“ท่านแม่ คืนนี้ท่านจะกลับไปนอนที่บ้านหรือเปล่า” ระหว่างทางหลี่จุนเป็คนกล่าวถาม
“นั่นสิท่านแม่ อยู่กับท่านพ่อไม่ใช่เื่ดีเลย เขาอารมณ์ร้าย...ข้าไม่อยากนอนกับเขาอีก” หลี่กุ้ยเด็กอ้วนมีสีหน้าหวาดระแวง ดูเหมือนเหตุการณ์ที่ต้องนอนกับหลี่หานเมื่อวานจะค่อนข้างเลวร้าย
“ท่านแม่ พวกข้าอยากนอนกับท่าน และถึงแม้ท่านพ่อจะรังแกท่านพวกเราจะปกป้องท่านเอง” หลี่เหนียงกล่าว ในสภาพอุ้มพยัคฆ์ขาวในอ้อมอก
เห็นเด็กๆ สามคนกระตือรือร้นและเป็ห่วงตัวเองมากถึงเพียงนี้ ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง...ไม่สิในฐานะแม่ต่างหาก หยาดน้ำตาแทบจะไหลรินจากหางตา เหม่ยอิงผินหน้าไปทางอื่นเพื่อซ่อนความอ่อนแอของตัวเอง นางตอบเด็กๆ ว่า “ไม่ต้องกังวล ตอนนี้แม่ของเ้าน่ะรวยมาก แม่ของเ้าตอนนี้มีบ้านเป็ของตัวเองแยกออกมาจากบ้านหลี่ พวกเ้าไปนอนกับแม่ที่นั่นได้ อีกอย่างคือแม่มีที่นาร้อยหมู่ พวกเ้าสามารถวิ่งเล่นรอบๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกคนเขาว่า”
“ท่านแม่...นี่ท่านพูดจริงหรือขอรับ!” หลี่จุนถาม ถึงเขาจะเด็กและไม่ได้เรียนหนังสือ แต่ก็รู้ว่าเงินนั้นหายากยิ่ง โดยเฉพาะที่นาร้อยหมู่นั้นต้องเป็มหาเศรษฐีของหมู่บ้านกวนปิง
เหม่ยอิงไม่ปล่อยให้ลูกสามคนรอนาน ผินหน้ามาตอบด้วยรอยยิ้ม “แน่นอนสิ แม่ของเ้าจะโกหกไปทำไม สิ่งที่แม่พูดล้วนเป็ความจริง หลังจากนี้พวกเ้าจะไม่ต้องอด ไม่ต้องทนกินเพียงน้ำจากข้าวต้มอีกแล้ว ทุกวันจะต้องได้กินเนื้อ”
บ้านหลี่หาได้ยากจนเช่นนั้นไม่ แต่ที่เหม่ยอิงและเด็กๆ ได้กินเพียงข้าวและผักไม่มีเนื้อเหตุเพราะสามีราคาถูกอย่างหลี่หาน
วันนี้นางมีที่นาร้อยหมู่แล้วสามารถสร้างฟาร์มสัตว์ได้ง่ายๆ ไม่ยากเย็น และยิ่งสัตว์ที่ถูกนำมาเลี้ยงในฟาร์มย่อมต้องเลี้ยงง่าย เพราะลำพังแค่น้ำฝนที่ตกลงมายังกลายเป็ของวิเศษ สัตว์จะต้องเติบโตเร็ววัน ดังนั้นเหม่ยอิงจึงเชื่อมั่นว่าเด็กๆ จะต้องได้รับสารอาหารครบห้าหมู่
กำลังจะพาเด็กๆ ไปยังที่นาของตังเองท้ายหมู่บ้าน แต่ต้องชะงักฝีเท้าเพราะชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า
หลี่หาน!
เขายืนอยู่ตรงหน้า สภาพแขนขวาถูกพันด้วยผ้าขาว เนื่องจากเมื่อเช้านี้เกิดเหตุการณ์สู้กับเย่เฟิงจึงได้รับาเ็ ร่างกายบอบช้ำเนื้อตัวดำเขียวเป็จ้ำๆ
“เ้าจะพาลูกข้าไปไหน เหม่ยอิง!” หลี่หานถาม ั์ตาคู่นั้นมาดร้ายไม่มีคำว่า(รัก)หลงเหลืออยู่
เด็กๆ กลัว รีบเกาะด้านหลังแม่
เหม่ยอิงมองบุคคลตรงหน้าระคนแปลกหน้า กล่าวตรงๆ ไม่อ้อมค้อม “ข้าจะพาลูกไปอยู่ด้วย”
“ไม่คิดถามความเห็นข้าเลยงั้นหรือ อย่าลืมสิว่าข้าเป็พ่อพวกเขา!” หลี่หานคำรามแต่ไม่กล้าวิ่งไปทำร้ายเหม่ยอิง ดูเหมือนเหตุการณ์เมื่อเช้าจะทำให้เขาเริ่มระวังนางมากขึ้น หางตาเหลือบมองรอบด้านโดยหวังเห็นเย่เฟิงที่ซ่อนตัวอยู่
“พ่อ...อย่างนั้นหรือ หึหึ น่าขันชะมัด เ้ายังกล้าเรียกตัวเองว่าพ่องั้นหรือ ไม่มองสิ่งที่ตัวเองเคยทำไว้เลยนะหลี่หาน” เหม่ยอิงมองเขาด้วยความรังเกียจ “ถามเด็กๆ ดูว่าพวกเขาอยากอยู่กับเ้าไหม หากพวกเขาอยากข้าจะไม่ห้าม แต่หากไม่...แม้ว่าเ้าจะใช้กำลังบังคับข้าคงต้องตอบโต้!”
หลี่หานกลืนน้ำลายลงคอ หากเป็เมื่อก่อนคงกล้าขึ้นเสียงกับเหม่ยอิงผู้นี้ แต่เหตุการณ์วันนี้ได้เตือนให้เขาเข้าใจว่า เราอยู่คนละโลกกันแล้ว
ข่าวลือในหมู่บ้านกวนปิงกระจายไปรอบด้านเื่ที่ว่าเหม่ยอิงซื้อที่ดิน 100 หมู่ นี่คือจำนวนอันมหาศาลทำให้นางกลายเป็คนรวยสุดในหมู่บ้าน นอกจากนั้นอีกข่าวลือคือนางได้สามีใหม่ เป็คนรวยและมีวรยุทธ์สูงล้ำ จึงได้ตัดสินใจหย่าขาดจากหลี่หาน
หลี่หานกลายเป็ที่หัวเราะเยาะของชาวบ้าน ถูกสวมหมวกเขียวโดยภรรยา คบชู้คนนอกหมู่บ้าน
หลี่หานกัดฟันกล้ำกลืนความอัปยศที่นางแพศยานำมาให้ หันไปมองเด็กๆ ก่อนจะกล่าวว่า “หลี่จุน หลี่กุ้ย หลี่เหนียง กลับมาหาพ่อดีกว่า ตอนนี้แม่ของเ้ามีผู้ชายคนใหม่แล้ว ชายคนนั้นหาได้รักพวกเ้าเช่นข้าไม่ เขาป่าเถื่อนดุร้ายและเป็คนเลว กลับมาหาพ่อคนนี้เถิด”
หลี่จุนสามคนไม่รู้ว่ามีเื่เกิดขึ้นเมื่อเช้า เพราะมัวแต่เล่นจนไม่ทันสังเกต พอได้ยินคำพูดของหลี่หานเช่นนั้นจึงมองเหม่ยอิงแปลกๆ
“ทำไมถึงมองแม่เช่นนั้นเล่า อย่าไปฟังสิ่งที่หลี่หานกล่าวนักเลย เย่เฟิงหาได้เป็คนเลวไม่ เขาแค่ติดค้างหนี้แม่ก็เลยชดใช้เท่านั้นเอง เื่ที่แม่ควรพูดก็พูดไปแล้ว เอาล่ะสุดท้ายอยู่ที่เ้าตัดสินว่าจะเลือกอยู่กับใคร”
เหม่ยอิงไม่รังเกียจที่จะให้เด็กๆ เลือก อย่างน้อยนางก็มีจิตใจกว้างดังมหาสมุทร ปล่อยให้เด็กๆ เลือกดีกว่ามัดมือชกเสียทุกเื่
เด็กๆ มีท่าทีลังเลในครั้งแรก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจยืนอยู่ข้างเหม่ยอิง
“ท่านพ่อข้าขอโทษ แต่ข้าไม่อยากกลับไปบ้านหลี่ ข้าไม่อยากอยู่อย่างอดๆ อยากๆ อีกต่อไป ข้าจะไปกับท่านแม่” หลี่กุ้ยกล่าว สำหรับเขาที่กินจุย่อมเลือกที่ใหม่อยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อฟังว่าแม่มีที่ดิน 100 หมู่ ย่อมต้องมีสัตว์จำนวนมากนำไปทำเป็อาหารได้
“ข้าเองก็เลือกท่านแม่!” หลี่จุนเสริม
“นี่พวกเ้า...!” หลี่หานกัดฟันแน่น หันไปสบตากับลูกสาวคนเล็กที่ว่านอนสอนง่าย “หลี่เหนียงเหลือเ้าคนสุดท้ายแล้ว อย่าทำให้ข้าผิดหวังเหมือนกับพี่ของเ้า”
หลี่เหนียงอุ้มพยัคฆ์ตัวน้อยสีขาวไว้ในอ้อมกอด นางหลบอยู่หลังเหม่ยอิงก่อนจะเดินออกมาให้คำตอบชัดๆ “ท่านพ่อข้าเลือกท่านแม่ ท่านแม่น่าสงสารมากอยู่ตัวคนเดียวแถมยังทำอาหารไม่ค่อยเป็ หาก...หากไม่มีข้าอยู่ด้วยข้าเกรงว่าท่านแม่คงหิว ผิดกับท่านที่ยังมีคนสกุลหลี่อยู่ข้างหลังคอยทำอาหารให้”
เหม่ยอิงที่รับฟังคำตอบไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นี่หรือคือเหตุผลที่เ้าตัวเล็กเลือกนาง แต่เอาเถอะยังไงเสียเด็กก็คือเด็กนั่นแหละนะ
“พวกลูกเวร! เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆ เอาเถอะอยากจะไปไหนก็เชิญ แต่วันหน้าหากไร้ที่ไปอย่าได้กลับมาที่บ้านสกุลหลี่!” หลี่หานทิ้งคำพูดอาฆาตแค้นก่อนจะเดินกะเผลกจากไปด้วยความกรุ่นโกรธ
หลี่จุนสามคนโล่งอก นึกว่าจะต้องถูกทำร้ายแล้วเชียว
“เอาล่ะไปเถอะ” เหม่ยอิงดึงความสนใจเด็กๆ “ตามแม่ไปที่ท้ายหมู่บ้าน รับรองว่าพวกเ้าจะต้องใเมื่อเห็นบ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม”
“จริงหรือท่านแม่”
“ข้าจะมีบ้านใหม่แล้ว!”
“ได้ห้องส่วนตัวคงดี ข้าไม่อยากฟังเสียงหลี่กุ้ยกรนตอนหลับ”
เด็กๆ ดีใจกันยกใหญ่ ใครบ้างไม่อยากได้บ้านหลังใหม่ ยิ่งบ้านเก่าที่เหม่ยอิงอยู่กับหลี่หานนั้นเล็กราวรูหนู อยู่กันตั้งห้าคนนอนแออัด แถมกลิ่นยังไม่พึงประสงค์ทำให้หายใจไม่ค่อยออก
......
เหม่ยอิงเดินนำเด็กๆ ไปท้ายหมู่บ้าน ระหว่างเดินหาได้ใส่ใจเสียงซุบซิบนินทาของชาวบ้านไม่ สำหรับพวกเขานางคงเป็คนเลวสวมหมวกเขียวให้สามี แต่ใครเล่าจะรู้ความจริงว่าเหม่ยอิงคนก่อนต้องตายเช่นไร
“ไม่รู้ว่าเย่เฟิงสร้างบ้านเสร็จหรือยัง แต่ถ้ายังไม่เสร็จคงกลายเป็ที่น่าหัวเราะของเด็กๆ” เหม่ยอิงพึมพำกับตัวเอง ไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือของนักพรตหนุ่มผู้นั้น ต่อให้เขามีเรี่ยวแรงมหาศาลกว่าปุถุชนแต่บ้านหลังที่นางอยากได้นั้นมีขนาดใหญ่มาก ใช่ว่าจะสร้างวันเดียวได้ง่ายๆ
ตะวันกำลังลาลับขอบฟ้า เหม่ยอิงพาลูกๆ สามคนเดินไปท้ายหมู่บ้านและมีพยัคฆ์ขาวหนึ่งตัวที่อยู่ในอ้อมแขนเล็กๆ
พยัคฆ์ขาวนามไป๋ไป๋มองทุกสิ่งรอบตัวด้วยความระมัดระวัง กระทั่งมองเห็นบ้านหลังใหญ่สีแดงที่มีรูปลักษณ์แปลกๆ และนักพรตชุดฟ้ากำลังขุดดินหน้าบ้าน ขนทุกเส้นถึงกับลุกชัน คิดว่าเป็ศัตรูที่้าจับตนไปขายในตลาดมืด แต่อนิจจาพยัคฆ์น้อยตอนนี้ไม่ต่างจากแมวธรรมดาเพราะไร้ไข่มุกิญญา คิดหนีก็หนีไม่ได้
“ถึงแล้ว นี่ไงบ้านใหม่ของพวกเ้าแม่เป็คนออกแบบเองเลยนะ ชอบหรือเปล่าล่ะ” เหม่ยอิงยิ้มบอก แรกเห็นบ้านหลังตรงหน้านางก็แทบไม่เชื่อสายตาเหมือนกัน มีสไตล์แบบยุคใหม่และเก่าผสมรวมอยู่ในนั้น มองจากข้างหน้าจะเป็บ่อที่กำลังถูกขุด ภายหลังจะกลายเป็บ่อปลาไว้ตกเบ็ด ถัดไปเป็ศาลาเล็กๆ ที่มีทางเดินเข้าไปในชายคาของบ้าน
แม้จะไม่เป็อย่างที่เหม่ยอิงออกแบบไว้ทั้งหมด แต่เย่เฟิงก็ทำได้เยี่ยม
“ท่านแม่ นี่คือบ้านของพวกเราจริงๆ หรือขอรับ” หลี่จุนแทบไม่เชื่อสิ่งที่เห็น เขาต้องถามนางซ้ำๆ ว่าใช่หรือไม่
“แน่นอนสิ แม่คนนี้มีหรือจะโกหกพวกเ้า” เหม่ยอิงยิ้มตอบ
“งั้น...พวกข้าขอเข้าไปสำรวจดูได้ไหมเ้าคะ บ้านหลังนี้ใหญ่มาก หวังว่าจะมีห้องให้เล่นเยอะ” หลี่เหนียงถามด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์
“ได้จ้ะ ลูกชอบห้องไหนก็เลือกได้เลย”
“งั้นพวกเราไป!” หลี่กุ้ยวิ่งนำหน้า โดยไม่สนชั้นไขมันที่กำลังกระเพื่อมและดูจะวิ่งเร็วกว่าพี่น้องด้วย
เห็นเด็กๆ มีความสุขนางก็ดีใจ เหม่ยอิงละสายตาจากหลี่กุ้ยสามคนแล้วเดินมาที่บ่อน้ำ มองเห็นคนที่อยู่ก้นบ่อด้วยความเป็ห่วง
“เหนื่อยไหม ข้าว่าเ้าพักดื่มน้ำสักหน่อยก็ดีนะ”
เย่เฟิงที่ทำงานมาทั้งวันโดยไม่หยุดพักหันศีรษะไปมองเ้าของเสียง ตะวันกำลังลาลับขอบฟ้า ภาพที่เห็นคือแสงจากดวงตะวันรวมกับศีรษะเหม่ยอิงซ้อนทับกัน รัศมีช่างเจิดจ้าเพียงแรกเห็นก็ทำให้จิตใจเบิกบาน
งดงามยิ่ง