“ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ !!!”
ทันทีที่กลับมาถึงบ้านพอลก็ส่งเสียงร้องระบายความในใจที่เก็บไว้มานานการขายของแค่ครั้งเดียว สามารถทำเงินได้ถึง 180เหรียญทอง เป็สิ่งที่ไม่เคยมีใครในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้คาดคิด
แม้แต่ลอเลนซ์เองก็เช่นกัน การขายสมุนไพรครั้งนี้แค่ครั้งเดียว ก็ได้เงินมากกว่าที่เคยหาได้ทั้งเดือนเลยทีเดียวแล้วอย่างนี้จะไม่ให้ใได้อย่างไร
"เอ่อ...นี่...โนบลินรู้จักสมุนไพรนี้ได้ยังไงกันจ๊ะแล้ว..ไหนจะวิธีที่สามารถเก็บเกี่ยวให้ได้คุณภาพดีนี่อีกดูแล้วน่าจะเป็ทักษะขั้นสูงเลยเชียวนะ"
ลอเลนซ์อดถามขึ้นเบาๆ ไม่ได้ เพราะถึงแม้แอนโทนีจะบอกว่าสมุนไพรนี้จะไม่ได้หายากอะไรแต่ก็เป็ที่รู้จักแต่ในวงการนักสมุนไพรที่มีประสบการณ์เท่านั้นแล้วเด็กวัยแค่นี้ไม่น่าจะรู้จักได้เลยยิ่งไปกว่านั้นวิธีการเก็บเกี่ยวเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพเต็มที่ก็ไม่ใช่เื่ง่ายๆ ที่จะทำได้ แม้แต่นักสมุนไพรเองยังต้องเป็ระดับสูงถึงจะสามารถทำได้แล้วเด็กคนนี้?...
“ลุง ชาร์ป สอน”
โนบลินตอบไปตามตรงเหมือนกับที่ ชาร์ปเอลฟ์ที่มีความสามารถสูงของเผ่าเอลฟ์ได้สั่งสอนแก่โนบลินั้แ่เด็ก
หากไร้ความสามารถทักษะ หรือพลังแล้วละก็ ย่อมไม่สามารถอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายนี้ได้เพราะทุกหนทุกแห่งปกคลุมไปด้วยสัตว์ร้าย พิษ หรือเวทมนต์อันตรายรวมไปถึงความทะเยอทะยานมักใหญ่ใฝ่สูงของเผ่าพันธุ์ต่าง ๆที่้าโลกนี้แต่เพียงผู้เดียวอีก ทำให้พลังและความสามารถต่าง ๆนั้นเป็สิ่งที่จำเป็ต้องมีติดตัวเพื่อการรักษาชีวิตของตนเองและคนที่รักและอยากปกป้อง
นั่นทำให้ทั้งกอบลินะและเอลฟ์ที่รู้สึกเห็นใจและสงสารในชะตาชีวิตของเด็กน้อยต่างช่วยกันฟูมฟักและสั่งสอนถ่ายทอดความรู้รวมถึงประสบการณ์ต่าง ๆ ให้แก่โนบลินอย่างเต็มที่ เพื่อให้เขาสามารถใช้ความรู้ความสามารถเ่าั้ปกป้องชีวิตของตนเองไว้ได้
“อ๋อ เหรอจ๊ะลุงชาร์ป คงจะเป็คนที่เลี้ยงดูเธอั้แ่ยังเด็กสินะถ้าอย่างนั้น...แล้วตอนนี้ลุงชาร์ปของเธอ อยู่ไหนซะล่ะจ๊ะ”
ลอเลนซ์ถามอย่างสงสัยเพราะคิดว่าคนที่สามารถสอนให้เด็กอายุไม่ถึงสิบขวบมีความสามารถขนาดนี้ได้ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาแต่ต้องเป็คนระดับสูงในเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งอย่างแน่นอน
“อืม...ตายแล้ว”
โนบลินตอบด้วยท่าทางไม่ค่อยมั่นใจเท่าใดนักแต่เขาคิดว่าน่าจะเป็อย่างนั้นจริง ๆเพราะหลังจากเหตุการณ์บุกเข้าโจมตีของอาลันตา โนบลินยังไม่ได้รับการติดต่อจากคนแคระและเอลฟ์อีกเลย
“อ่ะ...อ้าวอย่างนั้นเหรอ ฉันเสียใจด้วยนะจ๊ะ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ถามออกไปอย่างนั้น”
ลอเลนซ์หน้าเสียเพราะคิดว่าได้ถามคำถามที่ไม่ควรถามและอาจจะสะกิดให้จิตใจที่เปราะบางของเด็กน้อยต้องเ็ปขึ้นมากอีกก็ได้
โนบลินได้แต่ก้มหน้าและพยักหน้าเบาๆ เป็เชิงว่า ‘ไม่เป็ไร’ ให้กับลอเลนซ์เพราะเขาไม่มีเหตุผลที่จะโกรธเนื่องจากลอเลนซ์นั้นถามเพราะไม่รู้ จึงไม่ควรที่จะไปต่อว่าตำหนินี่คือรูปแบบความคิดพื้นฐานของโนบลินเอง
“ถ้าอย่างนั้น...เราเข้าไปกินข้าวเย็นกันเถอะจ้ะวันนี้ฉันซื้อขนมหวานมาให้ทุกคนได้กินด้วยนะถือเป็การเลี้ยงฉลองที่โนบลินสามารถเก็บสมุนไพรมาขายแล้วได้เงินมาตั้งเยอะ”
ลอเลนซ์ตอบยิ้ม ๆในขณะที่โนบลินเองก็พยักหน้าหงึก ๆพลางจินตนาการไปถึงรสชาติของขนมหวานที่คุณลอเลนซ์พูดถึง
มันมีสีสันและหน้าตาที่น่ากินเป็ที่สุดแต่โนบลินและเพื่อน ๆ ในบ้านเลี้ยงเด็กกำพร้าไม่เคยได้มีโอกาสลิ้มลองสักครั้งเนื่องจากราคาที่ค่อนข้างแพงและบ้านเลี้ยงเด็กนั้นต้องประหยัดทุกอย่างที่เป็ไปได้เพื่อนำเงินมาใช้ซื้อสิ่งของที่จำเป็จริง ๆ
ดังนั้นทุกคนจึงร่วมวงกินข้าวกันอย่างมีความสุขเพราะทุกคนรู้ว่าหลังมื้อค่ำเสร็จสิ้นจะได้กินขนมหวานที่อยากกินมานาแสนนาน เด็ก ๆต่างเร่งรีบกินข้าวในส่วนของตัวเองให้หมดเพื่อที่จะได้กินขนมหวานไวไว
ขนมหวานของวันนี้ประกอบด้วยเค้กก้อนใหญ่ที่ทำมาจากเห็ดข้าวผสมกับผลชูการ์ที่ให้รสหวานและผลไม้ป่าอบแห้งหลายชนิด จนทำให้มีทั้งรสหวานและอมเปรี้ยวนิดๆ นอกจากนี้ยังมีผลไม้เชื่อมหวานกรอบเป็ที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ เป็อย่างมาก
สุดท้ายมื้อเย็นก็จบลงด้วยรอยยิ้มของเด็กๆ ทุกคนรวมไปถึงลอเลนซ์ที่ยิ้มไม่หุบ เธอเองก็จำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เด็กๆ ทุกคนได้ยิ้มแย้มแบบนี้คือเมื่อไหร่ ยังไงซะครั้งนี้ก็คงต้องขอบใจโนบลินที่นำเอาสมุนไพรราคาแพงมาให้ถึงแม้จะไม่รู้ว่าทำไรอย่างไรแต่ถ้าเ้าตัวไม่อยากบอกเธอก็คงไม่ไปเซ้าซี้ให้วุ่นวาย
หลังจากทานข้าวเย็นและตบท้ายด้วยขนมหวานกันอย่างจุใจเด็กผู้หญิงต่างก็พากันเก็บจานชามไปล้างทำความสะอาด ในขณะที่เด็กชายพากันช่วยกันปัดกวาดเช็ดถูภายในบ้านก่อนจะพากันอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอน
ในห้องนอนขนาดเล็กที่อยู่ใต้หลังคาของบ้านเด็กกำพร้าเด็กชายห้าคนอยู่ในชุดเตรียมพร้อมสำหรับการพักผ่อนหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจาการค้นหาสมุนไพรในป่ามาทั้งวันแต่ถึงแม้จะเหนื่อยเพียงใดทุกคนก็ยังคงนอนไม่หลับเพราะตื่นเต้นกับสมุนไพรที่ขายได้ในวันนี้มันช่างวิเศษเหลือเกินที่สมุนไพรเพียงหัวเดียวสามารถขายได้ถึง 25 เหรียญทองเพราะที่ผ่านมาพวกเขาเคยหอบหิ้วเอาสมุนไพรตะกร้าใหญ่ไปขายที่ร้านขายยาแต่ก็ยังได้เงินไม่ถึง10 เหรียญทองเลย
"นี่โนบลินถามจริง ๆ นะนายทำได้ยังไงที่หาเ้าหัวราฟฟินนี่มาได้แบบที่คุณภาพสุดเจ๋งแบบนั้นมาได้น่ะ"
เ้าตัวใหญ่พอลยังไม่วายสงสัยเกี่ยวกับเื่นี้และหวังว่าโนบลินจะสอนวิธีการให้กับเขาบ้างจะได้ไปหาสมุนไพรราคาดี ๆ แบบนี้มาขายบ้าง
"อืมลุงชาร์ป สอนให้รู้จักว่าสมุนไพรตัวไหนใช้ทำอะไรแล้วก็น้าเอนโซ่สอนวิธีการเก็บให้น่ะ"
โนบลินตอบง่าย ๆตามประสา แต่นั่นยิ่งทำให้คนอื่น ๆ สงสัยมากขึ้นไปอีก ใครคือลุงชาร์ป?ใครคือน้าเอนโซ่? หรือคนพวกนั้นจะเป็สุดยอดนักสมุนไพรที่สอนทักษะขึ้นสุดยอดนี้ให้โนบลินแล้วจะเป็ไปได้ไหมที่พวกเขาจะไปขอให้ลุงชาร์ปกับน้าเอลโซ่ของโนบลินช่วยสอนให้บ้าง
"แล้ว...เอ่อ...ตอนนี้พวกเขาอยู่ไหนกันแล้วเหรอโนบลิน เราอยากให้เขาช่วยสอนบ้างได้ไหมเผื่อเราจะได้ช่วยกันหาสมุนไพรมาให้ได้เยอะ ๆ ไง" พอลถามอย่างคาดหวัง
"อืม...ไม่ได้หรอก"โนบลินตอบสั้น ๆ ทำเอาเด็ก ๆ ที่ตั้งใจฟังอยู่แอบแป้วไปตาม ๆ กันแต่ก็พอเข้าใจได้เพราะว่าทักษะแบบนี้คงไม่มีใครเขาสอนกันง่าย ๆ"ก็ลงชาร์ปกับน้าเอลโซ่ตายไปแล้วล่ะ"
"หา?...ตะ..ตายไปแล้วเหรอ เอ่อ...สะ..เสียใจด้วยนะโนบลิน"
พอลใจนแทบพูดไม่ออกในขณะที่เด็กคนอื่นที่แอบฟังอยู่ก็รู้สึกเสียใจเช่นเดียวกัน คงจะเพราะอย่างนี้สินะพวกเขาก็เลยไปเจอโนบลินในป่าและได้พามาอยู่ที่นี่ด้วยกัน
"อืม...คงจะอย่างนั้น..แต่ถ้าพวกนายอยากรู้ฉันสอนให้ได้นะ"
"หา.!!ได้เหรอ!!?" พอลร้องออกมาอย่างตื่นเต้นความรู้สึกที่ทั้งใทั้งดีใจผสมกันกันมั่วไปหมด ไม่เว้นแม้แต่เด็ก ๆคนอื่นที่เด้งตัวขึ้นมามองไปยังโนบลินเป็ตาเดียว
“นะ...นายพูดจริงเหรอโนบลิน?”บันหันมาถามเพื่อย้ำอีกครั้ง
“อืม ทำไมล่ะก็..เพื่อนกัน ทำไมจะสอนไม่ได้ล่ะ?" โนบลินถามเสียงเรียบๆ อย่างสงสัย
"อะ..อื้มขอบใจมากนะ"
เด็ก ๆต่างมากันกล่าวขอบคุณโนบลินเป็การใหญ่และคุยเื่อื่น ๆ กันอีกสักพักกว่าจะได้หลับกันก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนทีเดียว
แสงแดดที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่างบอกให้รู้ว่าวันใหม่ได้เข้ามาเยือนแล้วเรซลืมตาขึ้นและเตรียมตัวออกไปล้างหน้าล้างตา เด็กคนอื่น ๆ ยังคงนอนหลับอยู่นอกจากโนบลิน...ที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่บนเตียง เรซจึงลุกออกจากเตียงและเดินออกมาด้านนอกลงมาจากห้องใต้หลังคามาที่ห้องโถงตรงกลาง
"อรุณสวัสดิ์โนบลินวันนี้ตื่นเช้าจังนะ" เรซเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
"อืม"
โนบลินตอบเสียงเบาพร้อมกับพยักหน้าทักทายกลับเรซสังเกตว่าโนบลินแต่งตัวเสร็จแล้วแสดงว่าคงตื่นมาได้สักพัก เขาจึงเดินออกไปที่ห้องอาบน้ำด้านนอกซึ่งใช้น้ำจากบ่อน้ำเล็กๆ และเริ่มอาบน้ำเพื่อรับวันใหม่ จากนั้นไม่นานเด็ก ๆทุกคนก็ทยอยกันตื่นและออกไปอาบน้ำอาบท่าเช่นกัน
หลังจากที่เด็ก ๆทุกคนแต่งตัวเรียบร้อย เด็กหญิงต่างพากันไปช่วย ลอเลนซ์ ทำอาหารเช้าในครัวซึ่งวันนี้เป็มื้อเช้าง่าย ๆได้แก่ขนมปังและซุบถั่วเพื่อให้พลังงานในยามเช้าแต่ก็ย่อยง่ายเมื่อทำเสร็จแล้วเด็กชายพากันไปช่วยยกอาหารมาที่โต๊ะกินข้าวและเริ่มทานกันอย่างอร่อย
หลังจากมื้อเช้าก็เป็เวลาที่เหล่าเด็กชายเฝ้าคอยคือการเรียนรู้เื่สมุนไพรจากโนบลิน ทุกคนจึงจัดแจงเตรียมข้าวของใส่ในกระเป๋าหนังใบเก่งและเดินทางออกจากเมืองไปในป่าด้านนอกเพราะโนบลิน บอกว่าการเรียนรู้จากของจริงจะทำให้จดจำและเข้าใจได้ง่ายกว่า
กลุ่มเด็กชายออกผจญภัยอีกครั้งแต่คราวนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อการเก็บหาของป่าและสมุนไพรให้ได้มาก ๆเพื่อนำไปขายเหมือนแต่ก่อน
แต่เห็นการเรียนรู้ถึงพืชและสมุนไพรต่างๆ ทั้งลักษณะและสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิดและวิธีการเก็บให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด
โชคดีที่บริเวณชายป่าตอนนี้มีแต่สมุนไพรพื้นฐานที่หาได้ทั่วไปและสมุนไพรบางตัวที่มีฤทธิ์พิเศษเล็กน้อยทำให้โนบลินสอนให้เพื่อน ๆ เข้าใจได้ง่ายนอกจากนั้นขั้นตอนการเก็บเกี่ยวยังไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนเหมือนหัวราฟฟินที่โนบลินเคยเก็บมาก่อนทำให้ไม่ต้องใช้วงเวทเฉพาะในการเก็บเกี่ยว
วันนี้ทั้งวันเด็ก ๆทั้งสี่คนทำได้เพียงศึกษาสมุนไพรพื้นฐานที่หาพบได้ง่ายและมีสรรพคุณทางยาที่สามารถรักษาอาการทั่วๆ ไป เช่น หวัด หรือเป็ไข้บางตัวแต่ส่วนใหญ่ของเนื้อหาในวันนี้ที่โนบลินสอนให้เพื่อน ๆได้รู้คือสมุนไพรที่ใช้ปรุงอาหารได้และจะมีฤทธิ์ค่อย ๆช่วยปรับร่างกายของผู้รับประทานให้ค่อย ๆ สมดุลขึ้นเรื่อย ๆทำให้ร่างกายแข็งแรงและไม่เจ็บป่วยง่าย ดังคำที่ว่า "กันไว้ดีกว่าแก้"
กลุ่มเด็กชายบ้านเด็กกำพร้าเข้ามาเรียนรู้เื่สมุนไพรที่บริเวณชายป่าอย่างต่อเนื่องในวันที่ไม่มีงานที่ต้องทำที่บ้านเด็กกำพร้า
จนถึงตอนนี้ก็กินเวลาไปเกือบสองเดือนนับแต่วันแรกที่โนบลินเริ่มสอนให้สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยาต่าง ๆ ในเขตชายป่านั้น
เหล่าเด็ก ๆต่างจดจำและจำแนกได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ถึงแม้จะมีสมุนไพรบางชนิดที่เด็ก ๆยังแยกออกได้ไม่ชัดเจนนักเพราะรูปร่างที่เหมือนกัน แต่ก็มีเพียงสามสี่ชนิดเท่านั้นด้วยความรู้ระดับนี้ถ้าเด็ก ๆทั้งสี่้าที่จะหาเงินเลี้ยงตัวเองแล้วพวกเขาสามารถสอบผ่านเป็นักสมุนไพรขั้นต้นได้อย่างสบายๆ แล้ว
"อืมสมุนไพรแถวนี้เริ่มจะซ้ำมาซักพักแล้วล่ะ เราควรจะเข้าไปป่าอีกหน่อยไหมเผื่อจะเจอสมุนไพรใหม่ ๆ แล้วก็หายากกว่าเดิม จะได้เอาไปขายได้ราคาดีด้วย"
พอลเสนอขึ้นมาหลังจากเสร็จสิ้นมื้อเช้าเพราะรู้สึกว่ารู้จักสมุนไพรที่อยู่แถวชายป่าหมดแล้วแล้วก็รู้ว่าสมุนไพรพวกนั้นขายไม่ค่อยได้ราคาเท่าไหร่นักนอกจากจะนำไปใช้ทำอาหารอย่างที่โนบลินแนะนำและสมุนไพรที่นำไปใช้เป็ยารักษาโรคบางตัวแล้วพวกเขาก็ไม่ค่อยจะสนใจเก็บไปสักเท่าไหร่
"ตะ..แต่ถ้าเราเข้าไปในป่าลึกกว่านี้มันจะถึงเขตที่สัตว์ร้ายอยู่แล้วนะ พวกเราไม่มีใครที่เป็นักเวทสักคนต้องรอจนปีหน้าถึงจะเริ่มมีแก่นเวทแล้วก็เริ่มฝึกเวทได้แล้วที่สำคัญถ้าคุณลอเลนซ์รู้เข้าพวกเราได้โดนตีแน่ ๆชั้นว่าเราอย่าเพิ่งเข้าไปเลยนะ"
บันเ้าเด็กแว่นแย้งด้วยเสียงหวั่น ๆเพราะเท่าที่ได้ยินมาจากชาวเมืองถ้าพ้นจากเขตชายป่าเข้าไปในป่าลึกจะเริ่มเข้าสู่เขตที่อยู่อาศัยของสัตว์ร้ายที่ มีร่างกายที่ใหญ่โตมีความแข็งแกร่งและดุร้าย แต่ก็มีเนื้อที่รสชาติดีและมีสารอาหารที่จำเป็เช่นเซบัป
ทำให้มีชาวเมืองบางส่วนที่ผ่านการฝึกฝนการใช้เวทมนต์และการต้อสู้รวมกลุ่มกันออกไปล่าสัตว์ร้ายเหล่านี้เพื่อนำมาประกอบอาหารและขายในตลาด
และชิ้นส่วนของสัตว์ร้ายหลายๆ อย่างยังมีสรรพคุณทางยาหรือมีความแข็งแกร่งพอที่จะนำมาทำอาวุธหรือเครื่องมือเครื่องใช้ได้
นอกจากนั้นยังมีสิ่งมีชีวิตและสัตว์ร้ายบางชนิดที่รับรู้ถึงเวทมนต์ได้และสามารถใช้เวทมนต์ในการต่อสู้ได้เรียกว่าสัตว์เวทมนต์ซึ่งมีความร้ายกาจยิ่งกว่าสัตว์ร้ายหลายเท่าตัว
แต่ถึงอย่างไรก็ตามยังนักเวทฝีมือดีจำนวนมากก็พยายามที่จะล่าสัตว์เวทมนต์เพื่อนำชิ้นส่วนต่าง ๆ มาใช้โดยเฉพาะอวัยวะหรือชิ้นส่วนที่มีพลังเวทมนต์เฉพาะธาตุยิ่งเป็ที่้าของนักสู้และตลาดเป็อย่างมาก
"แต่ว่าถ้าเข้าไปไม่ลึกมากก็คงไม่เป็ไรหรอกน่าแล้วอีกอย่างถ้าเห็นท่าไม่ดีเราก็รีบกลับออกมาทันทีเท่านี้ก็เรียบร้อย ใช่ไหม?"
พอลยังคงยืนยันปนโน้มน้าวให้เพื่อนๆเออออกับตัวเองด้วยพลางส่งสายตาอ้อนวอนไปยังเรซที่เป็พี่ใหญ่และโนบลินในฐานะอาจารย์ผู้สอน
"อืม...ถ้าไม่เข้าไปในป่าลึกเกินไปก็คงไม่เป็ไรหรอกมั้ง"เรซตอบแบบไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่แต่ในใจเขาเองก็อยากจะลองเข้าไปในเขตป่าอยู่แล้วเหมือนกันทำให้เขาสนับสนุนความคิดของพอล
"ฉันยังไงก็ได้"โนบลินตอบง่าย ๆ ทำให้ผลออกมาว่าวันนี้พวกเขาจะเข้าไปในเขตป่าลึกกัน..