แววตาหวงฟู่จ้าวเอี้ยนวูบไหว ทว่าไม่นานก็กลับมาเป็ปกติ ตอนนี้เขาคารวะผู้าุโสูงสุดเป็อาจารย์ แม้จะไม่สามารถฝึกวิชาร่วมกับแม่นางซูได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถพบแม่นางซูได้บ่อย ๆ
“ไปกันเถอะ” หลิวมู่เฉินสะบัดแขนหนึ่งครั้ง ผู้าุโที่เหลือและศิษย์สายในที่เข้ามาใหม่ก็หายตัวไปพร้อม ๆ กัน ก่อนพวกเขาจะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งที่เขาด้านหลังของสำนักชิงอวิ๋น
จากนั้นกระบี่เทพเล่มหนึ่งก็พุ่งออกมาจากแขนเสื้อของหลิวมู่เฉิน แหวกความว่างเปล่าจนเกิดรอยแยกขนาดเท่ากับร่างคนรอยหนึ่งตรงหน้าของทุกคน
มู่เชียนจิ่วรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ตอนนั้นเป็เพราะนางได้รับการถ่ายทอดวิชาจากบรรพจารย์สำนักชิงอวิ๋นในสุสานกระบี่ จึงทำให้นางกลายเป็บรรพจารย์น้อยอวิ๋น!
บัดนี้นางคิดไม่ถึงว่าจะได้กลับมายังสุสานกระบี่อีกครั้ง ด้วยร่างของคนอื่นเช่นนี้
“ภายในสุสานกระบี่แห่งนี้มีสมบัติเวท สมบัติิญญา หรือแม้แต่อาวุธครึ่งเซียนและอาวุธเซียนที่แข็งแกร่งมากมายหลายประเภท” ผู้าุโสูงสุดเห็นบรรดาศิษย์มีท่าทางดีใจ บนใบหน้าชราก็เผยรอยยิ้มออกมา
“แต่พวกเ้าต้องจำเอาไว้ว่า ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับวาสนา อย่าโลภมากเป็อันขาด ของวิเศษที่แข็งแกร่งย่อมเป็ของที่ดี แต่หากดื้อดึงที่จะ นอกจากจะไม่ได้ของวิเศษชิ้นนั้นมาแล้ว อาจจะเป็อันตรายต่อชีวิตด้วย!”
“ขอรับ ผู้าุโสูงสุด!”
“เ้าค่ะ ผู้าุโสูงสุด!”
ศิษย์ใหม่ทั้งหมดรับคำโดยพร้อมเพรียง
มู่เทียนเซี่ยเองก็รู้สึกตื่นเต้นเช่นกัน นางได้ยินเื่สุสานกระบี่มานานแล้วว่า ยิ่งเป็ของวิเศษที่แข็งแกร่งก็จะยิ่งมีพลัง นางเชื่อว่าอาศัยแค่ชีพจริญญาระดับฟ้าของตนเอง จะต้องได้รับของวิเศษขั้นสูงอย่างแน่นอน!
หากเป็อาวุธครึ่งเซียนหรืออาวุธเซียน เช่นนั้นก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่!
มู่เชียนจิ่วเหลือบมองมู่เทียนเซี่ยเล็กน้อย และแน่นอน สุสานกระบี่แห่งนี้นางย่อมคุ้นเคยดี!
แม้จะไม่สามารถอาศัยโอกาสนี้สังหารมู่เทียนเซี่ยได้ แต่หากจะทำให้อีกฝ่ายกลับไปมือเปล่าย่อมไม่ใช่ปัญหา!
“เข้าไปกันเถอะ” หลิวมู่เฉินพาเหล่าผู้าุโและศิษย์ใหม่เข้ามาในสุสานกระบี่ เมื่อศิษย์คนสุดท้ายเข้ามาแล้ว รอยแยกนั้นก็ค่อย ๆ ผสานกันจนกระทั่งหายไปในที่สุด
ไม่มีใครสังเกตว่า ตอนที่มู่เชียนจิ่วก้าวเข้ามาในสุสานกระบี่ ของวิเศษทั้งหมดในสุสานกระบี่ราวกับััได้ถึงอะไรบางอย่าง ของวิเศษเ่าั้เกิดการสั่นเบา ๆ ทว่าเพียงแค่อึดใจเดียวก็หยุดลง
เมื่อเห็นของวิเศษกระจายอยู่ทั่วไปหมด ศิษย์ใหม่หลายสิบคนก็สูดลมหายใจเข้าด้วยความตื่นเต้น หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ของพวกเขาและท่านเ้าสำนักอยู่ด้วยละก็ เกรงว่าพวกเขาคงกระโจนเข้าไปหาของวิเศษเ่าั้แล้ว!
“พวกเ้ามีเวลาเพียงหนึ่งวัน เช่นนั้นก็ไปเลือกของวิเศษเถอะ แต่จำเอาว่า ห้ามฝืน!” ผู้าุโสูงสุดเอ่ยกับศิษย์ทั้งหลายจบ ก็หันมามองหวงฟู่จ้าวเอี้ยน “เ้าก็เข้าไปเลือกเถอะ”
“ขอรับ อาจารย์!” ความจริงแล้วหวงฟู่จ้าวเอี้ยนมีของวิเศษอยู่แล้ว เทียบกับการเลือกของวิเศษให้ตัวเองแล้ว เขาอยากเลือกของวิเศษให้แม่นางซูมากกว่า
แต่เขารู้ดีว่าการทำเช่นนั้นเป็เื่ผิดกฎ จึงทำเพียงปัดความคิดทิ้ง และเริ่มกวาดตามองไปรอบ ๆ
มู่เชียนจิ่วยังคงไม่ขยับเขยื้อน ไม่ใช่ว่านางไม่อยากขยับ แต่นางไม่กล้าขยับมากกว่า!
ตอนนั้นนางได้รับการถ่ายทอดวิชาจากบรรพจารย์ของสำนักชิงอวิ๋น และได้รับการยอมรับจากจิติญญาของสุสานกระบี่ แม้กายเนื้อของนางจะดับสูญ แต่จิติญญาไม่ได้เปลี่ยนแปลงนี่!
ดังนั้นชั่วอึดใจที่ก้าวเข้ามาในสุสานกระบี่ นางก็สร้างสายสัมพันธ์กับจิติญญาของสุสานกระบี่แห่งนี้อีกครั้งแล้ว ขอเพียงนาง้า นางก็สามารถนำของวิเศษในสุสานกระบี่แห่งนี้ออกไปได้ทุกชิ้น
แต่อาจารย์ยังอยู่ข้าง ๆ หากของวิเศษในสุสานกระบี่เกิดรุมล้อมเข้ามาหานาง แล้วนางจะอธิบายอย่างไรล่ะ?
ถ่อมตน ต้องถ่อมตนเข้าไว้
ทางด้านมู่เทียนเซี่ยมาถึงส่วนลึกของสุสานกระบี่แล้ว เป้าหมายของนางคืออาวุธเซียน แต่ต่อให้ไม่ได้อาวุธเซียน อย่างน้อยก็ต้องได้อาวุธครึ่งเซียนติดมือไปให้ได้!
ส่วนเื่ที่ผู้าุโจิ่งอี๋อาจารย์ของนางกำชับมา นางโยนคำเตือนเ่าั้ทิ้งไปไกลแล้ว นางจะต้องได้ของวิเศษที่ดีที่สุด! ของเก่า ๆ พวกนี้หากไม่เลือกนางก็ถือว่าโง่งมเต็มที่!
ขณะที่สตรีผู้มีความโลภในใจเตรียมจะเดินเข้าไปต่อ ไม่ไกลกันนักก็มีกระบี่ยาวสีน้ำเงินเล่มหนึ่งสั่นเบา ๆ มู่เทียนเซี่ยปรายตามองแค่แวบเดียว ก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในโลกน้ำแข็ง ไอเย็นแผ่ปกคลุมไปทั่ว จนนางอดไม่ได้ที่จะสั่นเทาไปทั้งร่าง
อาวุธเซียน ต้องเป็อาวุธเซียนอย่างแน่นอน!
มู่เทียนเซี่ยสูดลมหายใจเข้าด้วยความตื่นเต้น ชีพจริญญาของนางเดิมก็เป็ธาตุน้ำแข็งที่หาได้ยากอยู่แล้ว หากได้ของวิเศษชิ้นนี้ด้วยละก็ พลังของนางจะต้องเพิ่มพูนอย่างแน่นอน!
และนางก็สามารถััได้อย่างชัดเจนว่า ของวิเศษชิ้นนี้เชื่อมโยงกับนาง
เช่นนี้ก็ดีเลย รอนางได้รับการยอมรับจากกระบี่เซียนเล่มนี้เมื่อใด สิ่งที่นางจะทำเป็อย่างแรกก็คือ …การสังหารเ้าคนสารเลวนั่น!
การเคลื่อนไหวของกระบี่เซียนรุนแรงไม่น้อย เวลานี้อุณหภูมิในสุสานกระบี่ลดลงอย่างรวดเร็ว
“นั่นกระบี่ชิงซวง!” ใบหน้าของจิ่งอี๋เต็มไปด้วยความปลาบปลื้ม “กระบี่ชิงซวงถือเป็หนึ่งในสุดยอดกระบี่เซียนของสุสานกระบี่ สมกับที่มีชีพจริญญาระดับฟ้า สามารถได้รับการยอมรับจากกระบี่ชิงซวง!”
ใบหน้าของผู้าุโคนอื่นเต็มไปด้วยความอิจฉา แม้แต่ผู้าุโสูงสุดเองก็ทำเพียงยืนดูนิ่ง ๆ เท่านั้น นี่คือข้อดีของชีพจริญญาระดับฟ้า เพราะสามารถเชื่อมโยงจิติญญากับของวิเศษได้มากมาย และยังได้รับการยอมรับจากอาวุธเซียนอีกด้วย
กระบี่ชิงซวงเป็อาวุธที่อดีตผู้าุโท่านหนึ่งของสำนักชิงอวิ๋นทิ้งเอาไว้ และหลับใหลอยู่ในสุสานกระบี่มานานหลายพันปี หากศิษย์ในสำนักสามารถนำออกไปใช้ได้ ก็ถือเป็เื่น่ายินดีของสำนักชิงอวิ๋นจริง ๆ!
เพราะการที่สำนักมีศิษย์ที่โดดเด่นเช่นนี้ พวกเขาเองก็จะได้หน้าไปด้วยไม่ใช่หรือ?
หลิวมู่เฉินเพียงแค่มองด้วยสายตาราบเรียบ ก่อนจะหันมามองมู่เชียนจิ่ว “เ้าก็ไปเลือกของวิเศษเถอะ”
“ขอรับ อาจารย์!” มู่เชียนจิ่วหมุนกายจากไป ก่อนกวาดตามองไปรอบ ๆ
…มู่เทียนเซี่ยอยากได้กระบี่ชิงซวงก็ต้องดูด้วยว่าข้าจะยินยอมหรือไม่!
เพราะกระบี่ชิงซวงมีเพียงผู้ที่มีจิตใจบริสุทธิ์เท่านั้น จึงจะสามารถได้ คนเ้าเล่ห์เพทุบายอย่างมู่เทียนเซี่ย ไหนเลยจะมีคุณสมบัติพอที่จะเป็นายของกระบี่เทพเช่นนี้!
ส่วนเหตุใดกระบี่ชิงซวงถึงสนใจมู่เทียนเซี่ยนั้น คาดว่ามันคงอยู่มานานและรู้สึกเบื่อ จึงอยากจะเล่นสนุกก็เท่านั้นกระมัง
เวลานี้มู่เทียนเซี่ยกำลังนั่งสมาธิ ไอเย็นที่กระบี่ชิงซวงแผ่ออกมาก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ถึงขนาดทำให้ภายในรัศมีร้อยจั้งกลายเป็เกล็ดน้ำแข็ง
คุณหนูใหญ่มู่รู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก นางรู้ดีว่าิญญากระบี่กำลังทดสอบนางอยู่ กระบี่เซียนนี่ต้องเป็ของนางเท่านั้น!
เวลาค่อย ๆ ล่วงเลยไป แต่ละคนเริ่มหาของวิเศษที่ตนเองชื่นชอบเจอแล้ว
ของวิเศษของหวงฟู่จ้าวเอี้ยน เป็โล่ที่มีขนาดเพียงแค่หนึ่งฝ่ามือ ้าแกะสลักรูปอสูรเทพเต่าดำเอาไว้ และดูราวกับว่ามันมีชีวิตจริง ๆ
“โล่เสวียนอู่นี่เป็อาวุธครึ่งเซียน เหมาะกับพี่หวงฟู่มาก อีกทั้งมันยังชอบท่านมากด้วย” มู่เชียนจิ่วเดินมาที่ด้านหลังของหวงฟู่จ้าวเอี้ยนั้แ่เมื่อใดไม่ทราบ พลางเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“พี่ซู!” หวงฟู่จ้าวเอี้ยนสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อครู่เขาใจลอยไปหน่อย ไม่รู้ตัวเลยว่ามีคนเข้าใกล้ตนมากขนาดนี้
เมื่อมู่เชียนจิ่วเข้ามาใกล้ โล่เสวียนอู่ในมือของหวงฟู่จ้าวเอี้ยนก็สั่นไม่หยุด ภาพมายาเต่าดำขนาดสิบจั้งตัวหนึ่ง ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของคนทั้งสอง พร้อมกับส่งเสียงคำรามกึกก้องไปทั่ว
“โล่เสวียนอู่!” ดวงตาผู้าุโสูงสุดเป็ประกาย โล่นี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ
โล่เสวียนอู่เดิมเป็อาวุธเซียนที่มีระดับสูงพอสมควร แต่เพราะมีชิ้นส่วนสำคัญบางอย่างหายไป จึงทำให้ระดับขั้นลดลงอย่างมาก แต่ต่อให้จะกลายเป็แค่อาวุธครึ่งเซียน ก็ยังถือว่าเป็อาวุธวิเศษอันดับต้น ๆ ที่แข็งแกร่งอยู่ดี!
ศิษย์คนอื่น ๆ ต่างก็มีสีหน้าอิจฉา พวกเขาก็พบของวิเศษของตัวเองแล้ว แต่ส่วนใหญ่ล้วนเป็เพียงสมบัติเวทขั้นสูงเท่านั้น ไม่มีใครหาสมบัติิญญาเจอเลย
มู่เทียนเซี่ยเองก็ได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางด้านนี้ แววตาจึงมีประกายเย้ยหยันพาดผ่าน กระบี่ชิงซวงเล่มนี้นับเป็อาวุธเซียนขั้นสูง และเกรงว่าอาวุธเซียนทั่วทั้งดินแดนเสวียนอู่ก็แทบจะไม่มีอาวุธเซียนชิ้นไหนเทียบได้ ดังนั้นแค่อาวุธครึ่งเซียนชิ้นเดียวนางไม่สนใจหรอก!
*ฟิ้ว!*
กระบี่ชิงซวงสั่นะเืไม่หยุด ไอเย็นที่แผ่ออกมาก็ทวีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
มู่เทียนเซี่ยรู้สึกดีใจเป็อย่างมาก นางลองสร้างสายสัมพันธ์กับิญญากระบี่ของกระบี่ชิงซวงอยู่นาน ในที่สุดกระบี่ก็ตอบรับนางแล้ว!
.
.
.