ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 เกรียงไกร เกรียงไกร

            สถานที่จัดการประลองทดสอบธนูเลือกเป็นบนเนินหินขรุขระที่อยู่ไม่ไกลจากค่ายทหาร

            บริเวณนี้เป็นที่ราบกว้างใหญ่ไม่มีสิ่งกีดขวางใดๆ เหมาะแก่การฝึกซ้อมยิงธนูมากที่สุด

            ในความเป็นจริง ค่ายทหารชิงโจวมีสนามฝึกซ้อมยิงธนูอยู่แล้วแต่เป็นสนามที่สร้างขึ้นสำหรับการยิงธนูในระยะสองร้อยก้าว ซึ่งหมายความว่าเป้าที่อยู่ไกลที่สุดอยู่ห่างเพียงสองร้อยก้าวทำให้ไม่สามารถทดสอบพลังของธนูใหม่ได้

            ณ เวลานี้ ทหารจำนวนนับไม่ถ้วนที่มาออกันอยู่ในบริเวณนั้นต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอคอย

            ฟู่ถิงเย่กับฉินเหลาอู่รวมถึงเหล่าแม่ทัพนายกองอื่นๆ ก็รอคอยอย่างสงบด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            มีช่างฝีมือกำลังคำนวณระยะทางอย่างละเอียดโดยปักธงเป็นเครื่องหมายทุกๆ ห้าสิบก้าว รวมทั้งหมดสิบธง

            เหลียงเหวินเฉิงกับหวาชิงเสวี่ยกำลังตรวจดูธนูทั้งสิบที่คัดสรรมาอย่างดีเป็นครั้งสุดท้าย

            ไห่ซื่อเซวียนเดินเข้ามาพร้อมกับนายทหารสิบนาย ซึ่งทุกนายล้วนแข็งแรงกำยำ

            “แม่นางหวา หัวหน้าช่างเหลียงนี่คือคนที่ท่านต้องการ”

            “ลำบากใต้เท้าไห่แล้ว”หวาชิงเสวี่ยรีบกล่าวขอบคุณ แล้วมองไปยังทหารทั้งสิบนายที่อยู่ด้านหลัง แววตาของนางก็ชะงักไปเล็กน้อย

            “มีอะไรผิดปกติหรือ?”ไห่ซื่อเซวียนช่างสังเกต เมื่อเห็นว่าหวาชิงเสวี่ยมีสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบถามขึ้น

            หวาชิงเสวี่ยพยักหน้าเบาๆกล่าวด้วยความลังเล “ผู้ที่ถูกเลือก...อาจจะไม่เหมาะสมเจ้าค่ะ”

            ไห่ซื่อเซวียนหันไปมองทหารที่ตนเองนำมาก่อนจะรู้สึกงุนงงแล้วถามว่า “...แม่นางหวายังรู้สึกว่าพวกเขายังไม่แข็งแรงพอที่จะน้าวสายธนูพวกนี้หรือ?”

            “ใต้เท้าไห่เข้าใจผิดแล้ว”หวาชิงเสวี่ยรีบอธิบาย “นายทหารเหล่านี้ย่อมมีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา แต่การทดสอบธนูครั้งนี้จุดประสงค์หลักคือการทดสอบคุณค่าการใช้งานของมัน ดังนั้นข้าจึงคิดว่า...ควรจะเปลี่ยนผู้รับเลือกดีหรือไม่?ท้ายที่สุดแล้ว ในค่ายทหารก็ไม่ได้มีแต่นายทหารที่แข็งแรงเช่นนี้ ข้าคิดว่าทั้งคนสูงคนเตี้ย คนผอม คนอ้วน คนแข็งแรง คนอ่อนแอ...ควรรับเลือกมาทดสอบทั้งหมดเจ้าค่ะ”

            เหลียงเหวินเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย“แม่นางหวาพูดถูกต้องแล้ว ควรจะเป็นเช่นนั้น ให้ทุกคนยิงคนละสามรอบ สุดท้ายนำค่ากลางมาคิดรวมกันแบบนี้ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงจะมีคุณค่า”

            ไห่ซื่อเซวียนลำบากใจเล็กน้อยเขามองหวาชิงเสวี่ย จากนั้นมองไปยังท่านแม่ทัพใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ สุดท้ายก็ทนไม่ไหวลดเสียงลงแล้วพูดกับหวาชิงเสวี่ยว่า “แม่นางหวา ทำเช่นนี้จะเหมาะสมหรือไม่?...แน่ใจนะว่าจะให้ทหารที่แก่ชรากับทหารที่อ่อนแอเข้ามาด้วย?หากผลลัพธ์ท้ายที่สุดออกมาไม่ดีขึ้น เกรงว่าจะจบไม่สวยกระมัง”

            “ใต้เท้าไห่โปรดวางใจ”หวาชิงเสวี่ยยิ้มบางๆ แววตาของนางสงบนิ่ง

            ไห่ซื่อเซวียนเห็นหวาชิงเสวี่ยมีท่าทางมั่นใจก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดีเขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “รอสักครู่” จากนั้นก็หันหลังเดินไปหาฟู่ถิงเย่

            หลังจากนั้นไม่นาน ไห่ซื่อเซวียนก็กลับมาอย่างรวดเร็วเขาสั่งให้ทหารกำยำทั้งสิบเหลือไว้เพียงสองนาย ส่วนที่เหลืออีกแปดนายก็ให้กลับไปทั้งหมด

            ในกลุ่มคนที่มารวมตัวเริ่มซุบซิบกันด้วยความสงสัยงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น

            ไม่นานหลังจากนั้น ไห่ซื่อเซวียนก็พาคนกลุ่มใหม่กลับมาคราวนี้ผู้คนพากันแตกตื่นกัน!

            เพราะคนที่ไห่ซื่อเซวียนนำมานั้นมีครบทุกรูปแบบทั้งคนสูง คนเตี้ย คนอ้วน คนผอม คนแก่ คนอ่อนแอ!

            — นี่มันอะไรกัน?เกิดอะไรขึ้น!

            แน่นอนว่ารองหัวหน้าเว่ยก็เห็นภาพนี้เช่นกันเขาเหลือบมองไปทางฟู่ถิงเย่โดยไม่แสดงท่าที และเมื่อไม่เห็นการตอบสนองใดๆ ก็หันกลับมามองหวาชิงเสวี่ยและหัวเราะเยาะเย้ยอยู่ในใจ ‘ไม่เจียมตน’

            แน่นอนว่า คนสูง คนเตี้ยคนอ้วน คนผอม คนแก่ คนอ่อนแอ ที่กล่าวมานี้เป็นการเปรียบเทียบเท่านั้น

            นายทหารเหล่านี้ล้วนได้รับการคัดเลือกเข้ามาในค่ายทหารหากนำไปเทียบกับคนธรรมดาทั่วไปแล้ว ย่อมไม่ได้อ่อนแออย่างแน่นอน แต่เมื่อเทียบกับเหล่าทหารชั้นยอดที่แข็งแรงกำยำเมื่อครู่นี้ก็ดูเหมือนจะด้อยกว่าไปหน่อย

            เนื่องจากความแข็งแรงทางร่างกายด้อยกว่าเมื่อออกรบจริง ทหารเหล่านี้จึงมักถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่ไม่สำคัญ วันนี้จู่ๆ ก็ถูกเลือกออกมาทดสอบธนูจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะแสดงความประหม่าออกมา

            นายทหารคนแรกที่มาทดสอบธนูตัวค่อนข้างเตี้ย อีกทั้งยังผอมแห้ง ดูเหมือนจะอายุเพียงสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี เป็นหนุ่มน้อยที่ยังดูอ่อนเยาว์

            เหลียงเหวินเฉิงให้เขาเลือกธนูมาหนึ่งจากสิบคันจากนั้นยื่นลูกศรสามดอกให้เขา “สู้เขา! สี่ร้อยก้าว!”

            หนุ่มน้อยถือธนูไว้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย

            หวาชิงเสวี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“ทำเหมือนกับตอนที่เจ้าฝึกซ้อมทุกวันก็พอ ไม่ต้องกดดันตัวเองมาก”

            หนุ่มน้อยพยักหน้าด้วยสีหน้าตึงเครียดดูเหมือนจะยังประหม่ามาก

            เขาหายใจเข้าลึกๆ น้าวสายธนูเล็งไปยังธงที่อยู่ไกลที่สุด—

            ทุกสายตาจดจ้องไปที่ลูกศรที่กำลังจะยิงออกไปจากมือของเขา

            ฝ่ามือเปียกชุ่มโดยไม่รู้ตัวในวันที่อากาศหนาวเย็นแต่เขากลับมีเหงื่อผุดขึ้นมาเต็มหน้าผาก หยาดเหงื่อไหลลงมาเปียกขนตาเพียงกะพริบตาเล็กน้อยก็รู้สึกแสบรุนแรง

            เวลาค่อยๆ ผ่านไป เขายังคงเล็งอยู่

            บริเวณโดยรอบเงียบสนิทธนูถูกน้าวสายออกมาเรื่อยๆ ...ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจ

            ยิง!

            — ผึง!

            ผู้คนพากันส่งเสียงฮือฮา!

            ลูกศรนั้นดันเบนออกไปข้างหนึ่งและตกลงในระยะใกล้มาก! จากการประมาณดูแล้วระยะทางน่าจะไม่ถึงเจ็ดสิบหรือแปดสิบก้าวด้วยซ้ำ!

            พวกทหารต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา บ้างก็มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมา สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะภาพนั้นมันช่างน่าขันยิ่งนัก!

            ตอนแรกก็ให้สัญญาอย่างมั่นใจว่าจะทำธนูที่ระยะยิงสี่ร้อยก้าวออกมาได้ตอนนี้จัดงานใหญ่โตเอิกเกริก แต่ผลที่ยิงได้กลับย่ำแย่ราวกับสุนัขกินอุจจาระ [1] ก็ไม่ปาน!ช่างน่าขันนัก!

            หนุ่มน้อยที่ออกมายิงธนูรู้สึกตกใจจนประหม่ามองไปทางหวาชิงเสวี่ยอย่างกระอักกระอ่วน แล้วอธิบายว่า “...ข้า เมื่อครู่ข้า...มือลื่นไป”

            เหลียงเหวินเฉิงมองเหล่าทหารที่กำลังพูดคุยกันอยู่ด้านหลังของเขาด้วยอารมณ์ที่ยิ่งย่ำแย่ลง

            ในเวลาสำคัญแบบนี้ เจ้าดันมือลื่นไปได้?ซวยจริงๆ!

            หวาชิงเสวี่ยกลับปลอบใจเขาอย่างอ่อนโยนด้วยอารมณ์ดี“ไม่เป็นไร เจ้ายังเหลืออีกสองดอก เจ้าไม่ต้องประหม่า ค่อยๆ นะ...”

            ในตอนนั้นเอง เหล่าผู้คนที่กำลังส่งเสียงดังจอแจอยู่ก็พลันเงียบเสียงลง

            เสียงทุกอย่างพลันเงียบหายไปทันใด

            หวาชิงเสวี่ยอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองเห็นเพียงฟู่ถิงเย่ลุกขึ้นจากที่นั่ง ก้าวเดินอย่างมั่นคง การกระทำเต็มไปด้วยความสง่างามและน่าเกรงขาม...และช่างหล่อเหลามากเหลือเกิน

            หวาชิงเสวี่ยเบนสายตาหลบเขินอายเกินกว่าที่จะมองต่อ

            ในใจแอบคิดว่า หรือว่าตนเองอยู่ในยุคโบราณนานเกินไปจนรสนิยมความงามก็เปลี่ยนตามไปด้วย?ไว้หนวดเคราเต็มหน้าจนมองไม่เห็นใบหน้าแบบนั้น นางยังหวั่นไหวอะไรกันเนี่ย...

            ฝีเท้าของฟู่ถิงเย่มั่นคงและรวดเร็วไม่นานก็เดินมาถึงเบื้องหน้า

            เขาไม่กล่าวอะไร เลือกธนูมาหนึ่งคันจากที่เหลียงเหวินเฉิงเตรียมไว้จากนั้นก็ยกธนูขึ้นแล้วยิง!

            ซู่ว!——

            ลูกศรขนนกแหวกทะลุผ่านอากาศพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว!

            จนกระทั่งทะลุผ่านธงปักเข้าไปในหินที่กระจัดกระจายอยู่!

            ...เกิดความเงียบสงัดทั่วบริเวณ

            ไม่มีใครพูดอะไรแม้แต่คนเดียว

            ฟู่ถิงเย่หันหลังกลับส่งคันธนูให้หนุ่มน้อยที่ยิงธนูเมื่อครู่ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นที่ไม่ลดทอนความสง่างามลงว่า“ปกติแล้วค่ายธนูหน้าไม้ฝึกซ้อมกันอย่างไร? ไม่เหยียดหลังให้ตรงจะยิงธนูได้อย่างไร?!”

            หนุ่มน้อยแสดงท่าทีกลัวเกรง

            เหลียงเหวินเฉิงถ่มน้ำลายแล้วเตะช่างฝีมือคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ ขาไปทีหนึ่ง “ยืนโง่อยู่ทำไม?รีบไปวัดระยะทางเร็วเข้า!”

            “...อ่า! อ้อ ขอรับ!”

            ช่างฝีมือหลายคนสะพายเชือกพร้อมกับถือธงวิ่งออกไปยังที่ไกลตรงนั้น!

            พวกเขาวิ่งไปไกลขึ้นเรื่อยๆจนสุดท้ายร่างก็เล็กจ้อย พวกเขายืนทำอะไรกันอยู่สักพัก จากนั้นก็ยกธงในมือขึ้นมาโบกไปมา

            เหลียงเหวินเฉิงมองดูการเคลื่อนไหวที่ธงเหล่านั้นโบกให้ชัดเจนแล้วกระโดดขึ้นด้วยความตื่นเต้น! ตะโกนว่า “ท่านแม่ทัพยิงได้หกร้อยก้าว! หกร้อยก้าว!!!”

            ธนูที่พวกเขาใช้อยู่ตอนนี้ยิงได้มากที่สุดเพียงสองร้อยก้าวแต่ตอนนี้กลับเพิ่มขึ้นถึงสองเท่า?

            ผู้คนต่างพากันส่งเสียงดังขึ้นมาทันที!

            ทุกคนพร้อมใจกันส่งเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง!

            “ท่านแม่ทัพเกรียงไกร!ท่านแม่ทัพเกรียงไกร! เกรียงไกร!!!——”

            ท่ามกลางเสียงตะโกนก้องกังวานฟู่ถิงเย่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กุมมือของหวาชิงเสวี่ยไว้เงียบๆ

            เขามองไปยังสนามยิงธนูแล้วพูดเสียงเบาว่า “ดูต่อไปเถิด”

            คำพูดที่ดูเหมือนจะพูดอย่างไม่ตั้งใจนั้นกลับเหมือนกับยารักษาใจ ที่ซึมเข้าไปในใจของนาง ช่วยให้นางรู้สึกสบายใจ วางใจและคลายกังวล

            ทั้งใบหน้าของหวาชิงเสวี่ยแดงระเรื่อไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองคนอื่นยิงธนู ได้ยินแต่เสียงของเหลียงเหวินเฉิงดังขึ้นมาว่า“สามร้อยห้าสิบก้าว! ...สี่ร้อยยี่สิบก้าว! โอ้โอ้โอ้โอ้!——เกินสี่ร้อยแล้ว!!!”

            ฝูงชนที่กำลังมุงดูอยู่พลันส่งเสียงฮือฮาขึ้นมาอีกครั้ง!

            เมื่อเทียบกับความเก่งกาจของท่านแม่ทัพแล้วทหารที่ทั้งเตี้ยทั้งผอมกลับสามารถยิงได้ในระยะสามร้อยห้าสิบก้าวและสี่ร้อยยี่สิบก้าวได้ถือว่าเหลือเชื่อมาก!!!

            ต้องรู้ไว้ด้วยว่า นายทหารเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ที่ที่อยู่ในอันดับรั้งท้ายของค่าย!

            แม้แต่ทหารที่อยู่อันดับรั้งท้ายยังสามารถยิงได้ในระยะสี่ร้อยก้าวแล้วจะมีอะไรที่แสดงให้เห็นถึงพลังของธนูใหม่ได้ดีไปกว่าความจริงนี้อีกเล่า?!

            หลังจากนั้นนายทหารก็ทดสอบธนูผ่านไปทีละคน—

            สามร้อยก้าว สี่ร้อยก้าวแม้แต่ห้าร้อยก้าวก็ยังมี!

            เหลียงเหวินเฉิงรู้สึกตื่นเต้นจนแทบจะชาไปทั้งตัว!

            สุดท้ายเมื่อรวบรวมผลทั้งหมดแล้วนอกจากหนุ่มน้อยคนแรกที่มือลื่นจนยิงได้เพียงเจ็ดสิบก้าวอันน่าอับอายแล้ว ที่เหลือนั้นแม้แต่คนที่แย่ที่สุดก็ยังยิงได้ในระยะราวๆสามร้อยก้าว ส่วนทหารกล้าที่แข็งแรงที่สุดทั้งสองนายก็สามารถยิงได้เกินห้าร้อยก้าวทั้งคู่!

            รองแม่ทัพหลายคนของฟู่ถิงเย่ต่างอยู่ไม่สุขพากันเดินเข้ามาหยิบธนูเหล่านั้นขึ้นมาดูไปมาด้วยความรู้สึกทึ่ง

            “นี่มันธนูวิเศษชัดๆ!”มีคนกล่าวด้วยความชื่นชม

            ฟู่ถิงเย่รู้สึกปลาบปลื้มกล่าวเสียงดังว่า “ที่ได้ธนูนี้มา เป็นความดีความชอบของแม่นางหวา!”

            ฉินเหลาอู่มองหวาชิงเสวี่ยด้วยความชื่นชมยกย่องทันทีว่า “ท่านแม่ทัพกล่าวถูกต้องแล้ว! แม่นางหวาเกรียงไกรจริงๆ!”

            “เกรียงไกร! เกรียงไกร!”

            ในหมู่ทหารเริ่มมีคนส่งเสียงตอบรับตามแล้วเสียงก็ดังกึกก้องไปทั่ว!

            “แม่นางหวาเกรียงไกร!แม่นางหวาเกรียงไกร!”

            “แม่นางหวาเกรียงไกร!เกรียงไกร!!!——”

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกทำตัวไม่ถูกจึงรีบหลบอยู่ข้างหลังฟู่ถิงเย่ด้วยความเขินอาย

            ทหารเหล่านั้นไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่กลับส่งเสียงดังขึ้นกว่าเดิมอีก!

            ...

            หัวหน้าเสมียนสวีมองภาพตรงหน้าเกิดความรู้สึกสั่นไหวอย่างรุนแรงในหัวใจ พึมพำกับตัวเอง “สำเร็จแล้วจริงๆ ...ธนูที่ยิงได้ในระยะสี่ร้อยก้าวห้าร้อยก้าว...สำเร็จแล้วจริงๆ ...ต่อไปในภายภาคหน้าต้าฉีของเราจะต้องมีพลธนูที่ไร้เทียมทานที่สุดอย่างแน่นอน!”

            เขาหันไปพูดกับรองหัวหน้าเว่ย“ใต้เท้าเว่ย ข้าว่าแม่นางหวาไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ...รองหัวหน้าเว่ย?!ท่าน...ท่านไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่?”

            ใบหน้าของรองหัวหน้าเว่ยซีดเผือดนั่งอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้าเหม่อลอย หางตาที่ห้อยลง ยิ่งทำให้ดูชราลงไปอีก

            “นางทำสำเร็จแล้วจริงด้วย...”เขาพึมพำ

            “ใช่แล้ว แม่นางหวาผู้นี้เหนือความคาดหมายจริงๆ!”หัวหน้าเสมียนกล่าวด้วยความรู้สึกชื่นชม “ไม่รู้ว่าเป็นบุตรสาวของตระกูลใด ถึงฉลาดเฉลียวถึงเพียงนี้หรือว่านางจะเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลโม่ที่เลื่องลือว่ามีช่างฝีมือชั้นยอด...”

            รองหัวหน้าเว่ยดูเหมือนจะไม่ได้ยินยังคงพึมพำเบาๆ อยู่ว่า “นางทำสำเร็จแล้ว...เป็นไปได้อย่างไร...เป็นไปได้อย่างไร...”

            รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงโห่ร้องดีใจ

            มีทหารจำนวนมากวิ่งเข้ามาขอทดสอบธนูใหม่ฟู่ถิงเย่อนุญาตทั้งหมด สนามยิงธนูจึงเต็มไปด้วยลูกศรที่พุ่งไปในอากาศ บรรยากาศคึกคักอย่างยิ่ง!

            ฟู่ถิงเย่ไม่ได้หลบเลี่ยงใดๆจับมือของหวาชิงเสวี่ยไว้แน่น แล้วถามว่า “เมื่อช่างตีเหล็กหลิวทำดาบเสร็จ ข้าจะส่งทั้งดาบและธนูไปเมืองเซิ่งจิงขอให้ฮ่องเต้พระราชทานรางวัลให้ เจ้าอยากได้สิ่งใด?”

            —————————————————————————

            [1]สุนัขกินอุจจาระ(狗吃屎)หมายถึงล้มหัวคะมำ หรือล้มคว่ำ (มีนัยเชิงดูถูกเหยียดหยาม)

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786