“ข้า...”
หลังจากที่ออกมาจากพุ่มไม้แล้วเห็นหมาป่ามารป่าลึกอาวุโสรองจ้าวตงเหลยก็หน้าเปลี่ยนสียกใหญ่ รีบส่งเสียงตวาดแล้วกระโจนลุกขึ้น
แต่ทว่าฝ่ามือผ่ายผองที่เต็มไปด้วยริ้วรอยข้างหนึ่งกลับกดบ่าของจ้าวตงเหลยเอาไว้
“อย่าเพิ่งร้อนใจไป"จ้าวหยวนซานหรี่ตามองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วเอ่ยอย่างราบเรียบ
จ้าวตงเหลยขมวดคิ้วแน่นเป็นรูปตัวอักษร(川) ก่อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา“พี่ใหญ่ เด็กคนนี้เป็นคนที่ตระกูลหยางให้ความสำคัญมาก หาก...”
จ้าวหยวนซานส่ายหน้าแล้วจ้องหลันเฟิงพลางเอ่ยอย่างแช่มช้าโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมา“แต่เขามีอำนาจคุกคามตระกูลจ้าวของพวกเรามากเกินไป...”
หากหลันเฟิงตายในป่าอสูรถึงยามนั้นพวกเขาก็หาข้อแก้ตัวปัดความรับผิดชอบไปจากตนได้
แม้ว่าตระกูลหยางจะอยากสืบสวนแต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดก็ไม่อาจทำอันใดพวกเขาได้
“ข้าอยากกำจัดเจ้าเด็กนี่นานแล้วแต่น่าเสียดายที่ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาส ทว่ายามนี้หมาป่ามารป่าลึกตัวนี้กลับช่วยพวกเราได้...”แววตาขุ่นมัวของจ้าวหยวนซานเปล่งประกายวาววับ ใบหน้าปรากฎรอยยิ้มน้อยๆ
พละกำลังของหมาป่ามารป่าลึกแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งต่อให้เป็นพวกเขาสองอาวุโสเองก็ต้องลงแรงเสียหน่อยถึงจะจัดการได้
เห็นได้ชัดว่าไม่ว่าจะเป็นจ้าวหยวนซานหรือจ้าวตงเหลยต่างก็ไม่คิดว่าหลันเฟิงจะต่อกรกับหมาป่ามารป่าลึกได้!
จ้าวหยวนซานหรี่ตาลงแล้วเอ่ยด้วยเสียงทุ่มต่ำว่า“ขอแค่เจ้าเด็กนี้ไม่ร้องให้ช่วย พวกเราก็ไม่ต้องลงมือ...”
แม้กระทั่งต่อให้หลันเฟิงร้องให้ช่วยเขาก็จะพยายามถ่วงเวลาเอาไว้
จ้าวตงเหลยรู้สึกจิตใจหนักอึ้งเขาชั่งน้ำหนักในใจสักพัก แล้วหลับตาพรูลมหายใจออกมา ก่อนพยักหน้าตกลง
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากที่หยางจ้านหลัวเทียนและพวกจัดการมารสีชาดห้าตัวเสร็จ ก็ค่อยๆ เขยับข้าใกล้หมาป่ามารป่าลึกอย่างระมัดระวัง
หลังจากที่พวกเขาเดินมาได้สองสามก้าวหลันเฟินกลับโบกมือห้าม “ให้ข้าจัดการเองพละกำลังของเจ้าเดรัจฉานนี้เหมาะกับการเป็นคู่มือของข้าพอดี”
“เจ้า?เจ้าคนเดียวจะไหวจริงๆ หรือ” หยางจ้านลังเลเล็กน้อยแล้วเอ่ยถามอย่างแผ่วเบา
ใบหน้าหมดจดปรากฏรอยยิ้มมั่นใจออกมาหลันเฟิงประสานนิ้วทั้งสิบแล้วพลิกมือหยียดออก ตรงข้อต่อมีเสียง “กร๊อก” ดังขึ้นสายตาแหลมคมดุจเหยี่ยวจับจ้องไปบนเรือนร่างของหมาป่ามารป่าลึก ปากก็เอ่ยว่า “ก็แค่หมาป่ามารป่าลึกตัวเดียวไม่จำเป็นต้องกังวล...”
เมื่อเห็นชายหนุ่มมั่นใจตนเองเช่นนี้หยางจ้านเองก็ไม่คิดจะพูดอะไรให้มากความอีก เอ่ยเพียงว่า “เช่นนั้นก็ดี แต่เจ้าระวังตัวหน่อยแล้วกัน”
แม้จะเป็นเช่นนั้นแต่ทั้งแปดคนของตระกูลก็เตรียมพร้อมจะลงมือช่วยตลอดเวลาถึงอย่างไรเสียสิ่งที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็คือหมาป่ามารป่าลึกปีศาจอสูรระดับดาราขั้นกลางปีศาจอสูรที่โหดเหี้ยมและแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก
หลัวเทียนและหยางกวงทำตามกลุ่มอย่างเงียบๆคนแรกไม่ได้พูดอันใดตั้งแต่ต้นจนจบ สายตาเย็นชา ผู้ใดก็คาดเดาความคิดของเขาไม่ออก ส่วนคนหลังสีหน้าสลับซับซ้อนและสับสนเล็กน้อย
พูดไปแล้วก็ยาวแต่เวลากลับผ่านไปแค่สองสามชั่วลมหายใจ
หมาป่ามารป่าลึกแยกเขี้ยวยิงฟันแหลมคมซึ่งสะท้อนกับแสงอาทิตย์เกิดเป็นลำแสงเย็นเยียบ
มันค้อมตัวก้มหน้าสายตาโหดเหี้ยมจับจ้องที่หลันเฟิง สองขายกขึ้นเล็กน้อยพร้อมจะเหยียบลงมาได้ตลอดเวลา
“หากอาศัยเพียงคาถาเพลิงคลั่งเกรงว่าจะสังหารเจ้าเดรัจฉานนี้ได้ยาก”หลันเฟิงจ้องมองหมาป่ามารป่าลึกอย่างระมัดระวังไปพลางขบคิดไปพลาง “ทว่าไม่ว่าผู้ใดหรือปีศาจอสูรตนใดก็ล้วนมีจุดอ่อนที่ถึงแก่ชีวิตขอแค่หาจุดอ่อนเจอ ก็จะสังหารมันได้ แล้วจุดอ่อนของหมาป่ามารป่าลึกก็คือเอวของมันงั้นหรือ.”
ดังคำที่กล่าวว่าหัวแข็งดั่งกระดูกเหล็กเอวเหมือนดั่งเต้าหู้
จุดอ่อนของหมาป่าก็คือเอวของมัน!
ทว่าหมาป่ามารป่าลึกไม่เหมือนกับหมาป่าทั่วไปหลันเฟิงเองก็ไม่แน่ใจว่าจุดอ่อนของมันอยู่ที่เอวจริงๆ หรือไม่
เมื่อหลันเฟิงเห็นหมาป่ามารป่าลึกพลันกระโจนขึ้นไปอีกครั้งก็หรี่ตาลง“ไม่มีเวลาคิดแล้ว มีเพียงต้องลองเสี่ยงดู!”
“กรร์~”
เสียงคำรามเสียดแก้วหูดังออกมาจากปากของหมาป่ามารป่าลึกทำให้ต้นไม้ใบหญ้ารอบด้านสั่นไหว
หลังจากที่ร่างกายอันแข็งแกร่งกระโจนขึ้นไปกลางอากาศก็หยุดชะงักชั่วครู่ในพริบตาที่หยุดชะงักนั้นก็เปลี่ยนทิศทางไปเล็กน้อย แล้วพุ่งเข้าใส่หลันเฟิง ร่างกายแฝงไว้ด้วยพลังโจมตีมหาศาลหากกระแทกโดนร่างของหลันเฟิงเข้า เกรงว่าหลันเฟิงคงถูกทับจนกลายเป็นเนื้อบดทันที
“คาถาเพลิงคลั่ง”
รูม่านตาสีดำสนิทเปล่งประกายเจิดจ้ายามที่หมาป่ามารป่าลึกเคลื่อนไหว หลันเฟิงก็เคลื่อนไหวเช่นกัน
เงาร่างผ่ายผอมระเบิดพลังแข็งแกร่งออกมาก่อนกระโดดเข้าหาหมาป่ามารป่าลึกเช่นกัน
บนฝ่ามือทั้งสองของเขามีเปลวเพลิงที่แผ่อุณหภูมิร้อนระอุราวกับเสาเพลิงสีแดงสองต้นก็ไม่ปานแล้วตวัดผ่านเอวของหมาป่ามารป่าลึกไปอย่างรวดเร็ว
ครู่ต่อมาเงาร่างสองสายก็ตกลงในจุดที่ไม่ไกลกันนัก
“ปัง!”
สองมือของหลันเฟิงปล่อยพลังการโจมตีมหาศาลออกมาจนมือชาหนึบแทบจะสูญเสียความรู้สึกไป ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนถอยร่นไปสองสามก้าวด้านข้างเขาสองชุ่นมีรอยเท้าลึกปรากฏอยู่บนพื้น
ใบหน้าของหลันเฟิงปรากฏรอยยิ้มน่าหลงใหลออกมา“พนันถูกสินะ!”
“บรู๋ว...”
เสียงร้องอย่างเจ็บปวดและน่าเวทนาดังขึ้นมีรอยโลหิตขนาดยักษ์สองสายปรากฏขึ้นตรงเอวของหมาป่ามารป่าลึกจากซ้ายไปขวาแทบจะทะลวงเอวทั้งหมดไป ผิวบริเวณนั้นไหม้เกรียมกลิ่นเหม็นไหม้แผ่ออกมาจากปากแผล
แม้ว่าการโจมตีนี้จะไม่ถึงชีวิตแต่ก็ทำให้มันบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว
และการต่อสู้ราวกับสายฟ้าเมื่อครู่กลับทำให้ทุกคนตกตะลึงยืนอึ้งงัน
แม้แต่สีหน้าของหลัวเทียนผู้เย็นชายังเปลี่ยนสี
“แข็งแกร่งมาก!” แววตาที่เย็นชาถูกแทนที่ด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้อันเข้มข้น
จ้าวหยวนซานและจ้าวตงเหลยที่แอบอยู่ในที่ลับก็หน้าเปลี่ยนสีเช่นกันพวกเขาสูดลมหายใจเย็นเยียบเข้าไปเฮือกหนึ่ง “ซี้ด...”
จ้าวหยวนซานผู้มีแผนสูงปกปิดความตกตะลึงไว้ไม่มิด
“อานุภาพเช่นนี้...”จ้าวหยวนซานหรี่ตาทั้งสองข้างลงเป็นเส้นตรง มีกลิ่นอายอันตรายขณะเอ่ย “อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับไอปราณขั้นห้าไปหรือไม่ก็ขั้นหกถึงจะสำแดงทักษะปราณสีเขียวขั้นสูงได้! หึๆ ระดับไอปราณขั้นสี่งั้นเหรอ ดูเหมือนพวกเราจะถูกเจ้าเด็กนี่หลอกเข้าแล้ว...”
ความหมายแฝงอยู่ในคำพูด...
ฟังจากเสียงบ่นพึมพำของจ้าวหยวนซานดวงตาของจ้าวตงเหลยก็เบิกโพลง “พรสวรรค์ของเจ้าเด็กนี้ไม่คิดเลยว่าจะเลิศล้ำถึงเพียงนี้!”
และในยามนี้ตรงหน้าก็เกิดการเคลื่อนไหวที่ทำให้ทั้งสองใจหายวาบ
“คาถาเพลิงคลั่ง”
หมาป่ามารป่าลึกยังไม่ทันได้พักหายใจหลันเฟิงก็เปิดฉากโจมตีต่อ ชั่วพริบตานั้นสองเท้าก็ระเบิดพลังอันแข็งแกร่งออกมา เปลวเพลิงปกคลุมไปทั้งมือก่อนลุกโชนขึ้นจนกลายเป็นเสาเพลิงสองต้น เงาร่างของเขาพุ่งไปทางเท้าของหมาป่ามารป่าลึกอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า
ชิงลงมือยามที่อีกฝ่ายกำลังอ่อนแอ
ลันเฟิงเข้าใจแก่นแท้ของการต่อสู้แล้ว!
หมาป่ามารป่าลึกที่ถูกการโจมตีเมื่อครู่ของหลันเฟิงทำให้มึนงงรีบหลบหลีกตามสัญชาตญาณแต่เห็นได้ชัดว่าปฏิกิริยาตอบสนองของมันช้าไป จึงไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทั้งหมด
“ปัง!”
เอวของมันพลันมีเปลวลุกท่วมอาการบาดเจ็บที่สาหัสอยู่แล้วยิ่งแย่ลง
พลังชีวิตของหมาป่ามารป่าลึกสลายหายไปอย่างรวดเร็วดวงตาสีเขียวเป็นมันวาวทั้งสองค่อยๆ หม่นแสงลง สูญเสียสีสันแห่งชีวิตไป
หลังจากผ่านไปสองสามชั่วลมหายใจร่างกายที่แข็งแกร่งของมันก็ตกลงสู่พื้นดัง “ปัง” อย่างไร้เรี่ยวแรง
ตรงหว่างคิ้วของมันพลันมีลวดลายสีเขียวสายหนึ่งปรากฏขึ้น
“ฟู่”หลันเฟิงพ่นลมหายใจยาว แล้วปาดเหงื่อเย็นเยียบบนหน้าผาก “ในที่สุดก็ตาย”
แม้จะประมือกันแค่ช่วงสั้นๆแต่ไอปราณในจุดตันเถียนพิษของเขากลับหายไปสองในสามส่วนหากหมาป่ามารป่าลึกยังยืนหยัดต่อไปได้ หลันเฟิงคงตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบแล้ว
ยามนี้หยางจ้านหลัวเทียนและคนตระกูลหยางต่างมองมาทางหลันเฟิงราวกับเห็นตัวประหลาดอย่างไรอย่างนั้น
สังหารหมาป่ามารป่าลึกได้เพียงลำพังพละกำลังระดับนี้เหนือกว่าพวกเขามาก
สำหรับชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่มผู้นี้พวกเขารู้สึกพ่ายแพ้และรู้สึกว่าฝีมือห่างชั้นกันเกินไป
สามปีก่อนพวกเขายังพอเดินตามรอยเท้าของชายหนุ่มได้แต่สามปีต่อมาพวกเขากลับทำได้เพียงมองเงาแผ่นหลังของอีกฝ่ายจากไกลๆ
“พละกำลังที่เจ้าสำแดงออกมาเมื่อครู่ช่างน่าตกตะลึงยิ่งนักเจ้าได้ทำลายความเข้าใจที่พวกเรามีต่อเจ้าอีกครั้งแล้ว” ผู้ที่มีอำนาจที่สุดในกลุ่มอย่างหยางจ้านมองหลันเฟิงอย่างนิ่งงั้นชั่วครู่ก่อนเอ่ยต่ออย่างแช่มช้าว่า “ดูแล้วเจ้าไม่เหมาะกับกลุ่มเราจริงๆพวกเราไม่เพียงไม่อาจช่วยเหลือเจ้า ซ้ำยังเป็นตัวถ่วง...”
เมื่อได้ยินดังนั้นหลัวเทียนหยางกวงและพวกก็สบตากันแวบหนึ่ง แล้วทยอยกันเงียบขรึม
ในฐานะที่เป็นอัจฉริยะของตระกูลหยางพวกเขาย่อมมีความทระนง แต่เมื่อความทระนงนี้อยู่ต่อหน้าพลานุภาพอันน่าหวาดกลัวของหลันเฟิงกลับแตกสลายไป
“เอ่อ...ความจริงแล้วข้าเองก็ไม่ได้ร้ายกาจอย่างที่พวกเจ้าคิดหรอก”หลันเฟิงหัวเราะแห้งๆ พลางลูบท้ายทอยไปมา
“แค่หมาป่ามารป่าลึกตัวหนึ่งก็ทำให้เจ้าจนตรอกขนาดนี้ได้แล้วภูมิใจมากงั้นหรือ” ชายชราเห็นท่าทางภูมิใจจนลืมตัวของชายหนุ่มก็จ้องมองเขาอย่างราบเรียบแล้ววิจารณ์อย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด“เจ้าคิดให้ดีว่าเจ้าสูญเสียไอปราณไปเท่าไหร่ต้องเข้าใจว่าหากอยากเป็นผู้แข็งแกร่งต้องควบคุมพลังและไอปราณให้แม่นยำและใช้พลังกับไอปราณทั้งหมดให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นคือคุณสมบัติพื้นฐานที่สุดของผู้แข็งแกร่ง...”
เมื่อได้ยินคำสั่งสอนนี้ชั่วขณะนั้นความรู้สึกภาคภูมิใจเล็กๆ ของหลันเฟิงพลันหายไปรอยยิ้มบนใบหน้าอ่อนเยาว์หายวับไปในพริบตา
หลันเฟิงสูดลมหายใจลึกเข้าไปเฮือกหนึ่งแล้วเอ่ยกับชายชราว่า“ข้าเข้าใจแล้ว”
เมื่อได้ยินชายชราก็ลูบเคราแล้วฉีกยิ้ม“ไม่เลว เด็กสอนได้”
และเหล่าคนในตระกูลหยางที่ไม่รู้สาเหตุด้านข้างเมื่อเห็นท่าทางที่เปลี่ยนแปลงไปของชายหนุ่มความไม่พอใจที่หลงเหลืออยู่ในใจก็มลายหายไปทันที
ในที่ลับ
“เด็กผู้นี้ช่างน่ากลัวจริงๆ!”จ้าวหยวนซานที่เห็นการปลี่ยนแปลงของชายหนุ่มก็ชักสายตากลับมา รูม่านตาหดเล็กลง แล้วเอ่ยอย่างเคร่งขรึม
จ้าวตงเหลยจ้องมองหลันเฟิงอย่างสับสนก่อนทอดถอนใจ“พี่ใหญ่ ยามนี้ข้าเข้าใจความตั้งใจของท่านแล้ว แต่น่าเสียดาย...”
น่าเสียดายที่หมาป่ามารป่าลึกไม่อาจทำอันใดชายหนุ่มที่มีพรสวรรค์ราวกับสัตว์ร้ายได้แผนของพวกเขาพังไม่เป็นท่า!
จ้าวหยวนซานมองชายหนุ่มอย่างเงียบๆอยู่ไกลๆ ทันใดนั้นดวงตาก็หรี่ลง “ไม่ต้องรีบ ยังมีเวลาอีกมาก พวกเรายังมีโอกาส...