้น้องสามแบบจะเข้าไปเอง"
"โอเคๆ..ฉันจะเดินเข้าไปเองดีๆ พอใจหรือยังเล่า.."
"ก็เเค่นั้นแหละ อ่ะ!!เดินไปดิ.." เจินเจินทำหน้ามุ่ยเมื่อแผนการของเธอมันไม่สำเร็จแถมยังโดน 2 ฝาแฝดจับได้เสียด้วย เเน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมตกเป็ของพวกเขาง่ายๆแน่ๆ เพียงเเต่ว่าตอนนี้ยังคิดแผนการไม่ออก เจินเจินจึงยอมตามน้ำไปก่อน เธอเดินเข้าไปในจวนด้วยท่วงท่าที่เชื่องช้าจนสองแฝดดูอแกว่าเธอกำลังมีแผนการณ์อะไรอีก..พวกเขาสองคนไม่รอช้า สองพี่น้องสอดมือเข้ามาที่ใต้จักแร้ของเธอแล้วหิ้วเธอเข้าห้องไปทันที ด้วยความที่เจินเจินตัวเล็กอยู่แล้วจึงไม่เป็ปัญหาสำหรับสองฝาแฝดนี้เลย เจินเจินถูกพาตัวมาถึงห้องนอนชั้นในสุดซึ่งเป็เรือนหอของพวกเขาทั้ง 3 คนนั้นเอง เจินเจินมองไปที่เตียงนอนและลอบกลืนน้ำลายอีกครั้ง ก่อนจะสลับสายตาไปมองสองฝาแฝดที่กำลัง….เเข่งกับเปลื้องผ้าอยู่ เธอรีบปิดหน้าแล้วหันหน้าไปทางอื่น ตอนนี้ใบหน้าของเจินเเดงก่ำ ร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่รู้ว่า เธอกำลังจะร่วมหลับนอนกับสามีทั้งสองของเธอ…ตลอดทั้งคืน…
"พวกข้าพร้อมกับ..มา…"
"หยุดอยู่ตรงนั้นเลย!!..ฉันขอเลื่อนไปก่อน วันนี้ฉันรู้สึกไม่สบาย อะเเค่ก อะเเค่ก เเฮ่กๆ" เจินเจินแกล้งไอ จามกลบเกลื่อนให้เหมือนว่าเธอไม่สบายจริงๆ บัดนี้สองฝาแฝดอยู่ในชุดลำลองที่พร้อมนอนแล้ว อี้เถียนไม่เเน่ใจจึงได้เดินเข้ามาเอามือเเตะที่หน้าผาก พร้อมกับจับชีพจรของเธอตรวจดู ด้วยความที่เขาอ่านตำราเกี่ยวกับการปรุงยาและสมุนไพรมาบ้าง อี้เถียนจึงพอที่จะมีความรู้เกี่ยวกับความผิดปกติในร่างกายของคนอยู่บ้าง
"ร่างกายปกติ ชีพจรก็ปกติ เ้าจะไม่สบายได้อย่างไรกัน?"
"นั่นสิ..คงไม่ใช่แผนการที่ไม่ยอมเข้าหอกับพวกข้าหรอกนะ"
"ฉันไม่สบายจริงๆ พวกนายไม่เห็นฉันไอหรือไง อีกอย่าง..ตอนที่พวกนาย 2 คนเจอฉัน ฉันก็นอนหลับอยู่ใต้ต้นไม้ แถมยังตากเเดด ตากลมด้วย..ไม่ใช่หรอ..เป็ไปได้ว่าฉันอาจจะแพ้อากาศอะไรประมาณนี่ละมั้ง จริงๆนะ"
"แพ้อากาศ?..มันคือโรคอะไรกันข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย?"
"นั่นสิท่านพี่..ข้าก็ศึกษาตำรามาหลายเล่ม แต่ก็ยังไม่เคยได้ยินโลกนี้มาก่อนเลย"
"ก็มันเป็โรคเฉพาะท้องถิ่นไง โรคนี้มันมีเฉพาะที่เมืองของฉันเท่านั้น พวกนายก็เลยไม่รู้จักไง เเต่..ฉันเคยได้ยินมาว่าโรคนี้มันเป็โรคติดต่อด้วยนะ..ถ้าขืนพวกนายยืนยันว่าจะเข้าหอกับฉันวันนี้ พวกนายอาจจะติดโรคแพ้อากาศจากฉันไปก็ได้นะ พอพวกนายแพ้อากาศพวกนายก็จะหายใจไม่ออกแล้วพวกนายสองคนก็จะ…ตาย..ในที่สุด..พวกนายไม่กลัวหรอ!!"
"เหลวไหล..มันมีโรคนี้อยู่ที่ไหนกันล่ะ"
"แต่ฟังนางไว้ก็ไม่เสียหายนะพี่สอง..ข้าว่าเราเลื่อนไปก่อนก็ได้ ข้ารอได้..อีกอย่าง..ตอนที่เราเห็นนางครั้งแรกนางก็หมดสติอยู่จริงๆไม่แน่ว่านางอาจจะเป็โรคแพ้อากาศก็ได้ เอ่อว่าเเต่โรคนี้มันเป็กี่วันล่ะถึงจะหาย?"
"ก็คงซัก 5-6 วันมั้ง เอาเป็ว่า..การเข้าหอเลื่อนไปก่อนยังไม่มีกำหนด เอาไว้ฉันหายดีแล้ว ฉันจะบอกพวกนายเอง โอเคไหม แสดงว่าตอนนี้พวกนายก็ต้องกลับไปนอนที่ห้องนอนของพวกนายก่อน ตามนี้..ไปๆๆประตูอยู่ตรงโน่น..เชิญ..กู๊ดไนท์!!" เจินเจินรีบดึงมือสองสาวแสนให้เดินออกไปจากห้องนอน ก่อนจะโบกมือบ๊ายบายว่าที่สวามีทั้งสองแล้วรีบปิดประตูทันที สองพี่น้องมองหน้ากันด้วยความแปลกใจเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนพวกเขาตั้งตัวไม่ทันเลยก็ว่าได้.. ภายหลังประตูบานนั้นเจินเจินเอามือทาบอกแล้วรอบถอนหายใจอย่างโล่ง..เพราะคืนนี้เธอรอดจากการเป็แมวให้สองเสือนั้นมาขย้ำได้แล้วนั่นเอง….