ไม่ผิด ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาเห็นก็คือบรรดาลูกสมุนที่เจวี๋ยหวู่ิพึ่งจะรับมาอยู่ในสังกัด งูเหลือบั์สีดำ——เฮยเสวียน!
เฮยเสวียนที่มีขนาดใหญ่โตจนแทบจะเรียกได้ว่ามิดโพรงถ้ำเลยก็ได้ ด้วยหัวอันใหญ่โตที่ชะโงกคอแหงนมองขึ้นฟ้า
ทันทีที่เสียงร้องดังขึ้น ฝูงงูรอบข้างได้แยกย้ายกันขยับกันแล้ว จากนั้นก็ได้เปล่งเสียงดังฟ่อฟ่ออย่างประหลาดพิกลออกมา
คล้ายกับว่า ภายในเสียงร้องของเฮยเสวียนนี้ยังแฝงเอาไว้ด้วยข้อความอะไรเอาไว้ เมื่อเสียงนั้นกระทบเข้ามาถึงใบหู ยิ่งสามารถมองออกได้ว่า อสรพิษสีเขียวมรกตพวกนี้ถึงกับรวมตัวเป็กลุ่มก้อนสามถึงห้าตัวมุ่งหน้าเลื้อยออกไปยังทิศทางด้านนั้นไป
เฮยเสวียนแทบจะหาได้ลืมเลือนภารกิจที่าามอบหมายให้ไม่ นั่นก็คือการเข้าสยบเผ่างูทั่วทั้งเทือกเขาผานเสอ จากนั้นจึงค่อยไปหาเขาที่สันเขาผานเสออีกครั้ง
“องค์าาได้ประทานนามอันทรงพลังให้แก่ข้าแล้ว ข้าเองก็ไม่อาจละเลยความคาดหวังที่องค์ราคาได้มอบหมายให้ไปได้ ก่อนที่จะไปเข้าพบองค์าาอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ต้องสำเร็จภารกิจให้จงได้”
รูม่านตาของเฮยเสวียนถึงกับแข็งทื่อขึ้นก็มิปาน สาดแววตาเป็ประกายโดยที่หันไปมองภายในเทือกเขาที่ห่างไกลออกไปอย่างช้า ๆ
แม้กระทั่งในยามนี้ ทันใดนั้นเฮยเสวียนก็คล้ายกับตรวจสอบบางอย่างได้ วินาทีนั้นก็ถึงกับทอแววตานิ่งเงียบขึ้นทันควัน โดยที่หันไปมองดงพุ่มไม้ที่หนาแน่นในจุดที่ไม่ได้ห่างไกลออกไปมากนัก
บัดนี้ แววตาของมันยังเต็มไปด้วยรังสีสังหารและความเกรี้ยวกราด
ถึงกับมีมนุษย์กำลังจับตามองอยู่!
ภายใต้ประสาทััอันเฉียบคมก็ได้พบร่องรอยของเสวี่ยวเทียนเชวียนทั้งสามคนได้
ต่อมาก็ถึงกับทำให้มันเกิดความเดือดดาลจนหาที่เปรียบไม่ได้
“โฮก!!”
เฮยเสวียนกู่ร้องเสียงดังก้องฟ้าออกมา เมื่อเสียงได้ถ่ายทอดออกมา ฝูงงูที่เคลื่อนไหวเลื้อยคลานกันอย่างเกียจคร้านทั้งหมด ก็คล้ายกับฝูงแมลงแตกรัง แยกย้ายกันกระโจนออกมาจากภายในถ้ำ
“แย่แล้ว!พวกเราถูกพบแล้ว!”
เมื่อสิ้นเสียงะโของเสวี่ยวเทียนเชวียน ถึงกับมีความหวาดกลัวขึ้นภายในแววตา ต่อมาก็ยิ่งได้พบเห็นภาพที่ทำให้เขาแทบิญญาหลุดจากร่างขึ้นมา
งูหนึ่งตัว งูสองตัว งูสามตัว แล้วยังมีงูที่มีขนาดยาวนับหลายสิบหมี่อีกนับไม่ถ้วนกำลังเลื้อยออกมาจาก
พร้อมกับงูอีกนับไม่ถ้วนที่ได้เลื้อยผ่านเข้ามาจากที่ห่างไกลในระยะทางหลายสิบหมี่
่เวลาแค่สั้น ๆ เพียงสิบกว่าวินาที ก็ได้มีอสรพิษมากมายปกคลุมอยู่ทั่วทุกพื้นที่ เหมือนกับเกิดเป็แสงสีที่เกิดจากสายรุ้งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว จนเป็ที่รู้สึกขนลุกขนพองเป็อย่างยิ่ง
มีทั้งสีแดง สีฟ้า สีเขียว สีเหลือง จนเรียกได้ว่ามีกันหลากสีสันเลยทีเดียว!
มีทั้งยาว สั้น หนา เล็ก ดั่งร้อยสัตว์พันพิสมัย!
ภายในรอบบริเวณหลายร้อยหมี่ลามไปจนถึงตามรายทางทั่วทั้งเทือกเขา อสรพิษหลายหมื่นตัว จนเรียกได้ว่ามีอสรพิษนับสิบหมื่นตัวได้กระโจนเข้าใส่ บนแผ่นเกล็ดยังเกิดเป็เสียงครืด ๆ คราด ๆ ดังออกมา ลิ้นอสรพิษยังได้แลบใส่อากาศพร้อมกับเสียงดังฟ่อฟ่อ
ฝูงงูที่ส่ายโอนเอน แห่กันเลื้อยออก หากทอดตามองยังไม่อาจเห็นสุดปลายทางได้ จนคล้ายกับว่าได้เกิดเป็มหาสมุทรที่ทับถมรวมตัวกันที่เกิดจากอสรพิษได้
คล้ายกับว่าภายใต้ระยะเวลาเพียงสั้น ๆ ในระยะห่างที่ห่างไกลออกไปหลายสิบหมี่จากระยะสายตา ได้เข้ารายล้อมพุ่มไม้ที่คนทั้งสามได้ซ่อนตัวกันอยู่อย่างแ่า
เมื่อในขณะที่ได้พบพานกับสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งสามกลับยังไม่ได้สิ้นหวังไปไม่!
เสวี่ยวเทียนเชวียนได้หันไปเข้าหาข้างกายของจางเทียนหลินและโซ่วโหว (ลิงผอม) ยิ้มแล้วกล่าวอย่างขมขื่นว่า: “พี่ใหญ่จาง โซ่วโหว วันนี้เป็ไปได้ที่พวกเราจะต้องถูกฝังไว้ในท้องงูกันจริง ๆ แล้ว ล้วนแต่เป็ผู้น้องที่ผิดเอง หากมิใช่ผู้น้องนำพาทุกท่านมาด้วย เื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็คงจะไม่เป็เช่นนี้กันแล้ว”
เขาได้หันไปมองฝูงคลื่นทะเลงูที่น่าสะพรึงกลัวสุดเปรียบปาน ภายในดวงตายังเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง แม้กระทั่งน้ำเสียงก็ยังดูเลื่อนลอยไร้จิติญญา
“เสวี่ยวเทียนเชวียน เ้าพูดวาจาไร้สาระอะไร พวกเรามีใครคนไหนกันบ้างที่ไม่ใช่คนที่ผ่านพ้นจากกองซากศพกันบ้าง แทบจะไม่เห็นความตายเป็เพียงเื่ชายกระโปรงหญิงสาวเท่านั้น หากว่ากลัวตายจริง ยังเรียกได้ว่าเป็บุรุษได้อีกงั้นเรอะ!”
จางเทียนหลินถลึงตาทั้งสองข้างจนแข็งทื่อ จนเมื่อเกิดเสียงดัง “เช้ง” ขึ้น ก็ได้ปลดดาบยาวออกจากข้างเอว บนตัวดาบเหมือนกับเคยผ่านศึกมานับร้อยครั้ง คมดาบสาดเป็ประกายดุจวารี แผ่ซ่านกลิ่นอายฆ่าฟันออกมา
“กล่าวได้มิผิด อย่างมากพวกเราสามคนก็ตายพร้อมกัน แต่ก่อนที่จะตาย ย่อมไม่อาจปล่อยให้เดรัจฉานฝูงนี้ผ่านไปได้เป็อันขาด อย่างน้อยก็ต้องลากเ้างูพวกนี้ไปด้วยสักหลายสิบตัวถูกฝังไปด้วย!”
อย่าได้เห็นว่าโซ่วโหวนั้นจะมีรูปร่างที่ผอมเล็ก แต่ใน่เวลาที่สำคัญยังถึงกับไม่มีแม้แต่ความลังเลเลยแม้แต่น้อย แต่ภายใน่เวลาสำคัญกลับหาได้แฝงเอาไว้ด้วยความเลอะเลือนไม่ เมื่อชักดาบร้อยศึกออกจากฝัก แลบลิ้นเลียริมฝีปาก เผยสภาวะความโเี้ออกมา
“ดี เช่นนั้นพวกเราก็ออกไปส่งสัญญาณกันก่อน แล้วค่อยหันกลับมาแลกชีวิตกับอสรพิษเหล่านี้กันอีกคราเถอะ!”
เมื่อเสวี่ยวเทียนเชวียนได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน ในใจพลันเกิดเป็ความภาคภูมิเพิ่มพูนขึ้นอย่างมากล้น
บทสนทนาเหล่านี้แม้จะฟังดูยาวเหยียดเป็อย่างยิ่ง แต่กระนั้นก็เป็เื่ที่เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ทั้งสามได้ลุกขึ้นยืนโผล่พ้นพุ่มไม้ หันหลังชนหลังกัน วัตถุชิ้นหนึ่งที่มีลักษณะเหมือนกับท่อนไผ่ได้ปรากฏขึ้นมาจากภายในมือของเสวี่ยวเทียนเชวียน ระหว่างนั้นได้ทำการจุดไฟ จนเป็ดั่งชนวนที่ทำให้บางอย่างพุ่งออกไปด้วยความรวดเร็ว
“ถี่!!”
ในระหว่างที่สนทนากันอยู่ เมื่อยิ่งได้ยิน——เสียงที่แสบแก้วหูดังสะท้อนขึ้นอยู่ภายในแก้วหู จนเกิดเป็พลุที่ะเิอยู่กลางเวหาจนแสบั์ตาขึ้นกลุ่มหนึ่ง
“เปรี้ยง!!”
พลุไฟได้ลอยอยู่กลางอากาศ แตกะเิจนเกิดเป็ดอกไม้ไฟขึ้นนับไม่ถ้วน แต่กลับยังคงกระจุกกันได้จนน่าประหลาด จนเหมือนกับเป็สัญลักษณ์ภาพพยัคฆ์ร่างอาบอยู่กลางเปลวเพลิง จนคล้ายกับมีชีวิตอยู่ก็มิปาน
สัญลักษณ์พยัคฆ์นี้ได้ลอยคว้างอยู่กลางท้องฟ้านานถึงหลายสิบวินาที จนเพียงพอที่จะทำให้สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาบริเวณระยะร้อยลี้สามารถมองเห็นกันได้อย่างชัดเจน
“ฮูม!”
แน่นอนว่าเฮยเสวียนได้เห็นฉากเช่นนี้ แม้ว่ามันจะไม่เข้าใจเจตนาของมนุษย์พวกนี้ แต่จากสัญชาตญาณความรู้สึก สิ่งนี้ย่อมไม่ใช่เื่ที่ทำเป็เล่นกันอย่างแน่นอน สาดแววตาดุดันออกมา โดยที่มองไปที่ทั้งสามคนที่ถูกห้อมล้อมเอาไว้อยู่ จากนั้นก็เกิดเป็เสียงอันเกรี้ยวกราดดังสนั่น
ฝูงงูคล้ายกับได้รับสัญญาณสั่งให้โจมตีกันแล้ว
“ฟ่อฟ่อ!”
“พรวดพรวด!”
“ซวบ!”
……
ผ่านไปได้สักพัก ฝูงงูนับหมื่นพัน จิตสังหารพลันเดือนพล่านออกมา
บรรยากาศอันเยียบเย็น ได้รวมกันจนเกิดเป็สายธารยาว อีกทั้งยังได้พุ่งเข้าใส่ทั้งสามคนอย่างบ้าคลั่ง
“ตาย!!”
ทั้งสามที่ถือเป็ทหารผ่านร้อยศึก ล้วนแต่พอที่จะทราบถึงหลักเหตุผลเช่นนี้ อีกทั้งยังเป็ผู้มีชัยชนะผ่านความตายมาด้วยกัน!
พวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่ถอยแต่กลับยังคิดที่จะสวนกลับ หันไปรับศึกกับฝูงงูที่น่าสะพรึงกลัวฝูงนี้ กวาดแกว่งร่ายรำดาบร้อยศึก โดยที่มุ่งหน้าไปยังทางด้านหน้า
จางเทียนหลินที่มีรูปร่างกำยำ อีกทั้งยังมีพละกำลังที่น่าใ จากนั้นก็ได้หันไปอ้าปากเพื่อกัดใส่อสรพิษทั้งสามตัว ดาบร้อยศึกในมือได้ฟันแหวกอากาศออกเป็ทาง แฝงเอาไว้ด้วยประกายดาบที่ลึกล้ำอยู่สายหนึ่ง
“ทักษะการรบในกองทัพ——กวาดล้างพันทัพ!”
เมื่อฟันออกไปได้หนึ่งดาบ โดยที่ดาบนี้ยังแฝงเอาไว้ด้วยจิตสังหารและเจตจำนงที่ได้รับการเคี่ยวกรำมาจากคนที่ตาย จนเกิดเป็พลังมหาวินาศกวาดออกมา!
เพียงอึดใจเดียว อสรพิษทั้งสามตัวนั้น ก็ต้องถูกฟันขาดเป็สองส่วนอย่างอเนจอนาถในดาบเดียว พริบตานั้นกระแสดาบยังได้ถ่ายเทเข้าสู่ภายในอสรพิษ จนสูญสิ้นซึ่งการมีชีวิตต่อไปได้!
แต่อสรพิษเดิมทีมีกันจนนับไม่ถ้วนอยู่แล้ว หน้าบุกหลังหนุน เมื่อฆ่าอสรพิษไปได้สามตัว ก็ได้มีตัวอื่นที่ตามมาจากทางด้านหลังเสริมเข้ามาด้วยความรวดเร็ว
จางเทียนหลินทำได้แต่เพียงร่ายรำและโจมตีกลับไปอย่างไม่หยุดยั้ง แม้แต่ชั่วครู่หนึ่งก็ยังไม่กล้าที่จะหยุดลง
อสรพิษที่ถือได้ว่ามีพิษอย่างไร้ที่เปรียบ ขอเพียงแค่ถูกกัดเข้าไปเพียงครั้งเดียว ย่อมมีหรือที่จะสามารถรักษาชีวิตน้อย ๆ เอาไว้ได้
ที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ อสรพิษทุกตัวล้วนแต่หาได้หวาดกลัวความตายเลยแม้แต่น้อย ยังคงหน้าบุกหลังหนุน ต่อให้ต้องตาย ก็จะต้องของประทับร่องรอยบางอย่างเอาไว้บนร่างของอีกฝ่าย
นับั้แ่ที่เริ่มการต่อสู้ จนเข้าสู่ภาวะตึงเครียดเป็อย่างยิ่ง เพียงแค่พริบตาเดียว บนพื้นได้เกลื่อนกลานไปด้วยซากงูอยู่นับไม่ถ้วนกองกันเต็มไปหมด
และทั้งสามคนที่ถูกปิดล้อมเอาไว้ ยังแทบจะไม่มีเวลาพักหายใจ อีกทั้งพลังที่ใช้เพื่อร่ายรำพลังกระแสดาบ ยิ่งมาก็ยิ่งลดน้อยถอยลง ความเร็วยิ่งมาก็ยิ่งเชื้องช้า
จนพอที่จะสามารถเห็นได้ว่าเวลาของพวกเขานั้นเหลือไม่มากนักแล้ว
“พี่น้อง ถ้าหากชาติหน้ามีจริง พวกเราค่อยกลับมาเป็พี่น้องกันใหม่!ข้าจางเทียนหลินขอนำไปก่อนก้าวหนึ่งแล้ว!ตายซะ!!”
จางเทียนหลินทอดวงตาเกรี้ยวกราด แฝงไว้ด้วยแววตาอันเด็ดเดี่ยว โดยที่มุ่งหน้ากระโจนกันออกไป ฟันเข้าไปยังทางด้านหน้าดาบแล้วดาบเล่า
กวาดล้างพันทัพ!
เกิดเป็ระบำดาบอันคลุ้มคลั่ง!
ภายในฝูงงูได้กระเซ็นสกาวจนเกิดเป็พิรุณเื แต่ทว่า แม้จะฝืนทนต่อไปได้ก็ไม่เกินครึ่งถ้วยน้ำชาเดือด เรี่ยวแรงพลันแห้งเหือด จนต้องถูกอสรพิษโถมเข้าใส่ดั่งสายน้ำจนมิดหัว!
“พี่ใหญ่จาง!”
“พี่ใหญ่จาง!”
เสวี่ยวเทียนเชวียนกับโซ่วโหวเอ่อคลอเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา แผดเสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้น ระหว่างนั้นก็ได้สบตามองกัน ในใจพลันเกิดเป็เสียงกู่ร้องดังขึ้นมากึกก้อง: “หากชาติหน้ามีจริงคอยกลับมาเป็พี่น้องกันอีก!”
เมื่อได้สิ้นเสียงลง ทั้งสองคนก็ไล่ตามกันออกไป พวกเขาต่างก็ทราบกันว่า ครั้งนี้หากว่าต้องตกอยู่ท่ามกลางฝูงงูท่ากมายถึงเพียงนี้ ชีวิตก็คงจะหมดหวังที่จะรอดต่อไปได้อีกแล้ว แต่ต่อให้ตายยังไงก็ต้องขอตายอย่างมีเกียรติ
ต่อให้ต้องตายตกไป ก็ต้องตายทั้งที่ยังยืนหยัดอยู่ โดยที่ไม่อาจมัวแต่มานั่งรอคอยความตายกันอยู่แล้ว!
ผลสุดท้ายก็ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพียงชั่วพริบตาเดียว ทั้งสองคนก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกันกับจางเทียนหลิน ถูกกองทัพทะเลงูโถมใส่จนหายลับ ถูกฝูงงูกลืนกิน ซากศพโครงกระดูกก็ยังไม่หลงเหลือ!
ทั้งสามได้ตายในการต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นพลุสัญญาณของพวกเขาก็ยังถูกส่งออกไปได้ จนกลายเป็การดึงความสนใจของทั่วทั้งเทือกเขาผานเสอมายังทางด้านนี้
.
.
.