"มึง! กูตัดสินใจจะลาออกจริง ๆ แล้วว่ะ" วิน ธีรวิน ชายหนุ่มวัย 24 ปี สูง 188 เิเ คิ้วเข้ม ในตำแหน่งเ้าหน้าที่ความปลอดภัยระดับวิชาชีพประจำโรงงานแห่งนี้ เอ่ยขึ้นกับเพื่อนสนิท
"มึงจะไม่ตามหาคนที่ขับรถชนแม่มึงแล้วรึไง" ริว รวิชย์ ชายหนุ่มวัย 24 ปีเท่ากัน สูง 187 เิเ เป็เ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อมที่ทำงานร่วมกันกับวิน เพราะทำงานร่วมกันตลอด จึงทำให้สนิทกันได้ง่าย
"กูตามมาตลอด 6 ปี ตำรวจยังไม่มีความคืบหน้าเื่ของแม่กูเลย เขาบอกแต่ว่าคดีมันผ่านมานานแล้ว หลักฐานตอนนั้นก็ไม่มี กูจนปัญญาแล้วจริง ๆ ว่ะ" วินพยายามตามหาคนที่ขับรถชนแม่เขาตายเมื่อ 18 ปีก่อน แต่ก็จนหนทาง อีกทั้งกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุจุดนั้นก็ดันไม่มีอีก คนร้ายเลยหนีลอยนวลไปได้
ริวแตะไหล่เพื่อนสนิทเชิงปลอบ เขาก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเหมือนกัน
"กูว่ากูจะกลับไปช่วยพ่อทำงานไร่ที่บ้าน ั้แ่แกเป็ผู้ใหญ่บ้าน ก็ไม่ค่อยมีเวลาไปทำไร่เท่าไหร่ ปีที่แล้วเลยขาดทุนไปเยอะ" พ่อของวินได้รับเลือกเป็ผู้ใหญ่บ้านมา 6 ปีแล้ว ั้แ่วินเริ่มเข้ามหาวิทยาลัย
"แล้วเื่ลุงคนนั้นที่มึงชอบล่ะ มึงยังไม่เจอเขาเลยไม่ใช่เหรอ จะถอดใจง่าย ๆ แบบนี้?" ริวนึกถึงเื่ที่วินเคยเล่าให้ฟังว่ากำลังตามหารักแรกที่เจอตอนอายุ 5 ขวบ และตอนนั้นผู้ชายคนนั้นน่าจะอายุประมาณเท่าพวกเขาตอนนี้ ซึ่งถ้านับอายุปัจจุบันผู้ชายคนนั้นน่าจะอายุ 43 ปีแล้ว
"ไม่ใช่ลุงโว้ย!! พี่!! เขาคือพี่!!!" วินแย้งกลับทันที เขาไม่ชอบให้ใครมาเรียกรักแรกเขาว่าลุงทั้งนั้น อายุมันก็แค่ตัวเลขป้ะ
"เออ ๆ พี่ก็พี่! แต่มึงยังไม่เจอเขาเลยนะเว้ย จะหนีกลับไปอยู่บ้านแล้วเหรอ"
"กูก็ตามหาเขาตลอด 6 ปี พร้อมกับคดีแม่ แต่ก็ไร้วี่แววเหมือนกัน ตอนนี้กูไม่รู้ว่าพี่เขาไปอยู่ไหน ทำอะไรอยู่ กูถามป้าคนขายน้ำหน้าโรงเรียน ก็บอกว่าพี่เขาย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว กูว่ากูคงไม่ได้เจอพี่เขาแล้วแหละ และกูก็ไม่อยากเป็ จป.แล้วด้วย กูอยากกลับบ้านนน!!!" วินงอแงเหมือนเด็ก
"เฮ้อ...แล้วกูจะอยู่กับใคร ถ้ามึงลาออกอะ" ริวงอแงกลับเช่นกัน
"ก็อยู่กับวาไง" วินหมายถึง วา วรัญญา สาวบัญชี อายุเท่ากันกับพวกเขา เป็เพื่อนสมัยมัธยมและมหาลัยของริว และที่สำคัญยังเป็คนที่ริวแอบชอบด้วย
"ก็วามันอยู่แผนกบัญชี แต่มึงอยู่แผนกเดียวกันกับกูไงเพื่อน!! ถ้ามึงลาออก แล้วคนใหม่เข้ามา กูก็ต้องใช้เวลานานอีกก็ว่าจะสนิท"ริวรีบหาเหตุผลมาแย้ง
"ริว!! มึงฟังกูนะ" วินจับไหล่ทั้งสองข้างหันหน้าประจันกับริว
"..."
"กู จะ ลา ออก!!" วินเน้นทีละคำ แล้วหันหลังหยิบหมวกสีเขียวประจำตำแหน่งมาสวม จากนั้นก็เดินออกจากห้องเพื่อลงไปสำรวจจุดเสี่ยงต่าง ๆ ของฝ่ายผลิตใน่เช้า
"เฮ้อ..." ริวหน้าหงอยลงทันที ที่ไม่สามารถเปลี่ยนใจวินได้ เขาคงต้องทำใจ แล้วเตรียมตัวสำหรับเข้าหาเพื่อนร่วมงานคนใหม่สินะ
วินเดินเข้าไปในส่วนของการผลิต ที่นี่รับผลิตเป็ชิ้นส่วนของรถยนต์ มีทั้งหมด 3 ตึก ที่เขาจะต้องไปเดินสำรวจ แต่เช้านี้จะสำรวจตึกที่ 1 กับ 2 ก่อน แล้ว่บ่ายค่อยไปตึกที่ 3 สลับกันไปในแต่ละวัน
"ไง จป. วันนี้จะมาจับผิดอะไรครับ" คิน ภคิน ชายหนุ่มอายุ 28 ปี รองหัวหน้าแผนกสโตร์เอ่ยแซว
"จับผิดว่าพี่อู้งานนี่แหละ" วินแซวกลับอย่างเป็กันเอง
"ไหนหลักฐาน? ไปดีกว่า" คินลุกออกจากเก้าอี้นั่งพักของพนักงาน แล้วเดินกลับไปที่ห้องสโตร์
วินส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ กับรุ่นพี่คนนี้ แต่จริง ๆ เขาก็รู้ว่าคินมานั่งดูลูกน้องที่กำลังจะขนย้ายสินค้าไปที่คลัง ไม่ได้อู้อะไร แค่อยากแซวเล่น และสินค้าถูกย้ายเสร็จพอดี คินเลยกลับเข้าไปในห้องสโตร์
วินละความสนใจจากตรงนั้น แล้วเริ่มเดินสำรวจว่ามีจุดไหนเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายบ้าง รวมทั้งตรวจตราดูพนักงานด้วยว่าสวม PPE ครบหรือเปล่า
[PPE: Personal Protective Equipment คืออุปกรณ์ที่ให้พนักงานสวมใส่เพื่อป้องกันอันตรายขณะทำงาน ซึ่งจัดให้เหมาะกับหน้างาน เช่น รองเท้าเซฟตี้,หมวก,ที่อุดหู,ชุดป้องกันต่าง ๆ เป็ต้น]
แผนกเริ่มั้แ่ผสม จนไปถึงการขึ้นเป็รูปเป็ร่าง เมื่อพนักงานเห็นเขา ก็รีบหยิบ PPE มาใส่ เพราะมันคือข้อบังคับเื่ความปลอดภัย แต่วินรู้ดีว่าพนักงานไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ เพราะบางครั้งมันทำให้อึดอัด แต่เพื่อความปลอดภัยของพนักงาน วินก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน เพราะถ้ามันเกิดเหตุขึ้นมา คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือตัวของพนักงานเองนั่นแหละ ถึงแม้วินอาจจะถูกพนักงานไม่ชอบบ้างที่ไปบังคับ แต่ความปลอดภัยมันอ่อนไม่ได้จริง ๆ
"อ้าวพี่กัน วันนี้ลงมาแต่เช้าเลยนะ ของดูหนักนะ เดี๋ยวผมช่วยถือ" วินเดินมาเจอ กัน กันตะภพ ชายหนุ่มอายุ 28 ปี เป็พนักงานฝ่ายจัดซื้อ ที่กำลังถือกล่องอะไรบางอย่างที่ดูจะหนักไม่ใช่น้อย จนเห็นเส้นเืที่แขน
"ไม่เป็ไร ๆ ขอบใจมาก ก็ฝ่ายสโตร์น่ะสิ เร่งให้พี่หาวัตถุดิบมาให้ แต่บอกสเปกไม่ชัดเจน ก็เลยต้องเอาตัวอย่างมาให้ดู" กันตอบด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ
"พี่คินแน่เลย" วินรู้ได้ทันทีว่า กันหมายถึงคิน ที่ชอบสั่งของแต่ลืมบอกสเปกบางจุด แต่ก็ยังชอบเร่งให้ฝ่ายจัดซื้อหามาให้ โดยเฉพาะกับคู่ปรับอย่าง กัน เอะอะชอบทะเลาะกันตลอด เหมือนไม้เบื่อไม้เมา
"ก็มีอยู่ตัวเดียวนั่นแหละที่ชอบมีปัญหา ตัวเองบอกข้อมูลไม่ชัด แต่มาเร่งคนอื่น เดี๋ยวซัดแม่งให้ฟันหลุดหมดปากเลยคอยดู" พูดแล้วอารมณ์ขึ้น
"สงสารพี่แกเหอะพี่กัน แกยังไม่ทันได้มีเมีย ถ้าฟันหมดปาก เดี๋ยวได้เป็โสดไปจนแก่แน่ ๆ" วินรีบห้าม
"ช่างแม่งมันสิ เพราะมันนิสัยแบบนี้ไง เลยไม่มีใครอยากเอามัน!!!" พูดแล้วอารมณ์มันขึ้น
"งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" วินขอตัวเผ่นทันที เพราะกลัวโดนลูกหลงไปด้วย
"อือๆ" กันพยักหน้า แล้วเดินสวนกับวินเพื่อไปที่ห้องสโตร์
วินมองตามหลัง "โชคดีนะพี่คิน"
หลังจากเดินสำรวจตึก 1 และ ตึก 2 เสร็จ ตอนนี้ก็เป็เวลาเก้าโมงครึ่งพอดี วินจึงเดินกลับขึ้นมาที่ตึกออฟฟิศ เพื่อทำงานส่วนเอกสารต่อ
ก่อนจะเดินถึงห้องทำงานของตน เขาเดินผ่านแผนกฝ่ายบุคคล (HR) เท้าหยุดกึกอยู่หน้าห้องตรงนั้น ไหน ๆ ก็จะลาออกแล้ว ขอใบลาออกจากพี่ HR ไว้เลยแล้วกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
วินเคาะประตูตามมารยาท ก่อนจะดันประตูเข้าไปด้านในเจอกับพนักงานหญิงสี่คน ผู้จัดการชายอีก 1 คน และหันไปที่โซฟาเจอกับชายแปลกหน้า สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำและรองเท้าหนังสีดำ อายุราว ๆ สี่สิบต้น ๆ ใบหน้าขาวสะอาด กำลังส่งยิ้มทักทายมาที่เขา
"..." พี่...
"คิดถึงพี่เหรอจ๊ะน้องวิน" ฟาง สาววัย 30 ปี ที่ปลาบปลื้มวินสุด ๆ เอ่ยแซว
วินรีบละสายตาจากชายคนนั้น แล้วหันมาหาฟาง "เออะ..เอ่อ...พี่ฟางเห็นไอ้ริวไหมครับ" วินรีบเปลี่ยนประเด็น
"หว่า...ก็นึกว่าคิดถึงพี่ซะอีก อือ....ริวเหรอ..." ฟางยืนขึ้นแล้วมองผ่านกระจกใส้าที่ส่องเห็นอีกห้องที่อยู่ติดกัน
"นั่นไงริว นั่งหัวโด่อยู่ตรงนั้น" ฟางชี้นิ้วไปที่อีกห้อง
"อ้อ!! สงสัยมันเพิ่งมา งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ" วินรีบปิดประตูกลับ แล้วเดินไปที่ห้องแผนกความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม
"มึง ๆ กูเจอ กูเจอแล้ว!!!" วินรีบพุ่งไปที่โต๊ะของเพื่อนรักด้วยความดีใจ
"เจออะไรของมึงอีก!" ริวหัวเสียที่วินมาขัดจังหวะที่เขากำลังนั่งพิมพ์งาน เพราะอีกนิดเดียวมันจะเสร็จแล้วเนี่ย
"รักแรกของกูอะ เขานั่งอยู่ห้องนั้นมึง!" วินชี้ไปอีกห้องที่เป็กระจกขุ่น ต้องยืนถึงจะเห็นกระจกใส้า
"จริงดิ?"
"ก็เออดิวะ!! แม่งเอ๊ย!! ชะตาฟ้าลิขิตชัด ๆ" วินพรั่งพรูด้วยความดีใจ
"งั้นเขาก็คือผู้จัดการฝ่ายผลิตคนใหม่น่ะสิ" ริวเอ่ยขึ้น เพราะได้ยิน HR พูดเมื่อวานว่าวันนี้ผู้จัดการฝ่ายผลิตคนใหม่จะมา
"ไม่รู้เว้ย!! รู้แค่ว่ากูเจอพี่เขาแล้ว!" วินไม่สนหรอกว่าผู้ชายคนนั้นจะมาตำแหน่งไหน ขอแค่ได้อยู่บริษัทเดียวกันก็พอแล้ว
"แล้วมึงไม่ลาออกแล้วรึไง!!" ริวแซวขึ้น เพราะเมื่อเช้าอีกฝ่ายเน้นชัดว่าจะลาออก
"กูเปลี่ยนใจละ! ใครมันจะลาออกวะ? มึงคิดดู! กูตามหาพี่เขามาตลอด แล้ววันนี้กูได้เจอแล้วอะ กูไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ไปหรอก"
"เฮ้อ...มึงนี่ก็เข้าขั้นหนักอยู่นะกูว่า" ริวส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจกับเพื่อน
"ไม่เหมือนมึงหรอก!! แอบรักเขามาตั้งกี่ปี อยู่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ แต่ยังไม่กล้าสารภาพรัก!!" วินสวนกลับทันที