“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 47 เปิดตัว ลูกสะใภ้ อย่างเป็นทางการ

    พี่กรลงจากรถก่อน มาอ้อมเปิดประตูให้แพร แล้วจับมือแพรแน่น ๆ พาเดินขึ้นบันไดหน้าบ้าน


    ประตูบ้านเปิดออกทันทีที่เห็นทั้งคู่


    คุณแม่ของพี่กร (หญิงวัยกลางคน หน้าตายิ้มแย้ม ผมหงอกนิด ๆ แต่ดูอ่อนโยนมาก) ยืนรออยู่หน้าประตู พร้อมคุณพ่อที่ยืนข้าง ๆ (ผู้ชายสูงใหญ่ หน้าตาคมเหมือนพี่กร แต่ยิ้มน้อยกว่า)

    คุณแม่เดินออกมาต้อนรับก่อนเลย ยิ้มกว้างจนตาหยี


    “มาแล้วเหรอจ๊ะลูก... แพรใช่ไหม สวยมากเลยจ๊ะ”

    คุณแม่รีบเดินมากอดแพรเบา ๆ (กอดแบบอบอุ่นมาก ไม่เกร็ง) แล้วหันไปมองพี่กร

    “ธนากรเอ๊ย... ลูกพูดไม่เกินจริงเลย แพรสวยจริง ๆ ด้วย มาค่ะลูก เข้ามาในบ้านก่อน อย่ายืนตากลมอยู่เลย”


    คุณพ่อพยักหน้าให้แพร ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดเสียงทุ้ม ๆ

    “ยินดีต้อนรับครับ... เข้ามาก่อนครับ อาหารเสร็จพอดีเลย”


    พี่กรจับมือแพรแน่น แล้วพาแพรเดินตามพ่อแม่เข้าไปในบ้าน


    ข้างในบ้านกว้างขวาง ไม้สักสีน้ำตาลเข้มสวยงาม หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลม กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั้งบ้าน

    (ต้มยำกุ้ง ผัดกระเพราไก่ ไข่เจียวหมูสับ แกงส้มชะอมกุ้ง และข้าวเหนียวร้อน ๆ วางรออยู่บนโต๊ะไม้ยาวกลางบ้าน)


    คุณแม่หันมาถามแพรทันทีที่เห็นหน้า

    “แพรชอบกินเผ็ดมากไหมจ๊ะ แม่ใส่พริกไปหน่อย ถ้าไม่ไหวบอกแม่ได้เลย เดี๋ยวแม่ทำจานใหม่ให้”


    พี่กรยิ้ม แล้วกระซิบข้างหูแพรเบา ๆ

    “เห็นไหมครับ... พ่อแม่ชอบหนูตั้งแต่แรกเห็นเลย พี่บอกแล้วว่าพวกท่านจะรักหนูแน่ ๆ”


    แพรยกมือไหว้คุณพ่อคุณแม่พี่กรเบา ๆ แล้วยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะพูดเสียงใส ๆ แต่สุภาพมาก


    “ขอบคุณค่ะพ่อแม่... สำหรับการเตรียมอาหารมากมายขนาดนี้เลย หนูตกใจมากเลยค่ะ ดูอร่อยทุกอย่างเลย  

    หนูกินเผ็ดได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ขอบคุณที่ทำต้มยำกุ้งเผ็ด ๆ ให้หนูด้วยค่ะ กลิ่นหอมมากเลย”


    คุณแม่ยิ้มกว้างจนตาหยี แล้วตบมือเบา ๆ ดีใจสุด ๆ  

    “ดีใจจังเลยจ๊ะที่แพรชอบ! แม่ใส่พริกไปเยอะหน่อยตามที่ธนากรบอกว่าแพรชอบเผ็ด แม่กลัวไม่พอใจเลยนะ แต่เห็นแพรพูดแบบนี้แม่สบายใจแล้ว  

    มานั่งเลยจ๊ะลูก อย่ายืนเลย เดี๋ยวอาหารเย็นหมด ธนากร... ไปตักข้าวเหนียวให้แพรหน่อยสิลูก”


    พี่กรยิ้มมุมปาก แล้วรีบลุกไปตักข้าวเหนียวร้อน ๆ ใส่จานให้แพรก่อนเลย  

    “ครับแม่... แพรกินเยอะ ๆ นะครับ วันนี้พ่อแม่ทำเต็มที่เลย”


    คุณพ่อที่นั่งหัวโต๊ะพยักหน้าให้แพร แล้วพูดเสียงทุ้ม ๆ แต่ยิ้มเล็กน้อย  

    “กินให้อิ่มนะครับแพร... บ้านเราชอบทำอาหารให้คนที่ลูกพามาเยอะ ๆ ถ้าไม่พอ บอกพ่อได้เลย พ่อทำเพิ่มให้”


    บรรยากาศที่โต๊ะอาหารอบอุ่นมาก  

    คุณแม่ตักต้มยำกุ้งใส่ชามให้แพรก่อน แล้วยื่นให้พร้อมยิ้ม  

    “ลองชิมเลยจ๊ะลูก... แม่ใส่กุ้งสด ๆ กับเห็ดฟาง พริกสดด้วยนะ ถ้าเผ็ดเกินบอกแม่ได้เลย เดี๋ยวแม่ทำแกงจืดมาเพิ่มให้”


    พี่กรนั่งลงข้างแพร จับมือแพรใต้โต๊ะเบา ๆ เพื่อให้แพรรู้สึกอุ่นใจ  

    พี่กระซิบข้างหูแพรเบา ๆ (เสียงที่พ่อแม่ไม่ได้ยิน)  

    “เห็นไหมครับ... พ่อแม่ชอบหนูมากเลย พี่บอกแล้วว่าท่านจะรักหนูแน่ ๆ กินเยอะ ๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ตักให้”


    คุณแม่หันมามองทั้งคู่ แล้วยิ้มกว้าง  


    “ดูสิจ๊ะ... ธนากรยิ้มไม่เคยหยุดเลยตั้งแต่พาแพรมา แม่ดีใจจังเลยนะที่เห็นลูกมีความสุขแบบนี้  

    แพรจ๊ะ... บอกแม่ได้เลยนะ ถ้าธนากรทำอะไรไม่ดี หรือทำให้หนูเสียใจ แม่จะจัดการให้เอง 555”


    คุณพ่อหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเสริม  

    “ใช่ครับ... พ่อกับแม่เลี้ยงธนากรคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ถ้ามันทำแพรเสียใจ พ่อจะตีด้วยไม้กวาดเลยนะ”


    พี่กรหัวเราะออกมา แล้วหันไปบอกพ่อแม่  

    “พ่อแม่ครับ... ผมเป็นคนดีที่สุด ตั้งแต่ผมเจอแพรเลยนะครับ ผมจะดูแลแพรให้ดีที่สุดเลยครับ ไม่ต้องห่วง”


    แพรหน้าแดงก่ำ แต่ยิ้มไม่หุบ  

    บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้ง และความอบอุ่นแบบครอบครัว


    "แม่คะ... พี่กรเคยเล่าเรื่องหนูให้ฟังบ้างไหมคะ" 


    คุณแม่ที่นั่งข้าง ๆ แพร หันมามองแพรด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนมากขึ้นทันทีที่ได้ยินคำถาม  


    “เล่าให้ฟังสิลูก... เล่าทุกวันเลยแหละ”  

    คุณแม่หัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปมองพี่กรที่นั่งข้าง ๆ แพร (พี่กรกำลังยกช้อนตักข้าวเหนียวเข้าปาก แต่พอได้ยินก็ชะงักค้าง มือค้างกลางอากาศ)


    “ตั้งแต่ธนากรเริ่มพูดถึงแพรเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว พอดีพี่เห็นลูกยิ้มคนเดียวบ่อย ๆ เลยถามว่าทำไมยิ้มแบบนั้น กรก็บอกว่า... 

    ‘มีเด็กคนหนึ่งที่ทำงานด้วยกันครับแม่ สวย น่ารักมากตรงสเปคทุกอย่าง แถมยังทำงานเก่ง แล้วก็... ทำให้ผมมีความสุข’ 55555


    แม่เลยแซวว่าถ้าทำให้ลูกมีความสุขขนาดนี้ ต้องพามาให้แม่เห็นตัวจริงสักทีสิ ลูกก็ทำหน้าแดงเลยนะ 555”


    คุณพ่อที่นั่งหัวโต๊ะหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเสริม  

    “ใช่ครับ... กรมันเล่าให้พ่อฟังบ่อยเหมือนกัน บอกว่าแพรเป็นคนขยัน ไม่เคยบ่นงานหนัก แถมยังยิ้มเก่งอีก พ่อเลยรู้สึกดีตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าเลย  

    พอเมื่อวานกรโทรมาบอกว่า 

    ‘พ่อแม่ครับ ผมจะพาแพรไปกินข้าวเย็นที่บ้านนะครับ’ 

    พ่อกับแม่ดีใจใหญ่เลย รีบไปตลาดซื้อของสดมาทำอาหารให้แพรเลยนะ

    เชื่อไหม...กรไม่เคยพาสาวไหนมาบ้านเลยนะ จนพ่อคิดว่า ไอกรมันคงไม่ชอบผู้หญิงล่ะมั้ง คิดว่ามันจะมีแฟนเป็นผู้ชายซะแล้ว 55555”


    - 555555 ทุกคนหัวเราะ -


    พี่กรที่ปกติมักจะดูสุขุมวางตัวเป็นผู้ใหญ่ กลับดูเป็นเด็กน้อยขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ โดยเฉพาะตอนที่โดนคุณพ่อเผาเรื่องความโสดมานานจนคนทั้งบ้านใจเสีย


    "โห่..พ่อ พูดอะไรเนี้ยยยยย" 

    พี่กรทำหน้าเซ็งแบบไม่จริงจังนัก พลางยกมือขึ้นเกาเขินๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนบนโต๊ะ


    คุณแม่หันกลับมามองแพรอีกครั้ง ตาเป็นประกายแบบคนที่ชอบลูกสะใภ้   

    “แพรจ๊ะ... แม่เห็นธนากรเปลี่ยนไปเลยนะ ตั้งแต่มีแพร กรยิ้มบ่อยขึ้น ไม่ค่อยเครียดเรื่องงานเหมือนเมื่อก่อน แม่เลยรู้ว่าแพรต้องเป็นคนพิเศษมากแน่ ๆ  

    แม่ดีใจที่วันนี้ได้เจอแพรตัวจริง สวย น่ารัก เรียบร้อย แถมยังกินเผ็ดเก่งด้วย แม่ชอบคนแบบนี้เลยจ๊ะ”


    พี่กรที่นั่งข้าง ๆ แพรหน้าแดงขึ้น (แต่ยังยิ้มไม่หุบ) แล้วเอื้อมมือไปจับมือแพรใต้โต๊ะเบา ๆ บีบให้กำลังใจ  


    พี่กระซิบข้างหูแพรเบา ๆ (เสียงที่พ่อแม่ไม่ได้ยิน)  

    “เห็นไหมครับ... พ่อแม่ชอบหนูมากกว่าพี่อีก พี่แพ้แล้วเลย”


    คุณแม่หัวเราะออกมา แล้วตักต้มยำเพิ่มใส่ชามแพร  

    “กินเยอะ ๆ นะจ๊ะลูก แม่ทำไว้เยอะเลย เดี๋ยวถ้าแพรชอบ แม่จะทำบ่อย ๆ ให้กินอีก  

    แล้วถ้าธนากรทำอะไรให้แพรไม่สบายใจ บอกแม่ได้เลยนะ แม่จะว่ากรเอง”


    บรรยากาศที่โต๊ะอาหารยิ่งอบอุ่นขึ้นไปอีก  

    พี่กรยังจับมือแพรไว้ใต้โต๊ะไม่ปล่อย แพรรู้สึกหัวใจอุ่น ๆ ผสมเขิน ๆ แต่ก็มีความสุขมากจริง ๆ






    คล้ายกับเรื่อง“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล” ที่คุณอ่าน