5 - เรียนรู้ ②
“ง่ายเหรอ...?”
“ใช่ในเมื่อเ้าแค่ััของพวกนั้นแล้วสามารถใช้เวทย์ของมันได้มันก็ง่ายนิดเดียว”เด็กหนุ่มย่อตัวลงยื่นมือออกมาััผืนน้ำตรงหน้าเพียงยกมือขึ้นน้ำก็ลอยตามขึ้นมาก่อนพลิกผ่ามือให้หงายน้ำก็ลอยเป็ก้อนอยู่บนอากาศ เปรี๊ยะ!!! และกลายเป็น้ำแข็งก้อน
“เอ...ฉันว่ามันไม่น่าจะง่ายขนาดนั้นหรอก ไม่มีทางๆ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้....ข้าว่าน่าจะปาไปให้เ้าได้ล่ะนะ รับให้ดีๆล่ะ!”
“เห๊ะ..?!!! ว้าย!!!!” พริสทีนทำหน้าเอ๋อ แต่พอเห็นเดฟไกส์ปาก้อนน้ำแข็งนั่นมาก็รีบพุ่งไปรับก้อนน้ำแข็งที่อีกฝ่ายโยนมาโยกซ้าย แลขวาพยายามรับอย่างเต็มที่เพราะทิศทางลมเปลี่ยนไปมาซะจนแทบรับไม่ได้ แต่จากการพยายามอย่างเต็มที่ในที่สุด...
วิ้งค์...วินาทีที่ก้อนน้ำแข็งััมือเล็กกลับสลายกลายเป็ไอเย็นลอยไปมารอบมือ
>Ability ปลดล็อก ‘เวทย์น้ำแข็ง’!
“....ดะได้จริงๆด้วย สุดยอด!” พริสทีนลองใช้เวทย์น้ำแข็งทันทีโดยไม่จำเป็ต้องใช้น้ำเป็ตัวช่วยในการสร้าง
“เป็ไงได้ผลใช่ไหมล่ะ?ในเมื่อเ้าแค่ััก็ได้เวทย์น้ำแข็งมาอย่างง่ายๆแล้ว แบบนี้อย่างอื่นก็คงไม่มีปัญหาต่อไปก็ดิน อืม...ก็นึกถึงดินที่อยู่ใต้เท้าเ้าแล้วกันนะ”
เมื่อเห็นเช่นนั้นเด็กสาวคุกเข่าลงแตะพื้นหญ้าเบาๆก่อนหลับตาลง ััถึงกลิ่นของพื้นหญ้าและดิน…. ความหยาบกร้านของดินและความเคลื่อนไหวของใบหญ้า…
>Ability ปลดล็อก ‘เวทย์ปฐี’!
>Ability ปลดล็อก ‘เวทย์พฤกษา’!
“ได้มา2 อย่างเลย… ขอบใจมากนะเดฟ” เด็กสาวหันไปยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย เด็กหนุ่มเองก็เขินไม่น้อยเพราะเห็นแบบนั้นเธอก็เงียบไปสักพักใหญ่ ในเมื่อเธอรู้จักกับไลแคนซึ่งเป็เทพประจำที่แห่งนี้ด้วยแล้วน่าจะเป็การดีหากเธอถามเื่เกี่ยวกับโลกภายนอก เพราะไม่ว่าจะดูยังไงเธอคงไม่ได้ออกไปจากที่นี่โดยเร็วแน่นอน
เพราะงั้นจะเป็การดีหากเธอได้เรียนรู้ไว้ซะั้แ่ตอนนี้
“เดฟฉันมีเื่จะขอร้อง”
“หืม?เื่อะไรล่ะ? ถ้าเป็เื่ที่เกี่ยวกับพาเ้าออกมาจากที่นั่นคงเป็ไปไม่ได้หรอกนะ”
“เื่นั้นฉันรู้น่า….คือว่า…. อยากให้ช่วยสอนเื่ของเวทมนตร์และบอกเื่ราวของโลกภายนอกให้ฟังหน่อยได้รึเปล่า?”
“......อะไรกันเื่แค่นั้นเอง ได้อยู่แล้วล่ะ ในไหนข้าก็ว่างอยู่แล้วด้วย อ่ะ แต่ถ้าเป็่ฤดูหนาวข้าไม่สามารถสอนเ้าได้หรอกนะ เพราะมันเป็่จำศีลน่ะ”
“ไม่เป็ไรๆถ้าใน่นั้นฉันจะพยายามด้วยตัวของฉันเอง จะแข็งแกร่งให้ดูและออกไปจากที่นี่ให้ได้เลยล่ะ!”
“ฮะๆๆๆจะรอดูนะ งั้นมาเริ่มบทเรียนที่ 1 กันเลยดีกว่า”
“โอ้!”ขานตอบรับอีกฝ่ายก่อนจะชะงัก ...จะว่าไปเธอสามารถบันทึกที่เขาพูดไว้ได้หรือเปล่าไนกี?...
>ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ได้แน่นอนหากท่าน้า
...ถ้างั้นฝากหน่อยนะ…พริสทีนตอบอีกฝ่ายในใจ
>ไนกี • ทำการวิเคราะห์ • คำตอบ : ด้วยความยินดี
>เริ่มทำการบันทึก
>เก็บข้อมูลไว้ยัง ‘ห้องสมุดแห่งความรอบรู้’
“ถ้างั้นเริ่มต้นด้วยพลังเวทย์ที่แต่ละคนได้รับมาจะดีกว่าเพราะเ้าค่อนข้างแปลกกว่าคนอื่นล่ะนะ…”
จากนั้นเดฟเริ่มอธิบายว่าหากเป็มนุษย์ทั่วไปที่เป็จอมเวทย์สามารถใช้ธาตุได้เพียงแค่1-2 ธาตุ เนื่องจากพลังในร่างมีจำกัดและการที่จะใช้เวทย์ได้มันต้องมีภาชนะหรือมีสิ่งของในการช่วยขับพลังเวทย์นั้นออกมาเช่นไม้คฑาเวทย์หรืออาวุธต่างๆที่ใช้ในการดึงพลังเวทย์นั้นออกมา แต่ถ้าหากเป็จอมเวทย์ชั้นสูงจะสามารถใช้ได้ถึง3 ธาตุด้วยกันซึ่งค่อนข้างหาตัวได้ยากในตอนนี้ ทว่าหากมี 4 ธาตุขึ้นไปหมายความว่าได้รับพรจากพระเ้าหรือเป็เทพเช่นตน
“หมายความว่าเดฟมี4 ธาตุสินะ?”
“ใช่ข้าสามารถใช้พลังะเิและน้ำแข็งได้น่ะ ส่วนอีก 2 เป็ธาตุพิเศษ”
“ถ้างั้นหมายความว่าที่ฉันมี4 ธาตุก็เพราะได้รับพรจากพระเ้าสินะ?”….แล้วทำไมท่านถึงต้องให้ฉันด้วยนะ...ไม่เข้าใจเลย…
ยิ่งรู้พริสทีนก็ยิ่งไม่ค่อยเข้าใจขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่แค่พลังเวทย์เท่านั้นเธอยังสามารถดูดกลืน skill มาเป็ของตนเอง อีกทั้งแค่ััถึงพลังรอบข้างก็แปรเปลี่ยนกลายมาเป็ธาตุให้เธอได้ใช้หรือความสามารถพวกนั้นอาจจะเป็เพราะว่าร่างกายที่ได้รับมานี้ก็เป็ไปได้ เธอก็แค่โชคดีที่จะได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้เท่านั้นเอง
สำหรับเวทย์พิเศษนั้นจะเป็เวทย์เฉพาะบุคคลเช่นเวทย์แห่งการรักษา หรือเวทย์แห่งเสียง จะเป็สิ่งที่ติดตัวมาั้แ่เกิดและไม่สามารถเปลี่ยนมันได้หรือบางครั้งเวทย์เฉพาะบุคคลนี้ก็สามารถใช้ในการดำรงชีวิตทั่วไปได้ อย่างการเทเลพอร์ตเคลื่อนย้ายหรือการโทรจิต แต่มันก็ค่อนข้างใช้พลังเวทย์ในร่างสูงไม่ใช่น้อย
เมื่ออธิบายถึงหลักการของเวทมนตร์แล้วนั้นก็ทำการเริ่มสอนพริสทีน
เริ่มจากเวทย์แห่งเปลวไฟที่ได้รับมาเวทย์ไฟนั้นสามารถใช้คู่กับเวทย์ลมได้ เพราะลมจะช่วยในการโหมกระหน่ำของไฟให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
เวทย์วารีใช้คู่กับเวทย์น้ำแข็งซึ่งตามความจริงแล้วเวทย์น้ำแข็งนั้นจะไม่สามารถใช้ได้ค่ะไม่มีน้ำเป็ตัวแปร แต่นั่นสำหรับจอมเวทย์ทั่วไปเท่านั้นแต่ในเมื่อพริสทีนสามารถใช้เวทย์น้ำแข็งได้โดยไม่จำเป็ต้องมีน้ำเป็ตัวแปรนั่นยิ่งทำให้แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
เวทย์พฤกษาดูแล้วธรรมดาไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่แต่มันก็ช่วยควบคุมพืชต่างๆเช่นดอกไม้หรือเถาวัลย์ หรือบางครั้งก็สามารถช่วยเร่งในการเจริญเติบโตของพืชพรรณได้น่าจะใช้ในการทำฟาร์มได้ดี
เวทย์ปฐีคือการควบคุมดินและเปลี่ยนมาเป็อาวุธได้หรือบางครั้งใช้ััสิ่งที่อยู่ใต้พื้นดินว่ามีโบราณสถานหรือว่าสิ่งใดแอบซ่อนอยู่ถือว่าเป็เวทย์ที่ใช้ในการใช้หาของได้เป็อย่างดี โดยเฉพาะพวกแร่ชนิดต่างๆ และมีโอกาสที่จะเจอแร่เวทมนต์ระดับสูงอีกด้วย
ซึ่งเดฟอธิบายเพียง5 ธาตุ เท่านั้นแต่เขามั่นใจว่าในอนาคตพริสทีนต้องมีเพิ่มอีกแน่นอน ซึ่งไม่แน่อาจจะมีครบทุกธาตุด้วยซ้ำไป
“และในหมู่เวทย์พวกนั้นก็สามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้เช่นกันอืม… เท่าที่ข้าเห็นตอนแอบเข้าหมู่บ้านบางคนที่ใช้เวทย์ได้กลับทำงานเป็ช่างประติมากรรมโดยใช้เวทย์ลมในการตัดแต่งไม้บ้างก็เปิดเป็โรงพยาบาลเล็กๆรักษานักเดินทางกับนักผจญภัยล่ะนะ”
“นักผจญภัยเหรอ?ม หมายความที่นี่ก็มีกิลด์สินะ!!!?”
“ใช่ทุกเมืองจะมีกิลด์ราวๆ 1-2 กิลด์น่ะ พวกนักผจญภัยจะไปสมัครกิลด์เพื่อรับเควสมาทำ ส่วนใหญ่ก็เควสคุ้มครองหรือหาของ และถ้าใครไม่รับเควสแต่้าออกล่าต้องขออนุญาตกับประชาสัมพันธ์ของกิลด์ก่อน”เดฟสร้างอัญมณีอันเล็กที่มีสีเหมือนเหล็กขึ้นมา “เมื่อฆ่ามอนสเตอร์พวกนั้นเ้าหนี้จะดรอปออกมาเ้าสามารถนำไปแลกเงินได้ ถ้าได้อัญมณีสีแบบนี้น่าจะประมาณ 5 เหรียญทองแดงได้ แต่ถ้าตีพวกตัวอันตรายมากขึ้นจะดรอปเป็สีเงินเรืองแสงราคาราว5 เหรียญเงิน”
“ว้าววว…สุดยอดเลย ...อ๊ะ! จริงด้วยสิ พอจะอธิบายเื่ของมหาพงไพรวีลิธได้มั๊ย?”
พอได้ยินอย่างนั้นเดฟก็เริ่มเล่าต่อว่าในมหาพงไพรวีลิธแห่งนี้เป็ป่าขนาดใหญ่ซึ่งที่แห่งนี้ก็มีชนชั้นเหมือนกับสังคมของมนุษย์ทั่วไป ชนชั้นที่อยู่สูงที่สุดของที่นี่ก็คือไลแคนรองลงมาคือดรายแอด เอลฟ์ คนแคระ โอเกอร์ ออร์ค ก็อบบลิน มอนสเตอร์ทั่วไป และสไลม์ แต่ก็มีบางครั้งที่เจอับินผ่านไปมาซึ่งตรงจุดนี้ทำเอาพริสทีนตาเป็ประกายด้วยความตื่นเต้น เพราะสิ่งที่อีกฝ่ายพูดออกมาเธอได้เห็นแค่ในภาพยนตร์หรือในเกมเท่านั้นไม่คิดว่าจะได้มาเจอตัวจริงเธอลองจินตนาการถึงภาพของพวกเขา
เอลฟ์จะมีผมสีทองสลวยตาสีฟ้า สง่างามเหมือนที่เคยกล่าวไว้ในนิยายทั่วไปไหมนะ?
คนแคระจะมีความสามารถด้านการช่างอย่างที่เคยเห็นในภาพยนตร์ไหมนะ?
โอเกอร์จะเป็ั์ตัวใหญ่ดูดิบเถื่อนเหมือนที่เคยเห็นในหนังสือไหมนะ?
แค่นึกก็ตื่นเต้นจะแย่แล้ว!
“และด้วยความที่เต็มไปด้วยมอสเตอร์แบบนี้พวกนักผจญภัยหรือเข้ามาที่มหาพงไพรนี่บ่อยพอควรแต่ในหมู่พวกนั้นก็มีพวกที่ไม่รู้กาละเทศะเอาซะเลย กฎของธรรมชาติคือให้ล่าเฉพาะพวกโอเกอร์ไปจนถึงสไลม์เท่านั้นแต่ก็มีบางคนที่ไล่ล่าฆ่าพวกไลแคนเช่นข้าเหมือนกัน...” ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย
“ลำบากแย่เลย…”
“ก็นะเพราะงั้นพวกข้าทุกคนเลยได้รับพรจากพระเ้าว่าหากตายสามารถคืนชีพได้ถึง 3 ครั้ง”
“แบบนั้นก็เยี่ยมไปเลยนะสิ!แต่…..จะดีหรอที่มาบอกฉันอย่างนี้?” เท่าที่ฟังมามันเป็ความลับสำคัญซื้อด้วยซ้ำไปถ้ามีคนรู้เข้าคงได้เกิดปัญหาเป็แน่
“ไม่เป็ไรหรอก…ที่ข้าบอกความลับให้รู้ก็เพราะว่าข้าเชื่อใจเ้าไงล่ะ…” คลี่ยิ้มกว้างให้เธอ
“รเหรอ…”
พริสทีนเงียบก่อนใบหน้าจะเริ่มแดงระเรื่อด้วยความอายปนดีใจที่อีกฝ่ายเชื่อใจเธอมากขนาดนี้เ้าตัวที่พูดก็หุบยิ้มเบือนหน่้าหันไปมองอีกทางก่อนยกมือเกาแก้มแก้เก้อ ไม่คิดว่าจะหลุดพูดอะไรแบบนี้ออกมาเหมือนไม่ใช่ตัวเองพูดเลยสักนิด
แต่อย่างน้อยความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มดีขึ้นแล้วล่ะนะ…
เมื่อเดฟกลับไปเธอจึงเริ่มฝึกฝนตามที่อีกฝ่ายอธิบายไว้โดยตั้งใจจะเริ่มจากเวทย์เปลวเพลิง เริ่มจากหยิบกิ่งไม้ก้านเล็กๆขึ้นมาชี้ไปข้างหน้าและจุดไฟที่ปลายก้านก่อนจะหลับตาลงััถึงสายลมที่พัดผ่านรอบเปลวไฟจินตนาการภาพของเปลวเพลิงที่ถูกสายลมบังคับทิศทางให้เป็ไปตามที่ใจ้า
“Ignis•Rothes (กงล้อเพลิง) !”
พรึ่บ!!เปลวเพลิงขนาดใหญ่ลุกโชนจากกิ่งไม้ก้านเล็กๆเริ่มขดตัวหมุนวนไปมาและพุ่งไปยังต้นไม้เบื้องหน้าตูม!!! เปลวเพลิงทะลุเจาะต้นไม้ต้นนั้นเป็รูโหว่ก่อนจะถูกไฟเผา ซึ่งส่งผลไปยังต้นไม้รอบข้างอีกด้วย!!
“หวาๆๆๆ!!นะ น้ำๆๆๆ!!! ดะ ได้โปรดดับไฟพวกนี้ที!!” รีบใช้เวทย์วารีสร้างบอลวารีขึ้นมาในดับไฟอย่างไวดีที่ห้ามไว้ทันก่อนที่จะลามไปทั่ว สภาพของต้นไม้ที่ถูกไฟเผาจนกลายเป็เข้าถ่านทำเอาเธอรู้สึกแย่พอควรไม่คิดว่าจะรุนแรงขนาดนี้ แต่ไหนๆก็ไหนๆจึงทดลองใช้เวทย์พฤกษา พริสทีนวังกิ่งไม้ลงยื่นมือไปข้างหน้าเริ่มรวบรวมพลังเปลี่ยนเถ้าถ่านพวกนั้นให้กลายเป็เมล็ดพันธุ์“ต่อไปก็…” ควบคุมดินให้กลายเป็หลุม ดึงแร่ธาตุในดินมาไว้ที่จุดที่ตอนสั่งเมล็ดพันธุ์ไว้ก่อนจะเริ่มตั้งสติให้มั่นเพ่งพลังไปตรงหน้า
“เมล็ดพันธุ์เอ๋ยจงเติบใหญ่...”
ครึ่ก...ครืนนน…ซึ่งคำเมล็ดพันธุ์นั้นเริ่มขยายตัวเติบใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีขนาดเหมือนต้นไม้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด!
“ค่อยยังชั่ว…”ถอนหายใจโล่งอก “แต่เวทย์นี้ก็ดีเหมือนกันแฮะ เหมือนทำดีช่วยปลูกป่าเลย”
ดูเหมือนว่าหากเธอมีเมล็ดพันธุ์พืชผักหรือผลไม้เมื่อไรจคงจะได้ลองทำฟาร์มเล็กๆข้างบ้านส่วนตัวของตนอย่างที่เคยตั้งใจไว้ในอดีตสักครั้งหนึ่งเหมือนกันอย่างแครอท มะเขือเทศ ต้นหอม หรือกระเทียมของโปรดของเธอ เพียงแค่คิดภาพก็ทำเอาน้ำลายสอ
ดูเหมือนว่านอกจากเป้าหมายที่จะออกไปจากที่นี่จะเพิ่มมาอีกอย่างสองอย่างเสียแล้วสิเนี่ย