ช่างซ่อมป่วนวังจอมมาร

    ความลับใต้พื้นกระเบื้อง

             หลังจากวันนั้น หลินเหมยก็พบว่าคำว่า “คุมขัง” ของจอมมารแตกต่างจากที่นางจินตนาการเอาไว้มาก   ไม่มีคุกมืด  ไม่มีโซ่ตรวน ไม่มีห้องทรมาน มีเพียงคำสั่งห้ามออกจากหอศาสตราเก้าอัปยศเท่านั้น

              หลินเหมยคิดอยู่พักใหญ่  ก่อนจะสรุปว่าจอมมารอาจมองสถานที่แห่งนี้เป็๞คุกอยู่แล้ว  แม้แต่นางก็ยังคิดเห็นเช่นนั้น ทุกคนก็แทบไม่ได้ออกไปไหน ชีวิตอยู่แต่ภายในหอศาสตรา  

              ซ่อมดาบ ซ่อมหอก ซ่อมเกราะ ซ่อมของวิเศษที่พังจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม  ระหว่างนั้นหลินเหมยก็พยายามจัดระเบียบความทรงจำของร่างเดิม นางกลับไปนั่งที่โต๊ะเดิมของตน นำเศษกระดาษเก่า ๆ มาจดบันทึกทุกอย่างที่จำได้๻ั้๹แ๻่ความรู้เ๱ื่๵๹อักขระ การซ่อมศาสตราวัสดุหลอมสร้าง  

              รวมถึงความสัมพันธ์ของคนในหอศาสตรา

               เมื่อไม่เข้าใจสิ่งใด นางก็อาศัยหน้าหนาพอประมาณเดินไปถามเ๽้าของความรู้โดยตรง บางครั้งถูกดุ บางครั้งถูกไล่ บางครั้งก็ถูกโยนงานเพิ่มมาให้   แต่ก็ยังได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ กลับมาเสมอ

               น่าเสียดายที่ความรู้ไม่ได้มาพร้อมความชำนาญ วันที่สามหลังกลับมา หลินเหมยเผลอทำชิ้นส่วนกลไกดีดกลับใส่นิ้วตัวเอง

              เจ็บจนน้ำตาซึม นางรีบกุมมือทันที ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้

              “แย่แล้ว…”  อู๋ซือเงยหน้าขึ้นจากกองเศษเหล็ก เห็นศิษย์พี่ของตนชอบมองไปที่ข้อมือก่อนเสมอ ราวกับตรวจสอบอะไรบ้างอย่าง

              “อะไรหรือศิษย์พี่” ชายหนุ่มเหลือบมองอักขระเปลวไฟสีแดงที่ปรากฏอยู่ตรงนั้น  ก่อนรีบละสายตาออกไป  

               เขาไม่กล้าถาม เพราะสัญลักษณ์นั้นน่าจะเกี่ยวกับท่านจอมมาร

              หลินเหมยส่ายหน้า  “ไม่มีอะไร” แต่นางกลับอดคิดไม่ได้ หากพันธะประหลาดนั่นยังอยู่ ท่านจอมมารจะรู้สึกด้วยหรือไม่ คงไม่ถึงกับร้องโอดโอยเพราะนิ้วถูกหนีบหรอกกระมัง  ความคิดนั้นทำให้หลินเหมยรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย

              หลังจากนั้นนางจึงระมัดระวังตัวมากขึ้น แม้สุดท้ายจะยังโดนบาดมือ โดนของร้อนลวก และถูกเศษโลหะกระเด็นใส่อยู่ดี

               อู๋ซือได้แต่ขมวดคิ้ว กับถอนหายใจ ส่วนหลินเหมยทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ  

                อยู่มาวันหนึ่ง ขณะกำลังกวาดพื้นห้องเก็บของเก่า ปลายไม้กวาดกลับกระแทกแผ่นกระเบื้องใต้ชั้นวางของจนเกิดเสียงกลวงผิดปกติ 

              หลินเหมยชะงักจากนั้นจึงย่อตัวลงค่อย ๆ งัดแผ่นกระเบื้องขึ้นใต้พื้นมีช่องเล็ก ๆ ซ่อนอยู่ ภายในวางสมุดปกเก่าซีดเล่มหนึ่งหลินเหมยเปิดอ่านทีละหน้า สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไป  

            หน้าแรกเป็๞บัญชีรายรับรายจ่ายของร่างเดิม

            หน้าที่สองเป็๲ยอดหนี้จากสำนักอสูร

            หนึ่งแสนศิลาปีศาจ

            หน้าที่สามหลินเหมยเริ่มรู้สึกไม่ดี

            เพราะตัวเลขอีกชุดหนึ่งปรากฏขึ้น

            หนี้นอกระบบ

            สองหมื่นศิลาปีศาจ   เ๯้าหนี้ : ไม่ระบุ

            หลินเหมยพลิกหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว

              กระทั่งหน้าสุดท้าย  นางเห็นลายมือสั้น ๆ เพียงบรรทัดเดียว  ตัวอักษรสั่นเล็กน้อยราวกับเขียนอย่างรีบร้อน“ระวังแก๊งทวงหนี้นอกสำนัก”หลินเหมยนั่งนิ่งอยู่พักใหญ่ก่อนจะปิดสมุดลงช้า ๆ

            “…”

            ดูเหมือนหนี้หนึ่งแสนศิลาปีศาจที่นางเห็นวันแรก

    จะยังไม่ใช่ทั้งหมด