.
.
ถึงคุณอาร์จะบอกให้ผมกลับก่อน แต่ผมก็ไม่ได้คิดจะทำตาม ไหนๆก็มาถึงที่นี่แล้ว ก็อยู่สืบหาข้อมูลของภารกิจที่ได้รับ เผื่อว่าจะมีอะไรเป็ประโยชน์กับคุณอาร์ของผมได้บ้าง
ชั้นบนๆ ของอาคารปีกซ้ายเป็ห้องพักและห้องทำงานส่วนตัวของบรรดาหมอ ..ผมอยู่บนชั้น12 ชั้นที่มีห้องทำงานของ ผ.อ. โรงพยาบาล มันอยู่ลึกสุดของทางเดินในโซนห้องทำงานของคนระดับผู้บริหารผมกำลังก้าวเท้าไปตามทางเดินด้วยใบหน้าจริงๆ ที่มีแอคเซสซอรีส์อำพรางเป็เพียงแว่นกรอบสี่เหลี่ยมสีดำเลนส์ใสที่ภายในของเลนส์ข้างหนึ่งกลับเป็จอมอนิเตอร์แสดงประวัติข้อมูลของคนที่กำลังถูกมอง..ชื่อ อายุ ที่อยู่ และประวัติอาชญากรที่อ้างอิงจากฐานข้อมูลของกรมตำรวจ ส่วนเลนส์อีกข้างก็ใช้สแกนภาพวัตถุที่อยู่หลังกำแพงด้วยการคำนวณจากค่าอ้างอิงความเข้มของแสงของสัญญาณวายฟายที่ถูกปล่อยออกมาจากอุปกรณ์ชิ้นเล็กในแว่นกับค่าความเข้มพื้นหลังของสนามสัญญาณของสัญญาณวายฟายที่ลอยอยู่ในอากาศของบริเวณนั้นแล้วประมวลผลออกมาเป็ภาพสามมิติที่เป็รูปร่างว่ามีวัตถุหรืออะไรอยู่เื้ักำแพงนั่น แว่นอย่างล้ำ ที่ไม่มีใครเชื่อแน่ๆ ว่ามีอยู่จริงบนโลกด็อกเตอร์อากาสะก็คงอยากมีสักอัน โคนันจะได้ไม่ต้องลำบากโทรกลับมาขอข้อมูลของผู้ต้องสงสัยมันทุกครั้งใครจะไปนั่งเฝ้าบ้านรอรับโทรศัพท์ได้ตลอดเวลา
“คุณครับ! ที่นี่ห้ามคนนอกเข้านะครับ”เสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลังของผม
“ออ ครับ พอดีผมเป็หมอคนใหม่ของที่นี่ และท่านผู้อำนวยการตามให้มาพบ”
“ผมขอดูบัตรด้วยครับ”
“ได้สิครับ” ผมล้วงเอาบัตรปลอมที่เตรียมมาจากในเป้ส่งให้
“นายแพทย์ธนา วรอเนกคุณ วิสัญญีแพทย์?”
“ครับ”
“พอดีผมเป็เอชอาร์ของที่นี่ ไม่หยักรู้ว่าจะมีหมอคนใหม่เข้ามา”
“..น่าแปลกนะครับที่คุณไม่รู้” ผมมองตาคนตรงหน้า..ต้องเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเป็ แล้วยืนยันมันออกมาผ่านสายตาที่นิ่ง และมั่นคง“..ถ้าไง เข้าไปพบผู้อำนวยการพร้อมผมเลยก็ได้นะครับ คิดว่าท่านน่าจะมีเหตุผลที่ดีให้คุณได้ว่าทำไมคนจากโรงพยาบาล A ถึงจะมาเป็หมอของที่นี่”
“..โรงพยาบาล A?”
“ครับ”
“ขอโทษนะครับที่เสียมารยาท”
”ไม่เป็ไรครับ ผมเข้าใจ เื่แบบนี้มันต้องใช้เวลาในการจัดการ”
“งั้นผมพาคุณไปส่งให้ถึงห้องของ ผ.อ. ล่ะกันครับ”
“..ได้สิครับ” ผมเดินตามการนำของคนด้านหน้า พลางมองตรงไปยังห้องเป้าหมายที่อยู่ไม่ไกลเกินสาม่ของการก้าวเท้าย่างในหัวก็คิดหาวิธีเอาตัวรอดจากสถานการณ์ ผมมองไปที่ผนังห้อง ได้ระยะที่แว่นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ..ไม่มีภาพของสิ่งมีชีวิตจากภายในห้องของผู้อำนวยการโรงพยาบาล ..ค่อยยังชั่ว
ก็อก
“ขออนุญาตครับ ผ.อ.” พอพูดจบ เอชอาร์ก็เปิดประตูไม้บานใหญ่โดยไม่ได้รอการตอบรับจากเ้าของห้อง..ห้องกว้างขาวสะอาดตามีเฟอร์นิเจอร์เพียงไม่กี่ชิ้น แต่ที่น่าแปลกคือ ผ.อ. นั่งอยู่ตรงนั้นที่เก้าอี้หนังด้านหลังของโต๊ะทำงาน!? มันกำลังหันหลังเอาพนักสีดำด้านต้อนรับแขกที่มาเยือนเอชอาร์เดินเข้าไปหาทันที
“ผ.อ. ครับ มีหมอมาจากโรงพยาบาล A มาพบท่านครั..” เอชอาร์พูดไม่ทันจบประโยคก็ส่งเสียงร้องด้วยสีหน้าท่าทางที่ช็อกสุดขีดก่อนจะเงียบเสียงไปเพราะอะไรบางอย่าง!!ผมรีบสาวเท้าเดินเข้าไปที่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ไอ้เอชอาร์ล้มลง พร้อมกับล้วงปืนที่พกเหน็บอยู่กับตัว..ร่างไร้ิญญาของเอชอาร์นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นพรม ไม่น่าแปลกใจ เพราะรอยเืจากะุขนาดเท่าเข็มปรากฏอยู่เหนือริมฝีปาก..ตัดก้านสมอง หยุดการทำงานของหัวใจและหมดลมจากไปแทบไม่ทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ ผมมองไปยังทิศทางที่เป็ไปได้ของแหล่งที่มาของะุมันคือตำแหน่งของ ผ.อ. ที่ยังคงนั่งนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!!
.
..ร้านอาหารนอกโรงพยาบาล
..อาร์
..ต้องมาจนได้ ผมกำลังนั่งรออาหารที่สั่งไปเมื่อราวสามนาทีก่อน สลัดผักอกไก่..เหมาะกับการเป็มื้ออาหารในเวลานี้
“ขอบคุณนะอาร์ที่ยอมมาทานข้าวกับพี่” หมอชินยิ้มกว้าง
“ว่าแต่คุณหมอมีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ”
“อืม จะว่าไงดี อยากจะพูด แต่ก็อายตัวเอง”
“งั้นก็ไม่เป็ไรนะครับ”
“โธ่อาร์..”
ผมยิ้มบางพลางยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม
“..คือพี่ชอบอาร์ พี่รู้ว่ามันฟังดูประหลาดนะที่พี่..”
“ไม่หรอกครับคุณหมอ แต่ผมเคารพคุณหมอแบบพี่ชาย”
“..อาร์มีใครแล้วใช่ไหม”
“ครับ”
“คนที่ชื่อคิว.. คุณลุงคนนั้นที่ะโลงจากดาดฟ้า?”
อยากจะหัวเราะ แต่คงไม่เหมาะ “ไม่ใช่คุณลุงคนนั้นหรอกครับตอนนั้นผมแค่รู้สึกว่ามันเป็การกระทำที่โง่น่ะครับแล้วก็อดนึกถึงเพื่อนสนิทคนนึงที่เคยคิดสั้นแบบนั้นไม่ได้ ..เขาชื่อคิวน่ะครับ”
“..ออ” หน้าของหมอชินสลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ฝืนยิ้มตอบ“พี่คงมาช้าเกินไป ดีใจกับอาร์ด้วยนะ แล้วก็..พี่คนนี้จะมีแต่ความปรารถนดีให้อาร์นะ”
“ขอบคุณนะครับคุณหมอ”
“อาร์ช่วยเรียกพี่ว่าพี่ได้ไหม”
“..คงไม่ได้หรอกครับ ผมอยากให้ช่องว่างระหว่างเรามันชัดเจนน่ะครับซึ่งจะเป็ผลดีกับตัวคุณหมอเอง” ผมคิดอย่างนั้นจริงๆคนอย่างหมอชินมีคนอยากเข้าหามากมาย ทำไมจะต้องโดนผมตัดโอกาสด้วย
“..อาร์เป็คนดีจังเลยนะ พี่ถึงได้ชอบอาร์ ภายนอกอาจจะดูเ็าแต่จริงๆ ก็คิดถึงคนอื่น”
“ผมไม่ได้ดีขนาดนั้นหรอกครับ”
.
..โรงพยาบาล
..ชั้น 12 ห้องผู้อำนวยการ
..คิว
ผ.อ. ยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ทั้งที่มีเสียงวุ่นวายและอะไรที่ทำให้เอชอาร์ใหลังจากมองไปที่ ผ.อ. นั่น ก่อนจะถูกฆ่า..
ผมลุกขึ้นยืนในท่าทีเตรียมพร้อม ร่างกายเข้าสู่โหมดเปิด ทั้งหู ตา แขนขา ทุกประสาทัักำลังตื่นตัวพร้อมตั้งรับและต่อสู้ แม้ตอนนี้จะคิดว่าไม่น่าจะมีะุสาดมาจากที่ไหนได้อีกห้องทั้งห้องอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจเบาๆ และหัวใจที่เต้นเร็วขึ้นหนึ่งจังหวะที่ยืนยันความมีตัวตนของผมอยู่ผมเดินใกล้เข้าไปที่ร่างของ ผ.อ. ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังจะต้องเจอกับภาพแบบไหน..แต่ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวเท้าถึง เก้าอี้ตัวนั้นก็หมุนหันมาทางผม
“..เป็ไงบ้างคิว ไม่ได้เจอกันซะนาน”
“..ปู่”
.
.
..คอนโด
..อาร์
หลังจากที่ปลีกตัวจากหมอชินได้ ผมก็ตรงกลับคอนโดมั่นใจว่าคิวคงรออยู่แล้ว แค่คิดถึงใบหน้าคมเข้มของไอ้คนตัวหนาก็รู้สึกดี มีแรงมากพอให้ทำงานต่อ..อยากรู้แล้วว่าภารกิจคืออะไร ทำไมถึงต้องไปที่โรงพยาบาล?
ผมเปิดประตูลับที่เชื่อมกันระหว่างห้องของผมกับคิว ห้องของคิวมืดสนิทไม่มีอะไรเป็สัญญาณบ่งบอกว่าเ้าของห้องอยู่ในนี้ ผมรีบหยิบมือถือขึ้นดูเปิดแอพพลิเคชั่นตรวจดูตำแหน่งสถานะของคิว ผ่านชิปเข้ารหัสที่ถูกฝังอยู่ใต้ชั้นิัของหน่วยลับทุกคนที่จะส่งสัญญาณแก่คู่หูและนายที่ดูแล..คิวยังอยู่ที่โรงพยาบาล ผมกดปุ่มโทรออกทันที ..สัญญาณดังอยู่ราวห้าวินาทีก่อนจะมีคนรับสาย
“สวัสดีค่ะ โรงพยาบาล B ค่ะ”
..เสียงผู้หญิง? “เอ่อครับ ไม่ทราบว่าเ้าของโทรศัพท์อยู่ไหมครับ”
“คุณเป็เพื่อนหรือญาติของคนไข้รึเปล่าคะ”
..คนไข้? “ผมหมออริญชย์ คนไข้เป็เพื่อนของผมเอง”
“ค่ะคุณหมอ ตอนนี้เพื่อนคุณหมอนอนสลบอยู่ห้องฉุกเฉินค่ะ”
“โอเค ผมจะรีบไป”
..สลบ! มึงไปทำอะไรมาวะ ผมเหยียบคันเร่งพุ่งตัวกลับไปที่โรงพยาบาลทันที
.
.
..เช้าของอีกวัน
..มุมหนึ่งในโรงพยาบาล
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนชวนบันเทิง คนที่หน้าเหมือนกันราวกับกำลังส่องกระจกเดินเข้ามาภายในห้องผู้อำนวยการ..ฤทธิ์ของยากล่อมประสาทที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศออกฤทธิ์ได้รวดเร็วอย่างที่มันถูกคิดค้นให้เป็
“..ปู่”
..ไม่ได้ยินสรรพนามนี้มานานแค่ไหน ปู่..คนที่ทิ้งครอบครัว พาตัวเองไปคนเดียวไม่พอยังพาย่าหนีไป..ย่าที่เคยรักผมในฐานะหลานคนเดียวมาตลอด แต่พอไอ้ร่างโคลนนั่นส่อแววว่าจะ ‘รอด’ ปู่กับย่าก็พากันเอาใจใส่อย่างกับว่ามันเป็หลานแท้ๆ อีกคน ทั้งที่มันเป็แค่‘ร่าง’ ที่ไม่ได้มีศักดิ์ศรีความเป็มนุษย์สักนิด
“..เพราะว่าคีย์เป็สิ่งล้ำค่าของพ่อ พ่อเลยขอให้ปู่เขาทดลองโคลนตัวของคีย์ในอนาคตถ้าคีย์ป่วย คีย์ก็จะมีอวัยวะทดแทน หรือมีเซลล์ไว้สำหรับปลูกถ่ายใช้รักษาตัวเองได้”เหตุผลของพ่อที่บอกผมในวันที่คิวเริ่มเจริญเติบโตขึ้น มันไม่ใช่แค่รอด แต่พัฒนาการของมันยังก้าวะโถึงการวัดระดับสติปัญญาจะต่ำกว่าร่างต้นอย่างผม แต่การใช้ร่างกายกลับเรียนรู้ตอบสนองต่อสิ่งเร้าได้ดีพ่อจับมันเข้ารับการฝึกต่อสู้อย่างหนักทันทีั้แ่อายุได้สามขวบ คิวจะไม่ใช่แค่ร่างที่มีไว้ให้อะไหล่สแปร์ในอนาคตแต่มันจะเป็อาวุธมีชีวิตที่ไร้หัวใจ รอฟังแค่คำสั่งแล้วทำตาม ..ก็สมควรกับมนุษย์ปลอมๆอย่างมัน แต่ถึงอย่างนั้นมันก็จะได้รับเกียรติให้เป็โคลนตัวต้นแบบที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดและเป็ต้นกำเนิดของกองกำลังโคลนที่ ‘ขายได้’
“ทำดีกับน้องหน่อยสิคีย์”
คำพูดของปู่ในวันที่ต้องเจอหน้ากันครั้งแรกระหว่างร่างต้นที่มีศักดิ์ศรีความเป็มนุษย์กับอีกร่างที่ไม่ต่างจากสัตว์ด้อยค่า
“ไม่น่าจำเป็ครับ”
“ปู่ไม่อยากให้คีย์เป็เหมือนพ่อ”
“แต่ผมยินดีที่จะเป็เหมือนพ่อครับ”
“อย่างงั้นเหรอ..”
ปู่ทำหน้าเศร้า ผิดหวัง อย่างกับว่าปู่ทำใจยอมรับสิ่งที่ได้ยินไม่ได้แล้ววันนึงปู่กับย่าก็พามันหนีพวกเราไปและไม่กลับมา..
“..ได้ผลเป็ที่น่าพอใจดีครับ”
[แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่]
“ผมอยากทดลอง แล้วก็เช็คอะไรหลายอย่างก่อนพาตัวกลับ”
[อย่าให้นาน เราเสียเวลามามากพอแล้ว]
“ครับคุณพ่อ”
[ระวังตัวด้วยนะ..คีย์]
.
.
..คอนโด
..คิว
“ตื่นได้สักทีนะ”
“อื้อออครับ” ผมยันตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ร่างกายไม่ได้าเ็อะไรแต่รู้สึกไม่มีแรง
“อ่ะกินซะ” ผมรับแก้วน้ำจากมือคุณอาร์แล้วยกขึ้นดื่ม
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณอาร์ ทำไมผมมาอยู่ที่นี่”
“มึงนั่นแหละที่ต้องเล่ามาว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไปสลบอยู่แถวหน้าห้องทำงานของพวกผู้บริหาร”
“ผม..” ผมพยายามนึกภาพเหตุการณ์เมื่อคืน แต่จู่ๆความปวดทรมานก็เสียวลั่นขึ้นในสมอง อย่างกับว่าเนื้อสมองด้านในก่อการฏอยากจะหนีออกมานอกกะโหลกให้ได้ผมกัดฟันฝืนกั้นเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกมา
“เป็อะไร!”
“..ปวดหัว!” ผมตอบด้วยความทรมาน แค่คิดว่าจะพูดว่าอะไรยังยากลำบากไม่ต้องนับรวมถึงการที่ผมพยายามลืมตามองคุณอาร์และลุกขึ้นนั่ง จู่ๆ มือข้างซ้ายของตัวเองก็พุ่งไปข้างหน้าแล้วคว้าเข้าที่ลำคอของคุณอาร์อย่างควบคุมไม่ได้!!
.
..อาร์
“มึงนั่นแหละที่ต้องเล่ามาว่าเมื่อวานมันเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงไปสลบอยู่แถวหน้าห้องทำงานของพวกผู้บริหาร” ทันทีที่ผมถามจบคิวมันก็มีสีหน้าบิดเบี้ยว ..มันกำลังเ็ปทรมาน ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ เพราะสายตาของมันก็เปลี่ยนไปอย่างกับเป็คนละคนแล้วจู่ๆ คิวก็ลุกขึ้นนั่งและยื่นมือมาบีบคอผม!!
“ขะ คิว…!!” ผมพยายามส่งเสียงเรียกสติไอ้คิว แต่มันก็ไม่ได้ผล แรงบีบที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทำผมเริ่มหายใจไม่ออก จะทำไงดีไอ้อาร์! ผมปล่อยมือข้างนึงที่พยายามงัดง้างมือของคิวแล้วไม่ได้ผลและเปลี่ยนมาเป็สับสันมือข้างที่อิสระนี้เข้าที่ข้อพับแขนของไอ้คนร่างหนา ก่อนฉวยโอกาสปัดแขนของคิวที่มีปฎิกิริยาจากการจู่โจมของผมเมื่อครู่ทันที..ได้ผล แต่คงหยุดความบ้าคลั่งของคิวไว้ไม่ได้นาน ผมรีบคว้าเอาลำคอของคิวดึงรั้งให้ตัวเองอยู่ใกล้มันมากที่สุด ก่อนจะกดริมฝีปากของตัวเองให้แนบสนิทกับริมฝีปากของไอ้คนไร้สติหวังว่าการดึงความสนใจของผมด้วยวิธีนี้จะเรียกสติของมันให้กลับคืนมาได้ มันพยายามดิ้นรนดันตัวผมออกแต่ผมก็ออกแรงทั้งหมดที่มีกอดรัดและบดริมฝีปากต่อไปอยู่อย่างนั้น ถ้าถอยผมคงได้ตายแน่เพราะรู้ตัวดีว่าคงไม่มีทางเอาชนะไอ้คิวได้ แต่ถ้าจะต้องตายเพราะคิว ก็ต้องไม่ใช่ตอนที่มันกำลังควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้!..มันสู้แรงความตั้งใจของผมได้ไม่นาน ในที่สุดแรงบดเบียดจากััของผมก็ทำมันอ่อนท่าทีคลายความแข็งกร้าวลงผมรับรู้ได้ ลมหายใจของเราทั้งสองคนค่อยๆ ถูกปรับจนมีจังหวะเดียวกันมันตอบรับััที่ผมมอบให้ เราสบตากัน แววตาที่ดุขวางไร้ชีวิตค่อยๆ กลับมาอ่อนโยนมีความรู้สึกอีกครั้งผมยิ้มและถอนใบหน้าตัวเองออกเพื่อเช็คอาการของคนตัวหนาแต่มันกลับดึงตัวผมให้เข้าใกล้ และพลิกตัวผมให้ล้มนอนและอยู่ใต้ตัวมัน ..คิวยิ้ม ..กลับมามีสติสักทีไอ้คนแรงเยอะ
“ปล่อยกู เราต้องคุยกัน” ผมเคยเห็นอาการแบบนี้ของคิวมาแล้ว แต่นั่นก็เมื่อหลายปีก่อนตอนที่คิวไม่มีสติรู้ตัว..ประสาทสั่งการแบบออโต้ไพล็อต ปฏิกิริยาของร่างกายที่เป็ไปเองเมื่อมีภัยคุกคาม กรณีของคิวคือเกิดจากการคุ้นชินของร่างกายไม่ก็เพราะได้รับการฝึกฝนจนร่างกายตอบสนองต่อเหตุการณ์โดยไม่ต้องคิด ..แต่ทำไมจู่ๆคิวถึงกลับมามีอาการ แถมรุนแรงมาก มีอาการทั้งที่ยังมีสติตื่น แถมไม่ทันมีตัวกระตุ้นด้วยซ้ำ
“ถึงผมจะนึกไม่ค่อยออกว่าเราเริ่มกันได้ยังไงแต่ผมขอต่ออีกนิดไม่ได้เหรอครับ” คำถามบวกหน้าออดอ้อนของคิวทำผมหลุดยิ้ม เกือบลืมไปสนิทว่าเมื่อกี้มันน่ากลัวมากขนาดไหน
“ไม่ได้” ผมพยายามตอบคิวด้วยสีหน้าที่จริงจังที่สุด
“ก็ได้ครับ”
ผมลุกขึ้นจากเตียง คิวเองก็ยอมให้ความร่วมมือ มันลุกเดินตามมาที่โซฟาอาการปวดหัวของคิวดีขึ้น ดูจากท่าทางที่ต่างไปจากเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด แทบจะเป็ปกติผมหยิบเครื่องวัดชีพจรใส่เข้าที่ปลายนิ้วของคิว “มึงค่อยๆ เล่ามาเมื่อวานไปทำอะไรมาบ้าง เอาเท่าที่นึกออก”
“..ผมขึ้นไปที่ห้องผู้อำนวยการ เจอเอชอาร์คนนึง เขาขอเดินไปส่งที่ห้องผ.อ. เพราะคงไม่ไว้ใจ ผมก็เดินตามไปเพราะยังไง ผ.อ. ก็ไม่อยู่ในห้อง.. แล้ว..” คิ้วของไอ้คิวเริ่มขมวดมันกำลังพยายามคิด ชีพจรของมันกำลังเต้นแรงและเร็ว คิวหายใจหอบเหงื่อเริ่มแตกเป็เม็ดไหลอยู่บนกรอบหน้า
“หยุด พอได้แล้ว..”
“…” คิวพยายามผ่อนลมหายใจ
“ไม่ต้องฝืนคิดเื่ต่อจากนั้นแล้ว เอางี้ ก่อนอื่น มึงรู้ได้ไงว่าในห้องไม่มีผ.อ.”
“ผมสแกนผ่านแว่น..”
“ต้องเซฟภาพไว้ได้แน่ๆ ..แต่มันก็หายไปแล้วตอนที่มีคนมาเจอตัวมึง”
“…”
“กูจะแฮกระบบโรงพยาบาลเข้าไปดูกล้องวงจรปิด น่าจะได้เื่”
“…”
“ตอนนี้มึงกินข้าวแล้วก็ไปนอนซะ”
“แต่ผม..”
“อย่าฝืน”
“คุณอาร์.. ผมขอโทษนะครับ.. ที่ทำคุณอาร์เจ็บ”คิวยื่นมือมาััเบาๆ ที่คอของผม สีหน้าของมันกำลังบอกว่ามันรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป
“..จำได้ไหม ว่าเมื่อกี้คิด หรือรู้สึกอะไร”
“..ไม่ได้เลยครับ เหมือนภาพมันตัด”
“อืม มึงไปกินข้าวแล้วก็นอน”
“ครับ” คิวยอมลุกเดินไปทางห้องครัวแต่โดยดี แต่กว่าจะยอมไปก็อ้อยอิ่งจนผมต้องยอมให้มันได้ทำในสิ่งที่้าด้วยเหตุผลที่ว่ามัน้าลบภาพความทรงจำที่ไม่ดีของตัวมันเมื่อกี้ ซึ่งผมก็ยอมมันจนได้..
ภาพทางเดินหน้าห้องผู้อำนวยการอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์คิวกำลังเดินตามหลังเอชอาร์ และหายเข้าไปในห้อง เวลาเดินไปไม่ถึงสิบนาทีคิวก็เปิดประตูเดินออกมา ..ท่าทางมึนงงเหมือนไร้ิญญา แล้วจู่ๆก็ล้มลงกองอยู่ตรงนั้น ส่วนในห้องผู้อำนวยการไม่มีกล้องวงจรปิด เลยไม่รู้ว่าข้างในห้องเกิดอะไรขึ้นแล้วเอชอาร์อยู่ไหน ผมเร่งสปีดความไวของภาพ ..ไม่มี ไม่มีใครออกมาจากห้องเลยหลังจากนี้..ผมสังหรณ์ไม่ดี เลยตัดสินใจเซฟภาพที่เห็นไว้และจัดการลบมันออกจากฐานข้อมูลของโรงพยาบาล ..กันไว้ดีกว่าแก้เพราะจากที่คิวควบคุมตัวเองไม่ได้แบบเมื่อกี้ มันอาจเกิดเื่ไม่ดีขึ้นก็ได้
“สวัสดีครับ ขอพูดสายกับคุณพงศ์ ฝ่ายเอชอาร์ครับ” ผมรีบต่อสายไปที่โรงพยาบาลถ้าตรวจสอบได้ว่าเอชอาร์ที่อยู่กับคิวยังอยู่ดี มันก็จะทำให้ผมสบายใจขึ้นได้บ้าง
“สักครู่นะคะ”
เสียงดนตรีรอสายดังน่ารำคาญ มันนานเกินไปสำหรับการรอคอยทั้งที่เข็มบางของนาฬิกายังเดินได้ไม่ทันถึงครึ่งรอบ
“วันนี้คุณพงศ์ลาค่ะ”
“ไม่ทราบว่าคุณพงศ์แจ้งด้วยตัวเองรึเปล่าครับ”
“ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือ?”
“เอ่อ ไม่เป็ไรครับ ขอบคุณครับ”
ผมวางสายทันทีถึงถามต่อไปก็คงไม่ได้เื่อะไร แต่ถึงอย่างนั้นก็มั่นใจได้เื่นึงแน่ๆ คือเรากำลังเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีฝีมือมากพอที่จะตัดต่อเอาสิ่งที่ควรจะมีอยู่ในภาพของกล้องวงจรปิดให้หายไปอย่างแเีเหมือนเป็สารท้าทายที่มันตั้งใจส่งถึงพวกเรา ..ที่สำคัญคือมันรู้จักพวกเราดี..โดยเฉพาะคิวปัญหาตอนนี้มีมากเกินไป ..คิวที่จำเหตุการณ์อะไรไม่ได้ แถมมีอาการกระหายเืที่ควบคุมไม่ได้..เอชอาร์ที่ยังยืนยันสถานะการมีชีวิตอยู่ไม่ได้ ..ไหนจะคนที่หน้าตาเหมือนกันราวแฝดที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาหลังจากหลับเป็ผักมานานมันต้องเกี่ยวข้องกันแน่ๆ ระหว่างที่สมองกำลังทำงานอย่างหนักผมก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังแสดงภาพมุมต่างๆทั่วโรงพยาบาล ..บุรุษพยาบาลที่มีท่าทีแปลกๆ ถ้าแค่การปิดหน้าปิดตาด้วยแมสก็คงไม่น่าสงสัยอะไรแต่ไม่รู้ทำไมสัญชาตญาณบางอย่างข้างในบอกว่าคนๆ นี้ไม่ใช่เ้าหน้าที่ทางการแพทย์ คงเพราะลักษณะบ่งบอกว่าเป็ชาวต่างชาติความสูงที่เกิน 170 สีผมที่ออกบลอนด์ ร่างกายกำยำมีกล้ามเนื้อ แถมท่าทีการเดินการขยับร่างกายที่ดูเหมือนอาชญากรมากกว่า
“..เท่าที่รู้มา ครอบครัวของคุณออสบอร์เป็พวกผู้มีอิทธิพลในยุโรปร่ำรวย แล้วก็มีอำนาจ” หมอชินเคยพูดถึงมิสเตอร์ออสบอร์ไว้ ผมคิดตามสิ่งที่นึกได้ การเป็บุคลากรทางวิทยาศาสตร์สอนให้ผมตั้งข้อสังเกตวิเคราะห์และประเมินทันที มันอาจมีความเป็ไปได้ ผมรีบต่อสายหาหมอชิน
“คุณหมอครับ ผมอาร์น่ะครับ ไม่ทราบว่าคุณหมออยู่ที่โรงพยาบาลรึยังครับ”
“พี่มาถึงแต่เช้าแล้ว อาร์มีอะไรรึเปล่า”
“คุณหมอรีบย้ายคุณออสบอร์ออกจากห้องเดี๋ยวนี้เลยครับ แล้วก็ตาม รปภ.”
“ได้ พี่จะรีบจัดการตามที่อาร์บอก”
หมอชินวางสายผมทันทีโดยที่ไม่ได้ตั้งคำถาม ..ดีหวังว่าหมอชินจะย้ายคุณออสบอร์ทันก่อนที่จะเกิดสิ่งที่ผมคาดเดาไว้..แต่ยังไว้ใจไม่ได้ ผมคว้ากุญแจรถแล้วพุ่งตัวไปที่ประตู แต่ไอ้คิวก็ไวพอที่จะคว้าแขนของผมไว้ได้ทั้งที่โผล่ออกมาจากห้องน้ำเพียงแค่ครึ่งตัว
“จะรีบไปไหนครับ”
“จะรีบไปโรงพยาบาล”
“มีอะไรด่วน?”
“มี ..แต่ยังไม่แน่ใจ”
“ผมไปด้วย ขอหนึ่งนาที”
“กูลงไปรอที่รถ”
ยังไงมีคิวไปด้วยก็อุ่นใจกว่า ผมไม่ลืมหยิบอาวุธประจำตัวถึงจะเป็ในโรงพยาบาล แต่ก็ไม่มีอะไรการันตีว่าคนร้ายจะไม่ใช้อาวุธ ถึงมันจะแค่มาทำอะไรสักอย่างกับคนที่ไม่มีทางสู้ก็ตาม
“ไม่ไปรถผมเหรอครับ น่าจะเร็วกว่า”คิวถามทันทีที่เปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับ
“ไม่ เพราะเราจะไม่ได้กลับมากันแค่สองคน”
.
.
..โรงพยาบาล
..ตึกพักผู้ป่วย ชั้น 11 ห้อง 1153
“คุณเป็ใคร! เข้ามาในห้องนี้ทำไม”
“…”
“พี่ถามมัน แต่มันก็ไม่ได้ตอบ พอพี่จะจับตัวก็โดนต่อยจนจนเห็นดาวสุดท้ายมันก็วิ่งหนีไป แถม รปภ. เราก็จับมันไว้ไม่ได้ บางคนก็เจ็บตัวด้วย”หมอชินเล่าเหตุการณ์เมื่อเช้าด้วยความขับข้องใจ “ดีที่พี่เชื่ออาร์รีบย้ายคุณออสบอร์ออกไปก่อน ไม่งั้นต่อให้เกณฑ์คนมาเยอะกว่านี้ก็อาจจะขวางมันไว้ไม่ไหวน่าจะเป็มืออาชีพ”
“ขอบคุณนะครับที่เชื่อผม แล้วนี่คุณหมอทำแผลรึยังครับ”
“ยังเลย มัวแต่ติดต่อประสานกับทางตำรวจเผื่อว่าจะจับตัวมันได้”
“งั้นผมทำแผลให้คุณหมอเองครับ”
“พี่ว่าแล้ว ว่าอาร์ต้องเป็ห่วงพี่”
“..เรียกร้องความสนใจ” เสียงพูดลอยๆดังมาจากไอ้คิวที่ยืนเงียบมาได้ตั้งห้านาที ผมไม่ได้หันไปมอง แต่พอนึกออกว่าไอ้คนตัวหนาคงกำลังทำท่าทองไม่รู้ร้อน“ขอโทษนะครับที่ขัดจังหวะ แล้วตอนนี้คุณออสบอร์อะไรนั่นปลอดภัยดีแล้ว?”
“เอ่อ..ครับ เดี๋ยวผมพาไปหาเขา เอ๊ะคุณ..”
“ทำแผลก่อนเถอะครับคุณหมอ มี รปภ. เฝ้าอยู่ และมันรู้แล้วว่าเราระวังตัวยังไงก็คงไม่กล้าลงมือซ้ำตอนนี้แน่” ผมดึงแขนเสื้อกราวน์ของหมอชินให้เดินไปที่เตียงนอนของคนไข้และเดินออกไปที่เคาเตอร์ของพยาบาลที่ต้องมีชุดปฐมพยาบาลอยู่ปล่อยให้ไอ้คิวอยู่กับหมอชินตามลำพังในห้อง คิดว่าแค่ไม่กี่นาทีคงไม่ตีกัน
..คิว
“ไม่ทราบว่าคุณคือ?” ไอ้หมอชินชาปลาสลิดเปิดฉากถามทันทีที่คุณอาร์เดินออกจากห้องไป
“ผมเป็แฟนหมออาร์”
“ตอบแบบไม่ต้องคิดเลยนะครับ”
“ครับ ของแบบนี้ ต้องรีบพูดให้ชัดเจน จะได้ไม่มีใครเข้าใจผิด”
“หวงเหรอครับ”
“ครับ ก็คนของผมทั้งคน..”
“ขอโทษนะครับ คบกันมานานรึยังครับ”
“…”
“ยังไม่ถึงอาทิตย์ครับ” คุณอาร์พูดแทรกหลังจากที่พาตัวเองเข้ามาอยู่ในห้องพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาลที่อยู่ในมือ
“..ยังไม่ถึงอาทิตย์?”
“ครับ” ผมมองหน้าคุณอาร์ที่ไม่ได้สนใจมองผมสักนิด..จะเล่นงี้ใช่ไหมคุณอาร์ ผมเดินเข้าไปยืนใกล้คุณอาร์ แล้วเอาแขนโอบเข้าที่เอว..ตำแหน่งที่คุ้นเคย ก่อนจะวางคางเกยบนบ่าของคุณเขา ผมยืนซ้อนหลังแบบแนบชิด ถ้าคิดดีได้ให้มันรู้ไป“ถึงเราจะเพิ่งเป็แฟนกัน แต่เราก็รู้จัก สนิทสนมกันมาหลายปีแล้วครับ” ผมเหลือบมองคุณอาร์จากด้านข้างคุณเขาอมยิ้ม ไม่ได้ตำหนิที่ผมประกาศสถานะขนาดนี้
“อาร์จะไม่รักษาน้ำใจของพี่สักหน่อยเหรอ พากันมาเปิดตัวขนาดนี้”ไอ้หมอชินพูดตัดพ้อพลางเงยหน้ามองคุณอาร์ที่กำลังใช้สำลีแต้มยาแตะที่มุมปากของตัวเอง..ตีหน้าสลด โคตรน่าสงสาร
“คือเขาเป็เพื่อนร่วมงานด้วยน่ะครับคุณหมอ ที่มาก็เพราะเื่งาน”
“งาน?”
“ครับ งานความมั่นคง ก็เื่ที่คนร้ายบุกเข้ามาถึงที่นี่..”
“คุณออสบอร์? ..คงเป็เื่ใหญ่ งั้นเรารีบไปหาเขากันเถอะ แล้วก็ขอบคุณนะอาร์ที่ทำแผลให้พี่”
“ขอให้หายเจ็บไวๆ นะครับ” ผมพูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินตามหลังคุณอาร์ที่เดินนำออกจากห้องไปก่อนแล้ว
“ก็หวังว่าคุณจะไม่ต้องมาเจ็บแบบผมนะครับ..คุณคิว” ผมหยุดเดินแทบจะทันทีซึ่งก็เป็จังหวะเดียวกันกับที่ไอ้หมอชินเดินมายืนอยู่ข้างๆมันมองหน้าผมด้วยรอยยิ้มที่สดใสแต่ทำไมผมกลับรับรู้ได้ถึงความไม่จริงใจที่โคตรจริงใจ
สุดท้ายก็เป็ผมที่เดินรั้งท้ายตามหลังคนคู่หน้า..คุณอาร์กับไอ้หมชิน ..ก็ได้แค่เื่งานเท่านั้นแหละตอนนี้พวกเราทั้งหมดกำลังยืนอยู่ในอาณาเขตของห้องพักผู้ป่วยวีไอพี หมายเลข 1145..ห้องตรงข้ามห้องพักเดิม จะว่าเป็ไอเดียที่ฉลาดก็ไม่เชิง ใกล้ สะดวก แต่ก็เสี่ยง
“ผมจะทำเื่รับตัวคุณออสบอร์ไปพักฟื้นที่เซฟเฮ้าส์”
“อืม พี่ว่าก็ดีนะ ถ้าอยู่ที่นี่ต่อก็คงรับรองความปลอดภัยไม่ได้”
“..นอนห้องหรูขนาดนี้ ก็น่าจะมีปัญญาหาบอดี้การ์ดมาเฝ้าเองได้”
“นั่นสิครับ ญาติอย่างคุณก็ควรจะทำอะไรบ้าง จะได้ไม่ลำบากคนอื่น”
“ญาติ? คุณหมายถึงใคร ผม?”
ไอ้หมอชินส่ายหัวเบาๆ “นี่แสดงว่าคุณไม่รู้ว่าพี่ชายของตัวเองนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่”
“พี่ชาย?!! นี่คุณหมอ ท่าทางคุณจะรักษาคนไข้จนสมองเพี้ยนไปแล้วมั้งคุณกับผมก็เพิ่งรู้จักกัน คุณหมอจะมารู้ได้ไงว่าผมมีพี่ชาย”
“พี่ขอเสียมารยาทหน่อยนะอาร์ แต่พี่ว่าอาร์ไม่ควรคบกับคนแบบเขา ขนาดคนในครอบครัวเขาเองเขายังไม่สนใจพี่ไม่อยากคิดเลยว่า วันนึงอาร์จะต้องปวดใจแค่ไหน”
“เห้ยคุณหมอ! พูดจาให้มันสมกับความเป็หมอหน่อยนะ”
“ผมพูดความจริ..”
“พอก่อนนะครับทั้งคุณหมอ แล้วก็..” คุณอาร์รีบเข้ามาเบรกาน้ำลายระหว่างผมกับไอ้หมอชิน
“แค่กๆ” จู่ๆ ก็มีเสียงไอของใครสักคนดังขึ้นขัดจังหวะ ..เกือบลืมไปว่ามีไอ้คุณออสบอร์อะไรนั่นอยู่ในห้องอีกคนคุณอาร์รีบเดินไปที่เตียงทันทีส่วนไอ้หมอชินก็ส่งสายตาหาเื่มาที่ผมก่อนจะเดินตามคุณอาร์ไปปล่อยให้ผมยืนหงุดหงิดอยู่บริเวณห้องรับแขกส่วนนอกของห้องพักผู้ป่วย
“เป็ยังไงบ้างครับตอนนี้”
“ถ้าโอเค ก็กะพริบตาหนึ่งทีนะครับ”
“ผ..ผม อ..โอ ค..”
“ไม่ต้องรีบร้อนครับคุณออสบอร์ ค่อยๆ พูด ตอนนี้คุณยังควบคุมการออกเสียงได้ค่อนข้างลำบาก”น้ำเสียงตื่นเต้นของไอ้หมอชินโคตรจะโอเวอร์ ส่วนคุณอาร์ของผมก็กำลังก้มๆ เงยๆอยู่ข้างเตียง ตรวจสอบอุปกรณ์ ปริมาณน้ำเกลือ ผมเดินเข้าใกล้ที่เตียงบ้างขอดูหน้าคนที่ไอ้หมอชินมันอ้างว่าเป็ญาติผมหน่อย
……………..
เหี้ย!! คนที่นอนอยู่บนเตียง ..มันคือผมชัดๆ
.
.
.