" เวลาผ่านไปอันยาวนานเมื่อบุตรชายอายุได้ 15 ปี ในวันนั้นเป็วันที่เฉลิมฉลองในการจัดงานวันเกิดให้กับบุตรชายอันเป็ที่รักในวังอันแสนจะอบอุ่นแต่ในเวลาเดียวกันได้มีทหารม้าไวส่งข่าวมาพระาาหรือท่านพ่อของบุตรชายว่า มีทหารจากชายแดนใต้ได้ส่งข่าวว่ามีกองกำลังทหารที่ลุกล้ำอาณาเขตอาณาจักรต่างๆได้เข้าโจมตีตอนนี้อีกไม่นานจะถึงวังของเราให้พระาาเตรียมทหารกองกำลังธนู ทหารปืนใหญ่เพื่อปกป้องอาณาเขตของวังของเรา
" ท่านพ่อได้ยินอย่างนั้นท่านมีความเครียดอย่างสูง ท่านได้สั่งคนสนิทว่าให้จัดเตรียมทหารและกองกำลังทหารของเราให้มากที่สุดเพื่อคุ้มกันประตูวังของเราและอาณาเขตวังของเราให้ดีที่สุดและเตรียมดินะเิอาวุธปืนที่สามารถถล่มพวกกองกำลังที่ลุกล้ำอาณาเขตมาได้แต่เราไม่ทราบว่ากองกำลังที่จะลุกล้ำอณาเขตของวังต่างๆมีมากเท่าไหร่และมีจำนวนเท่าไหร่เราสามารถหาพันธมิตรของเราได้หรือไม่"
" บุตรชายได้เห็นท่านพ่อมีความเครียดบุตรชายก็เลยเข้าไปถามท่านพ่อว่าท่านพ่อลูกสามารถร่วมรบศึกครั้งนี้ได้หรือไม่"
" ท่านพ่อได้ตอบว่าศึกครั้งนี้มันยิ่งใหญ่เหลือเกินลูกยังไม่มีประสบการณ์ในการสู้รบกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้าของลูกพ่อไม่สามารถสูญเสียคนอันเป็ที่รักได้ศึกครั้งนี้พ่อต้องแก้ไขมันและปกป้องอาณาเขตของเราให้ได้"
" ลูกชายพ่อลูกชายมีความกล้าหาญมากจงจำไว้ลูกต้องรักษาท่านแม่ดูแลท่านแม่ให้ดีที่สุดไม่ว่าจะเกิดเหตุอันใดเกิดขึ้นจงจำไว้ลูกชายของพ่อเป็บุตรที่กล้าหาญที่สุด
!! ทันใดนั้นเกิดเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นลูกชายได้ควบม้าออกไปจากวังเพื่อไปดู สิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกวังว่าทหารที่ส่งมานั้นพูดความจริงหรือไม่ไม่มีใครทราบว่าบุตรชายได้หายไปไหนเพราะแต่ละคนกำลังยุ่งในการจัดเตรียมทัพต่อสู้
ภรรยาได้เดินเข้ามาถามสามีว่าท่านพี่ท่านเห็นลูกชายของเราหรือไม่พระาาได้สั่งทหารเข้าไปดูม้าของบุตรชายว่าอยู่หรือไม่ พอทหารไปดูทหาร !!ใหน้าตาตื่นกับ มาบอกพระาาว่าพระาาม้าของบุตรชายท่านไม่ได้อยู่ในคอกม้า พระาาใมากทำตัวไม่ถูกก็เลยให้สั่งทหารม้าไวเข้าไปดู ในป่าเพื่อไปดูบุตรชายของพระาาทันไดนั้นทหารม้าไวได้เห็นโอรสของพระาา เ้าชายได้พูดกับทหารคนนั้นว่า "..เ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่เ้าลองตอบข้ามาสิว่าท่าเห็นเป็อย่างไร"..
".. ทหารคนนั้นจึงตอบขึ้นมาว่าตอนนี้ในป่าได้เกิดเพลิงไม่ลุกลามจนทำให้สัตว์น้อยใหญ่เกิดความหวาดกลัว และได้เห็นกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งได้จุดเพลิงตามที่ต่างๆพะยะค่ะ"..
บุตรชายกับทหารคนนั้นได้ควบมาด้วยความเร็วสูงเพื่อจะไปแจ้งข่าวให้กับ พระาาที่อยู่ในวัง แต่เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้นทหารกลุ่มนั้นได้เห็นพระโอรสกับทหารอีกคนเกิด การควบม้าตามกันมาและยิงธนูใส่ด้วยความไวและช่ำชองในการขี่ม้าของพระโอรสได้ผ่านณจุดนั้นแต่เส้นทางนั้นเป็เส้นทางความลับของทหารและโอรสซึ่งไม่สามารถมีใครรู้เส้นทางนี้ได้ ทหารกลุ่มนี้ได้ตามพระโอรสมาบนเส้นทางที่ไม่สามารถออกไปได้เข้ามาติดกับของพระโอรสพระโอรสได้หยุดม้าและหันหน้าเผชิญกับศัตรูที่อยู่ตรงหน้า
".. พระโอรสถาม ท่านมาทำอะไรในถิ่นของข้าท่านมีเหตุอันใดหรือ พวกข้าไปทำอะไรให้พวกเอง จนบอกเหตุผลมา
"..ทหารกลุ่มนั้นได้บอกกับพระโอรสว่าพวกข้าแค่้าพื้นดินตรงนี้มันเป็ของเ้างั้งรึ ข้าอยากได้ก็ต้องได้ในสิ่งที่ข้า้า ใครขวางข้าจะฆ่าให้หมด!!
"..นั้นทหารที่ลุกล้ำอนาเขตของวังก็ต้องเป็ฝีมือเ้างั้งรึ
"..เ้าฉลาดมากน่ะรู้ดีว่าศึกครั้งนี้กำลังมาหาเ้าแน่นนอน
!! แต่ทันไดนั้นได้มีลูกธนูปริศนาพุ่งมาระหว่างกลาง ปักไปบนต้นไม้ มีคำเขียนว่า " อย่าพยายามเลย"
เ้าชายได้มีโอกาศควบม้าออกมาจากตรงนั้นเข้าวังโดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เ้าชายได้เข้าไปหาท่านพ่อและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ท่านพ่อถึงกับอึ่งว่ามีการวางเพลิงรอบวังของเรา "อีกไม่นานแล้ววังของเราจะนองไปด้วยเื
"ศึกในครั้งนี้เ้าไม่มีสิทธิ์ในการสู้รบเ้าต้องดูแลแม่ของเ้าให้ดีที่สุด"
เ้าชายเกิดความเสียใจเป็อย่างมากที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ท่านแม่รู้ถึงความคิดของลูกชาย ท่านแม่ก็เลยเข้ามาพูดและปลอบใจลูกชายว่าลูกแม่ ลูกยังเด็กมากยังไม่รู้อะไรอีกมากเ้าต้องเรียนรู้จากศึกในครั้งนี้เ้าต้องเห็นเ้าต้องดูการต่อสู้ของท่านพ่อและเหล่าทหารว่าพวกเค้าทำหน้ากันอย่างไรบ้าง
"เมื่อถึงเวลาอันสมควรเ้าก็จะรู้เองว่าต้องทำอย่างไร ต้องแก้ไขอย่างไร และเมื่อเ้าได้เป็ผู้นำเ้าต้องควบคุมทุกอย่าง และคิดให้มากขึ้นกว่าเดิม