หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 โชคดี

            อาทิตย์อัสดงกลางทุ่งหญ้านั้นงดงามกว่าที่ใด

            ให้ความรู้สึกโล่งใจเกินบรรยาย

            โดยเฉพาะยามเหมันต์ ขอบฟ้านั้นกระทั่งเมฆสักก้อนยังไม่มีมี

            ดวงตะวันดวงกลมเกลี้ยงยามลับขอบฟ้าดูคล้ายกับขนมเปี๊ยะสีทองที่ทั้งโตและกลม กำลังแขวนอยู่ขอบอาณาเขตของทุ่งหญ้า

            “พวกเรากลับกันเถิด” หัวหน่วยอากู่กล่าวขึ้น

            คนที่ออกไปวันนี้ล้วนกลับกันมาหมดแล้ว เหลือเพียงเด็กหนุ่มที่เพิ่งมาใหม่

            หากยามนี้เขายังไม่กลับมา ก็คาดว่าคงจะไม่กลับมาอีกแล้ว

            กระนั้นทุกคนก็ไม่ได้ใจดีพอที่จะเสียสละเวลาของตัวเองเพื่อรอเด็กหนุ่มนานถึงเพียงนั้น

            มีเพียงอาโต่วที่ปากมากอยู่เสมอ อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

            “เจ้าเด็กนั่นยังมีน้องสาวอีกคนหนึ่ง”

            อาสุ่ยที่แต่ไหนแต่ไรก็จ้องแต่จะจิกกัดอาโต่ว ก็รีบกล่าวแทรก “ถึงอย่างไรเสียแม่นางหลัวก็ชอบน้องสาวของเจ้าเด็กนั่น เจ้าเด็กนั่นไม่กลับมาก็ย่อมเป็นเรื่องดีแล้ว”

            “แคว้ก”

            ขณะที่ชายหนุ่มกำลังพูด เสียงร้องกังวานใสของนกก็ดังขึ้น

            หัวหน้าหน่วยอากู่ไม่ได้กล่าวอะไร เพียงน้าวสายธนู แล้วยิงศรออกไปหนึ่งดอก

            ทว่าก็พลาดเป้าไปเสียได้  ธนูดอกนั้นค่อยๆ ร่วงลงสู่พื้น

            อากู่เร่งยิงดอกที่สองตามไปติดๆ คราวนี้เหมือนว่าจะโดนปีกมันแล้ว เพราะเจ้านกนั้นดูเหมือนจะบินเข้ามาใกล้ขึ้น

            เพียงแต่เมื่อมองดูอีกทีก็เห็นลูกศรที่เพิ่งเข้าเป้าไปนั้นกำลังร่วงหล่นลงพื้น ด้วยเพราะโดนเจ้านกตัวนั้นปัดลงมา

            สีหน้าอากู่พลันแข็งค้าง

            เจ้านกนี่ไฉนจึงหนังเหนียวนัก

            ทว่าเขาก็ยังหยิบลูกศรดอกใหม่ขึ้นมาเล็งด้วยมือสั่นเทา ก่อนจะยิงออกไปอีกครั้ง

            บัดนี้เขาเพิ่งจะมองเห็นว่าใบหน้าของเจ้านกนั้นดูคล้ายมนุษย์นัก เช่นนี้เจ้านกนี่ย่อมต้องเป็นอินทรีศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่!!!

            ที่แท้เขาเพิ่งจะได้เห็นอินทรีศักดิ์สิทธิ์ในตำนานหรือนี่

            คนอื่นๆ เมื่อเห็นหัวหน้าหน่วยหยิบธนูออกมาก็นึกอิจฉา

            ธนูนั้นเป็นอาวุธที่หาได้ยากนัก สามารถฆ่าศัตรูจากระยะไกลได้ ไม่จำเป็นต้องไปประชิดตัวฝ่ายตรงข้ามจึงทำให้ปลอดภัยมากขึ้น

            คนทั่วไปในค่ายย่อมไม่อาจครอบครอง

            ในค่ายนั้นหากมีม้าสักตัวก็ย่อมมีชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นมากโข ซ้ำหากมีธนูสักคัน ก็ย่อมได้เป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นสูงในค่ายทันที

            เฉกเช่นหัวหน้าหน่วยของพวกเขา

            อากู่มีทั้งม้า มีทั้งธนู ทว่ากลับนำมาใช้ง่ายดายเช่นนี้

            ลูกศรนั้นหายากเสียยิ่งกว่ายาก ทว่าเมื่อครู่เขากลับยิงออกไปถึงสามดอก

            เมื่อก่อนจะเห็นเขายิงคน อย่างมากก็ยิงแค่สองดอก หากฝ่ายตรงข้ามยังไม่ตาย เขาก็เพียงกระโจนไปตรงหน้าแล้วใช้มีดฟันให้ตายเสีย

            เขาตัดใจทิ้งลูกศรที่ยิงพลาดเป้าไปเมื่อครู่ไม่ลง

            อากู่จดจ้องอยู่พักหนึ่งก่อนจะเก็บลูกศรเหล่านั้นกลับมาด้วยความเสียใจและเสียดาย

            เจ้านกนั่นเป็นถึงอินทรีศักดิ์สิทธิ์ ถึงอย่างไรเขาก็คงยิงไม่เข้า

            เจ้านกนั่นเป็นถึงอินทรีศักดิ์สิทธิ์เชียวรึ......

            “พี่กู่ มองเร็ว” อาโต่วตะโกนขึ้นมา

            หัวหน้ากองแหงนมองเจ้าอินทรีที่บินอยู่เหนือศีรษะตน ขอบตาของเขาก็พลันร้อนผ่าวเมื่อได้ยินอาโต่วร้องโวยวาย เขาอยากจะลงแส้อาโต่วให้สักทีหนึ่ง

            ทว่าเมื่อเห็นใบหน้าตกใจของอาโต่ว เขาหันมองตามทิศทางที่อาโต่วมองอยู่

            จากนั้นเข้าจึงเห็นว่าตรงเส้นขอบฟ้ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังขี่ม้ามุ่งมายังทิศทางที่พวกเขาอยู่ ดวงตะวันสีชาดที่อยู่เบื้องหลังชายหนุ่ม สาดแสงอาบไล้ให้ร่างนั้นกลายเป็นสีแดงก่ำเช่นกัน

            ชายหนุ่มขี่ม้าอย่างเอ้อระเหยราวกับกำลังชมวิวทุ่งหญ้าอยู่ก็ไม่ปาน

            ทว่าไม่นานนักอากู่ก็พอจะมองเห็นว่าชายบนหลังม้านั้นคือใคร

            ชายหนุ่มที่กำลังมุ่งหน้ามานั้นก็คือ เจ้าเด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งจะส่งไปยังต้าเจ๋อเมื่อเช้า

            ร่างของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยเลือด ทว่าสิ่งที่ทำให้เหล่าชายฉกรรจ์ตกใจนั้นกลับไม่ใช่เลือดที่ย้อมกายเด็กหนุ่ม แต่เป็นช่อดอกไม้กลมๆ ตรงหน้าอกของเจ้าเด็กหนุ่ม

            เมื่อตั้งใจมองก็เห็นว่าช่อดอกไม้นั่นมันคือดอกต้าเจ๋อ

            พวกเขาทุกคนในหน่วยนั้นต่างก็รู้ว่าในป่าต้าเจ๋อนั้นมีงูเหลือมยักษ์อาศัยอยู่ และทุกสิ่งในป่านั้นก็ล้วนเป็นกรรมสิทธิ์ของเจ้างูยักษ์

            ยิ่งไปกว่านั้นบริเวณที่หญ้าต้าเจ๋องอกนั้น แท้จริงแล้วก็คือรังของเจ้างูยักษ์

            ดังนั้นหญ้าต้าเจ๋อนั้นหากมีใครเด็ดมาได้สักต้นก็นับว่าน่าทึ่งแล้ว ทว่าเจ้าเด็กนี่กลับเด็ดมาได้ตั้งช่อหนึ่ง ซ้ำยังเป็นช่อใหญ่เสียจนดูคล้ายกับลูกกลมขาวๆ ลูกหนึ่ง แค่มองก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มของมัน ซ้ำยังรู้สึกว่ามันช่างงดงามนัก

            เจ้าเด็กนี่ย่อมต้องเข้าไปในป่าต้าเจ๋อมาแล้วอย่างแน่นอน

            ทว่าเขากลับไม่ตาย ซ้ำยังเด็ดหญ้าต้าเจ๋อกลับมาได้

            แต่ไฉนเจ้าเด็กนั่นจึงยืดยาดขนาดนั้นเล่า หรือว่าเจ้าเด็กนั้นจะบาดเจ็บเสียแล้ว ไม่แน่ก็อาจจะเป็นม้าของเขาที่บาดเจ็บเสียแล้ว

            แต่ไม่ต้องรอให้ทุกคนเดาไปต่างๆ นานา

            ด้วยหน่วยลาดตระเวนนั้นฉลาดนัก เพียงครู่เดียวก็ปะติดปะต่อภาพเหตุการณ์ได้มากมายว่าเจ้าเด็กใหม่ท่าทางเซ่อซ่านั่น คงจะทำตามที่หัวหน้าหน่วยสั่งว่าให้ไปเด็ดหญ้าต้าเจ๋อมา แม้จะมีโอกาสตายถึงเก้าในสิบส่วนก็ยังทำตามคำสั่งไปอย่างซื่อๆ อยู่ดี

            ทว่าเจ้าเด็กใหม่นี่ก็ช่างดวงดีนัก เขาก็คงจะเข้าไปเด็ดหญ้าต้าเจ๋อ แล้วคงถูกเจ้างูเหลือมยักษ์ไล่ล่า แล้วจากนั้นก็คงจะหนีรอดมาจากคมเขี้ยวของเจ้างูนั่นได้

            แน่นอนว่าชาวหน่วยลาดตระเวนเช่นพวกเขา ย่อมต้องเชื่อสิ่งที่ตัวเองได้เห็นและได้ยิน

            เพราะสุดท้ายพวกเขาก็มีหน้าที่เพียงส่งข่าวที่ตัวเองรู้มาเท่านั้น จากนั้นก็รอให้นายท่านใหญ่เป็นคนพิจารณา

            เจ้าม้าที่กำลังเดินมานั้นสาเหตุที่มันช่างเอื่อยเฉื่อยนัก ก็เพราะมันยังต้องลากศพของเจ้างูเหลือมยักษ์มาด้วย

            เจ้างูเหลือมยักษ์นั้นตัวหนาพอๆ กับเอวของเด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่ง ยามที่ลากมันผ่านพื้นหญ้า ผ่านทราย และก้อนกรวดนั้นก็มีเสียง “ตึงตัง ตึงตัง” “ครืดๆๆ” ดังขึ้นไม่ขาดสาย ลำตัวยาวเฟื้อยนั้นบนหัวยังมีเชือกเส้นหนึ่งร้อยไว้ ส่วนอีกครึ่งของร่างมันนั้นก็ถูกผูกติดไว้กับลำตัวเจ้าม้า

            เจ้างูเหลือมนั้นตัวหนักนัก

            จึงไม่แปลกว่าเหตุใดเจ้าม้าจึงได้เดินช้า

            “หัวหน้า ข้ากลับมาแล้ว เพียงแต่ข้านั้นไม่พบพ่อค้าเลยสักคน” อาลู่เห็นสมาชิกคนอื่นๆ ในหน่วยก็อยู่ด้วยเช่นกัน เขาจึงโบกมือให้แล้วตะโกนรายงาน

            ใบหน้าของอากู่พลันสั่นระริก

            คนช่างพูดอย่าอาโต่วเองก็ไม่รู้จะกล่าวอะไรเช่นกัน

            คนที่ชอบจิกกัดอาโต่วอย่างอาสุ่ยก็เปลี่ยนเป็นเงียบงันเช่นกัน

            คนอื่นๆ ก็ไม่ต่างกันนัก มองเด็กหนุ่มตรงหน้าตนราวกับมองปีศาจก็ไม่ปาน

            ต่างพากันทบทวนว่าเจ้าเด็กนี่มีนามว่ากระไร คิดๆ แล้วก็เหมือนจะมีนามว่าอาลู่ เพียงแต่เหตุใดเจ้าเด็กเวรนี่ถึงได้ร้ายกาจเพียงนี้

            ในใจของเหล่าชายฉกรรจ์พลันรู้สึกยุ่งเหยิง

            หัวหน้าหน่วยก็ใช้เวลานานสองนานกว่าสติจะกลับมา เขาพยายามฝืนข่มความตกใจแล้วเอ่ยถามเด็กหนุ่ม “เจ้าทำได้อย่างไร”

            “ข้าแค่จะไปเก็บดอกไม้ ก็พบว่าข้างพุ่มดอกไม้นั้นมีเจ้างูยักษ์นอนอยู่ตัวหนึ่ง ข้าเห็นว่ามันเนื้อเยอะดีจึงได้ลากมันกลับมา” อาลู่ยิ้มพร้อมทั้งตอบออกมาซื่อๆ

            คนอื่นเมื่อได้ยินดังนั้นก็พากัน......

            ในใจพลันเกิดคำถามว่าเรื่องมันมีเพียงเท่านี้รึ

            ทว่ายามมองเจ้างูเหลือมตัวมโหฬาร แล้วบอกว่าเจ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขาเป็นคนฆ่านั้นก็ย่อมเป็นไปไม่ได้ มิเช่นนั้นหากเรื่องมันง่ายดายถึงเพียงนี้ ป่าแห่งนั้นไหนเลยจะกลายมาเป็นเขตหวงห้าม

            ทว่าหากไม่ใช่เจ้าเด็กหนุ่มนี่เป็นคนลงมือฆ่าเอง เจ้าเด็กนี่ก็ดูจะโชคหล่นทับไปหน่อยแล้วกระมัง ไม่เพียงแต่จะเข้าไปในป่าต้าเจ๋อแล้วไม่ตาย ยังลากเจ้างูยักษ์กลับมาได้อีกตัว

            “แล้วเลือดบนร่างเจ้ามันมาได้อย่างไร” หัวหน้าหน่วยถามขึ้น

            “เลือดมันเลอะมาตอนที่ข้าเอาเชือกร้อยหัวเจ้างูยักษ์” เด็กหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงที่ไร้สิ่งใดเคลือบแฝง

            ทุกคนเมื่อได้ยินอาลู่พูดเช่นนั้นก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ดูปกติขึ้นมาทันที ถึงอย่างไรหากมองด้วยสายตาก็รู้สึกว่ายากจะเชื่ออยู่ดีว่า เจ้าเด็กนี่จะฆ่าเจ้างูเหลือมที่ฉลาดเป็นกรดตัวนี้ได้

            ดังนั้นทุกคนจึงค่อยๆ ล้อมวงเข้ามาเพื่อดูเจ้างูเหลือมยักษ์นี่

            ดวงตาทั้งสองข้างของมันหายไป ดีงูที่มีพิษก็หายไปด้วยเช่นกัน ดูแล้วร่างมันยังมีรอยถูกมีดแทงลึกยาวเจ็ดชุ่น และรอยมีดนี้ก็น่าจะเป็นสาเหตุการตายของมันด้วยเช่นกัน

            สำหรับพวกเขาชาวหน่วยลาดตระเวนนั้น สิ่งที่ถนัดที่สุดคือการเก็บข้อมูล

            เมื่อเก็บข้อมูลกันไปรอบหนึ่ง อากู่ก็รู้สึกวางใจลง

            “น่าจะเป็นบุคคลลึกลับมากฝีมือเป็นคนลงมือ เช่นนั้นจึงไม่ได้สนใจเนื้อของมัน”   

            ส่วนคนอื่นๆ นั้นก็ไม่ได้มีความเห็นแตกต่างจากอากู่

            สุดท้ายจึงตัดสินใจร่วมมือร่วมแรงกันแบกเจ้างูยักษ์กลับขึ้นเขาไป

            หน้าที่ของหน่วยลาดตระเวนนั้นเมื่อเทียบกับหน่วยอื่นแล้วจะนับว่าเบากว่าเสียหน่อย ทว่าค่าน้ำร้อนน้ำชาและส่วนแบ่งก็น้อยกว่าหน่วยอื่นๆ เช่นกัน ดังนั้นครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไป

            ท่าทีของเหล่าชายหนุ่มจึงไม่นิ่งเงียบดังยามลงจากเขา ขากลับขึ้นไปนั้นล้วนเต็มไปด้วยความครื้นเครง

            เด็กใหม่อย่างอาลู่นั้นก็ช่างรู้ความนัก

            เขายินยอมแบ่งเนื้องูครึ่งตัวให้ทุกคนไปแบ่งปันกัน ส่วนเขานั้นขอเพียงครึ่งตัวที่เหลือ เพื่อไปจ่ายค่าเช่าให้นายท่านสาม

            บัดนั้นทุกคนจึงเพิ่งได้รู้ว่าอาลู่นั้นก็เป็นลูกหนี้ของนายท่านสามเช่นกัน เพียงครู่เดียวความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูแนบแน่นขึ้นเป็นกอง ด้วยในหน่วยลาดตระเวนนั้นนอกจากหัวหน้าหน่วยแล้ว คนส่วนใหญ่ก็ล้วนเป็นลูกหนี้ของนายท่านสาม

            “อาลู่ เจ้านี่ดวงดีเสียจริง” อาโต่วกล่าวด้วยความอิจฉา

            “โชคดีไปก็เพียงเท่านั้น ครั้งหน้าอาจจะไม่โชคดีเช่นนี้อีก” อาสุ่ยพูดขัด

            “อาลู่ เจ้างูตัวนี้นั้นดีนัก เจ้าสามารถเอาหนังมันมาทำเสื้อเกราะได้ หนังมันกันคมหอกคมดาบดีนักแล” อาโต่วนั้นคร้านจะต่อปากต่อคำกับอาสุ่ย จึงกล่าวต่อกับอาลู่อย่างกระตือรือร้น

            อาลู่คิดไปคิดมาจึงกล่าวต่อ “อืม ข้าอยากเอาหนังงูกลับไปทำเสื้อเกราะให้น้องสาวสักตัว หนังที่เหลือก็เอาไปทำกระเป๋าให้นางสักใบ”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498