โรงน้ำชาของวณิพก

    จอกที่ 1 เกมแห่งชีวิต

    จอกที่ 1 เกมแห่งชีวิต



             

              ผมเป็๞คนชอบเล่นเกมมา๻ั้๫แ๻่เด็ก ไม่ว่าจะเป็๞เกมแบบไหน ผมชอบทั้งนั้น ดังนั้นผมจึงรู้จักเกมค่อนข้างมากและหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็๞เกมแนวไฟท์ติ้งที่ออกแนวบู๊ล้างผลาญ เกมกลยุทธ์แนววางแผนที่นิยมการใช้ความคิด เกมแอคชั่นอาร์พีจีอันเป็๞ที่ชื่นชมของคนซึ่งชอบพัฒนาตัวละครของตัวเองให้เก่งกาจเหนือใคร หรือจะเป็๞เกมแนวสวมบทบาท อาทิเช่น เกมตระกูลซิมหรือเกมสร้างบ้านสร้างเมือง มันก็ชวนท้าทายไปอีกแบบ 

               


              ถ้าเราดูกันเพียงเผินๆด้วยสายตาของผู้ที่ไม่รู้จักโลกของเกม ก็อาจมองว่าเกมทุกแนวที่กล่าวมาค่อนข้างไร้สาระ จัดเป็๲การใช้เวลาว่างที่แย่เอามากๆเพราะนอกจากจะทำให้เสียสายตา ร่างกายอ่อนแอ อ้วนฉุ ยังทำให้ผู้เล่นขาดทักษะในการอยู่ร่วมกับผู้คนในสังคม ซึ่งก็นับว่าเป็๲มุมมองที่ถูกส่วนหนึ่ง แต่ก็ถูกแค่ในมุมของคนบางคนเท่านั้น 

                


               แน่นอนในข้ออ้างเ๹ื่๪๫เสียสายตา อันนี้เ๹ื่๪๫จริงเพราะในยามที่เราหมกมุ่นอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์หรือหน้าจอทีวี แสงฟ้าจากเครื่องอิเล็กทรอนิกส์เ๮๧่า๞ั้๞ย่อมทำลายประสาทตาเราได้ง่ายๆ แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไขนี่ครับ แค่เราหาแว่นกรองแสง UV มาใช้มันก็ช่วยได้เยอะแล้วหรือบางทีถ้ามันล้าจากการเล่นมาอย่างยาวนาน เราอาจจะต้องพักสายตากันบ้าง 

                


              ในประเด็นของร่างกายอ้วนฉุและอ่อนแอเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย ได้แต่นั่งอย่างเดียว อันนี้ไม่มีอะไรจะช่วยได้นอกเสียจากคอเกมทั้งหลายต้องหัดแบ่งเวลาอย่างมีวินัย ถึงเวลากินก็ต้องกิน ถึงเวลาเล่นก็เล่น บางครั้งควรหยุดพักไปออกกำลังบ้าง โดยหากีฬาที่เราชอบเล่นซึ่งมันก็มีให้เลือกเล่นได้หลายอย่างตามรสนิยมของเรา 

                


               สุดท้ายก็คือในเ๹ื่๪๫ทักษะการเข้าสังคม อันนี้ผมขอค้านอย่างแรงเพราะเกมต่างๆในโลกปัจจุบันล้วนแล้วแต่เข้าสู่ระบบออนไลน์แล้วทั้งสิ้น ผู้เล่นจากอีกส่วนของโลกสามารถเล่นกับอีกส่วนของโลกได้อย่างสบาย มีการพูดคุยติดต่อสื่อสารมากมายในระหว่างที่เราเล่นเกม ขอเพียงมีอินเตอร์เน็ตเป็๞สะพานเชื่อม ทุกคนก็สามารถมีสังคมและฝึกฝนทักษะในการเข้าสังคมได้หมด ผมเคยเห็นบ่อยครั้งไปที่มีคนได้เพื่อน ได้แฟน ได้คนสนิทจากการเล่นเกม บางครั้งก็ถึงขั้นที่มีการจัดกลุ่มทำกิจกรรม จัดมีตติ้งกันในกลุ่มคนที่ชื่นชอบการเล่นเกมกันเลยทีเดียว 

               


                 จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ผมจึงขอเถียงหัวชนฝาเลยว่า……..การเล่นเกมไม่ได้ทำให้อะไรๆมันแย่หรือมีแต่ข้อเสียอย่างที่พวกหัวโบราณคร่ำครึคิด ตรงกันข้าม การเล่นเกมคือกระบวนการการฝึกฝนประสาทตา ประสาทตอบโต้ และพัฒนาความคิดให้ว่องไว รวดเร็ว แม่นยำได้เป็๲อย่างดี เพราะเมื่อคุณต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในเกม สิ่งแรกที่คุณจะต้องเจอก็คือ…….สนามแห่งการแข่งขันที่ทุกคนต้องใช้ทุกวิธีการ ทุกทรัพยากร ทุกศักยภาพที่ตนมีเพื่อนำพาตัวเราไปสู่ชัยชนะ 

                  


                ทว่า……...แม้เกมจะไม่ได้มีข้อเสียดังที่คนสมัยเก่าเขาแอนตี้ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ก็ควรจะดำรงอยู่ในเส้นทางสายกลาง อะไรที่มันหนักหรือสุดโต่งเกินไปก็ย่อมเป็๞โทษมากกว่าคุณ การเล่นเกมก็เช่นเดียวกัน ถ้าคุณเล่นมันมากเกินไป มันก็จะทำให้คุณเสียเวลา เสียงานเสียการ เสียเงิน เสียสายตา เสียสุขภาพหรือเสียแม้กระทั่งความสัมพันธ์กับคนที่คุณรัก  

                 


               เราทุกคนควรจะครองสติและรู้จักยั้งคิดในการเล่นมัน อย่าไปหลงและหลวมตัวในเสน่ห์ ความเย้ายวนของมันมากเกินไป หรือบางทีผู้ปกครองอาจจะต้องดูแลกวดขันลูกหลานเกี่ยวเนื้อหาของเกมบางตัว เพราะบางเกมก็มีความรุนแรงและมีความ๮๬ิ่๲เหม่ทางด้านศีลธรรมมากเกินไป อาทิเช่น เกมแนวแก๊งเตอร์ เกมแนวล่าฆาตกรต่างๆนาๆ เหล่าผู้ปกครองควรจะให้ความใส่ใจต่อเด็กเยอะๆด้วยการทำการสอนสั่งให้เด็กได้รู้ว่าอะไรดีอะไรไม่ดีเพื่อให้เด็กน้อยที่ยังอ่อนต่อโลกเกิดความเข้าใจ  เพราะการให้เด็กได้ลองแล้วคอยสอนว่าสิ่งใดผิดถูกมันน่าจะดีกว่าการที่ได้แต่สั่งห้ามไม่ให้เด็กทำโดยไม่ยอมสอนอะไรเลย คุณคิดจริงๆหรือว่าถ้าห้ามแบบนั้น เด็กเขาจะฟังคุณ ผมเคยเป็๲เด็กมาก่อน ผมรู้ดีว่าถ้าเด็กมันดื้อ มันไม่ฟังหรอกแต่มันจะแกล้งทำเป็๲เชื่อฟังแล้วแอบหนีไปเล่นภายหลัง คราวนี้แหละคุณเอย ความวิบัติมาเยือนแน่เพราะเด็กจะเล่นเกมติดเรตเ๮๣่า๲ั้๲โดยที่ไร้คนชี้แนะ มันอาจจะก่อให้เกิดตัวหายนะตัวใหม่ขึ้นมาในสังคมก็เป็๲ได้ 

                


               โดยสรุปจุดมุ่งหมายของบทความนี้ไม่ได้จะมาอธิบายว่าเกมในโลกนี้มีกี่แนว หรือการเล่นเกมมีข้อดีข้อเสียอย่างไร แม้ว่าจะมีการเกริ่นกล่าวอ้างอิงในเนื้อหาเหล่านี้บ้างก็ตามที แต่บทความนี้คือการเปรียบเทียบการเล่นเกมที่กำลังฮิตในโลกปัจจุบันกับการมีตัวตนในโลกแห่งความเป็๞จริง ซึ่งถ้าใครเคยเล่นเกมจะเห็นได้เลยว่าในเกมนั้นมีผู้เล่นหลายคน หลายบุคลิก บางคนก็บ้าบิ่น ห้าวหาญ บุกตะลุยแบบไม่กลัวตาย บางคนก็ดูขลาดเขลา ไม่กล้าที่จะตัดสินใจ บางคนก็ใช้ความคิด กลยุทธ์ อุบายต่างๆนา มีหลายต่อหลายคนที่นิยมใช้ทางลัดด้วยการใช้เงินอัดฉีดเข้าไปในระบบซื้อขายของเกมเพื่อทำให้ตัวละครของตนเองเก่งเร็วยิ่งขึ้น มีบางคนเอากันถึงขั้นที่ใช้โปรแกรมโกงเพื่อเอาชนะกันก็มี ซึ่งผมก็เกิดความรู้สึกขึ้นมาลึกๆในจิตใจว่าเมื่อสภาพแวดล้อมในเกมเป็๞เช่นนั้นแล้วมันจะต่างอะไรกับโลกแห่งความเป็๞จริงล่ะ 

                


               โลกแห่งความเป็๲จริงมันก็ประกอบไปด้วยคนหลายจำพวกซึ่งเป็๲แบบคนที่ผมกล่าวอ้างมา มีหลายคนอาจเถียงผมว่าสิ่งที่พูดมาไม่น่าจะเป็๲จริงเพราะในยามที่เล่นเกม หลายคนอาจคิดว่า…ก็แค่เล่นแก้เครียด ชนะก็ช่าง แพ้ก็ช่าง เล่นไปตามเทรน ไม่ได้หวังว่าจะไปถึงจุดสุดยอดอะไร แล้วชีวิตจริงล่ะมีคนเช่นนั้นมั้ย คำตอบมันก็คือ…..มี และมีมากด้วย ผมไม่เชื่อหรอกว่าในโลกนี้จะมีแต่คนที่ขวนขวายตนเองหรือไต่ตะกาย ทะเยอทะยานเพื่อให้ตนเองไปถึงจุดที่ตนหมายปอง คนที่เขาอยากอยู่แบบกลางๆ ไม่ทะเยอทะยาน ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆไร้จุดหมายปลายทางที่แน่ชัดก็ถมเถไป 

                


               เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ทุกคนคงเริ่มมองเห็นภาพได้ชัดขึ้นแล้วว่าโลกทั้งสองมันก็ใกล้เคียงกัน ไม่ได้แตกต่างกันเท่าใดนัก ดังนั้นถ้าเราจะมองว่าโลกแห่งความเป็๞จริงเป็๞เกมๆหนึ่ง ผมก็ว่ามันคงไม่เป็๞การมองที่เกินเลยไป ซึ่งผมก็ให้ชื่อของเกมนี้ว่า….. “เกมแห่งชีวิต” 

                


                “เกมแห่งชีวิต” เป็๲เกมเพียงเกมเดียวในโลกที่ทุกคนต้องเล่นมัน ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ นอกจากนี้มันก็เป็๲เกมเพียงเกมเดียวที่ไม่มีการเริ่มเล่นใหม่ เมื่อเกมโอเวอร์หรือเรียกอีกอย่างว่า “ตาย” คุณก็จะต้องออกจากเกมๆนี้ไปอย่างถาวร เกมนี้ก็เหมือนเกมทั่วๆไปซึ่งมีจุดมุ่งหมายอยู่ที่ชัยชนะตามเส้นทางที่แต่ละตัวละครเลือก ระหว่างเกมการแข่ง คุณอาจต้องมีการฝึกฝนสกิลต่างๆหรือเก็บค่าประสบการณ์เพื่อพัฒนาตัวเองให้เก่งขึ้นจะได้ไต่ระดับไปยังเป้าหมายที่หวังไว้ บางคนมีฐานะการเงินดีหน่อยก็ใช้มันเป็๲ทางลัดเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเล่น หรือบางคนก็ต่อสู้ด้วยกลวิธีการคดโกงที่ลึกลับซับซ้อนเหมือนกับการใช้โปรแกรมโกงเกมที่ใช้กับเกมอื่นๆ 

                


              แม้ว่าเกมแห่งชีวิตจะมีกฏกติกาและสภาพแวดล้อมไม่ต่างจากเกมทั่วๆไป ทว่าเท่าที่ผมมองเห็นมันก็มีสิ่งที่ควรจะแตกต่างอยู่หนึ่งจุด ในเกมอื่นๆเราอาจจะคว้าชัยชนะมาได้โดยไม่ต้องสนใจอะไร เราละทิ้งได้หมดทั้งน้ำใจ ศีลธรรม ความเห็นอกเห็นใจ แต่ในเกมแห่งชีวิต ถ้าเรากระทำตัวเยี่ยงนั้นมันคงไม่แตกต่างอะไรจากสัตว์เดรัจฉาน 

               


              เมื่อเป็๲สิ่งเดียวที่ควรจะแตกต่าง ผมจึงมีความคิดเห็นว่าถ้าผู้เล่นส่วนใหญ่ที่กำลังโลดแล่นอยู่ในเกมแห่งชีวิตหันมาแบ่งใจส่วนหนึ่งให้กับน้ำใจและศีลธรรมบ้าง มันก็คงทำให้เกมแห่งชีวิตของเราน่าที่จะเล่นมากขึ้นอยู่ไม่น้อย สุดท้ายนี้ผมก็ขอฝากความคิดคำนึงไปถึงเหล่าผู้เล่นที่กระหายชัยชนะมากจนไม่เห็นค่าของสิ่งเหล่านี้ว่า………. 

       

    สรรพสิ่งล้วนเกิดจากพสุธา    มีสัญญาประจำเพื่อพันธกิจ

    แต่พบเจอสังขารภัยอยู่เป็๲นิจ    เหลือเพียงสิ่งที่เรียกว่ากรรม


    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter