พี่กรลงจากรถก่อน มาอ้อมเปิดประตูให้แพร แล้วจับมือแพรแน่น ๆ พาเดินขึ้นบันไดหน้าบ้าน
ประตูบ้านเปิดออกทันทีที่เห็นทั้งคู่
คุณแม่ของพี่กร (หญิงวัยกลางคน หน้าตายิ้มแย้ม ผมหงอกนิด ๆ แต่ดูอ่อนโยนมาก) ยืนรออยู่หน้าประตู พร้อมคุณพ่อที่ยืนข้าง ๆ (ผู้ชายสูงใหญ่ หน้าตาคมเหมือนพี่กร แต่ยิ้มน้อยกว่า)
คุณแม่เดินออกมาต้อนรับก่อนเลย ยิ้มกว้างจนตาหยี
“มาแล้วเหรอจ๊ะลูก... แพรใช่ไหม สวยมากเลยจ๊ะ”
คุณแม่รีบเดินมากอดแพรเบา ๆ (กอดแบบอบอุ่นมาก ไม่เกร็ง) แล้วหันไปมองพี่กร
“ธนากรเอ๊ย... ลูกพูดไม่เกินจริงเลย แพรสวยจริง ๆ ด้วย มาค่ะลูก เข้ามาในบ้านก่อน อย่ายืนตากลมอยู่เลย”
คุณพ่อพยักหน้าให้แพร ยิ้มมุมปากเล็กน้อย แล้วพูดเสียงทุ้ม ๆ
“ยินดีต้อนรับครับ... เข้ามาก่อนครับ อาหารเสร็จพอดีเลย”
พี่กรจับมือแพรแน่น แล้วพาแพรเดินตามพ่อแม่เข้าไปในบ้าน
ข้างในบ้านกว้างขวาง ไม้สักสีน้ำตาลเข้มสวยงาม หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับลม กลิ่นอาหารหอมฟุ้งไปทั้งบ้าน
(ต้มยำกุ้ง ผัดกระเพราไก่ ไข่เจียวหมูสับ แกงส้มชะอมกุ้ง และข้าวเหนียวร้อน ๆ วางรออยู่บนโต๊ะไม้ยาวกลางบ้าน)
คุณแม่หันมาถามแพรทันทีที่เห็นหน้า
“แพรชอบกินเผ็ดมากไหมจ๊ะ แม่ใส่พริกไปหน่อย ถ้าไม่ไหวบอกแม่ได้เลย เดี๋ยวแม่ทำจานใหม่ให้”
พี่กรยิ้ม แล้วกระซิบข้างหูแพรเบา ๆ
“เห็นไหมครับ... พ่อแม่ชอบหนูตั้งแต่แรกเห็นเลย พี่บอกแล้วว่าพวกท่านจะรักหนูแน่ ๆ”
แพรยกมือไหว้คุณพ่อคุณแม่พี่กรเบา ๆ แล้วยิ้มเขิน ๆ ก่อนจะพูดเสียงใส ๆ แต่สุภาพมาก
“ขอบคุณค่ะพ่อแม่... สำหรับการเตรียมอาหารมากมายขนาดนี้เลย หนูตกใจมากเลยค่ะ ดูอร่อยทุกอย่างเลย
หนูกินเผ็ดได้ค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ขอบคุณที่ทำต้มยำกุ้งเผ็ด ๆ ให้หนูด้วยค่ะ กลิ่นหอมมากเลย”
คุณแม่ยิ้มกว้างจนตาหยี แล้วตบมือเบา ๆ ดีใจสุด ๆ
“ดีใจจังเลยจ๊ะที่แพรชอบ! แม่ใส่พริกไปเยอะหน่อยตามที่ธนากรบอกว่าแพรชอบเผ็ด แม่กลัวไม่พอใจเลยนะ แต่เห็นแพรพูดแบบนี้แม่สบายใจแล้ว
มานั่งเลยจ๊ะลูก อย่ายืนเลย เดี๋ยวอาหารเย็นหมด ธนากร... ไปตักข้าวเหนียวให้แพรหน่อยสิลูก”
พี่กรยิ้มมุมปาก แล้วรีบลุกไปตักข้าวเหนียวร้อน ๆ ใส่จานให้แพรก่อนเลย
“ครับแม่... แพรกินเยอะ ๆ นะครับ วันนี้พ่อแม่ทำเต็มที่เลย”
คุณพ่อที่นั่งหัวโต๊ะพยักหน้าให้แพร แล้วพูดเสียงทุ้ม ๆ แต่ยิ้มเล็กน้อย
“กินให้อิ่มนะครับแพร... บ้านเราชอบทำอาหารให้คนที่ลูกพามาเยอะ ๆ ถ้าไม่พอ บอกพ่อได้เลย พ่อทำเพิ่มให้”
บรรยากาศที่โต๊ะอาหารอบอุ่นมาก
คุณแม่ตักต้มยำกุ้งใส่ชามให้แพรก่อน แล้วยื่นให้พร้อมยิ้ม
“ลองชิมเลยจ๊ะลูก... แม่ใส่กุ้งสด ๆ กับเห็ดฟาง พริกสดด้วยนะ ถ้าเผ็ดเกินบอกแม่ได้เลย เดี๋ยวแม่ทำแกงจืดมาเพิ่มให้”
พี่กรนั่งลงข้างแพร จับมือแพรใต้โต๊ะเบา ๆ เพื่อให้แพรรู้สึกอุ่นใจ
พี่กระซิบข้างหูแพรเบา ๆ (เสียงที่พ่อแม่ไม่ได้ยิน)
“เห็นไหมครับ... พ่อแม่ชอบหนูมากเลย พี่บอกแล้วว่าท่านจะรักหนูแน่ ๆ กินเยอะ ๆ นะครับ เดี๋ยวพี่ตักให้”
คุณแม่หันมามองทั้งคู่ แล้วยิ้มกว้าง
“ดูสิจ๊ะ... ธนากรยิ้มไม่เคยหยุดเลยตั้งแต่พาแพรมา แม่ดีใจจังเลยนะที่เห็นลูกมีความสุขแบบนี้
แพรจ๊ะ... บอกแม่ได้เลยนะ ถ้าธนากรทำอะไรไม่ดี หรือทำให้หนูเสียใจ แม่จะจัดการให้เอง 555”
คุณพ่อหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเสริม
“ใช่ครับ... พ่อกับแม่เลี้ยงธนากรคนเดียวมาตั้งแต่เด็ก ถ้ามันทำแพรเสียใจ พ่อจะตีด้วยไม้กวาดเลยนะ”
พี่กรหัวเราะออกมา แล้วหันไปบอกพ่อแม่
“พ่อแม่ครับ... ผมเป็นคนดีที่สุด ตั้งแต่ผมเจอแพรเลยนะครับ ผมจะดูแลแพรให้ดีที่สุดเลยครับ ไม่ต้องห่วง”
แพรหน้าแดงก่ำ แต่ยิ้มไม่หุบ
บรรยากาศที่โต๊ะอาหารเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ กลิ่นอาหารหอมฟุ้ง และความอบอุ่นแบบครอบครัว
"แม่คะ... พี่กรเคยเล่าเรื่องหนูให้ฟังบ้างไหมคะ"
คุณแม่ที่นั่งข้าง ๆ แพร หันมามองแพรด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนมากขึ้นทันทีที่ได้ยินคำถาม
“เล่าให้ฟังสิลูก... เล่าทุกวันเลยแหละ”
คุณแม่หัวเราะเบา ๆ แล้วหันไปมองพี่กรที่นั่งข้าง ๆ แพร (พี่กรกำลังยกช้อนตักข้าวเหนียวเข้าปาก แต่พอได้ยินก็ชะงักค้าง มือค้างกลางอากาศ)
“ตั้งแต่ธนากรเริ่มพูดถึงแพรเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว พอดีพี่เห็นลูกยิ้มคนเดียวบ่อย ๆ เลยถามว่าทำไมยิ้มแบบนั้น กรก็บอกว่า...
‘มีเด็กคนหนึ่งที่ทำงานด้วยกันครับแม่ สวย น่ารักมากตรงสเปคทุกอย่าง แถมยังทำงานเก่ง แล้วก็... ทำให้ผมมีความสุข’ 55555
แม่เลยแซวว่าถ้าทำให้ลูกมีความสุขขนาดนี้ ต้องพามาให้แม่เห็นตัวจริงสักทีสิ ลูกก็ทำหน้าแดงเลยนะ 555”
คุณพ่อที่นั่งหัวโต๊ะหัวเราะในลำคอเบา ๆ แล้วเสริม
“ใช่ครับ... กรมันเล่าให้พ่อฟังบ่อยเหมือนกัน บอกว่าแพรเป็นคนขยัน ไม่เคยบ่นงานหนัก แถมยังยิ้มเก่งอีก พ่อเลยรู้สึกดีตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้าเลย
พอเมื่อวานกรโทรมาบอกว่า
‘พ่อแม่ครับ ผมจะพาแพรไปกินข้าวเย็นที่บ้านนะครับ’
พ่อกับแม่ดีใจใหญ่เลย รีบไปตลาดซื้อของสดมาทำอาหารให้แพรเลยนะ
เชื่อไหม...กรไม่เคยพาสาวไหนมาบ้านเลยนะ จนพ่อคิดว่า ไอกรมันคงไม่ชอบผู้หญิงล่ะมั้ง คิดว่ามันจะมีแฟนเป็นผู้ชายซะแล้ว 55555”
- 555555 ทุกคนหัวเราะ -
พี่กรที่ปกติมักจะดูสุขุมวางตัวเป็นผู้ใหญ่ กลับดูเป็นเด็กน้อยขึ้นมาทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อแม่ โดยเฉพาะตอนที่โดนคุณพ่อเผาเรื่องความโสดมานานจนคนทั้งบ้านใจเสีย
"โห่..พ่อ พูดอะไรเนี้ยยยยย"
พี่กรทำหน้าเซ็งแบบไม่จริงจังนัก พลางยกมือขึ้นเกาเขินๆ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของทุกคนบนโต๊ะ
คุณแม่หันกลับมามองแพรอีกครั้ง ตาเป็นประกายแบบคนที่ชอบลูกสะใภ้
“แพรจ๊ะ... แม่เห็นธนากรเปลี่ยนไปเลยนะ ตั้งแต่มีแพร กรยิ้มบ่อยขึ้น ไม่ค่อยเครียดเรื่องงานเหมือนเมื่อก่อน แม่เลยรู้ว่าแพรต้องเป็นคนพิเศษมากแน่ ๆ
แม่ดีใจที่วันนี้ได้เจอแพรตัวจริง สวย น่ารัก เรียบร้อย แถมยังกินเผ็ดเก่งด้วย แม่ชอบคนแบบนี้เลยจ๊ะ”
พี่กรที่นั่งข้าง ๆ แพรหน้าแดงขึ้น (แต่ยังยิ้มไม่หุบ) แล้วเอื้อมมือไปจับมือแพรใต้โต๊ะเบา ๆ บีบให้กำลังใจ
พี่กระซิบข้างหูแพรเบา ๆ (เสียงที่พ่อแม่ไม่ได้ยิน)
“เห็นไหมครับ... พ่อแม่ชอบหนูมากกว่าพี่อีก พี่แพ้แล้วเลย”
คุณแม่หัวเราะออกมา แล้วตักต้มยำเพิ่มใส่ชามแพร
“กินเยอะ ๆ นะจ๊ะลูก แม่ทำไว้เยอะเลย เดี๋ยวถ้าแพรชอบ แม่จะทำบ่อย ๆ ให้กินอีก
แล้วถ้าธนากรทำอะไรให้แพรไม่สบายใจ บอกแม่ได้เลยนะ แม่จะว่ากรเอง”
บรรยากาศที่โต๊ะอาหารยิ่งอบอุ่นขึ้นไปอีก
พี่กรยังจับมือแพรไว้ใต้โต๊ะไม่ปล่อย แพรรู้สึกหัวใจอุ่น ๆ ผสมเขิน ๆ แต่ก็มีความสุขมากจริง ๆ