ตอนที่25
ออกเดินทางต่อ
ระหว่างที่นางกำลังนั่งพูดคุยอยู่กับสาวใช้ของท่านอ๋องในกระโจมอู๋เผิงก็ได้ยกน้ำเข้ามาเป็รอบที่สี่ ถังไม้สำหรับใช้อาบน้ำไม่ใหญ่มากน้ำที่ถูกเติมเข้าไปก็เต็มพอดี
"ข้าจะยืนรออยู่ที่หน้ากระโจม หากเ้าอาบน้ำเสร็จแล้วให้ะโบอกข้า"อู๋เผิงกล่าวกับนางก่อนเดินออกจากกระโจม ด้านนอกมีทหารอยู่เต็มไปหมดรู้สึกไม่วางใจที่จะปล่อยให้นางอยู่ในกระโจมตามลำพังกับสาวใช้แค่สองคน
"ท่านนายกองอู๋เผิงใส่ใจฮูหยินยิ่งนักเ้าค่ะ"
จูเหลี่ยมหมินยกยิ้มพยักหน้าเห็นด้วย เขาปฏิบัติกับนางดีเช่นนี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะหน้าที่หรือไม่นางลุกขึ้นเดินเข้าไปหลังฉาก จัดการถอดชุดออก เตรียมตัวอาบน้ำด้านหน้ากระโจมมีเขายืนเฝ้าอยู่ ด้านในก็มีอาจูนั่งรอนางจึงวางใจที่จะอาบน้ำอย่างสบายใจ
อากาศที่ร้อนอบอ้าวตลอดการเดินทาง เมื่อร่างกายัักับน้ำเย็นก็พาให้ใจสดชื่นไปด้วยนางไม่ได้ลงไปแช่ทั้งตัว ทำเพียงตักน้ำออกจากถังเพื่ออาบไปแค่ครึ่งถัง
เวลาต่อมา นางเดินออกมาจากหลังฉากด้วยสีหน้าสดชื่นจูเหลี่ยวหมินบอกให้อาจูไปทำธุระส่วนตัวของตนเอง ไม่ต้องอยู่เฝ้าในกระโจมแล้ว
"ท่านพี่ ในถังไม้มีน้ำเหลืออยู่อีกครึ่งถังท่านก็เข้าไปอาบเถิดเ้าค่ะ" นางเดินออกมาบอกกับเขาที่หน้ากระโจม
"ไม่เป็ไร ข้าจะไปอาบที่ลำธาร"
จูเหลี่ยวหมินพยักหน้ารับ อยากออกไปเดินเล่นบ้างแต่ด้านนอกมีทหารอยู่เต็มไปหมด อยู่แต่ในกระโจมย่อมรู้สึกเบื่อๆ อยู่บ้าง
อู๋เผิงบอกว่าจะไปอาบน้ำที่ลำธาร เหตุใดเขาถึงยังยืนนิ่งอยู่ที่หน้ากระโจมของนางไม่ขยับเขยื้อนไปสักทีจูเหลี่ยวหมินกลับเข้ามาในกระโจมอีกครั้ง ในขณะที่รออาจูกลับมานางคิดที่จะนอนพักสักเล็กน้อย มีเขาอยู่ด้วยภายในใจรู้สึกวางใจที่จะงีบหลับไปสักครึ่งชั่วยามระหว่างรออาหารมื้อค่ำจากอาจู
อู๋เผิงไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในกระโจมเป็เวลานานเขาจึงเปิดกระโจมเข้าไปดู เห็นนางนอนหลับไปแล้วบนเตียงนอนนางคงจะเหนื่อยจากการเดินทางมาตลอดทั้งวัน
การใช้ชีวิตอยู่ในเมืองหลวงสำหรับนางแล้ว ล้วนเต็มไปด้วยความสะดวกสบายแต่ในทางกลับกันหมู่บ้านฉินซานเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆ อยู่ติดกับชายแดนแคว้นฉู่การใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นย่อมไม่สะดวกสบายเหมือนกับเมืองหลวงที่นางจากมา
เขาไม่อาจคาดเดาได้เลยว่านางจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้หรือไม่นางจะสามารถอดทนกับความยากลำบากได้เพียงใด เขาเป็เพียงอดีตพลทหารเล็กๆคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสจากท่านอ๋อง ได้ขึ้นมาเป็นายกองก็จริงแต่ฐานะก็ใช่ว่าจะร่ำรวย ความกังวลนี้วนเวียนอยู่ในหัวของเขามาตลอดั้แ่รับรู้ว่าเขาจะได้นางมาเป็ภรรยา
อู๋เผิงกำลังครุ่นคิดหนักกับเื่นี้ส่วนคนที่กำลังนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนุ่มกลับไม่คิดอะไรเลย
นางเป็คนง่ายๆ อะไรก็ได้ ขอเพียงมีอาหารให้กินสามมื้อที่ซุกหัวนอนไม่รั่วไม่พังถล่มทับหัว เสื้อผ้าไม่ขาดวิ่นราวกับขอทานก็พอใจแล้วส่วนเงินทองนางย่อมมีหนทางที่จะหาได้ในอนาคต
"ท่านนายกองอู๋เผิงบ่าวนำอาหารมาให้กับฮูหยินเ้าค่ะ" อาจูยกถาดอาหารเข้ามาในกระโจมเห็นท่านนายกองกำลังนั่งอยู่บนเบาะนุ่มด้านในพอดี
"นางเพิ่งหลับไป เ้าวางไว้บนโต๊ะนี้ก่อน"อู๋เผิงขยับตัวออกจากโต๊ะเล็กน้อย เพื่อให้สาวใช้วางถาดอาหารได้สะดวก
สาวใช้กลับออกไปแล้ว บรรยากาศกลับมาเงียบอีกครั้งคนที่คิดว่าจะนอนหลับเพียงครึ่งชั่วยามกลับไม่มีทีท่าว่าจะตื่นนอนสักทีอู๋เผิงยังคงนั่งเฝ้านางอยู่ในกระโจมอย่างอดทน จนกระทั่งเวลาล่วงเลยถึงยามห่ายหญิงสาวถึงได้รู้สึกตัวงัวเงียตื่น
สิ่งแรกที่จูเหลี่ยวหมินมองเห็นคือใบหน้าของสามีในนามของนางเขาเข้ามาในกระโจมของนางั้แ่เมื่อไหร่ ไม่รู้ว่าตนเองนอนหลับไปนานเพียงใด
"หิวหรือไม่" อู๋เผิงได้ยินเสียงพลิกตัวของนางเขาจึงเงยหน้าหันไปมอง
"หืม" จูเหลี่ยวหมินขยี้ตาเล็กน้อยนางเพิ่งตื่นนอนเขาก็ถามว่านางหิวหรือไม่อย่างนั้นหรือเขารู้ด้วยหรือว่านางหิวอะไร??? ในหัวพลันนึกภาพกล้ามหน้าท้องของเขาในคืนเข้าหอ
นางปฏิเสธไม่ได้ว่าหุ่นนั้นน่ากินแค่ไหน
อู๋เผิงเห็นนางมองมาที่เขาก็เข้าใจว่านางคงหิวข้าวแล้ว"ถ้าหิวก็มากินเถิด นี่ก็ดึกมากแล้ว"
"ต้องกินดึกๆ สิเ้าคะถึงจะอร่อย"จูเหลี่ยวหมินแอบเช็ดน้ำลายมุมปาก ลุกขึ้นเดินไปหาเขาราวกับถูกมนต์สะกดจิต
"กินดึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่จะรู้สึกอึดอัดพานนอนไม่หลับ"
"ไม่เลย ข้าไม่อึดอัด"
ต่างคนต่างเข้าใจความหมายไปคนละแบบ จูเหลี่ยวหมินเดินมาหาเขาสายตาจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าสง่างาม อู๋เผิงไม่เห็นนางนั่งลงสักทีจึงเอ่ยถาม"เ้ากำลังหิวอยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมยังยืนอยู่อีก"
อู๋เผิงยื่นตะเกียบให้กับนาง พร้อมกับขยับถาดอาหารไปตรงหน้านาง
"???" จูเหลี่ยวหมินพลันได้สตินางก้มมองดูตะเกียบหนึ่งคู่ในมือตนเองนี่เขาถามว่านางหิวข้าวแล้วหรือยังใช่หรือไม่แล้วเหตุใดนางถึงได้มีความคิดพิเรนทร์ไปได้ น่าอับอายเสียจริงหากถูกเขาจับได้
"กินด้วยกันสิเ้าคะ" นางยังคงเห็นเขานั่งนิ่งอยู่กับที่
"เ้ากินเถอะข้ายังไม่หิว" อู๋เผิงกล่าวจบท้องของเขาก็ร้องดังโครกครากให้ได้ยิน สร้างความอับอายให้กับอู๋เผิงเป็อย่างมาก
"ท่านไม่หิว แต่ท้องของท่านกำลังหิวนะเ้าคะ"จูเหลี่ยวหมินวางถ้วยข้าวลงบนโต๊ะ หยิบถ้วยเปล่าออกมาเพิ่มหนึ่งใบแบ่งข้าวในถ้วยของตนเองให้กับเขาคนละครึ่ง "กินด้วยกันเ้าค่ะห้ามปฏิเสธ" นางกล่าวน้ำเสียงเข้มหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบชิ้นเนื้อใส่ถ้วยให้กับเขาด้วย
อู๋เผิงมองดูชิ้นเนื้อในถ้วยข้าวตรงหน้าตนเอง มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยเขาเคยทานข้าวกับนางครั้งแรกตอนอยู่ที่จวนท่านอ๋อง ทว่าครั้งนี้กลับต่างออกไปนางถึงกับคีบอาหารให้กับเขา อาการใจเต้นตึกตักหวนกลับมาอีกครั้งในใจแอบรู้สึกกังวลกลัวว่านางจะรังเกียจนายกองที่มีฐานะยากจนเช่นตนเอง
"ท่านพี่ นี่ก็ดึกมากแล้วน้ำที่ลำธารคงจะเย็นกว่าน้ำในถัง ท่านก็อาบน้ำที่นี่ดีกว่า" ด้วยความเป็ห่วงกลัวว่าเขาจะไม่สบายจึงเอ่ยปากบอกกับเขาเป็ครั้งที่สอง
นางคงจะหลงลืมไปว่าชายนักรบเช่นอู๋เผิงมีร่างกายที่แข็งแรงนอนกลางดินกินกลางทราย ความลำบากเหล่านี้ล้วนผ่านมาหมดแล้วเพียงแค่อาบน้ำในลำธารเวลาดึกย่อมไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด
คราแรกอู๋เผิงคิดจะปฏิเสธ สุดท้ายเขาก็พยักหน้ารับ
คนทั้งสองนั่งทานข้าวด้วยกันเรียบร้อยแล้วอู๋เผิงบอกกับนางว่าเขาจะยกถาดเหล่านี้ออกไปเอง ให้นางรออยู่ในกระโจมข้างนอกอันตรายยิ่ง ไม่ควรที่จะออกมาเดินเพ่นพ่านในยามค่ำคืนจากนั้นไม่นานเขาก็กลับมา
คืนนั้นทั้งคืนอู๋เผิงไม่ได้กลับไปที่กระโจมของตนเองเขาหาผ้ามาปูรองนอนเฝ้าป้องกันภัยให้กับนางถึงในกระโจมหญิงสาวจึงนอนหลับไปด้วยความสบายใจ
จนกระทั่งรุ่งเช้ามาเยือนเสียงเจี้อยแจ้วจากด้านนอกปลุกให้นางตื่นตอนอีกครั้ง คนที่นอนเฝ้ามาตลอดทั้งคืนในยามนี้ไม่รู้ว่าลุกออกไปั้แ่เมื่อไหร่ เห็นเพียงอาจูที่กำลังเก็บข้าวของใส่ลงไปในหีบรอออกเดินทางต่อ
การเดินทางยังอีกยาวไกล กินเวลาเป็เดือนกว่าจะไปถึงแดนเหนือขบวนทัพเดินเท้าของจวิ๋นอ๋องไม่ได้หยุดแวะตามเมืองต่างๆพวกเขาเพียงตั้งกระโจมอยู่ห่างออกจากเมืองเหล่านี้ไปสักเล็กน้อย
หลังจากวันที่อู๋เผิงมานอนเฝ้านางอยู่ที่กระโจมตลอดทั้งคืนจวบจนรุ่งเช้าสายตาหลายคู่ที่มองมายังนางนับว่าแปลกไปจากเดิมภายใต้สายตาแปลกประหลาดเหล่านี้นับรวมซื่ออ๋องเข้าไปด้วยอีกคนเขาในยามนี้นอกจากจะล้อเลียนเื่ของนางกับอู๋เผิงทุกครั้งที่มีโอกาสแล้วจูเหลี่ยวหมินยังค้นพบอีกหนึ่งเื่ราวในตัวพระองค์ด้วย
ภายใต้ท่าทางเข้มงวดของซื่ออ๋องที่มีต่อทหารใต้บังคับบัญชากลับมีความห่วงใยต่อทหารผู้กล้าอยู่มากนางจึงไม่แปลกใจเลยที่เหล่าทหารจะมีความเคารพและจงรักภักดีต่อซื่ออ๋องเป็อย่างมาก
นี่ก็ผ่านมาแล้วยี่สิบกว่าวันเหลืออีกไม่ถึงห้าวันนางก็จะเดินทางไปถึงจุดหมายแล้ว
พระชายารองอันหลงซีดูจะไม่ใส่ใจกับนางมากนักอีกฝ่ายแทบจะไม่เฉียดเข้าใกล้จูเหลี่ยวหมินเลยราวกับว่าพวกนางไม่ได้เดินทางมาด้วยกัน
สาวใช้หลายคนต่างพากันซุบซิบนินทราลับหลังนางบ้างก็กล่าวว่าจูเหลี่ยวหมินกำลังอิจฉาพระชายารองที่ได้รับความรักจากซื่ออ๋อง ในขณะที่จูเหลี่ยวหมินถูกบังคับให้แต่งงานกับนายกองผู้หนึ่ง
คนที่มีความทะเยอทะยานอย่างจูเหลี่ยวหมินอาจจะใช้กลอุบายสกปรกมาเล่นงานพระชายารองจนทำให้ซื่ออ๋องทรงเข้าพระทัยผิด ทำให้พระชายารองเกิดความหวาดระแวงที่จะสนิทใจด้วยและบางทีซื่ออ๋องอาจเปลี่ยนพระทัยรับนางมาเป็อนุอีกครั้ง
ซึ่งเื่ราวเหล่านี้ จูเหลี่ยวหมินล้วนได้ยินมากับหูตนเองบ้างอาจูเล่าให้ฟังบ้าง นางเพียงรับฟัง แต่ไม่ได้แสดงออกทางสีหน้า
นางยอมรับว่าจวนอ๋องมีอำนาจและยิ่งใหญ่ทว่านางก็ไม่คิดที่จะเข้าไปเป็มือที่สามของใครทั้งนั้น อีกอย่างนางกับซื่ออ๋องล้วนไม่เคยมีความคิดฉันชู้สาวต่อกันไม่ว่าใครจะกล่าวอย่างไรนางย่อมไม่สนใจขอเพียงอู๋เผิงไม่เชื่อคำลวงเ่าั้ก็เป็พอ
ไม่ใช่ว่านางชอบสามีในนามเข้าแล้วแต่เป็เพราะชีวิตนี้ทั้งชีวิตนางได้ฝากไว้ที่เขาแล้วระยะเวลาเกือบหนึ่งเดือนที่ผ่านมา อู๋เผิงให้เกียรติกับนางมาตลอดดังนั้นนางจึงตั้งปณิธานในใจแล้วว่า ถึงแม้จะไม่ได้มีความรักต่อกันฉันสามีภรรยาแต่ก็ขอเป็เพื่อนสนิทที่คิดไม่ซื่อกับเขาไปก่อนแล้วกัน