ตอนที่ 9 กวนซื่อดวงซวย (2)
ป้าหลินยิ้มกว้างทว่ากลับไม่ได้มีท่าทีจะพูดอะไร เมื่อครู่นางคิดไปคิดมาต่อให้จ้าวโหย่วไปหากวนซื่อก็ต้องไม่กล้าเอ่ยปากแน่นอน ไม่สู้นางไปด้วยตัวเองนึกไม่ถึงว่าขณะที่กำลังจะเดินผ่านอู่เย่ว์เข้าไปในบ้าน อู่เย่ว์กลับขวางนางเอาไว้คิ้วของนางขมวดเข้าหากัน “แม่หนู เ้าคิดจะทำอะไรรึ”
อู่เย่ว์ก้มหน้า ทำท่าทางลำบากใจ“ป้าหลิน...ป้าอย่าเข้าไปเลยดีกว่า”
“ทำไมถึงเข้าไม่ได้”นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “เ้าเห็นลุงจ้าวไหม เมื่อครู่เขาไม่ได้เข้าไปหาป้ากวนรึ”
“เขาออกไปแล้ว...”
อู่เย่ว์พูดตะกุกตะกักป้าหลินสีหน้าเปลี่ยนทันที “ไปแล้วรึ ข้าเห็นเขาเข้าไปในบ้านป้ากวนยังไม่เห็นเขาออกมา แม่หนู ทำไมเ้าต้องช่วยป้ากวนโกหกข้าด้วย” ในสายตาของนางคุณหนูที่มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยคนนี้ไม่มีทางโกหกนางโดยไร้สาเหตุน่าจะถูกป้ากวนสั่งมา อยากช่วยป้ากวนปิดบังเื่ที่บอกใครไม่ได้
นางนึกถึงจ้าวโหย่วสามีของตนเองเวลานี้อยู่กับป้ากวนตามลำพังภายในบ้าน ความคิดนี้ได้แตกหน่อขยายกิ่งก้านภายในใจของนางอย่างรวดเร็ว
สามีของนางเป็คนซื่อ แต่อาจไม่ทันได้ระวังกวนซื่อที่เป็ม่ายมาหลายปีที่อาจมีความคิดอยากทำเื่หน้าไม่อายขึ้นมาก็ได้
“เช่นนั้นข้าอาจจะดูผิดไปเองป้าหลินรออยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะเข้าไปดูข้างในเรียกลุงจ้าวออกมาให้”
“ไม่ต้องหรอก” ใบหน้าของป้าหลินเริ่มฉายแววโมโหนางผลักอู่เย่ว์ออกแล้วเดินเข้าไปข้างใน
อู่เย่ว์เห็นแบบนั้นก็รีบะโเข้าไปในบ้าน“ป้ากวน ป้าหลินมาแล้วนะ!”
นางะโเช่นนี้ออกไป ป้าหลินก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากลไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบเดินเข้าไป กวนซื่อที่อยู่ในบ้านกำลังกอดสามีของนางอยู่ สมองของป้าหลินมีเสียงขาดผึงแล้วะเิออกมาทันที
กวนซื่อกำลังกอดจ้าวโหย่วพลางร้องห่มร้องไห้ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงอู่เย่ว์ะโมาจากด้านนอกยังไม่ทันที่นางจะได้คิดอะไรก็เห็นป้าหลินบุ่มบ่ามเดินเข้ามาตบหน้านางหนึ่งฉาดโดยไม่พูดอะไรสักคำเล่นเอานางมึนศีรษะไปชั่วขณะ
“นังผู้หญิงแซ่กวนหน้าไม่อายอยากได้ผู้ชายเสียจนเป็บ้า คิดจะมายุ่งกับสามีของข้า ข้ากะแล้วเชียวว่าเ้ามันไม่ซื่อถึงว่าทำไมให้สามีข้ามาทำงานให้ทุกวันโดยไม่จ่ายค่าแรงที่แท้ก็คิดจะยั่วยวนสามีข้า” นางสบถเสียงดัง“ถ้าวันนี้ข้าไม่สั่งสอนเ้าให้เข็ดหลาบ ข้าจะยอมใช้แซ่เดียวกับเ้า”
จ้าวโหย่วที่อยู่ด้านข้างยืนงงทำอะไรไม่ถูก
มีเพียงอู่เย่ว์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ด้านนอกด้วยสายตาเ็าจากนั้นก็เริ่มมีคนทยอยเข้ามามุงดูเพราะได้ยินเสียงเอะอะ ต่างพากันกระซิบกระซาบอยู่ตรงประตู
หากจะบอกว่ากวนซื่อกับจ้าวโหย่วมีอะไรกันจริงนั้นไม่มีทางเป็ไปได้จ้าวโหย่วเป็คนซื่อสัตย์ ไม่กล้าไปยุ่งเกี่ยวกับกวนซื่อ ทว่า่ที่จ้าวโหย่วมาช่วยซ่อมแซมห้องครัวกวนซื่อคอยดูแลจ้าวโหย่วอยู่ไม่น้อย ทั้งยกน้ำชา เทน้ำ เช็ดเหงื่อให้หรือแม้กระทั่งอู่เย่ว์ยังเคยเห็นกวนซื่อทุบไหล่นวดหลังให้จ้าวโหย่วกวนซื่อรู้ว่าต้องทำตัวอ่อนแออย่างไรจ้าวโหย่วถึงจะช่วยเหลือนางโดยไม่หวังผลตอบแทนวันนี้จ้าวโหย่วถูกป้าหลินบังคับให้มาทวงเงินถึงบ้าน กวนซื่อย่อมต้องทำตัวน่าสงสารเอาอกเอาใจอู่เย่ว์จึงจงใจทำให้ป้าหลินเกิดความสงสัยจนตอนนี้ป้าหลินได้มาเห็นภาพเหตุการณ์ที่คลุมเครือตรงหน้าซึ่งก็เพียงพอให้นางตัดสินความผิดของกวนซื่อแล้ว
จ้าวโหย่วย่อมไม่เป็อะไรเพราะผู้หญิงที่นี่เทิดทูนสามีไว้เหนือหัว ป้าหลินไม่มีทางหักหน้าเขานางเอาความโกรธไปลงแค่ที่กวนซื่อ ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังตบตีกันอุตลุดอู่เย่ว์รีบเดินเข้าไปพูดกับจ้าวโหย่วที่กำลังทำตัวไม่ถูก “ถ้าตอนนี้ลุงเข้าไปปกป้องป้าหลินนางจะต้องเห็นแก่ความดีของลุง ไม่โกรธลุงแน่นอน”
จ้าวโหย่วครุ่นคิดมองอู่เย่ว์เป็เชิงขอบคุณ จากนั้นก็เดินเข้าไปร่วมวงทะเลาะเบาะแว้งด้วย
เนื่องจากมีจ้าวโหย่วปกป้องป้าหลินจึงตบได้คล่องมือยิ่งกว่าเดิม กวนซื่อผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าก็มีรอยขีดข่วนแดงหลายรอยป้าหลินใช้ทั้งมือและเท้ากระทำนาง กวนซื่อร้องไห้พลางะโ “นังผู้หญิงบ้าปรักปรำข้าโดยไม่มีหลักฐาน ข้ากับจ้าวโหย่วบริสุทธิ์ใจต่อกันเ้าก็แค่เห็นชีวิตข้าดีกว่าก็เลยอิจฉาข้า คิดจะใส่ร้ายข้าพ่อของเสี่ยวเฟิ่งจากไปเร็ว ทิ้งข้าไว้ตามลำพังวันนี้ลูกสาวออกเรือนเลยถูกคนรังแกอย่างไร้ที่พึ่ง”
ป้าหลินตบเข้าไปเต็มแรงหนึ่งที “อิจฉาเรอะข้าอิจฉาคนอย่างเ้าที่ไร้สามีจนต้องมาแย่งสามีคนอื่นอย่างนั้นรึหลอกให้สามีข้ามาซ่อมห้องครัวเ้า เงินก็ไม่ให้ ข้าก็แปลกใจอยู่ที่แท้เ้ามันก็คิดไม่ซื่อทำตัวหน้าไม่อาย ถ้าพ่อเสี่ยวเฟิ่งรู้ว่าเ้าทำตัวผิดศีลธรรมแบบนี้ต่อให้เป็ผีก็ต้องมาคิดบัญชีกับเ้าแน่นอน”
กวนซื่อโมโหเืขึ้นหน้านางะโออกมาโดยไม่สนแล้วว่ามีคนมองอยู่ตรงประตู “คุมตัวเองไม่อยู่เพราะเ้ามันนิสัยโหดร้ายคุมสามีตัวเองไม่ได้ก็เพราะเ้ามันไร้ความสามารถ แบบนี้ยังจะมาเอาอะไรกับข้า”
ป้าหลินคุมอารมณ์ไม่อยู่พุ่งเข้าไปเต็มแรง จับกวนซื่อกดพื้นแล้วตบตีอย่างโเี้กว่าจ้าวโหย่วจะแยกป้าหลินออกมาได้อย่างทุลักทุเล กวนซื่อก็นอนแผ่อยู่ที่พื้น สภาพดูไม่ได้แค่ขยับนิดหน่อยก็เ็ปเสียจนใบหน้าบูดเบี้ยวแล้ว
อู่เย่ว์เงยหน้ามองท้องฟ้าเมฆครึ้มในตอนนี้กำลังกระจัดกระจายหายไป แสงจันทร์สาดส่องกลิ่นหอมของต้นไม้ใบหญ้าโชยมา ช่างเป็ค่ำคืนที่งดงามจริงๆ...
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0bbbc3b1cc93fc7757bd93c032d45e97