"ใช่แล้ว ข้ามาในป่าแห่งนี้บ่อยจนรู้ทางออกได้หมดทุกทาง แต่ว่าหากเ้าให้ข้าพาเ้าไปส่งที่บ้านเ้าต้องตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ด้วย" เด็กชายมองดูเสื้อผ้าอาภรณ์และใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาก็รู้ในทันทีว่าเด็กหญิงที่อยู่ตรงหน้านี่มิใช่ลูกชาวบ้านธรรมดาเป็แน่
"ได้สิ หากเ้าไปส่งข้าที่เรือนข้าจะตอบแทนเ้าเป็อย่างดี " หนิงเอ๋อยิ้มร่าดีใจลุกขึ้นปัดชุดของนางพร้อมเดินตามเด็กชายออกจากป่า
"งั้นเ้าตามข้ามา ข้าจะพาเ้าออกไปเองแต่เ้าอย่าลืมเื่ที่เ้ารับปากข้าด้วยล่ะ" เด็กชายเองก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจเช่นกัน อย่างน้อยการพาเด็กหญิงออกไปส่งที่เรือนเขาน่าจะได้ของกินกลับบ้านไปให้ท่านแม่อย่างแน่นอน
เดินมาได้สักพักหนิงเอ๋อก็สะดุดล้มกับรากไม้ที่ทางเดินปกคลุมไปด้วยใบไม้และสัตว์เล็กใหญ่ที่พากันวิ่งไต่ไปมา
"โอ๊ย !! นี่เ้ารอข้าด้วยสิ "
"เป็อย่างไรบ้างเ้านี่ซุ่มซ่ามจริงๆ " เด็กชายผู้นั้นก้มลงมามองดูหนิงเอ๋อที่นั่งจับข้อเท้าด้วยความเจ็บ
"ข้าเจ็บข้อเท้า " เด็กหนุ่มจับดูข้อเท้าของหนิงเอ๋อ เมื่อมือเล็กๆััข้อเท้าที่บวมแดง
"โอ๊ย เ้าเบามือหน่อยสิ "
"ข้าว่าข้อเท้าเ้าพลิกคงเดินกลับไม่ได้ เ้าขึ้นมาที่หลังข้าสิ เดี๋ยวข้าจะแบกเ้าไปเอง " เด็กหนุ่มหันหลังวางไม้ฟื้นลงให้หนิงเอ๋อขึ้นหลัง
"ข้าตัวหนักเ้าแบกข้าได้รึ"
"ร่างกายเ้าเล็กขนาดนี้คิดว่าข้าจะแบกเ้าไม่ได้หรือไง"
หนิงเอ๋อยอมขึ้นหลังแต่โดยดีทั้งสองคนก็ได้เดินออกมาจากป่าเด็กหนุ่มเหงื่อไหลออกมาด้วยความร้อนและเหนื่อยหอบ
"เรือนของเ้าอยู่ที่ใด" น้ำเสียงขาดๆหาย
"เรือนของข้าอยู่ด้านโน้น" หนิงเอ๋อชี้ไปด้านหน้า เด็กหนุ่มถึงกับชะงักแต่ก็ยอมเดินไปส่งหนิเอ๋อถึงเรือน
"เ้าเป็เด็กในเรือนนั้นหรือ เ้าเคยได้ยินเื่องค์หญิงกาลกิณีหรือไม่"
หนิงเอ๋อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะถามเด็กหนุ่มออกไป
"ทำไม เ้ากลัวหรือไม่"
"ไม่เลยข้ารู้สึกสงสารนางด้วยซ้ำ" หนิงเอ๋อได้ยินดังนั้นก็รู้สึกดีใจ
"เ้าไม่กลัวสักนิดเลยรึ หากใบหน้าขององค์หญิงน่าเกียจน่ากลัวและเมื่อมีผู้คนอยู่ใกล้ก็จะเกิดอันตราย"
"ก็แค่คำพูดของชาวบ้าน ข้าไม่เคยได้ยินเื่ไม่ดีขององค์หญิงเลย " หนิงเอ๋อนิ่งเงียบเมื่อได้ยินคำตอบ อย่างน้อยก็มีเด็กหนุ่มที่ไม่รังเกียจและสงสารนาง
แม่นมวิ่งวุ่นตามหาองค์หญิงจนมองเห็นว่านางถูกเด็กหนุ่มอุ้มเข้ามาที่หน้าประตูเรือนนางจึงรีบวิ่งเข้าไปหาด้วยความเป็ห่วง
"องค์หญิงท่านไปอยู่ที่ไหนมารู้หรือไม่ว่าข้านั้นเป็ห่วงท่านมากแค่ไหน แล้วนี่เกิดอะไรขึนทำไมท่านถึงได้กลับมากับเด็กผู้นี้แถมยังอยู่บนหลังของเด็กคนนี้ด้วยเพคะ"
"แม่นมข้าแค่สะดุดล้มข้าขอโทษที่ทำให้ท่านเป็ห่วง ข้าหนีท่านไปแล้วเกิดหลงทาง โชคดีที่เด็กคนนี้ช่วยข้าเอาไว้" เด็กหนุ่มเมื่อรู้ว่าผู้ที่เขาแบกออกมาจากป่านั้นเป็องค์หญิงถึงกับใเพราะไม่คิดเลยว่านางจะเป็องค์หญิงที่เขารำลือกัน
แม่นมพยุงตัวองค์หญิงลงจากหลังเด็กหนุ่มรีบก้มลงโค้งคำนับองค์หญิงอย่างไว
"ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็องค์หญิง ข้าต้องขอโทษด้วยที่ข้าล่วงเกินท่าน" องค์หญิงยิ้มออกมาแล้วบอกให้เด็กหนุ่มลุกขึ้น
"เ้าลุกขึ้นเถิด เป็ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเ้า แม่นมช่วยจัดเตรียมอาหารให้กับเด็กผู้นี้ด้วย ข้าขอเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจะออกมาหาเ้าอย่าพึ่งกลับไปเสียก่อนละ" หนิงเอ๋อพูดจบก็เดินเข้าไปที่ห้องของตน แม่นมได้ส่งให้สาวรับใช้ไปเตรียมหาอาหารมาให้แล้วเดินตามองค์หญิงเข้าไปที่ห้องของนาง
เมื่อนางแต่งกายเสร็จสิ้นก็ได้เดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มที่นั่งรอรอยู่ที่ห้องโถง หนิงเอ๋อได้นั่งลงตรงหน้า
"การที่ข้าได้ออกมาจากป่าในครั้งนี้ก็เพราะเ้า เ้าอยากได้รางวัลอะไรหรือไม่ "
"ข้ามิกล้าหรอกขอรับ "
"เ้าคนเมื่อครู่ไม่เห็นจะพูดเช่นนี้ พูดกับข้าเช่นเดิมเถอะตอนที่ข้าได้ยินเ้าบอกว่าเ้าสงสารข้า รู้หรือไม่ว่าข้าดีใจเพียงใดข้าชื่อหนิงเอ๋อเรามาเป็เพื่อนกันเถอะว่าแต่เ้าชื่อว่าอะไร"
หนิงเอ๋อส่งยิ้มหวานให้กับเด็กหนุ่มก่อนที่เขาจะตอบชื่อออกมา
"ข้าชื่อว่าหางเฟิ่งขอรับ"
เมื่ออาหารมาถึงเขาก็ได้กินไปเล็กน้อยก่อนจะขออาหารกลับบ้านไปให้ท่านแม่หลังจากนั้นมาหนิงเอ๋อก็มีเด็กหนุ่มผู้นี้คอยมาเป็เพื่อนเล่นของนางเสมอมา จนกระทั่งวันหนึ่งหนิงเอ๋อกับเด็กชายได้พูดกันไว้ว่าจะมาที่จุดนัดพบ แต่ทว่าวันนั้นเกิดฟ้าฝนกระหน่ำลงมาทำให้หนิงเอ๋อที่ไปยืนรอคอยก็ไม่พบแม่นมจึงชวนหนิงเอ๋อกลับเข้าที่เรือนเพราะตอนนี้ท้องฟ้าเริ่มก่อตัวตั้งเค้าเกรงว่าองค์หญิงจะไม่สบายั้แ่นั้นเป็ต้นมาหนิงเอ๋อก็ไม่ได้พบเด็กชายผู้นั้นอีกเลย นางจึงได้ให้คนใช้ตามหาข่าวคราวของหางเฟิ่งจนได้รู้ว่ามารดาของเขานั้นได้เสียชีวิต ทำให้เขานั้นกลายเป็เด็กเร่ร่อนและถูกจับตัวไปขายให้กับใต้เท้าที่มีเงินทอง ทำให้หนิงเอ๋อคิดว่าเป็เพราะตนชีวิตของหางเฟิ่งจึงต้องมาเจอกับเื่น่าเศร้าเช่นนี้ นางจึงเก็บตัวเงียบและไม่พบเจอผู้ใดอีกต่อไป นิสัยของหนิงเอ๋อเองก็เปลี่ยนไปอย่างมาก นางเริ่มเอาแต่ใจตนเองจากน่ารักกลายเป็ดุร้าย
8 ปีต่อมา
องค์หญิงหนิงเอ๋อได้เติบโตขึ้นเป็สตรีที่สวยงาม ราชวงศ์เองก็ได้แต่งตั้งให้องค์ชายสามได้รับตำแหน่งองค์รัชทายาทตอนนี้ฮ่องเต้เองก็เริ่มมีพระวรกายที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก เป็เื่น่าพึงพอใจสำหรับหวงกุ้ยเฟยแต่สำหรับฮองเฮานั้นยังจำคืนวันที่สูญเสียมิรู้ลืม
ส่วนหนิงเอ๋อนั้นก็ได้มีนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยสดใสแต่ก็ต้องเป็คนเก็บตัวเงียบ และหลังจากนั้นนิสัยของนางก็เริ่มร้ายแรงขึ้น เอาแต่ใจตนเองหากผู้ใดทำให้ไม่พอใจนางก็มักจะสั่งลงโทษ นางมีนิสัยใจร้อนและไม่เกรงกลัวผู้ใดอีกต่อไปในเมื่อนางเป็องค์หญิงกาลกิณีที่ชาวบ้านพากันรังเกียจราวกับปีศาจ นางหยิ่งผยองด่ากล่าวโดยไม่กลัว เมื่อนางเริ่มโตขึ้นนางก็รู้ว่าตนนั้นมิใช่บุตรสาวของฮองเฮาเป็เพียงบุตรสาวของกุ้ยเฟ่ยเท่านั้น ความเสียใจของนางที่มีต่อฮองเฮานั้นก็มีมากแต่ทว่าความรักที่ฮองเฮามอบให้ก็เปรียบเสมือนมารดาที่คลอดนางมาเอง มีเพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ไม่เคยมาดูดำดูดีนางแม้เพียงสักครา ทำให้นางรู้สึกเกียจชังและความไม่ยุติธรรมที่นางเคยเจอมาั้แ่เด็ก นางจึงทำตัวใช้ชีวิตให้ชาวบ้านกล่าวดูถูกราชวงศ์
ตอนหนิงเอ๋ออายุได้เพียง15ปี นางได้ออกไปที่ตลาดอีกครั้งและก็เกิดเหตุการณ์ที่มีชาวบ้านได้ล้มป่วยและตายกันหลายชีวิต เมื่อชาวบ้านเห็นหนิงเอ๋อจึงเอ่ยกล่าวหาว่าเป็เพราะนาง ตัวกาลกิณีที่มาอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้ ทำให้เกิดอาเพศชาวบ้านพากันต่างรุมโยนข้าวของทำร้ายร่างกายหนิงเอ๋อ เื่นี้จึงถึงหูของฮองเฮาเมื่อนางทราบข่าว จึงได้มาหาหนิงเอ๋อและพาองครักษ์มาดูแลนางเพราะเกรงว่านางจะถูกชาวบ้านรังแกอีก เมื่อมีผู้ที่คอยคุ้มกันหนิงเอ๋อก็ทำตัวไม่เกรงกลัวผูู้ใด หนิงเอ๋อได้ออกไปเจอโลกภายนอกที่นางไม่เคยได้พบเห็น จนตอนนี้นางมีอายุ 18 ปี
วันนี้หนิงเอ๋อได้ออกมาท่องเที่ยวยามราตรีนางได้แอบแม่นมออกมากับองครักษ์ นางได้ใช้ผ้าคุมปิดใบหน้าของตนเองเพราะไม่อยากให้ชาวบ้านได้รู้ถึงการปรากฏตัวของนาง นางอยู่ออกมาเที่ยวอย่างเงียบๆสักครา
“นี่เ้าวันนี้ข้าได้ยินมาว่าหอนายโลมมีบุรุษรูปงามที่มาจากเมืองอื่นได้มาบรรเลงเพลงที่นี่เ้าจะไปดูกับข้าหรือไม่ ” สตรีพากันยืนพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นเมื่อรู้ว่ามีบุรุษรูปงามมาปรากฏตัว
“ใช่ๆ ข้าได้ยินมาว่าใบหน้างามราวเทพบุตร หวานหยดย้อยไหนจะเพลงที่บรรเลงออกมาสะกดให้ผู้คนหลงใหล ” หญิงอีกผู้หนึ่งได้พูดขึ้น
“งั้นข้าไปด้วย จะได้ไปเห็นกับตาว่าบุรุษที่หล่อที่สุดในใต้หล้านั้นจะเป็เช่นไร” สตรีทั้งสามคนก็ได้พากันเดินไปที่หอนายโลม บทสนทนาทั้งหมดก็ได้เข้าหูของหนิงเอ๋อที่เดินผ่านมาพอดี นางจึงตัดสินใจไปดื่มสุราที่หอนายโลม
“องค์หญิงวันนี้ท่านจะไปที่ใดพะย่ะค่ะ”
“ข้ารู้แล้วว่าจะไปที่ใด เ้าจงพาข้าที่หอนายโลมที่สตรีเมื่อครู่พูดถึงกันเถอะ” หนิงเอ๋อตอบด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉย ทำให้หลิวเหลาจือ องครักข์ที่คอยเฝ้าตามดูแลต้องฉงนใจในคำตอบ
“ท่านคิดดีแล้วหรือพะย่ะค่ะ”
“เ้าจะเกรงกลัวอันใด ข้าคือตัวซวยที่ราชวงศ์ขว้างทิ้งเหตุใดข้าต้องเกรงกลัวว่าราชวงศ์ต้องเสื่อมเสียด้วยเล่า เ้าพาข้าไปเดี๋ยวนี้มิเช่นนั้นข้าจะบอกท่านแม่ว่าเ้าดูแลข้าไม่ดี” หนิงเอ๋อเดินยืดอกออกไปอย่างสง่า ทำให้หลิวเหลาจือถอนหายใจก่อนจะเดินตามองค์หญิงไปที่หอนายโลม
หอนายโลม
ผู้คนมากมายเสียงดังสนั่นคงเป็เพราะบุรุษผู้งามที่ผู้คนต่างอยากมาเห็นในคำร่ำลือทำให้วันนี้ที่นี่คึกคักเป็อย่างมาก
องครักษ์หลิวได้เข้าไปหาเ้าของหอนายโลมเป็นายหญิงรูปงามก็ได้ออกมาต้อนรับหนิงเอ๋อเป็อย่างดี
“หอของข้าขอต้อนรับสตรีผู้สูงส่ง ข้าจะนำพาท่านไปนั่งที่สูงที่สุดและมองเห็นนายโลมที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาอยู่ที่หอของเราในวันนี้เ้าค่ะ เชิญตามข้ามา” นายหญิงของหอนายโลมได้ผายมือให้หนิงเอ๋อเดินตามนางไปชั้นบนเพื่อมองดูการแสดงอย่างเห็นได้ชัด สถานที่แห่งนี้ถูกปกครองโดยใต้เท้าไป๋
หนิงเอ๋อมาถึงที่นั่งนางจึงนั่งลงมีนายโลมที่นายหญิงส่งตัวมาคอยดูแลปรนนิบัติคอยรินสุราให้กับหนิงเอ๋อ