“อืม”ชายหนุ่มกล่าวออกมาสั้น ๆ หลังจากที่ตรวจเช็ค สเตตัชของตนเอง
“เป็ยังไงบ้าง ?”หญิงสาวถามขึ้นทันทีด้วยความอยากรู้
“เลเวล 1 ส่วนที่เหลือข้าก็ไม่เข้าใจเช่นกัน” ชายหนุ่มตอบกลับไปสั้น ๆเขายังไม่แน่ใจว่าตัวเลขค่าสเตตัชในตอนนี้ของเขามันอยู่ในระดับไหนการพูดออกไปคงมีผลเสียมากกว่าผลดี จึงเลือกบอกแค่เลเวลอย่างเดียว
“แปลกแหะ ช่างเถอะนายต้องรีบไปทำการทดสอบแล้วนะ เดี๋ยวจะตกรอบเอา”หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยความมึนงงในตอนแรกก่อนจะเปลี่ยนท่าทีเป็ร้อนลนเพราะเห็นว่าถึงคิวของชายหนุ่มต้องเข้ารับการทดสอบแล้ว
ถ้าพลาดการทดสอบหลังปลุกพลังไปจะต้องไปเข้าคิวใหม่อีกเกือบหนึ่งเดือนเลย มันเสียเวลามากทีเดียวเพราะระหว่างนั้นจะไม่สามารถเข้าสู่หอหอยหรือดันเจี้ยนไหน ๆได้ทั้งนั้นถ้าไม่เคยลงทะเบียนนักผจญภัยมาก่อน
แต่ก็มีบางพวกที่ไม่ได้ลงทะเบียนนักผจญภัยเช่นกันพวกนั้นก็คือเหล่าองค์กรมืดต่าง ๆที่ใช้ช่องทางลับลักลอบหาผมประโยชน์เข้าองค์กรตัวเองถึงจะมีการตั้งค่าหัวหรือพยายามกำจัดยังไงก็ทำไม่ได้เสียที
“งั้นข้าขอตัวก่อน”ชายหนุ่มกล่าวลาเสร็จเขาก็เดินไปยังห้องที่มีคนกำลังเข้าแถวรอรับการทดสอบอยู่
“คริสกุซ เซอวัล! คริสกุซเซอวัล!! อยู่ไหนเนี่ย จะทดสองไหม!!” มีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นด้วยความหงุดหงิดเพราะเขาเรียกหาชื่อนี้อยู่เป็นาทีแล้ว
ผู้ปลุกพลังหน้าใหม่เกือบทุกคนล้วนเกรงใจพวกเขากันทั้งนั้นเพราะถ้าไม่ได้เข้ารับการทดสอบแล้วลงทะเบียนกับทางสมาคมก็ไม่สามารถเข้าร่วมกิลด์หรือรับงานใด ๆ ได้ดังนั้นเมื่อถึงคิวเข้ารับการทดสอบทุกคนล้วนกระตือรือร้นมารอกันทั้งนั้น
แต่นี่อะไร! หายหัวไปเป็นาทีไม่ยอมตอบรับเลยสักนิดทุกคนในห้องเข้ารับการทดสอบต่างพากันนิ่งเงียบกันหมดแต่ในใจพวกเขาล้วนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยถ้าไม่ได้มีเื้ัใหญ่โตหรือพลังที่มากล้นล้วนไม่มีใครกล้าทำตัวไร้มารยาทกับพวกผู้ทดสอบ เพราะอาจโดนกลั่นแกล้งได้!
“ข้าเอง”มีเสียงเรียบนิ่งดังขึ้นทำให้ทุกสายตาพากันหันไปมองหน้าของคนที่ใจกล้าปล่อยให้ผู้ทดสอบรอคนนั้น
“นายเองเหรอ? ไปไหนมาทำไมชักช้าแบบนี้!”ผู้ขานชื่อคนนั้นกล่างออกมาอย่างหงุดหงิด
“พอดีข้าหลงทางนิดหน่อย ขอโทษด้วย” ชายหนุ่มกล่าวขอโทษออกมา เมื่อเขาผิดพลาดเขาก็พร้อมยอมรับผิดอย่างไร้ข้อแม้ถ้ามันมีเหตุผลมากพอ
“เฮอะ! พวกบ้านนอกก็เป็ซะแบบนี้!”ชายคนที่เรียกชายหนุ่มมาสบถออกมาเบา ๆ
“ก่อนอื่นก็ยืนยันข้อมูลกันก่อน ชื่อ คริสกุซเซอวัล อายุ 18 ปี อาชีพผู้กลืนกินสรรพสิ่ง กรอบสีขาว-สีเทาเพิ่งเคยเข้ารับการทดสอบปลุกพลังและมาทดสอบร่างกายครั้งแรก ถูกต้องไหม ?” ชายคนเดิมกล่าวออกมาแล้วถามชายหนุ่มกลับไป
“ถูกต้องตามนั้น”ชายหนุ่มตอบกลับไปสั้น ๆ
ถึงแม้เขาจะไม่เห็นว่าอาชีพเขาจะมีสีกรอบอะไรก็เถอะแต่ในเมื่ออีกฝ่ายลงทะเบียนให้ว่ากรอบสีขาว-สีเทาก็คงดีเหมือนกันมันจะได้ไม่เป็จุดเด่นเท่าไหร่
ดูเหมือนจะต้องทดสอบเกี่ยวกับอาชีพของเขาซะก่อนว่าเป็สายต่อสู้หรือสายผลิตค่อยลงทะเบียนสีกรอบให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง
“ได้รับทักษะอะไรมาบ้างไหม ?ช่วยบอกชื่อทักษะกับระดับทักษะมาหน่อย” ชายคนเดิมถามต่อเพราะปกติผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่จะได้ทักษะติดตัวมาด้วยเมื่อปลุกพลังสำเร็จ
ครึ่งหลัง
“ได้มาหนึ่งทักษะ ชื่อมหาธาตุจำนนระดับ F” ชายหนุ่มตอบกลับไปอย่างไม่ปิดบังเขายังไม่ทราบเหมือนกันว่าทักษะนี้มันดีหรือไม่ เพราะตอนนี้มันก็แค่ทักษะระดับF เท่านั้น
“ชื่อฟังดูยิ่งใหญ่ดีนะแล้วมันทำอะไรได้บ้างล่ะ ?”ชายที่เรียกชื่อชายหนุ่มในตอนแรกถามต่อ
“ช่วยให้ข้าสามารถควบคุมแร่ธาตุ สสารทุกอย่างที่ไร้ชีวิตได้”ชายหนุ่มตอบกลับไปตามความเข้าใจของตน
หลังจากที่เขาได้รับทักษะมาก็ดูเหมือนว่าความรู้และวิธีการใช้งานทักษะนั้นๆ จะถูกถ่ายทอดให้กับตัวเขาโดยตรง ซึ่งทักษะนี้ก็เป็ดั่งที่เขากล่าวไป แต่ความจริงนอกจากควบคุมแน่ธาตุและสสารแล้วเขายังสามารถใช้พลังเวทย์ได้ทุกธาตุถ้ามีทักษะพลังเวทย์ธาตุนั้นใน ซึ่งในตอนนี้ชายหนุ่มมีเพียงทักษะเพลิงทมิฬระดับDทำให้เขาสามารถควบคุมได้แค่ธาตุไฟจากเพลิงทมิฬเท่านั้น
แต่นอกจากจะควบคุมแร่ธาตุได้ง่ายขึ้นแล้วทักษะมหาธาตุจำนนยังทำให้พลังเวทย์ของธาตุนั้น ๆ เพิ่มมากขึ้นอีกด้วยรวมถึงตัวเขาสามารถดูดซับพลังเวทย์จากธาตุนั้น ๆของผู้อื่นหรือมอนสเตอร์ได้โดยไม่มีเงื่อนไขเพียงแต่ตอนนี้มันสามารถดูดซับได้เล็กน้อยเพราะยังเป็ทักษะระดับ F
นอกจากนี้เขายังสามารถควบคุมสสารและแร่ธาตุต่าง ๆ ที่มีอยู่แล้วให้หลอมรวมเปลี่ยนแปลง เพิ่มลด ได้ตามใจนึกเพียงแต่ตอนนี้ยังสามารถควบคุมได้ในปริมาณที่น้อยมากเท่านั้น ให้ยกตัวอย่างก็สามารถควบคุมช้อนให้เปลี่ยนรูปร่างเป็ส้อม หรือมีดตัดสเต็กได้
“เหมือนจะเป็สายผลิตนะทักษะนี้มีประโยชน์ในการผลิตมากทีเดียวถ้านายผันตัวไปเป็นักประดิษฐ์หรือผู้สร้างคงสร้างชื่อได้ไม่ยากเลยล่ะ!” ผู้ขานชื่อกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
แม้ผู้ปลุกพลังสายผลิตจะไม่ได้มีชื่อเสียงและหน้าตาแบบนักผจญภัยที่คอยออกหน้าแต่ก็ล้วนเป็ที่นับถือของเหล่าผู้คนไม่แพ้กัน เพราะทั้งผู้ปลุกพลังและผู้คนทั่วไปถ้าอยากได้สิ่งของที่ดีระดับสูง ก็ต้องพึ่งพาผู้ปลุกพลังสายผลิตกันทั้งนั้น!
ดูเหมือนจะเจอผู้ผลิตอนาคตไกลอีกคนแล้วสิ!
“นายสนใจเข้าร่วมสมาคมนักประดิษฐ์ไหมมันถูกจัดตั้งโดยรัฐบาล ไม่ต้องห่วงเื่เงินทุน เงินเดือน ชื่อเสียง วัตถุดิบพวกเรามีให้นายทั้งหมด!” ผู้ขานชื่อกล่าวเสนอเงื่อนไขแสนหอมหวานทันทีนี่ก็เป็หนึ่งในข้อได้เปลี่ยนของรัฐบาลที่สามารถเสนอเงื่อนไขและดึงตัวผู้ปลุกพลังได้ก่อนเพราะพวกเขาเป็คนควบคุมแท่นปลุกพลังนั่นเอง
ส่วนบรรดากิลด์อื่นๆ ก็ต้องรอผู้ปลุกพลังลงทะเบียนเสร็จเสียก่อนถึงจะมีโอกาสในการดึงตัวในภายหลัง
แต่บรรดาผู้ปลุกพลังส่วนใหญ่ก็ล้วนเข้าร่วมกับกิลด์ต่างๆ มากกว่า เพราะกิลด์ต่าง ๆ นั้นมีชื่อเสียงและข้อเสนอที่ดีกว่าทางรัฐบาลมากนัก
“ข้าก็ไม่แน่ใจแต่ข้าอยากเป็นักผจญภัยมากกว่า” ชายหนุ่มตอบกลับไปเพราะเขาไม่มีความคิดจะอยู่แนวหลังแล้วสร้างสิ่งของไปวัน ๆ เลยสักนิด
“เฮ้อ! น่าเสียดายแต่นั่นก็เป็การตัดสินใจของนาย เอาเป็ว่าถ้าผ่านการทดสอบได้นายก็สามารถเป็นักผจญภัยได้ แต่ถ้าไม่ผ่านประตูแห่งผู้สร้างสรรค์ก็ยังรอนายอยู่เสมอ”ผู้ขานชื่อถอนหายใจด้วยความเสียดาย ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
“ข้าจะจำเอาไว้ ขอบใจเ้ามาก” ชายหนุ่มตอบกลับไป
“เอาล่ะ นายเดินเข้าห้องทางด้านขวามือนะมีทั้งหมด สิบห้อง เข้าไปทีละห้องเพื่อทดสอบร่างกาย”ผู้ขานชื่อกล่าวออกมา ชายหนุ่มก็พยักหน้ารับก่อนจะเดินไปยังห้องหมายเลข 1
ด้านในห้องแห่งนี้มีเป้าซ้อมอยู่ทั้งหมดสิบเป้า ซึ่งแต่ละเป้าจะเชื่อมกับเครื่องวัดพลังที่อยู่ด้านหลังแต่ละเป้าก็มีแถวของบรรดาผู้ปลุกพลังที่มาเข้ารับการทดสอบยืนรออยู่
ตู้ม! เปรี้ยง!
ผู้ปลุกพลังแต่ละคนล้วนใช้มือเปล่าซัดเข้าใส่เป้าเพื่อวัดพลังของตัวเองหลังจากตัวเลขวิ่งขึ้นไปจนหยุดนิ่งผู้จดคะแนนก็จะส่งใบคะแนนให้กับผู้ปลุกพลังเ่าั้เพื่อไปยังห้องถัดไป
ดูเหมือนห้องแห่งนี้คือห้องวัดพลังนั่นเอง!