ถ้าไม่ใช่ว่าคนพวกนี้คือพวกนิยมความรุนแรงและการต่อสู้ก็คงเป็พวกไม่มีที่ไป ถึงได้มารวมกันอยู่ในห้องชมรมนี้ภายในห้องชมรมขนาดใหญ่พื้นที่รูปทรงสี่เหลียมผืนผ้า หนึ่งฝั่งที่ติดผนังเป็ที่นั่งคล้ายอัฒจันทร์ไล่ระดับความสูงลงมาทุกที่นั่งด้านหน้ามีคนนั่งกันเกือบหมด ส่วนพื้นที่ด้านหน้าเป็ที่โล่งกว้าง มีชายร่างสูงหุ่นเหมือนนักกีฬา ผิวสองสี ผมสีบลอนด์ทอง เขากำลังยืนพูดอยู่ด้านหน้า และชายอีกคนรูปร่างไม่ต่างกันเพียงแต่ผิวแทนกว่า และผมสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ด้านข้าง ดูแล้วทั้งสองคนคงจะเป็อาจารย์ประจำชมรมนี้
กลุ่มของเรียวเดินเข้ามาในขณะที่อาจารย์ผมทองกำลังพูดทำให้สายตาเกือบทุกคู่หันมาสนใจ บรรดานักเรียนชายหลายคนจับจ้องไปยังสาว ๆ ทั้งคนเดินนำหน้าที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู คนต่อมาเป็ที่สะดุดใจสะดุดใจเพราะสาวเ้าดูสง่างามในท่าทางที่ดูสบาย ๆ อีกทั้งผมสีบลอนด์ทองของเธอยิ่งทำให้ดูเหมือนมีออร่าจางๆ ลอยออกมา เป็มนต์เสน่ห์ที่ทำให้ใครหลายคนต้องรู้สึกหยุดมองไม่ได้เลย ส่วนสาวน้อยที่เดินขนาบข้างมาด้วยนั้นเธอมีผมสีดำสนิททั้งยังท่าทางทะมัดทะแมงยิ่งทำให้ได้ความรู้สึกตรงกันข้ามกับคนข้าง ๆ แน่นอนว่านอกจากสาวน้อยแล้วยังมีเด็กหนุ่มในกลุ่มด้วยเรียว อารากิตะ เป็ปี 2 ที่ทุกคนในโรงเรียนรู้จักเป็อย่างดี แต่คนสุดท้ายของขบวนเด็กหนุ่มผมแดงหน้าตาคมคาย เล่นเอาเด็กสาวในห้องหลายคนถึงกับเสียอาการ จากนั้นเสียงฮือฮาก็เริ่มขึ้น
“นั่นหรอเ้าหญิงจิลเลี่ยน”
“ที่ตามมาใช่ริคาร์โด้รึเปล่า”
“คนผมแดงคือใครอ่ะไม่คุ้นเลย”
“คนผมทองสวยชะมัดเลย”
“คนตัวเล็กน่ารักกว่า”
“ริคาร์โด้คนนั้นดูไม่เท่าไหร่วะ”
หลากหลายเสียงจากผู้คนในห้องสนุกปากกันพูดถึงคนมาใหม่จนอาจารย์ที่ยังยืนอยู่กลางห้องรู้สึกว่าโดนมองข้ามเป็หลักเป็ตอ ต้องเรียกความสนใจของในห้องกลับมาเขาปรบมือสองสามทีก่อนพูด
“เอาล่ะ ๆ ขอต้อนรับกลุ่มที่มาใหม่นะ เชิญพวกคุณหาที่นั่งได้เลย ถือว่าโชคดีนะที่ผมพึ่งจะเริ่ม”
อาจารย์ผมบลอนด์ทองผายมือต้อนรับที่มาเยือนใหม่ไปทางที่นั่งที่ยังว่างอยู่ทันทีที่กลุ่มนักเรียนเดินผ่าน ดวงตาสีเท่าหม่นของคนเป็อาจารย์ประสานสบกับดวงตาสีฟ้าสดใสของแซมที่หันหน้ามามองหน้าเขาด้วยความสงสัยใคร่รู้กับคนแปลกหน้าเพียงเสี้ยววินาทีเดียวที่รู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตใบหน้าของเด็กคนนี้เหมือนกับคนในความทรงจำที่เขารู้จักดี จนเผลอพูดออกมา
“ฟีโอน่า”
แซมเบิกตาโตทันทีที่ได้ยิน เป็ไม่กี่วิที่เธอมองผ่านหน้าอาจารย์คนนี้แต่เขาดันพูดชื่อ ชื่อหนึ่งออกมา เธอไม่กล้าที่จะหันไปมองเขาอีกรอบและทำเอาเธอชะงักฝีเท้า จนราฟาเอลที่เดินมาติด ๆ ชนเข้าจนต้องลูบสันจมูกตนที่ปะทะหัวแข็งๆ ของคนเบรกไม่บอกก่อน
“หยุดทำบ้าไรฮะ”
เสียงของราฟาเอลเรียกสติให้แซมขยับฝีเท้าเดินก้าวไปข้างหน้าเล่นเอาราฟาเอลงงเล็กน้อยที่เธอไม่หันมาต่อปากต่อคำกับเขา แซมสลัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวในขณะเดินที่นั่งหูฟาด หูฟาดแน่ ๆ แซมพึมพำในใจกับตัวเอง เพื่อเรียกความสบายใจของตัวเองคืนมา จนเดินมาถึงที่นั่งที่ว่างอยู่ถึงได้สังเกตเห็นว่ากลุ่มคนที่นั่งอยู่แถวบนใกล้ๆ กับกลุ่มพวกเธอมีคนคุ้นหน้าคุ้นตา
“นั่นผู้หญิงคนที่แถวเมื่อเช้านี่”
ราฟาเอลก็คงสังเกตเห็นเหมือนกันเขาพูดขึ้นตอนที่นั่งลงข้างแซม แซมเหลือบตามองบนแล้วยักไหล่ ไม่สนใจคนกลุ่มนั้น หันไปคุยกับจีเซลเื่สัพเพเหระแทน
เขาเตรียมใจเอาไว้แล้วั้แ่เห็นที่แถวลงทะเบียนแต่กลับดันมาสติหลุดในตอนเดินผ่านกันไม่เพียงกี่วินาทีเขารู้แน่ว่าเด็กคนนี้ต้องมาที่นี่เข้าสักวัน ความรู้สึกในใจที่สงบลงไปได้นิดหน่อยได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาั้แ่เมื่อ2 ปีที่แล้ว ที่เขาเจอกับคนพี่ และในวันนี้มันถูกขุดขึ้นมาเล่นซ้ำในหัวเขาใหม่อีกครั้งเมื่อเจอคนน้องเด็กคนนี้เหมือนกับเธอคนนั้นไม่มีผิด ถึงแม้ว่าแววตาข้างในนั้นจะได้จากหมอนั่นแต่มันก็ช่วยไม่ได้ เขาคงจะต้องทำหน้าที่ให้หนักขึ้นแล้วสินะเพื่อไม่ให้มีอะไรผิดพลาดอีก…อีกครั้ง
“เพื่อเป็การไม่เสียเวลา ตอนนี้สมาชิกของเราคงจะมากพอต่อการเริ่มแล้วล่ะ ผมเป็อาจารย์ประจำรายวิชาฟันดาบรวมถึงชมรมนี้ ศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัว แดเนียล...แดเนียล คาร์เพิร์ธนั่นแหละชื่อผมเอง” แดเนียลดึงหน้ากากบทบาทอาจารย์กลับมาใส่อีกครั้งแนะนำตัวอย่างเป็กันเอง “ส่วนอีกท่าน ข้างหลังผม อาจารย์ที่ปรึกษาชมรมนี้อีกคนเอเลียสโรเบิร์ต”
อาจารย์เอเลียสเดินก้าวมาโค้งตัวเล็กน้อยเป็การแนะนำตัว ท่าทางจะเป็คนพูดน้อยเขาเงยหน้าขึ้นมองเวลาที่นาฬิกาแขวนบนผนัง แล้วพยักหน้าเป็สัญญาณให้กันอาจารย์แดเนียลเห็นดังนั้นแดเนียลกระแอมเล็กน้อย
“อย่างที่ทราบกันแล้วชมรมนี้ ชื่อ ชมรมศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัว แน่นอนว่าเกี่ยวกับการต่อสู้เรารวบรวมคนที่ชื่นชอบศาสตร์การตัวสู้ ไม่ว่าจะสู้ด้วยมือเปล่าหรืออาวุธ เรามีให้พวกเธอได้ลองได้ฝึกฝนตามความสนใจและสมัครใจของพวกเธอชมรมนี้เรามีไว้เพื่อตอบโจทย์คนที่้าประลอง ปะทะกันมากกว่าในวิชาเรียนเพราะในวิชาเรียนผมต้องลดระดับความ…เอ่อ…ความเข้มข้นลง หวังว่าพวกเธอจะเข้าใจความหมายที่จะสื่อนะ…”
ในระหว่างการอธิบายบรรยากาศของชั้นเรียนคร่าวๆ เสียงพูดคุยของนักเรียนก็เริ่มขึ้น เป็ธรรมดาของชั้นเรียนที่นักเรียนจะสนทนากันอย่างออกรสออกชาติมีอารมณ์ร่วมกับสิ่งที่อาจารย์กำลังพูด ออกความเห็นกันอย่างตื่นเต้น ไม่เว้นแม้แต่กลุ่มของแซมเอง
“คิดว่าไง น่าสนใจมั้ย” เรียวเอ่ยถามรุ่นน้องที่เขาพามา
“น่าสนใจนะคะ แต่อย่างฉันคงไม่เหมาะกับวิชาเท่าไหร่ ให้ไปท่องหนังสือเขียนรายงานคงสู้ไหว แต่ให้ไปใช้กำลังเข้าสู้คงยาก ตัวฉันเล็กแค่นี้เองค่ะ”ลินดาพูดตอบยิ้ม เกาแก้มแก้เขินอาย
“ใครจะไปรู้ คนตัวเล็กน่ะได้เปรียบกว่าพวกตัวโตกล้ามใหญ่อีกนะ” แซมที่นั่งเอามือเท้าคาง เอ่ยขึ้นทั้งที่สายตายังจับจ้องไปที่อาจารย์บรรยาย
ลินดาหันมองแซมที่พูดให้กำลังใจเธอถึงแม้แซมจะทำท่าทางไม่ได้ใส่ใจ ลินดายิ้มกรุ่มกริ่มเบา ๆ
“ขอบใจนะ”
“ฉันว่าลองดูก็ไม่น่าเสียหายนะ เนาะริคาร์โด้” เรียวเสริมเขาเรียกชื่อแซม ทำเอาเธอเบนสายตามามองแล้วขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย
ในขณะที่กำลังฟังการบรรยายชมรมจากอาจารย์แดเนียลแซมครุ่นคิดในใจ เธอเป็พวกี้เีซ้อมดาบ เอาจริง ๆ ไม่ใช่แค่ดาบ การฝึกร่างกายแทบทุกอย่างที่เป็ของที่บ้านเธอเริ่มฝึกร่างกายั้แ่จำความได้ทุกท่วงท่ามันฝั่งเข้าไปเป็ส่วนหนึ่งของเืเนื้อ จิติญญา และสาเหตุที่ทำให้ไม่อยากซ้อมแค่คำสั้น ๆ เบื่อ พอมารู้ว่าในโรงเรียนนี้มีชมรมทำนองเดียวกันแล้ว เธอยิ่งรู้สึกว่าชะตากรรมของเธอมันคงหนีไม่พ้นเื่พวกนี้เธอกวาดสายตามองดูคนในห้องที่มีท่าทีตื่นเต้น คงเืร้อนมากอยากจะลองวิชากัน ใช่สิไอ้คนพวกนี้มันไม่ได้ฝึกมาแต่เกิดแบบเธอ คงไม่เข้าใจความน่าเบื่อของมันหรอก ถ้าไม่ได้โดนบังคับให้ซ้อมให้ฝึกแบบลากเืทุกวันเธอคงจะสนใจลงอยู่หรอก แซมได้แต่คิดด้วยความเบื่อหน่ายแล้วถอนหายใจ
“จะไม่ลงชมรมนี้หรอ” จีเซลเอ่ยถามถึงแม้สายตาเธอจะจับจ้องภาพเบื้องหน้าเหมือนกับแซมแต่เธอก็รับรู้ท่าทีของเพื่อนสนิท
“ไม่อยากจะเข้ามาใกล้อะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ หนีมาเรียนตั้งไกล ต้องมาวนอีวูปเช้าฝึกเย็นซ้อมเนี่ยนะใครมันจะบ้าไปเข้า”
“ฮ่า ๆ บ่นเข้าไป ที่นี่อาจจะดีกว่าที่แกคิดก็ได้ เปิดใจหน่อยสิ”
“ไม่ ๆ นี่พ่อฉันเสี้ยมอะไรแกมารึเปล่าเนี่ย อย่าไปเชื่อที่ลุงนั่นพูดมากนะเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน”
จีเซลอมยิ้มพอใจกับบทสนทนาเพื่อนของเธอนิสัยอย่างไร เธอรู้ดี ดาบดีคมในฝักที่ไม่กล้าจะชักออกมาเธอคงต้องกระตุ้นให้มากกว่านี้
“แล้วนายล่ะราฟาเอล คิดว่าจะลงชมรมนี้มั้ย” จีเซลถามราฟาเอลที่นั่งนิ่งเงียบข้างแซมราฟาเอลสะดุ้งเล็กน้อยเหมือนกลับพึ่งโดนดึงออกมาจากความคิดในหัวตัวเอง
“หะ เมื่อกี้เธอว่าไงนะ”
“นายสนใจลงชมรมนี้มั้ย”
“เอ่อ มันก็ดูมีประโยชน์นะ คงลงล่ะมั้ง” เป็ครั้งแรกที่จีเซลเห็นท่าทีที่ไม่มั่นใจของราฟาเอลเขาดูตั้งใจฟังมาก คน ๆ นี้คงมีอะไรที่สับสนอยู่ในใจเป็แน่ ในกลุ่มนี้มีคนเบื่อ คนไม่กล้าคนสับสน แล้วตัวเธอล่ะ จีเซลรู้ตัวดีว่าคำตอบนั้นคืออะไร เธอคุ้นชินกับภาพการฝึกซ้อมร่างกายอาวุธ ถึงแม้ไม่ได้ซ้อมหนักเท่าแซมแต่เธอก็เข้าใจว่าเธอมีอะไรที่ทำได้ดีมากกว่านี้ มากกว่านี้มาก ๆ
“แล้วเธอล่ะจิลเลียน สนใจลงชมรมนี้” เรียวถามจีเซลที่เอาแต่ถามคนอื่น
จีเซลหันไปหาก้มหน้าเล็กน้อย ระบายยิ้มบาง ๆ ออกมาด้วยท่าทีเป็กันเอง
“เป็ชมรมที่น่าสนใจและท้าทาย แต่ตัวฉันเองคิดว่าน่าจะมีชมรมอื่นที่เหมาะกับความสามารถของฉันมากกว่านี้”
คำตอบที่เหมือนกับปฏิเสธแต่ก็ชื่นชม แล้วยังพูดให้ตัวเองดูดีในมุมอื่นได้อีก นี่สินะราชนิกูลเืสีน้ำเงินเรียวคิดในใจกับคำตอบที่ได้รับจากจีเซล ถ้าเธอเป็เ้าหญิงจากขุนเขาแห่งสายลมยังไงวิชาดาบก็ไม่เข้ามือ เทียมกับการถือคทาร่ายเวทย์มนต์ไม่ได้หรอก ทั้งผมสีบลอนด์ทองสว่างดวงตาสีฟ้าสดใส บ่งบอกความพิเศษในสายเืของเธอนอกจากจะเป็สายเืสีน้ำเงินกษัตริย์และยังเป็เชื้อสายของภูติธรรมชาติ หรือที่เรียกกันจนติดปากเอลฟ์
“ไม่นึกเลยนะว่าเมืองแห่งการศึกษา โรงเรียนผู้ดีขนาดนี้ยังจะสอนวิชาที่ใช้กำลังแบบนี้อยู่ นิยมความรุนแรงกันหรอ” คำพูดเหน็บแนมของสาวเชื้อสายตะวันออกท่าทางเย่อหยิ่งที่อยู่ชั้นบนถัดจากชั้นของกลุ่มเรียวเรียกเอาสายตาของคนในห้องหันไปมองเพราะเธอพูดใน่เวลาที่อาจารย์แดเนียลหยุดพูดพักดื่มน้ำ
แซมหันไปมองตามเสียงด้วยความสงสัยว่าใครมันกล้าพูดแบบไม่เกรงใจชาวบ้านแบบนี้แล้วความสงสัยก็หายไปสาวสวยผมสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับสีั์ตาที่มองออกไปแบบไม่รู้ร้อนหนาว นั่งท่ากอดอกไขว่ห้างหน้าตาแบบคนตะวันออก เธอดูดีเลยทีเดียว โดยอย่างยิ่งหน้าผากรับแสงนั่น (นี่แซมไม่สังเกตเห็นในตอนเช้าได้ไง!) และดูน่าโดนสักหมัดใช่แล้ว เธอคือหนึ่งในกลุ่มที่พวกแซม(เกือบจะ)ปะทะกันในแถวเมื่อเช้า
“ไม่นึกเหมือนกันว่าปากของเธอจะไม่มีความเป็ผู้ดีได้ขนาดนี้” แซมพูดขึ้นด้วยความเผลอตัว แต่ก็ทำเอาคนทั้งห้องหลุดหัวเราะจากสถานการณ์เมื่อกี้เล่นเอาสาวข้างบนถึงกับอ้าปากค้าง หน้าเจื่อนกับคำพูดของแซมสายตาของคนรอบข้างเริ่มมองแบบที่แซมมองเธอ
“มันเป็การแสดงความคิดเห็นของฉันกับชมรมนี่ ถ้าพูดตามตรง คือฉันแค่สงสัยกับชมรมนี้ วิชานี้แล้วมันจะเป็อะไรที่ไม่มีความเป็ผู้ดีแบบที่เธอพูดงั้นหรอ” เธอดึงสีหน้ากลับมาในท่าทางไม่เดือดร้อน ตอบกลับคำพูดของแซม สมาชิกในห้องหลายคนพยักหน้าเป็เชิงเห็นด้วยกับคำพูดของเธอมองแซมด้วยสายตาที่แปลกไป แซมทึ่งกับฝีปากของคู่ต่อสู้(?) มือทั้งสองกำแน่นเข้าลุกยืนขึ้นและกำลังจะสวนคืน
ทันเท่าความคิดจีเซลลุกขึ้นตามจับมือแซมไว้ แล้วส่ายหน้าเชิงปรามว่าอย่าดีกว่าพร้อมพยักหน้ายิ้มให้แซม เป็สัญญาณว่าจะจัดการเอง
“ดิฉันว่าเราสามารถแสดงความคิดเห็นได้ โดยที่คำพูดไม่ถากถางหรือเหน็บแนมคนอื่นจะดีกว่านะคะ”จีเซลหันหน้าไปตอบสาวตะวันออก ยิ้มสงบศึกให้หนึ่งทีแล้วส่งสายตาไปรอบ ๆ ห้อง พูดทิ้งทวน “จริงมั้ยคะ”
การแก้ไขสถานการณ์ในห้องของจีเซลตอนนี้ทำให้เธอได้เปรียบ ความคิดเห็นในห้องเริ่มเสียงแตกกันออกไปแต่สายตาที่มองพวกเธอก็ไม่ได้ส่อแววถากถางหรือดูแคลนพวกเธอแต่กลับเป็สาวตะวันออกแทนที่ต้องรับสายตาของคนในห้องที่มองดูว่าเธอเป็ไปตามที่จีเซลพูดเสียงซุบซิบนินทาเริ่มมาหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปไม่นาน เธอเริ่มถอดสีหน้ากับการกระทำเมื่อกี้
ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกบันทึกโดยสายตาของอาจารย์ทั้งสองท่านที่อยู่เบื้องหน้าวัยรุ่นมักอยากจะแสดงตัวตน คาแรคเตอร์ จุดยืน หรือจะเรียกอะไรก็แล้วแต่ พวกเขาอยากจะแสดงออกมาเพื่อให้เป็ที่ยอมรับของสังคมเหตุการณ์แบบนี้คนอาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างพวกเราเคยเจอมามากแล้วแต่รอบนี้ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนที่แสดงออกมาได้เฉิดฉายกว่าคนอื่น เด็กรุ่นนี้น่าสนใจจริงๆ
แดเนียลกระแอมเล็กน้อยเพื่อดึงสถานการณ์กลับมาให้อยู่ในมือแล้วถามสาวตะวันออกตัวต้นเื่
“ผมชื่นชมที่คุณกล้าแสดงออกนะขอบคุณนะคุณ เอ่อ….”
“นาโอมินากาฟูชิค่ะ”
“อ่า คุณนากาฟูชิขอบคุณสำหรับความเห็นของคุณ ทุก ๆ ปีผมมักจะเจอคำถามแบบนี้ตลอดเลย และปีนี้ก็ด้วยอย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าชมรมนี้มันเกิดจากความชอบ รสนิยม ก็คงไม่ผิดจากที่คุณเรียกว่านิยมความรุนแรงถ้าลองปรับมุมมองดูความรุนแรงที่พูดถึง เราทำให้มันเป็สิ่งสวยงาม ศิลปะ ศิลปะการต่อสู้เรากำหนดกฎกติกามันขึ้นมา กำหนดขอบเขตให้มันเป็กีฬา เราดึงดูดผู้คนเข้ามาเป็ส่วนหนึ่งกับมันร่วมกันสืบทอดเอกลักษณ์ ลวดลาย ความเฉพาะตัวของท่วงท่า ให้การต่อสู้มีความสำคัญ กลายเป็สัญลักษณ์ที่มีความหมายต่อผู้คนสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น ผ่านสายเื จากพ่อสู่ลูก…” แดเนียลเว้นจังหวะหายใจให้ผู้ฟังตามให้ทันประโยคหลังก่อนจบคำพูดเขาจงใจมองไปสบตากับั์สีฟ้าสดใสของแซมที่กำลังมองเขาอยู่พอดี เล่นเอาแซมขนลุกซู่
“ผมว่าสิ่งที่ผมสาธยายไปคงทำให้พวกคุณหลาย ๆ คนได้ลองเปิดมุมมองกับชมรมนี้บ้างนะมองว่าเป็ที่ระบายความเครียดของพวกคุณดูก็ได้ ถ้ามันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน”
แดเนียลพูดจบทิ้งจังหวะให้คำพูดของตนตกตะกอนในใจของผู้ฟังที่อายุน้อยกว่า เขายอมรับในสิ่งที่แตกต่างและอยากให้นักเรียนของเขาเปิดใจรับสิ่งที่แปลกใหม่ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขามาทำอาชีพนี้
“เอาล่ะคอนเซปของชมรมเราไม่เด่นในเื่การโต้วาทีกันเท่าไหร่ สำหรับเราแล้วมีสิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น”
อาจารย์เอเลียสดึงผ้าม่านด้านหลังเวทีออกเผยให้เห็นอาวุธมากมายหลายประเภทตามความถนัดที่โชว์อยู่ ดาบ โล่ หอก ธนู หน้าไม้ตะบอง ทั้งมีคม ไม่มีคม คลังแสงเหล่านี้เรียกเสียงฮือฮาตื่นเต้นให้แก่นักเรียนใหม่ทั้งห้องเรียนแดเนียลยิ้มโชว์ฟันออกมาด้วยความถูกใจ
“น่าสนใจอย่างที่ผมบอกใช่มั้ยล่ะในชั้นเรียนพวกคุณจะได้ทำความรู้จักกับมันเพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้น”
ไม่เห็นน่าสนใจเลยแซมคิดในใจ ของโชว์พวกนี้ได้เพียงแค่หนึ่งในสิบของคอลเลคชั่นพี่เธอ พอให้พวกมือสมัครเล่นได้ตื่นเต้นเอาไปโม้กันต่อ จะว่าไปแล้วคอลเลคชั่นรกโลกที่บ้านของเธอถ้าเอามาขายต่อให้ที่นี่ก็คงจะได้กำไรงาม ๆ ไม่น้อย
เอเลียสกระแอมเล็กน้อยก่อนจะส่งเสียงที่ได้ยินเป็ครั้งแรกั้แ่ที่เริ่มเปิดชมรมในวันนี้
“เกรงว่าตอนนี้เวลาของเราใกล้จะยาวมากไปแล้วนะผมว่าเราควรเริ่มได้แล้ว”
“โอ้จริงสิขอบคุณอาจารย์โรเบิร์ต อย่างที่ว่าไปเรามาเริ่มด้วยการ...จำลองการประลองเล็ก ๆ มีใครอยากจะเป็อาสาสมัครบ้างมั้ยผมขอไม่มาก อ่า 2 คน”
ประโยคเชื้อเชิญครั้งนี้ปลุกให้เหล่านักเรียนใหม่พากันตาลุกวาวไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นการประลองั้แ่วันแรกที่มาสมัครเรียน ต่างคนต่างเริ่มโม้โอ้อวดความสามารถของตนบางคนทำท่าจะยกมือแต่ยังลังเล บางคนพยายามจับมือเพื่อนข้างตัวให้ยกขึ้นแม้แต่กลุ่มของแซมเองก็เริ่มพูดคุยที่จะส่งตัวแทนไป
“ริคาร์โด้เอาหน่อยมั้ยล่ะ” เรียวหันไปถามแทบจะทันทีที่อาจารย์ประจำชมรมพูดจบ
“จะดูฉันไปทำไมไม่น่าสนใจหรอก ไม่ลองถามยัยผู้ดีคุณนากาฟูชิหัวเหม่งดูมั้ยล่ะว่าอยากลองไปััความรุนแรงดูมั้ย เผื่อจะเปลี่ยนใจ”
แซมจงใจตอบด้วยเสียงที่ดังพอจะให้ได้ยินไปถึงข้างบนไปให้ถึงเป้าหมายของเธอ พร้อมส่งสายตายียวน ตีคิ้วท้าทาย
นาโอมินากาฟูชิได้ยินแซมแขวะด้วยน้ำเสียงกวนบาทา เธอถลึงตามองกลับดูท่ายัยหัวดำคนนี้กับเธอคงจะกลายเป็ศัตรูตามวโรกาสแล้วสินะ แล้วเื่อะไรให้เธอยอมถ่อลงไปแสดงประลองละครลิงให้คนพวกนี้ดูพวกนั้นคงได้หัวเราะเอาสิ แต่จะให้ฝ่ายนั้นมาหยามเอาแบบนี้หรอ
ในขณะที่นาโอมิกำลังนั่งคิดเด็กหนุ่มในกลุ่มเดียวกันก็เอามือแตะไหล่เธอ นาโอมิหันมองด้วยความสงสัย ทั้งสองคนสบตากันจากนั้นก็ฉุกคิดอะไรขึ้นได้ เด็กหนุ่มคนนั้นยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเลเรียกเอาความสนใจจากทั้งอัฒจันทร์ให้มามองที่พวกเขาจากนั้นเสียงปรบมือแสดงความชื่นชมในความกล้าของเขาก็ดังขึ้นจากอาจารย์ทั้งสองหน้าห้องกระเพื่อมจากอาจารย์ต่อมายังนักเรียนหน้าเก่าใหม่ที่นั่งอยู่ ไม่เว้นกลุ่มของแซมจีเซลที่ปรบมือให้ด้วย รวมทั้งอากัปกริยาของพวกเธอที่สื่อออกมาด้วย เรียวเลิกคิ้วขึ้นด้วยความรู้สึกสนใจกับการตอบกลับจีเซลยิ้มน้อย ๆ พอเป็พิธีอย่างคนยินดีกับความกล้าแสดงออก ลินดาเองก็ปรบมือแต่ก็ยังอดสงสัยความขุ่นเคืองของกลุ่มนั้นและพวกของแซมดูเหมือนจะมีอะไรมากกว่าที่เกิดขึ้นในห้องชมรมศิลปะการป้องกันตัวนี้นะ ส่วนราฟาเอลที่ปรบมืออย่างไม่เต็มใจแล้วหันมามองแซมทันควันที่เด็กหนุ่มคนนั้นยกมือขึ้น
“คนตะวันออกพวกนั้นไม่ยอมให้ใครมาหยามเกียรติกันง่าย ๆ อยู่แล้ว”
“ฟังจากฝีปากก็พอจะรู้อยู่แหละ” แซมตอบขอไปทีแบบไม่มองหน้าราฟาเอลเธอไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าทางนั้นจะตอบโต้กับคำยุยงของเธอหรือไม่เธอเพียงแค่เล่นสนุกไปเองเท่านั้น
“ถ้าไม่ได้โลกสวยหรือฉลาดน้อย ก็ควรจะรู้ไว้นะว่าพวกนั้นมันพร้อมเปิดศึกเพื่อรักษาเกียรติของพวกพ้อง”ท่าทางของราฟาเอลที่พูดกับแซมโดยตรง เหมือนจะจริงจังเอาเื่มากกว่าที่เธอคิดเธอต้องหันมาคุยกันตรง ๆ จนสังเกตได้ว่าเพื่อนใหม่คนนี้ของเธอ มีบางอย่างที่อยากจะได้จากเธอ
ไอ้หมอนี่ยังกับมีประกายไฟในดวงตาเลยอย่างนั้นแหละ ประกายไฟที่ว่าไม่ใช่ ดวงตาแวววับดุดันไม่เกรงใจใครนะ หมายถึง ไฟ ไฟจริง ๆ น่ะสิ ถ้ากวนบาทามันตอนนี้มันคงได้ปล่อยไฟออกมาเผาหัวฉันแน่
“เฮ้ฉันรู้ว่าพวกนั้นอยากรักษาเกียรติที่กินไม่ได้ ด้วยการเต้นไปตามที่ฉันกวนไว้แต่นายไม่เห็นจะต้องหัวร้อนเลยนี่”
“บังเอิญว่าฉันก็เป็พวกที่อยากรักษาเกียรติที่กินไม่ได้แบบที่เธอว่าไว้น่ะสิ”
“อ้าวงั้นดีเลย นายก็ยกมือแล้วลงไปด้านหน้าแบบที่หมอนั่นทำดิ”
ราฟาเอลถอนหายใจออกมาหลังจากการเถียงกับแซมแล้วเบือนหน้าไปมองเด็กหนุ่มตะวันออกผู้กล้าคนนั้นที่ยกมือขึ้นแล้วลงไปด้านหน้าแทนเพื่อนผู้ดีเหมือนปากของเขาในขณะที่อาจารย์ทั้งสองยังคงพูดคุยเชื้อเชิญปลุกความกล้าให้คนอื่นที่สนใจจะโชว์ความน่าประทับใจลงมาบ้าง
“ว้าว น่าประทับใจจริงๆ ผมหวังว่าในชั้นเรียนจริง พวกคุณจะอยากมีส่วนร่วมแบบนี้เหมือนกันนะไม่งั้นถ้าจะให้ผมพูดอยู่คนเดียวคงจะน่าเบื่อแย่เอาล่ะตอนนี้ตำแหน่งอาสาสมัครของเราเหลือเพียงหนึ่งที่เท่านั้นถึงพวกคุณไม่ลงมาในตอนนี้ แต่ในชั้นเรียนเมื่อผมมีรายชื่อทุกคนอยู่ในมือแล้วอะไรก็เกิดขึ้นได้นะครับ”
แดเนียลพูดเชื้อเชิญปนขู่กันเล็กน้อยพร้อมกับกวาดสายตามองนักเรียนหน้าเก่าใหม่ไปทั่วห้องเขาส่งยิ้มเ้าเล่ห์ให้แก่เด็กนักเรียนที่สบตาซึ่งส่วนใหญ่พยายามหลบสายตากันทั้งนั้น แต่ทันใดนั้นก็มีเด็กหนุ่มในชุดยูนิฟอร์มโรงเรียนยกมือพร้อมลุกขึ้น
“ไม่ ๆ ผมขอบคุณมากนะคุณอะคิมะยะแต่ผมคงต้องของปฏิเสธนะ เวทีวันนี้มีไว้ให้เหล่าน้องใหม่มากกว่าพวกเจนสนามแบบคุณนะ”
แดเนียลตอบปฏิเสธเด็กหนุ่มในยูนิฟอร์มคนนั้นดูเหมือนเขาจะเป็อีกคนที่ทำให้หน้าที่เป็ไกด์นำน้องใหม่ไม่ต่างจากเรียวสินะ จากทั้งชื่อและหน้าตาของเขาทำให้รู้ว่าคงจะเป็ชาวตะวันออกเหมือนกับคนหน้าเวทีเขาโบยมือไม่เป็ไรให้อาจารย์แบบเป็กันเองก่อนจะนั่งลง
ส่วนฝั่งทางราฟาเอลที่เฝ้าดูเหตุการณ์ตรงหน้าก็ยังไม่วายจะหันมามองแซม ส่งสายตาให้เธอเหมือน้าให้เธอทำอะไรสักอย่างที
“ขอบอกไว้ก่อนว่าไม่ ฉันจะไม่ยกมือแล้วลงไปข้างล่างนั่นแล้วดวลกับไอ้สุภาพบุรุษข้างล่างหรอกนะ”
แซมรีบตอบกลับทันทีโดยไม่ต้องรอให้ราฟาเอลถากถางเธออีกรอบ
ไอ้หมอนี่หัวร้อนเองก็ลงไปจัดการเองสิ ฉันไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนสักหน่อยฉันมันจะอยากไปเป็จุดสนใจ แซมคิดแล้วเบือนหน้าหนีจากราฟาเอล
“แต่เธอเป็คนเริ่มไม่งั้นพวกนั้นก็ไม่ส่งคนลงไป”
“นายจะเอายังไงเนี่ยแล้วทำไมนายไม่ยกมือแสดงความน่าประทับใจในการรักษาเกียรติล่ะจะมาบอกให้ฉันลงไปเพื่อ”
ดูเหมือนการเถียงกันของทั้งสองคนจะเริ่มไม่ใช่แค่การพูดคุย เบา ๆ สองคนแล้ว จีเซลเริ่มหันมาแล้วแตะไหล่แซมเป็เชิงให้เบาลงฝ่ายราฟาเอลหันซ้ายขวาทีแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย เหมือนกำลังตัดสินใจจะพูดอะไรออกมา
“ก็เพราะว่าฉันอาจจะแพ้น่ะสิ”
“หามาทำพูดดีแล้วจะปอดแหกเนี่ยนะ”
แซมหันมาอ้าปากค้างแบบไม่อยากเชื่อในสายหูสายตาตัวเองไอ้หมอนี่ที่กัดกับเธอั้แ่ตอนเช้า กำลังหงอมเพียงเพราะไอ้พวกผู้ดีปากดีนั่นยกมือทำเท่รักษาหน้าตาของตัวเองเนี่ยนะแล้วยังมาหงายการ์ดว่าฉันกาก เพื่อจะให้เธอออกหน้าแทนงั้นหรอ
“ฉันพูดจริงนะที่พวกนั้นทำคือจะตอกหน้าพวกเราที่คิดต่างว่า พวกนั้นเอาจริงได้ ส่วนทางเราก็นั่งปรบมือเห็นชอบด้วยแบบนี้คิดว่ามันยอมได้หรือไง แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่ได้ช่ำกับอุปกรณ์ข้างล่างที่พวกอาจารย์เอาออกมาดูยังไงก็รู้ว่าสองคนนั้นจะให้เด็กใหม่หยิบอาวุธในนั้นออกมาโชว์กัน และในบรรดาพวกเรามีเธอกับรุ่นพี่เรียวเท่านั้นที่ดูเอาการด้านนี้แต่อาจารย์อยากได้หน้าใหม่ แปลว่าในนี้...”
“ตัวเลือกเลยเป็ฉันงั้นหรอที่ควรลงไป”
แซมหันไปพูดเสียงหลงใส่ราฟาเอลหลังจากเข้าใจเหตุผลของราฟาเอล
“ใช่เพราะเธอที่เป็ริคาร์โด้ ฉันมั่นใจในความสามารถของตระกูลเธอนะ”
“ที่ราฟาเอลพูดมาก็มีเหตุผลนะแซมดูท่ายังไงคงต้องเป็แกแล้วล่ะ”
แซมฟังที่ราฟาเอลและจีเซลพูดเธอนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนนี้ตอนนี้เลยราวกับว่าโดนเป่าหูจากทั้งสองฝั่งซ้ายและขวา
ไอ้ราฟาเอลนี่เลือกใช้คำพูดล่อใช้คนได้เก่งมากส่วนจีเซลก็เอากับเขาด้วยหรอ ั้แ่เมื่อกี้ที่เข้ามาแล้ว คงอยากจะผลักดันฉันมากเลยสินะแต่เื่ของเื่คือ ถามกันก่อนยังเนี่ย
แซมเริ่มครุ่นคิดหนักมือที่เท้าคางเปลี่ยนอิริยาบถมาใช้นิ้วโป้งลูบคางไปมาเวลากังวลอย่างไม่รู้ตัวจีเซลเลื่อนั์ตาสีฟ้าใสไปสบกับดวงตาสีเขียวหม่นของราฟาเอล แล้วพยักหน้าให้กันราฟาเอลใช้จังหวะแซมกำลังเผลอจับแขนขวายกมือขึ้นท่ามกลางความสับสนของใครหลาย ๆคนและเ้าของมือนั้นด้วย
“ไอ้บ้านี่ทำอะไรของแก”