เวย์ไม่ได้หุนหันพลันแล่นเกินกว่าที่จะพนันอีกครั้ง
แม้จะรู้ว่าอัตราการชนะนั้นมีอยู่สูงเพราะสามารถพาผู้เชี่ยวชาญตัวจริงมาแข่ง เหตุผลหลักๆ คือเงินสดสิบล้านมันมากเกินไป และเขาก็ไม่มั่นใจว่าหากยังดื้อดึงต่อไป ไม่แน่อาจต้องหมดตัวจริงๆ
แต่อย่างใดก็ดีนั่นคือการคาดการณ์ของเวย์
ไม่นานปลายสายก็รับ เป็นเสียงผู้หญิงทรงเสน่ห์
“พี่ครับ...ได้โปรดให้เงินผมสิบล้าน ผมสัญญาว่าจะรีบใช้คืน พี่อย่าถามว่าผมไปก่อเรื่องอะไรมา รู้เพียงแค่ว่าหากช้ากว่านี้ผมต้องแย่แน่” เวย์ไม่มัวอ้อมค้อม เพราะเขารู้ดีว่าในสถานการณ์แบบนี้ เรื่องไหนควรพูดก็พูดออกไปดีกว่า
อีกอย่างด้วยนิสัยพี่สาว เธอไม่ชอบคนเล่นลิ้น
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง แต่แค่นั้นก็พอจะทำให้เวย์หลั่งเหงื่อเย็น
“ก็ได้สิบล้าน กลับบ้านมารีบมารายงานฉันทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามช้าแม้แต่วินาทีเดียว!”
เวย์ตัวสั่นเป็นลูกนก พยักหน้าซ้ำๆ ให้เกับเจ้าของเสียงปลายสาย จากนั้นหันมาบอกกับเจมส์ด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง “ส่งบัญชีของนายมาได้เลย!
สำหรับคำขอนี้เจมส์จะไม่รู้สึกดีได้ยังไง
ไม่นานมีข้อความเข้าว่าเงินสดสิบล้านบาทถูกโอนเข้าบัญชีธนาคาร
เจมส์พยักหน้าพึงพอใจ
“ขอบคุณมากสำหรับวันนี้ นอกจากเงินสิบล้านผมยังได้ปลาหลายกิโลกรัมเลยนะเนี่ย นับว่าเป็นการเก็บเกี่ยวที่คุ้มค่าจริงๆ”
เวย์กัดฟันกรอด
“อ้อจริงสิ ปลาของคุณเหมือนปลาที่ยังไม่โต ตัวเล็กแบบนี้จะกินอิ่มได้ยังไง หากนับจำนวนลูกน้องที่คุณพามา ผมว่าผมแบ่งปลาให้คุณไปกินสักหน่อยดีไหม”
“ดีเลยครับ พวกเราจะได้กินอิ่ม...” ลูกน้องของเวย์คนหนึ่งตอบสนอง แต่ในขณะเดียวกันก็ถูกตบจนหน้าหัน
เวย์ขยับฝ่ามือเล็กน้อย น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด “หุบปากเน่าๆ ของแกซะ รู้ไหมว่ามันทำให้ฉันอับอายขายหน้า!”
สำหรับลูกน้องเจ้าปัญหา ก้มศีรษะต่ำทันทีที่ถูกด่าและไม่กล้าจับแก้มของตัวเองที่เป็นสีแดง
เวย์จ้องเขม็งไปที่เจมส์ “เก็บปลาของนายไว้กินเถอะ สำหรับฉันนี่เป็นเพียงการอุ่นเครื่องเท่านั้น พวกเรากลับ!”
เวย์เดินไปทั้งอย่างนั้น ส่วนปลาในถังน้ำเขาไม่แม้แต่หันกลับมามอง
เจมส์ยิ้มมุมปาก ไม่ได้กระตุ้นอีกฝ่ายมากเกินไป เพราะถึงอย่างไรทั้งสองก็ยังไม่แตกหักโดยสมบูรณ์ เงินเพียงสิบล้านก็ไม่ต่างจากขนมขบเคี้ยว
..........
กลับมาถึงบ้านตามเวลาที่กำหนด เวย์ได้รับสายตาดุร้ายจากพี่สาว ผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนที่มีสาขามากมายในประเทศไทย
“ไหนเล่ามาหน่อยซิว่าเกิดอะไรขึ้น” ซันนี่จิบน้ำชา น้ำเสียงเย่อหยิ่งตามแบบฉบับลูกหลานคนรวยรุ่นที่สอง
“เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ...” เวย์เริ่มเล่าตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมดเป็นต้นว่าเจมส์เข้ามาหาเรื่อง จงใจสร้างเงื่อนไขและพนันด้วยเงินสิบล้าน
ซันนี่กระแทกชาในมือจนน้ำกระเซ็น เห็นปฏิกิริยาของพี่สาวน้องชายอย่างเวย์สะดุ้งโหยง
“ร้ายกาจเกินไปแล้ว ผู้ชายคนนี้ไร้ยางอาย จากคำพูดของนายดูเหมือนว่าเขาจะโกงสินะ แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่พูด เห็นไหมว่าพี่เสียเงินไปสิบล้าน!” หญิงสาวในชุดลำลองตวาดเสียงดุ
เวย์ใจเต้นตุบตับ “เอ่อ...ตอนนั้นเขามีผู้ติดตามมาด้วย แถมคนในร้านยังเป็นพวกของเขา ด้วยกลโกงที่ร่วมมือกับทางร้านทำให้ชนะ ยังไงซะผมก็ต้องจ่ายเงิน พี่คงไม่อยากเห็นผมกลายเป็นอาหารปลาหรอกใช่ไหม”
แน่นอนว่าซันนี่ไม่อยากเห็น และเธอไม่อยากพูดไม่งั้นมันเหมือนให้ท้ายน้องชายเกินไป
“ผู้ชายคนนี้เก็บเกี่ยวไปได้เยอะ และดูเหมือนว่าเขาจะมั่นใจมากถึงได้ตั้งเดิมพันไว้สูงถึงยี่สิบล้าน” ซันนี่เริ่มวิเคราะห์
“พี่จะพนันกับเขาเหรอครับ...” เวย์ถามอย่างไม่มีความมั่นใจ
ซันนี่ไม่ได้ตอบในทันที มุมปากหล่อนยกโค้งอย่างมีเลศนัย
สำหรับน้องชายอย่างเขาที่คุ้นเคยลักษณะนิสัยของพี่สาว แค่เห็นการแสดงออกบนใบหน้าขนบนร่างกายถึงกับลุกชัน
........
เจมส์ไม่คิดแช่อยู่กรุงเทพฯ นาน เสร็จธุระจากเวย์ก็ย่างปลากับสองสาวจนดึกดื่น แล้วกลับไปขึ้นเรือ'เมจิกเชี่ยน'เพื่อเดินทางไปเรียนวันถัดไป
ขณะเดียวกันเมื่อมีเวลาว่างเขามักจะเข้าไปในตึกสำนักงาน มองดูอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงโต๊ะเก้าอี้ ฯ ทุกอย่างถูกดำเนินการอย่างราบรื่นภายใต้การแนะนำของปุ้ย
ผู้หญิงคนนี้นอกจากเป็นนายหน้าค้าบ้านมากความสามารถ ยังรู้จักกับบุคคลในแวดวงต่างๆ ดังนั้นออฟฟิศใหม่สำหรับบริษัท 'Animation Kids' จึงได้รับส่วนลดมหาศาลสำหรับการจัดซื้อครั้งนี้
ส่วนอุปกรณ์เก่าจากสำนักงานหนึ่งคูหา เจมส์ไม่ได้เก็บไว้หรือนำมาใช้ที่นี่ เขาเลือกที่จะโล๊ะขายนำเงินส่วนนี้มาพัฒนาบริษัทฯ
อีกอย่างคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์พัฒนาเพียงชั่วข้ามปี
ยิ่งเขาประกอบธุรกิจประเภทอนิเมชั่นซึ่งคำนึงทรัพยากรด้านไอทีเป็นหลัก หากไม่ก้าวทันโลกงานจะออกมาล่าช้าและค่อนข้างแย่ อีกอย่างเขาไม่ขาดแคลนเรื่องเงิน
เมื่อมาถึงสำนักงานใหม่ ใบหน้าของกันต์ คริส เต้ยและน้ำผึ้งถึงกับโง่งมอยู่นาน
มีเพียงคนเดียวที่ตอบสนองได้ทันท่วงที นั่นคือโทน มือเขียนบทและผู้จัดการหลักของบริษัทฯ
“โห...ของใหม่หมดเลยนะเนี่ย แค่เก้าอี้ก็เป็นของแบรนด์ดัง 'เฮดเดอร์เทอร์โบ' หนึ่งในแบรนด์ดังที่เกมเมอร์มักจะนำมาใช้สตรีม และมันไม่ได้มีเพียงแค่หนึ่งชิ้น แต่ในสำนักงานทุกโต๊ะมีเก้าอี้แบบเดียวกันหมด!” กันต์วิ่งเข้าไปกอดขาเก้าอี้ ทำราวกับว่ามันคือลูกรักคนหนึ่ง
“ไม่ใช่แค่เก้าอี้นะคะ ดูคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องสิ นี่คือเอเลี่ยนแวร์รุ่นล่าสุด หลังจากที่ฉันตรวจสอบราคาในตลาดออนไลน์เมื่อครู่ ราคาของมันอยู่ที่สองแสนบาท!” ดวงตาของน้ำผึ้งโตเท่าไข่ห่าน
ถ้าหากบอกว่าเก้าอี้เหมือนเด็กทารกที่ต้องได้รับการดูแล สำหรับเธออุปกรณ์ไอทีที่อยู่ตรงหน้าคงไม่ต่างจากบรรพบุรุษที่ต้องเคารพบูชา
“ชอบกันหรือเปล่า ผมตั้งใจเลือกมากเลยนะ” อาจเห็นว่าเจมส์ไม่ค่อยใส่ใจธุรกิจอนิเมะชั่น แต่ทุกครั้งที่หยิบโทรศัพท์เขามักจะตรวจสอบข้อมูลแวดวงไอที
“ชอบสิครับ ชอบมากๆ เลยครับบอส ของที่นี่มีคุณภาพมาก ทุกชิ้นเหมือนกับเพชรเม็ดงาม เห็นแล้วไม่อยากกลับไปนอนหอพักเลย ขอนอนที่นี่ได้ไหมครับ” เต้ยทำเสียงหวานน่ารักๆ แต่สำหรับเจมส์ค่อนข้างขนลุกเมื่อถูกจู่โจมแบบนี้
“ออกไปไกลๆ เลย” เจมส์ดุพอเป็นพิธี “โทน หน้าที่รับสมัครพนักงานหลังจากนี้ฝากให้นายจัดการด้วย”
เนื่องจากองค์กรมีขนาดใหญ่ขึ้นเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องรับบุคลากรจำนวนมาก
มองดูอัตราการใช้จ่ายเงินในปัจจุบัน มันราวกับวาฬตัวใหญ่
ถึงจะเห็นว่าบางส่วนถูกนำออกมาจากหน้าหนังสือ แต่ก็ลงทุนไปมากกว่าร้อยล้านบาท ดังนั้นเจมส์จึงต้องรีบหาเงินมาอุดรูโหว่นี้ เพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับเงินในคลัง ดังนั้น'นิ้วทองคำ'จึงมีส่วนช่วยได้มาก
“ได้เลยค่ะเจ้านาย” โทนพยักหน้ารับ
สำหรับหุ่นแบนเนอร์รายนี้แม้จะแต่งตัวเหมือนกับนกแก้วสีฉูดฉาด แต่เมื่อได้มอบหมายงานเขาจะทำมันอย่างเต็มที่
......
โทนเริ่มโพสต์ลงในเว็บไซต์ทางการของ 'Animation Kids'
นอกจากนั้นเขายังโฆษณาทางช่องหลัก เฟซบุ๊ค อินสตาแกรมและทวิตเตอร์
ยุคนี้มีบัณฑิตจบใหม่มากกว่าหนึ่งแสนชีวิตในหนึ่งปี
เป็นธรรมดาที่ต้องมีการแข่งขันที่สูงขึ้น ดังนั้นพอเห็นหัวข้อข่าวตรงกับสายงานที่เรียนจบ พวกเขาจึงกระตือรือร้นทันทีที่จะเข้ามาสมัคร
ระหว่างรอการตอบรับจากคังแทฮีเรื่องผู้เชี่ยวชาญโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร และการเตรียมการต่างๆ สำหรับโรงบ่มเพาะไวน์ เจมส์ใช้เวลาส่วนหนึ่งอยู่ที่บริษัทของตน
เดินเข้ามาในอาคาร ขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสำนักงาน เจมส์รู้สึกอึดอัด เนื่องจากเป็นเช้าของวันที่เร่งรีบ ลิฟต์สาธารณะจึงมีคนจำนวนมากเข้าใช้บริการ เพราะเหตุนั้นเขาจึงคิดว่ามันคงจะดีไม่น้อยหากเป็นเจ้าของตึกเอง จะสร้างลิฟต์ส่วนตัวไม่ต้องให้ใครเข้าใช้ แบบนั้นคงไม่รู้สึกอึดอัด
“นี่นายเป็นเด็กจบใหม่เหรอ คงเห็นโพสต์เกี่ยวกับบริษัท Animation Kids ละสิถึงได้มาที่นี่”
ระหว่างที่อยู่ในลิฟต์ ชายที่อยู่ข้างๆ สนทนากับหนุ่มขี้ก้าง
“ที่นี่มีอัตราการรับที่เข้มงวด ระดับอย่างนายไม่ผ่านหรอกกลับบ้านไปซะเถอะ อ้อไม่ต้องสงสัยนะว่าฉันรู้ได้ยังไง เห็นหน้าอ่อนๆ แบบนี้แต่ฉันเป็นถึงหนึ่งในผู้คุมงานสัมภาษณ์วันนี้”
จากนั้นชายคนดังกล่าวไม่หยุดพูด เขาหันไปยิ้มให้ผู้หญิงอีกคนในลิฟต์
“ส่วนคุณเองถึงจะมีหน้าตาที่ดูดี แต่ขอบอกไว้ก่อนว่าที่นี่ไม่ใช่โชว์รูมรถยนต์ที่ต้องการพริตตี้สวยๆ ไว้ประดับ นอกจากหน้าตาที่ไร้ประโยชน์นั่นสมองของเธอคงเหมือนกับอึ ฉันว่าเธอไม่เหมาะกับที่นี่หรอกกลับไปซะเถอะ”
ชายคนนี้ไร้ยางอาย ไม่สนใจแม้แต่ผู้หญิงสวย และคำพูดแต่ละคำยังแรงมากอีกด้วย ทำให้ผู้มาสมัครไม่มีความมั่นใจในตัวเอง ถึงขั้นต้องการออกไปจากลิฟต์เดี๋ยวนี้
เจมส์ไม่ต้องการฟัง แต่ใครใช้ให้ลิฟต์ตัวนี้มีขนาดเล็ก ดังนั้นเขาจึงได้ยินโดยไม่ได้ตั้งใจ
เมื่อเห็นว่าสีหน้าผู้เข้าสอบเริ่มบิดเบี้ยว เขาก็เริ่มมีความสุข แต่เขารู้สึกว่ามันยังไม่พอจึงเริ่มที่จะแสดงความสามารถกว่านี้
หลังจากหาเป้าหมายครู่หนึ่ง เขาก็เจอชายเจ้าของถุงมือดำ