เพลียะ!ฝ่ามือของสามีที่กระทบเข้าที่แก้มจนเกิดรอยแดงเืซึมที่ริมฝีปากไม่ได้เจ็บเท่าหัวใจดวงน้อยของเธอ กับความรักที่ฝ่าฟันร่วมกันมาถึงสิบปี
“แพศยาถ้าลิกาไม่บอก ผมก็คงโง่เป็ควายให้คุณสวมเขาไปอีกนาน นี่คุณไปนอนกับมันนานแค่ไหนแล้วเอาเงินที่ผมหาแทบเป็แทบตายไปปรนเปรอมันด้วยละสิใช่ไหม พอกันทีเราเลิกกัน”
“นพคะคุณจะไม่ฟังอินเลยใช่ไหม คุณเชื่อคนอื่นมากกว่าอินที่เป็ภรรยาคุณ ที่อยู่ด้วยกันมาเป็สิบปี เพียงเพราะรูปถ่ายใบเดียว อินบอกคุณไม่รู้กี่รอบ ว่ามันเป็อุบัติเหตุ” อินทิรามองผู้หญิง ที่ยืนเกาะแขนสามีเธอไว้แน่นอย่างเกลียดชัง เธอกับอดิเทพเป็แค่เพื่อนกัน และวันนั้นก็พบกันโดยบังเอิญ ถ้าไม่ใช่เพราะมีคนเดินมาชนเธอจากด้านหลัง จนเสียหลักเซเข้าหาอดิเทพ ที่ช่วยรับไว้ไม่ให้ล้ม ผู้หญิงคนนี้ก็คงไม่มีภาพนั้นมาใส่ร้ายเธอ
“นพคะลิกาไม่ได้ใส่ร้ายภรรยาคุณนะคะภาพมันฟ้องอยู่แล้วว่าทั้งคู่สนิทกันมากกว่าเพื่อนไม่งั้นจะกอดกันไม่อายฟ้าอายดินอย่างนั้นทำไม”
“อ้ออย่างที่เธอกอดสามีชาวบ้านอยู่ในตอนนี้สินะลิกา”
“หยุดนะ!อย่ามาว่าลิกาเธอไม่เกี่ยว พอกันทีอิน พรุ่งนี้เก้าโมงเจอกันที่อำเภอเราจบกันแค่นี้” ประนพกุมมือลิกาเดินออกไปต่อหน้าต่อตาภรรยา ที่ยังคงนั่งกับพื้นเพราะการถูกทำร้ายจากสามีที่เธอรักปานดวงใจ เขาทำดีแต่เธอทำเลว ไม่ว่าอดิเทพจะช่วยพูดยังไงเขาก็ไม่ฟังมันคงถึงฟางเส้นสุดท้ายของเธอและสามีแล้วสินะ
09.00 น. หน้าที่ว่าการอำเภอ อดีตคู่สามีภรรยาก็ได้เอกสารการจบชีวิตคู่คนละใบ ทรัพย์สินแบ่งกันคนละครึ่งโดยมีผู้หญิงอย่างลิกา ที่คอยเกาะแขนอดีตสามีตลอดเวลา เป็พยานการหย่า นี่สินะสาเหตุที่แท้จริง ว่าทำไมอดีตสามีจึงไม่คิดฟังเหตุผล อดีตภรรยาเก่าเก็บอย่างเธอไม่ต้องบอกก็มองออกว่าขย่มกันไปถึงไหนต่อไหน อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังดีที่ไม่มีเด็กตาดำๆมารับกรรมของชีวิตคู่ที่ล้มเหลวในครั้งนี้
อินทิราขนของออกจากบ้านที่ใช้เป็เรือนหอที่ร่วมสร้างด้วยกันมากับกระเป๋าเดินทางใบเดียว เธอตัดสินใจยกบ้านให้อดีตสามีแม้ว่าเขาจะยังมีสำนึกดีที่จะยกให้เธอก็ตามที อินทิราเดินออกจากบ้านไม่แม้แต่จะเอ่ยคำลาอดีตสามี และเธอก็ไม่มีโอกาสเห็นแววตาของความเ็ปจากสามีเช่นเดียวกัน
อินทิราในวัย 35 กับชีวิตคู่ที่ล้มไม่เป็ท่า ถึงจะยังสวยแต่ก็เก่าแล้วโอกาสที่เธอจะเริ่มต้นใหม่กับใครสักคน คงไม่มีอีกแล้ว ความรักที่ล้มจนเธอเจ็บไปทั้งตัวและหัวใจในครั้งนี้ เธอเข็ดแล้วจริงๆ ร่างบางค่อยๆเอนนอนไปกับโซฟาตัวยาวในห้องของ รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่มีชื่อเก๋ๆว่า ไซอิ๋วในจังหวัดปราจีนฯ
ก๊อกๆ “ขอโทษนะคะเอาของใช้มาส่งคะ” เสียงพนักงานรีสอร์ทที่ในมือถือของใช้จำเป็ต่างๆนำไปวางที่เตียงเมื่ออินทิราเดินไปเปิดประตูให้ พร้อมกับยืนรอปิดทีเดียวเมื่อพ้นหลังพนักงานหญิง ในชุดกี่เพ้า เข้ากับเทศกาลตรุษจีนที่ใกล้จะมาถึง อินทิรามองพนักงานอย่างไม่คิดติดใจอะไร เพราะสถานที่ต่างๆพร้อมใจกันใส่ชุดต้อนรับเทศกาลกันถ้วนหน้า เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว
อินทิราเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวเตรียมอาบน้ำ แต่นอกจากจะมีอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ ยังมีกระจกเงาบานเล็กๆมีด้ามจับพอดีมืออีกหนึ่งอัน มีลวดลายคล้ายยุคจีนโบราณ ตามพิพิธภัณฑ์ที่นำออกมาแสดงในโอกาสต่างๆ ที่เธอเคยเห็นมาบ้าง ขอบกระจกประดับด้วยพลอยขาวเม็ดเล็ก ล้อมรอบอย่างน่ารัก จนเธออยากจะขโมยกลับไปด้วยเลยละ อินทิรายิ้มเอียงซ้ายทีเอียงขวาที ให้กระจก ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ แต่กระจกเงาบานสวยกลับส่องแสงวูบ ก่อนที่จะจางหายไป ก่อนที่อินทิราจะออกจากห้องน้ำแต่งตัวเข้านอนหลับไป กระจกบานน้อยจึงเปล่งประกายสาดแสง เข้าคลุมร่างของอินทิรา พร้อมกับลมหายใจของเธอ ที่คงอยู่บนโลกใบนี้ได้หยุดนิ่งไป
ท้องฟ้าปั่นป่วนสาดแสงเหลืองอำไพ ลงที่หลังคาจวนหลังหนึ่ง ที่อยู่ห่างไกลโลกไปอีกกี่แสนไมล์ก็สุดที่จะรู้ได้ อาณาจักรใหญ่ที่ไม่มีในประวัติศาสตร์ใดๆของที่ไหนเลย
เมืองจีนที่กำลังรุ่งเรืองด้วยผู้ครองแคว้นที่มีคุณธรรมและทรงรักประชาชนของพระองค์ยิ่ง แคว้นจ้าวหนึ่งในสี่แคว้นใหญ่ ภายใต้การปกครองของฮ่องเต้จ้าวจิ้นเหวิน แคว้นจ้าวที่ตั้งตามแซ่ของผู้ปกครองมาหลาย่อายุคน
ว่าด้วยเื่สายฟ้าที่สาดแสงลงที่จวนราชครูมู่ซูเค่อ ต่างก็กำลังวุ่นวายบ่าวรับใช้ต่างวิ่งกันแลดูอลหม่าน เมื่อคุณหนูเล็กที่หลับไปเป็เวลาสิบปี ั้แ่อายุเก้าขวบ เพราะจมน้ำนานจนหัวใจหยุดเต้น แต่หมอหลวงได้ยื้อชีวิตไว้ได้ แต่ก็หลับไปนานร่วมสิบปี พึ่งจะมาตื่นเอาในวันนี้ วันที่คุณหนู อายุครบสิบเก้าปีเต็มพอดี
แต่ทุกคนก็ดีใจได้เพียงไม่นาน เมื่ออินทิราที่อยู่ในร่างคุณหนูมู่อิงอิงไม่ยอมที่จะพูดกับใคร แม้เพียงครึ่งคำ มีเพียงดวงตาคู่งามที่คอยมองผู้อื่น อย่างเรียบนิ่งไร้อารมณ์ร่วมใดๆ ยิ่งกว่าน้ำแข็งพันปี
แต่ใครจะรู้บ้าง ภายในร่างของอิงอิง ยังมีจิติญญาของอินทิรา แม่หม้ายป้ายแดง ที่ตัวเองตายยังไงยังไม่รู้เื่ แล้วยังมาโผล่ในร่างคนอื่นไหนจะสถานที่แปลกประหลาดไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แบบนี้แล้วใครจะกล้าพูดกับคนอื่น
คำถามเกิดขึ้นในใจอินทิรามากมาย ที่ไม่มีใครให้คำตอบเธอได้ แม้จะพอมีบุญ ที่มีความทรงจำของเด็กเก้าขวบทิ้งไว้ให้ แต่ความจำเด็กเก้าขวบนอกจาก หัดอ่าน หัดเขียนและวิ่งเล่นไปวันๆจะมีอะไรได้อีก
ตอนนี้นอกจากิญญาของผู้หญิงอายุ 35 ที่พึ่งถูกสามีทิ้ง กับสมอง 9 ขวบแล้ว ก็มีแต่ร่างที่อายุ 19 นี่ละ มีทางเดียวคงต้องงัดสมองแก่ๆที่ไม่มีใคร้าออกมาใช้ ช่วยเหลือตัวเอง ถ้าโลกนี้มันอยู่ลำบากมาก เธอก็จะขอปลงผมลาบวช หันไปพึ่งใบบุญพระพุทธองค์ เพียงเท่านั้นดีเสียอีกจะได้ชำระจิตใจที่มัวหมองดวงนี้ได้บ้าง แต่ก่อนอื่นคงต้องเรียนรู้โลกใบใหม่นี้ก่อน ไม่เช่นนั้นเธอคงไม่ต่างอะไรกับเด็กปัญญาอ่อนโตแต่ตัวสมองเก้าขวบ
ในยามที่อินทิรากำลังสับสนแต่อีกด้านในโลกที่เธอจากมา ผู้เป็อดีตสามีได้เดินทางไปรับศพอดีตภรรยากลับบ้าน ก่อนที่จะทำพิธีทางศาสนา ด้วยใบหน้าของผู้สูญเสียและสำนึกผิด ในวันที่ต้องเสียภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงจนขาดสติ ซ้ำยังหลงเชื่อผู้หญิงหิวเงินอย่างลิกายุยง
ประนพยืนมองป่องไฟที่กำลังนำภรรยาเขาขึ้นสู่์จากไปไม่หวนคืน เธอจะไม่กลับมาให้เขาได้แก้ตัวอีกแล้ว น้ำตาลูกผู้ชายที่ไหลรินพร้อมกับก้มตัว ลงลายเซ็นต์ยกสมบัติของเขาและของอดีตภรรยา มอบให้การกุศลและมูลนิธิต่างๆ จนหมด เหลือไว้เพียงแค่แหวนแต่งงานของเธอกับเขาเท่านั้น ก่อนที่จะตัดสินใจบวชให้อดีตภรรยาไปตลอดชีวิต
พร้อมคำอธิฐานหากชาติหน้ามีจริงขอให้เขาได้พบเธออีกครั้งขอให้เขาได้มีโอกาสแก้ตัวและเอ่ยคำขอโทษ ผู้หญิงที่เขารักเธอไม่เคยเปลี่ยนอย่างอินทิราอีกสักครั้ง
“คุณประนพภรรยาของคุณเสียชีวิตเพราะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน” คำนี้มันดังก้องในหัว จนนาทีสุดท้ายของพระครูประนพ ที่ละสังขาร ภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ตราบสิ้นภพภูมินี้ จากไปแล้วตลอดกาล
****
ฝากอีบุ๊คด้วยนะคะ 342 หน้าคะ พร้อมตอน พิเศษ