เมื่อกินข้าวเสร็จสิ้นลู่ฉีจึงได้มาส่งน้องที่ตีนเขาของสำนักขุนเขาสวรรค์ จวนหลังนี้เป็นจวนที่ซื้อไว้สำหรับให้คนที่มาเยี่ยมเยียนลู่ฉีไว้พักและเป็นที่สำหรับพักผ่อนของลู่ฉีนอกจากห้องพักภายในสำนักเมืองเขาสวรรค์นี้เป็นเมืองที่เป็นที่ตั้งของสำนักขุนเขาสวรรค์ทำให้มีผู้เยาว์เป็นประชากรเสียส่วนใหญ่ รองลงมาคือพ่อค้า ซึ่งการค้าส่วนมากมักเป็นร้านอาหาร รองลงมาจึงเป็นร้านอาวุธ ร้านยาและร้านเสื้อผ้าเพราะศิษย์ส่วนใหญ่มักจะนำเสื้อผ้ามาจากบ้านของตนจึงทำให้คนเปิดร้านเสื้อผ้าเป็นส่วนน้อย เจียวซิ่นมีความคิดที่จะเปิดร้านไหมสวรรค์ที่นี้แต่ยังขาดคนที่ไว้ใจได้เรื่องนี้เจียวซิ่นจึงเก็บไว้ถามความเห็นของพ่อตนอีกที และเนื่องจากการมาในครั้งนี้ตนมีเป้าหมายที่ป่าเขตในหลังสำนักขุนเขาสวรรค์เจียวซิ่นจึงคิดจะพาลู่จื้อไปเดินเล่นในป่าสักวันสองวัน เรื่องนี้ลู่ฉีเองไม่ได้คัดค้านอะไรเพราะรู้มาบางว่าน้องทั้งสองคนของตนนำเรื่องมาเยี่ยมตนเป็นข้ออ้างแต่เป้าหมายที่แท้จริงของเด็กทั้งสองคือการมาเดินเล่นในป่าหลังสำนักขุนเขาสวรรค์นั่นเอง
"พี่ใหญ่มาศึกษาที่สำนักนี้เคยเจอคนที่มาจากตระกูลของท่านปู่หรือไม่เจ้าคะ"เจียวซิ่นเอ่ยถามด้วยความสงสัยตระกูลซูเป็นตระกูลที่ถือว่าใหญ่พอสมควรเป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีคนจากตระกูลซูมาเป็นศิษย์ในสำนักสักสองสามคน
"ตั้งแต่มาอยู่ที่นี้พี่ยังไม่พบคนที่มาจากตระกูลซูแต่ไม่แน่ ในสำนักอาจจะมีคนจากตระกูลซูอยู่ก็เป็นได้เพราะพี่เข้าสำนักมาก็เป็นศิษย์ฝ่ายในเลยไม่ได้เป็นศิษย์ฝ่ายนอกทำให้ไม่รู้จักผู้คนมากนักส่วนมากมักจะเก็บตัวเพื่อฝึกฝนหรือไม่ก็ไปทำภารกิจกับศิษย์พี่ฝ่ายในด้วยกันมีน้อยครั้งที่ต้องทำภารกิจกับศิษย์ฝ่ายนอกแต่พี่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเจ้าไม่ต้องห่วงพี่คิดว่าหากตอนนี้ตระกูลซูต้องการเอาเปรียบเราคงทำไม่ได้ง่ายๆอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว" เมื่อกล่าวจบลู่ฉีจึงยืนมือไปวางไว้บนมือของเจียวซิ่นเพื่อให้นางไม่คิดกังวลอีกต่อไป ลู่จื้อที่นั่งฟังมานานจึงได้เอ่ยขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
"มามาเรื่องตระกูลซูเอาก่อนตอนนี้ข้าคิดว่าในวันพรุ่งนี้ข้าจะขอท้าแข่งเก็บสมุนไพรในป่าหากใครพบสมุนไพรที่มีค่าที่สุดเป็นผู้ชนะ คนแพ้ต้องเลี้ยงคนชนะสามมื้อพี่ๆจะแข่งกับข้ารึไม่" ลู่จื้อมองหน้าลู่ฉีและเจียวซิ่นอย่างท้าทาย
"เจ้าแน่ใจนะที่ท้าข้า เจ้าอย่าลืมสิที่นี้ข้าถือเป็นเจ้าถิ่นเจ้าสองคนเป็นเพียงแขกเท่านั้น" ลู่ฉีเอ่ยเตือนน้องชายที่ชะล่าใจมาท้าเจ้าถิ่นอย่างตน
"ข้าไม่กลัวขอรับ ข้ามีจมูกที่รับรู้กลิ่นสมุนไพร ความไวของจมูกข้าสามารถเรียกว่าเทพแห่งหนูหาทองได้เลยนะขอรับ"ลู่จื้อได้อวดอ้างสรรพคุณของจมูกตน
“ถ้าเจ้ากล่าวถึงเพียงนี้ข้ารับคำท้าของเจ้าก็แล้วกัน” ลู่ฉีรับคำท้าของน้องชายอย่างหมั่นไส้ในการอวดอ้างตนของลู่จื้อ
"ให้มันน้อยๆหน่อยเถอะจมูกเจ้ายังห่างไกลจากเทพหนูหาทองอีกมาก ตอนนี้เป็นน้องหมาหาสมบัติให้ข้าก่อนเถอะ"เจียวซิ่นกล่าวพร้อมยื่นมือไปบีบจมูกของลู่จื้ออย่างหมั่นไส้
"ข้าจะเป็นกรรมการให้พี่ใหญ่กับอาลู่เองให้เวลาถึงตะวันตกดินหากหลังตะวันตกดินถือว่าหมดเวลาใครมาหลังตะวันตกดินถือว่าเป็นผู้แพ้พรุ่งนี้ยามเฉิน(07.00-08.59น.)เริ่มแข่งขัน ถือว่าทราบกันโดยทั่วแล้วงันแยกย้ายกันพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะพี่ใหญ่"เจียวซิ่นสรุปการแข่นขันในวันพรุ่งนี้ให้ลู่จื้อและลู่ฉีฟังและแยกย้ายกันพักผ่อนเพราะวันนี้เดินทางมาไกลยังไม่ได้พักผ่อนอย่างจริงจังเลย