บทที่ 23 หนังสือหย่า (รีไรต์)
“ไม่นะท่านแม่ ท่านทำกับข้าเช่นนี้ไม่ได้”
เพียงได้ยินดังนั้น เฝิงเสี่ยวฮวาก็ไม่ได้สนใจความเ็ปที่แล่นริ้วอยู่บนร่างกาย นางคลานเข่าเข้าไปกอดขาของแม่เฒ่าฉินไว้แน่นพลางร่ำไห้
ไม่ได้ นางไม่อาจจากไปได้
นางไปแอบสืบมาแล้วว่า โสมธรรมดาเพียงหนึ่งรากยังขายได้สี่ถึงห้าร้อยตำลึง ยิ่งไปกว่านั้นสวี่ซิ่วอิงบอกว่าโสมนั้นเป็โสมอายุหนึ่งร้อยปี ย่อมขายได้เจ็ดถึงแปดร้อยตำลึงเป็แน่
หากนางจะไป นางต้องได้เงินไปด้วย
หากนางไม่ได้เงิน น้องชายกับบิดาของนางคงต้องตายแน่ ๆ
“ท่านแม่ข้าขอร้อง โปรดเห็นแก่หลานชายท่าน อย่าไล่ข้าไปเลย ข้ายอมเป็วัวเป็ม้ารับใช้ท่าน”
นางคุกเข่าลงบนพื้นแล้วโขกศีรษะไม่หยุด
แต่ไม่ว่านางจะอ้อนวอนเพียงใด แม่เฒ่าฉินก็ไม่หวั่นไหว
“เหล่าเอ้อร์ เราเป็สามีภรรยากัน เ้าช่วยขอร้องให้ท่านแม่เมตตาข้าด้วยได้หรือไม่”
เมื่อเห็นว่าแม่เฒ่าฉินนิ่งไม่ไหวติง นางจึงหันไปเกาะขาของสามี อ้อนวอนขอความช่วยเหลือ
แต่ฉินเหล่าเอ้อร์กลับไม่สนใจใยดี ถอยหลังหนีนางด้วยความรังเกียจ
เขารู้ดีมาตลอดว่าเฝิงเสี่ยวฮวาเป็คนเห็นแก่ตัว แต่เพราะเห็นแก่ลูกทั้งสอง เขาจึงยอมอดทนกับเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ แม้กระทั่งเื่ใหญ่หลายเื่ที่นางก่อขึ้น เขาก็ต้องออกหน้าไปจัดการให้นางอยู่เสมอ
แต่นางกลับทำเื่ร้ายแรงเช่นนี้ ถึงขั้นทำให้ท่านแม่และหลานสาวต้องเสี่ยงอันตราย
เพียงแค่นึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ เหล่าเอ้อร์ก็โกรธจนตัวสั่น โชคดีที่ท่านแม่เฉลียวฉลาด ไม่เช่นนั้น หากเกิดเื่ร้ายขึ้นจริงจะทำอย่างไร
ยิ่งไปกว่านั้น ท่านแม่ยังอุ้มเล่อเหนียงเอาไว้ในอ้อมแขนอีกด้วย
“ลิ่งอวี่ เ้าช่วยแม่ด้วย แม่อยู่โดยไม่มีลูกไม่ได้”
นางเข้าไปกอดขาฉินลิ่งอวี่ราวกับคนสิ้นหวัง ไม่มีท่าทางของมารดาผู้ให้กำเนิดแม้แต่น้อย
ฉินลิ่งอวี่อยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ครานี้ท่านแม่ทำเกินไปจริง ๆ
นางเกือบทำให้ท่านย่ากับน้องเล่อเหนียงเป็อันตราย
เขาไม่กล้าพูดอันใด แต่นางก็เป็มารดาผู้ให้กำเนิดและเลี้ยงดูเขามา
“ท่านย่า ขอท่านโปรดเมตตา ให้โอกาสท่านแม่ของข้าอีกสักครั้งเถิดขอรับ”
ฉินลิ่งอวี่คุกเข่าลง กล่าวอย่างยากลำบาก
“ลิ่งอวี่ นางไม่คู่ควรให้เ้ามาคุกเข่าขอร้อง ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้!” ฉินเหล่าเอ้อร์ตวาด
“ท่านพ่อ ข้าขอร้อง โปรดเมตตาท่านแม่อีกสักครั้งเถิดขอรับ ต่อไปนี้ข้าจะดูแลนางเอง”
“ท่านแม่ เหล่าเอ้อร์ ข้ารู้ว่าข้าทำผิดไปแล้ว ขอท่านทั้งสองโปรดให้โอกาสข้าอีกครั้งเถิดเ้าค่ะ ข้าสาบานว่าจะปรับปรุงตัวใหม่”
เฝิงเสี่ยวฮวาดึงแขนฉินลิ่งอวี่ไว้ พลางคุกเข่าคำนับฉินเหล่าเอ้อร์กับแม่เฒ่าฉิน เหตุการณ์นี้ทำเอาผู้ที่พบเห็นอดรู้สึกเวทนาไม่ได้
แม่เฒ่าฉินกวาดสายตามองเหล่าลูกหลาน ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
“เหล่าเอ้อร์ เ้าไปเขียนหนังสือหย่ามาเดี๋ยวนี้”
ฉินเหล่าเอ้อร์รับคำ แล้วหันหลังเดินเข้าไปในห้องหนังสือเพื่อเขียนหนังสือหย่า
บ้านหลังนี้ที่เฉินฮั่นหลินเตรียมไว้ให้ มีทุกอย่างพร้อมสรรพ แน่นอนว่าต้องมีห้องหนังสือและอุปกรณ์การเขียนด้วย
เฝิงเสี่ยวฮวาใแทบสิ้นสติ นางคิดว่าเมื่อลูกชายพูดขอร้องแทนแล้ว แม่เฒ่าฉินคงเห็นแก่หลานชาย ยอมให้โอกาสนางอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าจะให้ฉินเหล่าเอ้อร์เขียนหนังสือหย่าจริง ๆ
คราวนี้นางหวาดกลัวจริง ๆ จึงรีบเข้าไปกอดขาแม่เฒ่าฉิน ร้องห่มร้องไห้ น้ำตาไหลอาบหน้า
“ท่านแม่ ยกโทษให้ข้าอีกสักครั้งเถิดเ้าค่ะ ข้ารู้แล้วว่าข้าทำผิด โปรดอย่าเขียนหนังสือหย่านั่นเลย ท่านแม่โปรดเห็นแก่ที่ข้าให้กำเนิดหลานชายทั้งสองให้กับตระกูลฉิน ยกโทษให้ข้าอีกสักครั้งเถิดเ้าค่ะ”
ทว่าครั้งนี้แม่เฒ่าฉินตัดสินใจแน่วแน่แล้ว นางสะบัดขาออก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็า
“ถ้าข้าไม่เห็นแก่ลูกทั้งสองของเ้า ข้าคงไล่เ้าออกไปนานแล้ว!”
“ทั้งเ้าเล่ห์เพทุบาย ปากเสียมักพูดจาส่อเสียด ไม่รู้จักรักใคร่เอ็นดูลูกหลาน ไม่กตัญญู ทั้งยังขัดคำสั่งผู้าุโ คนเช่นนี้จะเก็บไว้ให้รกหูรกตาหรือไร!”
ในตอนนั้นเอง ฉินเหล่าเอ้อร์เขียนหนังสือหย่าเสร็จแล้ว
แม่เฒ่าฉินรับหนังสือหย่ามาแล้วกล่าวต่อว่า “แต่สิ่งที่เ้าพูดก็ถูก ถึงอย่างไรเ้าก็ให้กำเนิดหลานชายแก่ตระกูลฉินถึงสองคน เห็นแก่หลานทั้งสองและเห็นแก่ลูกชายข้า ข้าจะให้โอกาสเ้าอีกครั้ง”
“หนังสือหย่าฉบับนี้ ข้าจะยังไม่มอบให้เ้า นับแต่วันนี้เป็ต้นไป เ้าเป็คนของตระกูลฉินแค่ครึ่งเดียว งานบ้านที่ควรทำก็ต้องทำอย่าให้ขาดตกบกพร่อง อาหารการกินข้าไม่ให้เ้าอดอยากหรอก แต่จงหุบปากของเ้าเอาไว้ มิเช่นนั้น ข้าจะไล่เ้าออกจากตระกูลฉินทันที!”
“ถึงตอนนั้น อย่าได้โทษข้าว่าใจร้ายแล้วกัน” พูดจบแม่เฒ่าฉินก็หยิบเงินสิบตำลึงวางไว้บนโต๊ะแล้วกล่าวว่า
“แน่นอน เ้ายังมีทางเลือกอีกทาง นั่นก็คือรับเงินสิบตำลึงนี้ไปพร้อมกับหนังสือหย่า จากนี้ไปก็ต่างคนต่างอยู่ไม่เกี่ยวข้องกันอีก”
เฝิงเสี่ยวฮวามองเงินที่อยู่ตรงหน้า ดวงตาเป็ประกายด้วยความโลภ
“ข้าไม่เอาเงิน ข้า้าลูก!”
คำพูดของเฝิงเสี่ยวฮวา ทำให้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์มองนางด้วยความชื่นชม ในใจต่างก็คิดว่า
‘นี่หรือเฝิงเสี่ยวฮวา ผู้ซึ่งเคยโลภมาก’
ใบหน้าที่เ็าของแม่เฒ่าฉินอ่อนลงเล็กน้อย
“ดี เห็นทีเ้ายังคงมีสามัญสำนึกอยู่บ้าง ถึงแม้ข้าจะยกโทษให้ แต่เ้าก็ต้องถูกลงโทษอยู่ดี เหล่าเอ้อร์ นางเป็ภรรยาของเ้า เ้าจัดการเอาเองเถิด”
“ยี่สิบไม้ ห้ามขาดแม้แต่ไม้เดียว”
ฉินเหล่าเอ้อร์ก็โกรธมากเช่นกัน เขาเดินเข้ามาผลักนางล้ม แล้วมัดนางไว้กับม้านั่งยาว จากนั้นก็คว้าไม้พายที่อยู่หลังประตูฟาดลงไปอย่างแรง
เมื่อเห็นท่าทางดุดันของสามี เฝิงเสี่ยวฮวาก็เสียขวัญแทบสิ้นสติ
แม้กระทั่งตอนที่นางวางแผนบังคับให้ฉินเหล่าเอ้อร์แต่งงานกับนาง เขาก็ไม่เคยแสดงท่าทีเช่นนี้มาก่อน
นางมั่นใจว่าฉินเหล่าเอ้อร์จะต้องใช้โอกาสนี้ฆ่านางแน่ ๆ
นางเสียใจแล้ว
นางไม่น่าโลภเลย น่าจะรับเงินสิบตำลึงนั้นไป
อย่างไรเสีย ลูกชายก็เกิดมาจากท้องของนาง นางไม่เชื่อว่าพวกเขาจะไม่ยอมรับนาง
แต่ตอนนี้สายเกินไปแล้ว ไม้ของฉินเหล่าเอ้อร์ฟาดลงมาอย่างหนักหน่วง เสียงร้องราวกับจะขาดใจดังลั่น
“โอ๊ย! ข้าเจ็บจะตายแล้ว ฮือ ๆ”
พร้อมทั้งร้องเรียกลูกชาย “ลิ่งอวี่ เ้าช่วยแม่ด้วย”
แม้ว่าฉินเหล่าเอ้อร์จะเป็บัณฑิต แต่แรงมือก็หนักเอาการ แต่ละครั้งที่ฟาดลงไป เพียงไม่กี่ครั้ง ก้นของเฝิงเสี่ยวฮวาก็กลายเป็สีแดงก่ำ
สุดท้าย สือไห่ถังกับสวี่ซิ่วอิงต้องช่วยกันลากนางเข้าห้อง พอถอดเสื้อผ้าออกก็พบรอยฟกช้ำ จึงช่วยกันหายามาทาให้
เกิดเื่ราวเช่นนี้ขึ้น ใครจะมีกะจิตกะใจกินข้าวลง พวกเขาฝืนกินอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะแยกย้ายกันกลับห้อง
แม่เฒ่าฉินนั่งอยู่บนเตียง มือลูบกล้องยาสูบ น้ำตาไหลริน
นับั้แ่ต้องอพยพหนีภัย สิ่งของติดตัวก็พลัดหายไปทีละอย่างสองอย่าง จนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงกล้องยาสูบอันนี้ที่นางยังคงเก็บไว้ข้างกาย
มันเป็สิ่งของชิ้นสุดท้ายที่ทำให้แม่เฒ่าฉินระลึกถึงพ่อเฒ่าฉิน
“แต่งภรรยา ต้องแต่งคนดีมีคุณธรรม ข้าทำผิดต่อเหล่าเอ้อร์จริง ๆ ที่ไปสู่ขอสตรีเช่นนางมาเป็สะใภ้ ทำให้ชีวิตเขาต้องพบความลำบากเช่นนี้”
ฉินเยาเยาอดสงสารท่านย่าไม่ได้ ถึงจะเป็คนอื่นนางก็คงไม่สนใจ แต่เฝิงเสี่ยวฮวาเป็หญิงที่เห็นแก่ตัว นางไม่สมควรได้รับความเห็นใจ
“แอ้!”
ขณะที่แม่เฒ่าฉินกำลังโศกเศร้า เสียงของฉินเยาเยาก็ดังขึ้น นางหันกลับมามองหลานสาวอย่างรวดเร็ว เกือบส่งเสียงร้องออกมาด้วยความใ
ข้างกายของของหลานสาวมีโสมชั้นเลิศวางเรียงรายอยู่สิบกว่าราก
“โอ้! เด็กดีของย่า เ้าเก็บเข้าไปเถิด”
ฉินเยาเยาตั้งใจนำโสมออกมาเพื่อให้ท่านย่าหายเศร้าโศกเสียใจ เมื่อเห็นท่านย่ามีสีหน้าที่ดีขึ้น นางจึงโบกมือเล็ก ๆ เก็บโสมทั้งหมดเข้าไป
ดวงตากลมโตของเยาเยากวาดมองไปรอบ ๆ พลางโบกมืออีกครั้ง ปรากฏเค้กสีขาวราวกับหิมะวางอยู่บนหมอน
แม่เฒ่าฉินที่ไม่เคยเห็นสิ่งนี้มาก่อน ทว่าเพียงแค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าคือขนมหวานชนิดหนึ่ง
“เด็กดี นี่คือขนมหวานงั้นหรือ”
“อ้ะ อื้อ!”
ได้ยินคำยืนยันจากนาง แม่เฒ่าฉินจึงหยิบมันขึ้นมาดู ก่อนจะค่อย ๆ กัดกินเพียงเล็กน้อย
ทันทีที่รสััหวานละมุนละลายในปาก ความรู้สึกขุ่นเคืองก่อนหน้าพลันมลายหายสิ้น