อย่าว่าแต่แค่เปลี่ยนตำรับยาไม่ต้องให้เงินมากถึงเพียงนี้
เดิมทีนี่ก็ควรเป็นขั้นตอนหนึ่งของการรักษาคนไข้ซึ่งค่ารักษาก็รวมอยู่ในห้าสิบตำลึงแรกนั้นแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น จี้ฮูหยินยังอนุเคราะห์ให้นางยืมนกชางอู๋นางจะหน้าหนารับเงินหนึ่งร้อยตำลึงนี้ได้อย่างไร
หมิงเป่าจูพูดจบก็ทำความเคารพแล้วหิ้วกรงนกจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
นางต้องรีบกลับไปสะสางธุระที่รออยู่
"ท่านหมอหมิง..."
ชวีเชินพึมพำเสียงเบาออกมาน้ำเสียงอาวรณ์เจือความผิดหวังอย่างปิดไม่มิด มีเพียงจี้ฟางเท่านั้นที่ได้ยิน
นางถอนหายใจ ส่ายหน้าเบาๆแต่มิได้ขัดขวางหมิงเป่าจู
นางพอจะเข้าใจความปรารถนาลึกๆในใจของเชินเอ๋อร์ หากมีโอกาส ค่อยหยั่งเชิงถามความคิดของท่านหมอหมิงดู
ทางด้านหมิงเป่าจูหลังจากขอยืมนกชางอู๋สำเร็จ สารถียังคงรออยู่ที่หน้าประตู หลังขึ้นรถม้าแล้ว ก็รีบมุ่งหน้าไปยังเนินห้าร้อยลี้
เมื่อมาถึงก็ยังไม่กลับโรงเตี๊ยมแต่ตรงดิ่งไปยังโรงเก็บสินค้าของหลี่ว์เฉิง
"นายท่าน นายท่าน!"จางต้าวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาจากประตู ร้องตะโกนพลางหอบหายใจ "เด็กสาวคนนั้นมาอีกแล้วขอรับ!"
หลี่ว์เฉิงนั่งจิบชาอยู่ภายในห้องได้ยินดังนั้นก็ถึงกับกระแทกถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะอย่างแรงเสียงดังโครม
"มาอีกแล้วรึ? ไปไม่ถึงหวงเหอไม่ยอมล้มเลิก[1]สินะ!"
หลี่ว์เฉิงลุกขึ้นยืนปัดชายเสื้อก่อนเดินก้าวยาวๆ ออกไปที่ลานเรือน "ครานี้นางยังมาคนเดียวอีกรึ?"
"ขอรับ แต่เหมือนจะหิ้วอะไรบางอย่างมาด้วยเหมือนจะเป็นกรงนกขอรับ"
จางต้าเดินตามหลังหลี่ว์เฉิงพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ที่เห็นอยู่หน้าประตูให้นายฟัง
กรงนก นางหนูนี่คิดจะเล่นลูกไม้อะไรกันแน่?
หลี่ว์เฉิงขมวดคิ้วแต่เมื่อนึกถึงว่านางมาเพียงลำพัง ตนเองมีอะไรต้องกลัว
ไม่ว่านางจะพูดอย่างไรตราบใดที่ตนยืนกรานว่าสินค้าชุดนี้ไม่มีปัญหา ต่อให้ราชาสวรรค์เสด็จมา ก็ทำอะไรเขาไม่ได้!
เมื่อมาถึงลานบ้านเพิ่งยืนได้ไม่นาน ก็เห็นหมิงเป่าจูเดินดุ่มๆ เข้ามาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
ดังเช่นที่จางต้ารายงานไว้ในมือนางหิ้วกรงนกมาด้วยจริงๆ
ทว่าคลุมด้วยผ้าสีดำจนมองไม่เห็นภายในและก็มิได้ยินเสียงร้องใดๆ
"ท่านหมอหมิงคิดอะไรอยู่กันแน่ถึงมาเยือนสองสามครั้งติดกัน? จะว่าไปก็บังเอิญนัก พวกเราเพิ่งเตรียมอาหารเย็นเสร็จพอดีมิสู้เย็นนี้ท่านก็อยู่กินด้วยกันเสียเลยสิ?"
หลี่ว์เฉิงเอามือไพล่หลังถ้อยคำที่เอ่ยทำเอาหมิงเป่าจูแทบอยากจะเข้าไปตบหน้าสักฉาด
นี่เป็นการจงใจกล่าวหาว่านางมาหาเรื่องชัดๆอย่างกับว่านางหน้าด้านมาขอข้าวกินอย่างนั้นแหละ!
ลูกน้องรอบข้างได้ยินต่างพากันโห่และหัวเราะลั่นหมิงเป่าจูหน้าแดงสลับซีด
ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงกลับมาเป็นปกติแล้วยังหัวเราะออกมาได้
"เจ้าหัวเราะอะไร?"
หลี่ว์เฉิงหุบยิ้มทันควันไม่เข้าใจว่าเหตุใดถูกตนดูหมิ่นเช่นนี้ นางยังหัวเราะออกมาได้อีก หรือว่าอับจนหนทางจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว!
"ข้าหัวเราะอะไรเดี๋ยวเถ้าแก่เหอก็จะรู้เอง"
หมิงเป่าจูโกรธจัดถามกลั้วหัวเราะ "ข้าจะถามเป็นครั้งสุดท้าย สินค้าที่ข้าฝากไว้ที่หลังโรงเตี๊ยมฉงหมิงท่านเป็นคนพาลูกน้องไปแอบสับเปลี่ยนของยามวิกาลใช่หรือไม่!"
"นางหนูน้อยไยข้าต้องยอมรับสิ่งที่ตนเองมิได้ทำด้วยเล่า"
หลี่ว์เฉิงอึ้งไปสักพักแต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงมั่นใจเต็มเปี่ยมเหมือนเตรียมตัวมาพร้อมของอีกฝ่ายก็ชักเริ่มเอะใจหรือว่านางจะมีหลักฐานอะไร?
สายตาเลื่อนไปที่กรงนกในมือนางโดยไม่รู้ตัวเหตุใดจึงดูเหมือนว่ามือของนางมีเชือกเส้นเล็กผูกอยู่เลยเล่า?
เป็นไปไม่ได้ ก่อนและหลังสับเปลี่ยนของเขาจัดการเรียบร้อยแล้ว ไม่มีทางมีหลักฐานอันใดให้นางมาโอหังเช่นนี้!
หลังตัดสินใจได้แล้วก็ยืดอก ใช้น้ำเสียงแข็งกร้าวกว่าเดิม "ต้องให้ข้าพูดอีกกี่ครั้ง สมุนไพรที่ข้าขายไม่มีปัญหาสัญญาซื้อขายก็เป็นลายลักษณ์อักษร..."
หลี่ว์เฉิงคิดจะยกสมุดบัญชีมากล่าวอ้างอีกครั้งแต่ยังไม่ทันพูดจบ ก็เห็นหมิงเป่าจูแสยะยิ้ม ก่อนเปิดผ้าคลุมกรงนกสีดำออก
ภายในกรงปรากฏนกขนสีน้ำเงินปลอดทั้งตัวส่วนบนของศีรษะมีขนรูปพัดสีฟ้าอ่อน จะงอยปากเรียวยาวสีดำขลับเป็นประกายวาว
ดวงตากลมโตกะพริบมองซ้ายทีขวาทีราวกับกำลังมองหาบางสิ่ง มองอยู่สองสามรอบ สายตาก็จ้องไปที่ทิศทางหนึ่งไม่ขยับ
หลี่ว์เฉิงหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นทิศทางที่นกตัวนั้นมองไปลอบร้องในใจว่าแย่แล้ว
ขณะที่ยังไม่ทันตั้งตัวหมิงเป่าจูก็เปิดกรงนกออก
นกตัวนั้นบินตรงไปยังทิศทางที่จ้องมองอย่างรวดเร็วสุดท้ายก็ไปเกาะอยู่บนรถขนสินค้าคันหนึ่งที่จอดอยู่ ยังเอาปากจิกที่ลังสินค้าสองลังที่วางซ้อนกันไม่หยุด
ที่ขาของมันผูกเชือกเส้นเล็กๆปลายเชือกอีกด้านอยู่ที่ข้อมือของหมิงเป่าจู
นางกลัวว่านกชางอู๋จะบินหนีนี่เป็นนกที่ยืมเขามา ถึงเวลาก็ต้องเอาไปคืน
เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝันจึงต้องผูกเชือกเอาไว้
หมิงเป่าจูค่อยๆสาวเชือกพลางเดินเข้าไปหานกชางอู๋อย่างระมัดระวัง แล้วอุ้มมันกลับเข้ากรง หลังจากตรวจสอบว่ากรงปิดสนิทดีแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองหลี่ว์เฉิง
"อ้าว เถ้าแก่เหอสีหน้าท่านดูไม่ค่อยดีเลยหรือว่าเมื่อคืนทำงานหนักเกินไป เลยพักผ่อนไม่พอ?"
เรื่องพูดจาเหน็บแนมใครก็พูดเป็นแม้น้ำเสียงของหมิงเป่าจูจะฟังดูเป็นห่วงเป็นใย แต่ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยความเย็นชา
ตอนเห็นนกตัวนั้นเกาะอยู่บนลังสินค้าหลี่ว์เฉิงก็หน้าถอดสี ยิ่งได้ยินหมิงเป่าจูเอ่ยเช่นนั้นสีหน้าก็ยิ่งดำทะมึน
หมิงเป่าจูเบือนหน้าไปอย่างไม่ยี่หระทำท่าจะเปิดลังสินค้า ก็ได้ยินเสียงตะโกนอย่างร้อนรนดังมาจากด้านหลัง "ขวางนางไว้!"นี่ยิ่งทำให้นางมั่นใจในความคิดของตนเอง
ไม่ผิดแล้วล่ะ ภายในลังต้องเป็นสมุนไพรที่ถูกสับเปลี่ยนมาอย่างแน่นอนนกชางอู๋กินดีกาเหมันต์ เป็นอาหาร มีประสาทรับกลิ่นว่องไวเป็นเลิศ ไม่ผิดพลาดแน่นอนหาไม่แล้วเหตุใดเขาต้องตื่นตระหนก สีหน้ายังหวาดวิตกถึงเพียงนี้
"เจ้าจะทำอะไร?" หลี่ว์เฉิงถามด้วยสีหน้าถมึงทึง
"แค่อยากเปิดลังสินค้านี้ดูว่าใช่สมุนไพรของข้าที่หายไปหรือไม่เถ้าแก่เหอคงไม่ร้อนตัวกลัวความผิดจนไม่กล้าให้ดูกระมัง" หมิงเป่าจูกล่าวด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"สมุนไพรที่หายไปของเจ้าอะไรกันข้างในเป็นสินค้าชุดใหม่ที่ข้าเพิ่งสั่งเข้ามา มีราคาแพงยิ่งนัก ไม่อาจถูกแสงแดดได้หากสรรพคุณเสียหาย เจ้าชดใช้ไหวรึ!" หลี่ว์เฉิงชี้หน้าหมิงเป่าจู พลางตวาดลั่น
ลูกน้องหลายคนก้าวเข้ามาขวางหน้าปกป้องลังสินค้า ไม่ให้หมิงเป่าจูเข้าใกล้
"เรื่องมาถึงขั้นนี้ท่านยังกล้าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ อีกหรือ?ฮึ่ม เถ้าแก่เหอ นี่คือนกชางอู๋ กินดีกาเหมันต์เป็นอาหารโดยเฉพาะ เมื่อคืนท่านแอบสับเปลี่ยนสมุนไพรในนั้นมีดีกาเหมันต์อยู่ด้วย ท่านค้าขายมาหลายปี คงไม่ลืมสรรพคุณพิเศษของมันกระมัง"
เมื่อวานยังบอกว่าสินค้าที่ขายให้นางเป็นชุดสุดท้ายอยู่เลยแล้วเช่นนั้นลังนี่มาจากไหน?
จนป่านนี้แล้วยังกัดฟันไม่รับได้อีกหรือเช่นนั้นนางก็จะพูดให้รู้กันไปเลย ดูว่าเขาจะปฏิเสธอย่างไร
แน่นอนว่าหลี่ว์เฉิงย่อมรู้ดีแต่เขาไม่เคยเห็นนกชางอู๋มาก่อน
ดังนั้นตอนที่หมิงเป่าจูเอามันออกมาเขาจึงไม่ได้เอะใจ กระทั่งนกตัวนั้นบินไปเกาะบนลังสินค้า ถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่าเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแต่ก็สายไปเสียแล้ว
ทั้งหมดนี้ต้องโทษที่ตนเองมั่นใจเกินไปคิดว่าแค่ปฏิเสธไม่ยอมรับเสียอย่างก็พอแล้ว จึงไม่ได้ย้ายสมุนไพรออกไป แต่ไม่ว่าอย่างไรทุกอย่างยังมีทางแก้ไข...
"ท่านหมอหมิงช่างข่มขู่คนเก่งเสียจริงแค่เอานกอะไรก็ไม่รู้มาบินไปบินมาก็บอกว่าเป็นหลักฐาน ไม่กลัวผู้อื่นหัวเราะกันฟันหักหรือไร"หลี่ว์เฉิงกล่าว
"หากเถ้าแก่เหอบริสุทธิ์ใจจริงเพียงแค่เปิดลังสินค้าดูก็รู้แล้ว ไยต้องทำลับๆ ล่อๆ เอามาซ่อนไว้ตรงนี้ ไม่กล้าให้ใครเห็น?" หมิงเป่าจูเอ่ย
"ใช่แล้วอย่างไรไม่ใช่แล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์ค้นสินค้าของพวกเรา!"
เชิงอรรถ
[1] ไปไม่ถึงหวงเหอ(แม่น้ำฮวงโห) ไม่ยอมล้มเลิก (不到黄河心不死)เป็นคำเปรียบเปรยหมายถึง หากไม่บรรลุจุดหมายก็จะไม่ล้มเลิกเด็ดขาด