“ท่านแม่ ท่านไปพักผ่อนก่อนเถอะเ้าค่ะ เดี๋ยวข้ากับเจี๋ยเอ๋อจะดูแลพี่ใหญ่ต่อเอง” หนิงหลันบอกกับมารดา ก่อนที่นางจะใช้ผ้าชุบน้ำเตรียมเช็ดตัวให้หนิงลี่
“ั้แ่พี่สาวของเ้าสลบไป จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้สติขึ้นมาเลย หลันเอ๋อ พี่สาวของเ้า...” หวังซื่อร้องไห้ขึ้นมาอีกรอบ
“ท่านหมอบอกแล้วว่าขอแค่พี่ใหญ่ฟื้น นางก็จะไม่เป็อะไรแล้ว ท่านแม่รีบกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะเ้าค่ะ หากท่านล้มป่วยขึ้นมาอีกคน คราวนี้พวกเราคงไม่รอดกันจริงๆ ท่านอย่าลืมว่าเราต้องเก็บแรงไว้สู้กับท่านพ่อและท่านย่าอีกนะเ้าคะ”
“เ้าพูดถูก แม่ฝากเ้าดูแลพี่สาวต่อด้วย แม่จะไปนอนพักสักหน่อย” พูดจบหวังซื่อก็เดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง
‘หนิงลี่’ ขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเสียงของคนทั้งสองคุยกัน แต่เธอยังลุกขึ้นมาจากเตียงไม่ได้ เพราะเวลานี้ในหัวของเธอเริ่มมีเื่ราวของเ้าของร่างเดิมไหลเข้ามาไม่หยุด
ร่างเดิมนี้มีชื่อว่าหนิงลี่ เป็เด็กสาวนิสัยดี ขยันขันแข็ง และรักครอบครัว ข้อผิดพลาดเดียวที่เกิดขึ้นคือใจร้อนในเื่ความรัก เดือนที่แล้วหนิงลี่มีอายุครบสิบห้า ซึ่งในยุคนี้เด็กสาวอายุสิบห้าก็ถือได้ว่าถึงวัยที่ต้องออกเรือนได้แล้ว บิดาและย่าผู้เห็นแก่เงิน ตัดสินใจยกหนิงลี่ให้แต่งงานกับหลานชายของพรานป่าประจำหมู่บ้านด้วยเงินเพียงสิบตำลึง
พรานเฒ่าแซ่เซียวมีบุตรชายเพียงคนเดียว แต่เสียชีวิตไปแล้วในสนามรบ เหลือเพียงหลานชาย ‘เซียวหยางฟาง’ อายุสิบหกปีอยู่คนเดียว วันหนึ่งพรานเฒ่าพลัดตกหน้าผา ถึงแม้เซียวหยางฟางจะช่วยพรานเฒ่าออกมาจากป่าและกลับมารักษาตัวได้ทัน แต่อาการาเ็กลับสาหัสเกินไป คาดว่าพรานเฒ่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
พรานเฒ่าเป็ห่วงหลานชายเพียงคนเดียวว่าจะใช้ชีวิตอยู่อย่างลำบาก ท่านจึงอยากหาครอบครัวและภรรยาที่ดีไว้ให้หลานชาย ซึ่งหนิงลี่ก็เป็ตัวเลือกที่ดี เพราะนางเป็เด็กสาวที่ขยันขันแข็งและรักครอบครัว อีกทั้งพรานเฒ่ายังรู้ด้วยว่าบิดาและย่าของหนิงลี่มีนิสัยเห็นแก่เงิน และยังไม่รักบุตรสาวทั้งสองคนเท่ากับบุตรชาย พรานเฒ่าจึงให้เพื่อนบ้านที่สนิทสนมกันไปเจรจาสู่ขอหนิงลี่ให้กับหลานชายตนเองด้วยเงินสิบตำลึง
บิดากับย่าของหนิงลี่ตอบตกลงในทันที เพราะเงินที่พรานเฒ่าเสนอมา ยังมากกว่าที่พวกเขาคิดที่จะพาหนิงลี่กับหนิงหลันไปขายเป็สาวใช้ที่บ้านของเศรษฐีเสียอีก
หนิงลี่เมื่อรู้ว่าบิดาตอบตกลงยกตนเองให้แต่งงานกับเซียวหยางฟาง นางรีบไปขอร้องบิดาและบอกว่านางมีคนรักอยู่แล้ว และคนรักกำลังจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ ทีแรกบิดาก็ดีใจเพราะคิดว่าชายหนุ่มที่คิดจะมาสู่ขอหนิงลี่อาจจะมีฐานะดีกว่าบ้านของพรานเฒ่า เขาจึงลองถามกลับไปว่าชายหนุ่มคนนั้นเป็ใคร หนิงลี่ตอบว่าชายหนุ่มคนนั้นคือหวงจื่อลูกชายคนโตของแม่หม้ายแซ่หวงที่พักอยู่ท้ายหมู่บ้าน
ผู้คนในหมู่บ้านต่างรู้กันดีว่าบ้านของแม่หม้ายแซ่หวงมีฐานะยากจน มีหรือที่คนโลภอย่างบิดาของหนิงลี่จะยินยอม เขาปฏิเสธหนิงลี่ออกไปในทันทีที่ได้ยิน และยังบอกให้หนิงลี่รีบแต่งเข้าไปอยู่ในบ้านเซียวโดยไม่คิดที่จะเสียเงินจัดงานแต่งให้ด้วยซ้ำ
หนิงลี่รู้ว่านางทำอะไรไม่ได้แน่แล้ว จึงตัดสินใจกับหวงจื่อว่าจะหนีไปอยู่ที่เมืองอื่นด้วยกัน แต่วันนั้นกลับมีคนเห็นพวกเขาเข้าเสียก่อน หวงจื่อถูกคนในหมู่บ้านรุมตีจนตาย ส่วนหนิงลี่ก็ถูกตีจนสลบ หากหวังซื่อ มารดาของนางไม่มาห้ามเอาไว้ หนิงลี่คงได้ตายตามหวงจื่อไปแล้ว
‘ยัยหนิงลี่ ยัยตัวแสบ ยัยเห็นแก่ตัว มาชิงตายหนีปัญหาไปเสียก่อน คอยดูเถอะถ้ามีโอกาสเจอกันเมื่อไหร่ พี่ส้มเปรี้ยวจะด่าให้ลืมบ้านเกิดไปเลย หนีตามผู้ชายไม่สำเร็จแล้วยังมาทิ้งปัญหาไว้ให้ฉันอีก ฉันจะมีชีวิตอยู่ในหมู่บ้านนี้ต่อไปได้ยังไง เธอไม่รู้หรือไงว่าชื่อเสียงของผู้หญิงยุคนี้สำคัญขนาดไหน ฉันคิดผิดหรือคิดถูกที่ยอมสลับร่างกับเธอเนี่ย!’
ส้มเปรี้ยวหรือหนิงลี่ คิดอยู่ในใจอย่างโมโห แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป ในเมื่อเธอตัดสินใจมาใช้ชีวิตอยู่ในยุคนี้แล้ว ยังไงเธอก็ต้องลุกขึ้นเผชิญหน้ากับปัญหา หนิงลี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เธอมองเห็นเด็กสาวอายุประมาณสิบสามสิบสี่ปีและเด็กชายอายุประมาณหกปี ที่มีใบหน้าคล้ายกับเธออยู่หลายส่วน กำลังเช็ดหน้าและเช็ดตัวให้เธออยู่ด้วยสีหน้าเป็กังวล
“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ ท่านหิวหรือไม่ ข้าทำข้าวต้มเอาไว้ เดี๋ยวข้าจะไปยกมาให้ท่านกิน”
“หลันเอ๋อ เจี๋ยเอ๋อ” หนิงลี่ถามเสียงเบา “พี่ใหญ่หิวน้ำ ขอน้ำให้พี่ใหญ่กินหน่อย”
หนิงหลันยังไม่ทันได้ตอบ หนิงเจี๋ยกลับวิ่งไปยกน้ำมาให้ด้วยความดีใจ ก่อนที่จะะโเรียกมารดาให้มาดูพี่สาว “ท่านแม่ พี่ใหญ่ฟื้นแล้ว พี่ใหญ่ไม่เป็อะไรแล้วขอรับ”
หวังซื่อได้ยินเสียงเรียกก็วิ่งมาดูลูกสาวด้วยความดีใจ เมื่อเห็นหนิงลี่ลุกขึ้นจิบน้ำ นางก็วิ่งเข้าไปหาลูกสาวและเริ่มร้องไห้อยู่ข้างเตียง “เ้าลูกโง่ ทำไมเ้าถึงทำอย่างนี้ เ้ารู้หรือไม่ว่าแม่ใแค่ไหน แม่กลัวว่าเ้าจะไม่ตื่นขึ้นมาเจอหน้าแม่อีกแล้ว เ้าชอบพอกับเสี่ยวจื่อทำไมเ้าถึงไม่บอกแม่สักคำ ถ้าแม่รู้แม่จะไม่ให้ท่านพ่อกับท่านย่าของเ้ารับหมั้นกับหยางฟางเลย เ้าจะได้ไม่ต้องมาทำเื่โง่ๆ เช่นนี้”
“ท่านแม่... ข้าขอโทษนะเ้าคะ ข้าทำให้ท่านต้องอับอายเสียแล้ว ข้าสัญญาว่าต่อไปจะไม่ทำให้ท่านแม่ต้องผิดหวังในตัวข้าอีก” หนิงลี่พูดอย่างรู้สึกผิด เมื่อเห็นมารดามานั่งร้องไห้ด้วยความเสียใจ ถึงแม้เธอจะเพิ่งย้อนเวลามา แต่เธอก็ััได้ถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่มารดากับน้องๆ มีให้
“ตื่นมาก็ดีแล้ว ตื่นมาก็ดีแล้ว เ้ากินข้าวต้มนี่สักหน่อยแล้วค่อยนอนต่อ” หวังซื่อตักข้าวต้มป้อนให้ลูกสาว
“ท่านแม่ ข้ากินเองได้เ้าค่ะ ข้าดีขึ้นมากแล้วจริงๆ” หนิงลี่รีบปฏิเสธเพราะเธอโตเกินกว่าที่จะให้คนมาป้อนข้าวแล้ว
หวังซื่อก็ไม่ได้ดึงดัน นางยื่นชามข้าวต้มให้บุตรสาว ก่อนที่จะนั่งมองบุตรสาวอย่างคลายกังวล หนิงลี่มองดูมารดาและน้องๆ ด้วยความตื้นตันใจ
“พี่ใหญ่ กินอิ่มแล้วท่านก็รีบพักผ่อนต่อเถอะนะเ้าคะ ข้าคิดว่าพรุ่งนี้ท่านพ่อกับท่านย่าจะต้องมาหาเื่เราที่นี่แน่ๆ” หนิงหลันบอกอย่างเซ็งๆ
“ที่นี่?” หนิงลี่เริ่มมองไปรอบๆ อีกครั้งก็พบว่าตอนนี้เธอนอนอยู่ในกระท่อมผุพัง และสิ่งที่เธอใช้ห่มอยู่คือผ้าห่มเก่าๆ ผืนหนึ่ง และเตียงที่เธอนอนก็ปูด้วยหญ้าแห้งเท่านั้น
“พอท่านพ่อกับท่านย่าจับได้ว่าท่านกำลังจะหนีไปกับพี่หวงจื่อ นอกจากพวกเขาจะตีท่านจนสลบและตีพี่หวงจื่อจนตายแล้ว พวกเขายังขับไล่ท่านออกจากบ้านมาอีกด้วย ข้ากับท่านแม่เป็ห่วงอาการของท่านก็เลยพาท่านออกมาจากบ้านหลังนั้น และก็มาพักที่กระท่อมร้างท้ายหมู่บ้านนี่ล่ะเ้าค่ะ ข้าวสารกับของใช้พวกนี้เป็พี่หยางฟางหามาให้” หนิงหลันเล่าให้ฟัง
“ท่านพ่อกับท่านย่าจะขับไล่ข้าออกจากบ้าน แล้วเ้ากับท่านแม่เล่า ออกมากับข้าอย่างนี้...” หนิงลี่พูดไม่ออก
“แม่กับน้องๆ ตัดสินใจว่าจะออกมาพร้อมกับเ้า”
เมื่อเห็นพี่สาวทำท่าตกตะลึง หนิงหลันก็ยิ้มและพูดขึ้น “พี่ใหญ่ท่านไม่ต้องใ ข้า เจี๋ยเอ๋อ แล้วก็ท่านแม่อยากจะออกจากบ้านหลังนั้นมาตั้งนานแล้ว นี่เป็โอกาสเหมาะที่เราจะใช้เป็ข้ออ้างได้พอดี แม้พวกเขาจะขับพวกเราออกจากตระกูลพวกเราก็ยินดี พวกเราไม่สนใจหรอกเ้าค่ะ”
“ท่านแม่ หลันเอ๋อ เจี๋ยเอ๋อ” หนิงลี่ร้องไห้ออกมาอย่างซาบซึ้งใจ และคิดอยู่ในใจอย่างมีความสุข ‘หนิงลี่ พี่ส้มเปรี้ยวขอบใจนะที่เธอส่งพี่ให้ได้มาอยู่กับแม่และน้องๆ ที่ดีอย่างนี้ พี่ยกโทษให้เธอก็แล้วกันกับเื่ที่เธอหนีตามผู้ชายน่ะ’