ตอนที่ 12: ล้อมอนามัย
แสงแดดสีแสดอมส้มฉานยามเช้าลอดผ่านม่านหมอกโลหิตหนาทึบสาดส่องลงมากระทบแนวถนนลูกรังสีส้มแดงที่ปกคลุมด้วยฝุ่นผงละอองคาวและซากหญ้าแห้งกรัง เสียงลมพัดผ่านยอดกิ่งยางพาราดังซู่ซ่าหวีดหวิวดูวิเวกวังเวงปนความน่าสะพรึงกลัว นนท์หักพวงมาลัยเลี้ยวรถกระบะตอนครึ่งสีบรอนซ์ทองรุ่นเก่าดีเซลมรดกคลาสสิกของปู่ช้วน หลบมุมเข้าไปซุ่มซ่อนจอดไว้หลังแนวพุ่มไม้ข่อยป่าและดงกล้วยน้ำว้าป่าสูงใหญ่ข้างทางหลวงชนบทอย่างเงียบเชียบ เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเครื่องยนต์ดีเซลและท่อไอเสียพ่นควันดำเรียกความสนใจของฝูงซอมบี้ จุดที่จอดซุ่มอยู่นั้นห่างจากประตูทางเข้าตึกสถานีอนามัยตำบลประมาณสองร้อยเมตร
กิ๊ฟขยับข้อมือกุมกระชับท่อนเหล็กกลมหนาพาดบ่าอย่างระแวดระวัง แววตาคมกริบจ้องเขม็งผ่านพุ่มไม้ข่อยป่าไปยังฝูงซอมบี้กลายพันธุ์จำนวนเกือบร้อยตัวที่กำลังมุงออกันล้อมประตูรั้วเหล็กดัดด้านหน้าอนามัย บางตัวผิวหนังเน่าเปื่อยฉีกขาดสวมชุดเปื้อนคราบเลือดแห้งกรัง บางตัวสวมเสื้อผ้าชุดเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลขาดรุ่งริ่ง ยืนแกว่งแขนและใช้กรงเล็บแหลมคมตะกุยซี่เหล็กรั้วดังกริกๆ เป็นภาพที่น่าสยดสยองสั่นประสาทไม่ต่างจากสัตว์อสูรร้ายกระหายเลือด
"ไอ้นนท์... ซอมบี้มีตั้งเกือบร้อยตัวก็จริง แต่ถ้าเราลุยตรงๆ สองคนมึงกับกู ก็น่าจะกวาดล้างพวกมันได้หมดสบายๆ ไม่ใช่เหรอวะ? พลังแรงช้างสารมึงก็มี กายาเทวะเกราะม่านทองกูก็ใช้ได้ ลุยแหลกกันไปเลยสิจะอ้อมค้อมทำไม!" กิ๊ฟส่งกระแสความคิดผ่านจิตสัมผัส (Telepathy) เข้าสู่สมองของนนท์ด้วยความใจร้อนรักการต่อสู้ตามสัญชาตญาณสาวนักมวยผู้ห้าวหาญ แววตาคมกริบมีประกายวิบวับท้าทาย
นนท์กวาดสายตามองประเมินสภาพแวดล้อมและจังหวะเวลาอย่างรอบคอบรอบด้าน ก่อนจะส่งกระแสความคิดเชื่อมจิตตอบกลับเตือนสติทักท้วงยัยเพื่อนสนิทกลับไปในหัว: *"มึงใจเย็นๆ ก่อนยัยตัวแสบ... ถึงเราสองคนจะมีพลังพิเศษล้นตัวจากระบบเทพแมงดา แต่การปะทะซอมบี้เป็นร้อยตัวตรงๆ แบบบ้าพลัง มันทำให้เราต้องเผาผลาญพละกำลังกล้ามเนื้อและสูญเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ยิ่งเราใช้สกิลโลดโผนมาก บาเรียเกราะเทวะระดับสองกับสกิลจิตสัมผัสแชร์ของเราก็ยิ่งมีมานาลดต่ำลงเร็วขึ้นและเสี่ยงที่จะเข้าสู่สภาวะคูลดาวน์ก่อนกำหนดสี่สิบแปดชั่วโมง ถ้าพลังเราลดต่ำลงในขณะที่ยังไม่ได้ช่วยหมอแพร หรือเกิดมีซอมบี้กลายพันธุ์ระดับสูงซุ่มอยู่ในตึกอนามัย เราจะแย่เอาได้ การใช้ไหวพริบสมองล่อลวงเบี่ยงความสนใจมันประหยัดมานาและแรงกายเราที่สุดสำหรับการศึกระยะยาวที่จะต้องเผชิญหน้าต่อไป"*
กิ๊ฟนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ฟังการประเมินสถานการณ์ที่เฉียบคมและรอบคอบของนนท์ เธอพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะบ่นอุบอิบส่งความคิดตอบกลับผ่านกระแสประสาทเชื่อมโยง: *"เออๆ... พ่อคนฉลาดสมองดี มีแผนการล่อแบบไหนก็จัดมาเลย กูพร้อมขยับขาและท่อนเหล็กตามหลังมึงติดๆ อยู่แล้ว"*
...
นนท์ยิ้มมุมปากก่อนจะขยับตัวก้าวหันไปที่ท้ายรถกระบะสีบรอนซ์ทองคู่ใจ เปิดฝาแกลลอนน้ำมันดีเซลสำรองขนาดใหญ่ที่เพิ่งกักตุนยกแบกมาจากร้านค้าส่งโชห่วย ชายหนุ่มก้มลงหยิบขวดแก้วเหล้าขาวโบราณเปล่าๆ ของปู่ช้วนสองสามขวดที่ทิ้งตกค้างฝุ่นเขรอะอยู่ใต้แผ่นยางปูกระบะท้ายรถมาประยุกต์ใช้ทำระเบิดเพลิงโมโลตอฟค็อกเทลล่อฝูงชนตาย นนท์พิจารณาตามหลักวิทยาศาสตร์การเผาไหม้ในใจว่า น้ำมันดีเซลให้เปลวไฟที่เผาไหม้อย่างต่อเนื่องยาวนานกว่าเบนซิน ดับไฟได้ยาก และเกิดกลุ่มควันดำพวยพุ่งหนาแน่น เหมาะสมที่สุดสำหรับการดึงดูดสายตาและล่อความสนใจของซอมบี้ตาแดง ชานนท์บรรจงเทกรอกน้ำมันดีเซลลงไปจนเกือบเต็มปากขวดแก้วเหล้าอย่างระมัดระวัง จากนั้นจึงฉีกเศษผ้าขาวม้าผืนเก่าเปื่อยๆ ท้ายรถมายัดอุดปิดปากขวดและผูกปมด้วยเชือกฟางเก่าแน่นหนาเป็นชนวนนำไฟจนผ้าเปียกชุ่มโชกไปด้วยคราบน้ำมันดีเซลส่งกลิ่นฉุนกึกคละคลุ้งลอยกระจายไปตามลมชื้นยามเช้า
ชายหนุ่มหยิบไฟแช็คซิปโป้เหล็กเก่าของปู่ขึ้นมาขูดประกายไฟจุดตรงปลายชนวนผ้าขาวม้าจนเปลวไฟพวยพุ่งสว่างวาบสีเหลืองส้มสะท้อนประกายร้อนแรงในดวงตาคมกริบของนนท์
นนท์เกร็งกล้ามเนื้อแขนขวาทั้งหมด ปลุกเร้าขีดสุดพลังของทักษะ 'แรงช้างสาร' ปรากฏมัดกล้ามเนื้อแขนปูดโปนและเส้นเลือดแกร่งเด่นชัด ชายหนุ่มหมุนไหล่เหวี่ยงขว้างขวดระเบิดเพลิงโมโลตอฟออกไปเบื้องหน้าสุดแรงเกิด ขวดแก้วพุ่งทะยานแหวกอากาศส่งเสียงหึ่งๆ ลอยโค้งสวยงามข้ามแนวรั้วลวดหนาม รั้วเหล็กดัด และยอดต้นยางพารา พุ่งแหวกเวหาไกลกว่าหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรไปตกกระทบเข้ากลางฝากระโปรงรถตู้ส่งผู้ป่วยฉุกเฉินของ รพ.สต. ที่จอดทิ้งร้างอยู่อีกฝั่งของตึกอนามัยอย่างแม่นยำราวจับวาง
*เพล้ง... ตูม!!!*
ขวดแก้วแตกละเอียดพร้อมน้ำมันดีเซลลุกไหม้พรึบและลามท่วมห้องเครื่องรถตู้อย่างรวดเร็ว เปลวไฟโหมกวาดเข้าถึงถังแก๊สเชื้อเพลิงทำให้เกิดเสียงระเบิดปะทุดังกังวานกระตุ้นระบบสัญญาณกันขโมยของรถตู้แผดเสียงแตรแผดดังสนั่นสะเทือนทั่วนอกตึกอนามัยและแนวป่าสลัว
ฝูงซอมบี้ตาแดงเกือบเจ็ดสิบตัวที่ยืนเบียดเสียดยื้อแย่งกันอยู่ตรงประตูรั้วทางเข้าหลัก ต่างหันขวับทันที ดวงตาสีแดงฉานฉายแววกระหายเลือดตามสัญชาตญาณพวกมันวิ่งหน้าตั้งโถมทะยานกรูกันมุ่งหน้าไปยังจุดเพลิงไหม้ของรถตู้ฉุกเฉินอย่างบ้าคลั่งเพื่อเข้าหาต้นเสียงและแสงสว่าง ช่วยล่อลวงซอมบี้ส่วนใหญ่ทั้งหมดหลุดพ้นออกไปจากจุดทางเข้าหลักของตึกสถานีอนามัยได้อย่างราบคาบจนทางเปิดโล่ง!
...
เมื่อซอมบี้หน้าประตูหลักเบาบางและหลงเหลือเพียงไม่กี่ตัว นนท์กระชับด้ามมีดพร้าถางป่าเหล็กแหนบคมกริบไว้แน่น ส่งกระแสความคิดจิตสัมผัสสั่งการทันควัน: *"กิ๊ฟ! ลุยเงียบทางหลังตึก! ตามหลังกูมาติดๆ ระวังเสียงฝีเท้าและกิ่งไม้แห้งด้วย!"*
สองหนุ่มสาวพากันวิ่งก้มต่ำลัดเลาะแนวร่องสวนกล้วยน้ำว้าและดงมะนาวป่ารวมถึงสวนพืชสมุนไพรหลังอาคารสถานีอนามัยตำบล กลิ่นพืชสมุนไพรชนบทปนกลิ่นดินโคลนชื้นแฉะลอยพัดมาตามแนวลม ทั้งสองพรางตัวอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งวิ่งมาถึงประตูด้านหลังของตึกอนามัยปูนสีขาวสองชั้น ซึ่งเป็นทางเข้าด้านหลังของห้องพัสดุเตรียมจ่ายยาของตึก
ประตูด้านหลังนี้ถูกปิดสนิทและล็อกกลอนเหล็กกับลูกบิดกุญแจจากด้านในอย่างแน่นหนา เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของหมอแพรและคนข้างในที่อาจจะหลบหนีตายขึ้นไปชั้นบน
กิ๊ฟกวาดสายตามองประตูลูกกรงเหล็กดัดหนาเตอะแล้วขยับส่งความคิดกวนประสาทและท้าทายเข้าหัวนนท์: *"หลีกไปไอ้แก่... หน้าที่พังทลายประตูต้องระดับนักมวยกายาเทวะอย่างกูเท่านั้น มึงดูพลังกูให้เต็มตาแล้วจำไว้นะไอ้นนท์"*
สาวห้าวสอดฝ่ามือเรียวกล้ามเนื้อฟิตกระชับทั้งสองข้างเข้าไปเกี่ยวยึดกุมซี่เหล็กดัดกลมของประตูหลังอย่างมั่นคง ส้นเท้าย่ำยึดแน่นกับขอบแผ่นปูนขอบล่างของอาคาร เธอเริ่มขยับไหล่เกร็งมัดกล้ามเนื้อสะโพกเรียวสวย เอวคอดกิ่ว และกล้ามเนื้อแขนกลมกลึงไหล่แกร่งเพื่อดึงพละกำลังพิเศษขีดสุดออกมา สกิล 'กายาเทวะ' และพละกำลังพิเศษระดับสูงปะทุวาบในหลอดเลือดส่งออร่าแสงสีทองประกายเรืองรองบางเบาโอบล้อมรอบเรือนร่างทรวดทรงเสน่ห์ของกิ๊ฟ ยัยตัวแสบสูดหายใจลึกก่อนจะออกแรงกระชากดึงสุดแรงเกิดในคราวเดียวเพื่อโค่นล้มสิ่งกีดขวาง
*กร๊อบ... ปึ้ง!*
แรงดึงกระชากอันมหาศาลส่งผลให้แกนบานพับเหล็กดัดและเหล็กสลักพังถอนหลุดกระเด็นออกจากเนื้อปูนเก่าของอาคาร ผนังปูนแตกและร้าวละเอียดเป็นแนวรอยแยกยาวโดยมีเสียงปูนแตกและเสียงเหล็กบิดดังขูดเหล็ก *ครืดปึก* เบาๆ ปราศจากเสียงระเบิดใหญ่โตที่จะล่อซอมบี้ด้านนอกให้ย้อนกลับมาบุก บานลูกกรงเบี่ยงเปิดพับออกอย่างงดงาม นนท์และกิ๊ฟรีบก้าวเท้าแทรกตัวผ่านช่องประตูเหล็กดัดที่พังออก มุดเข้าไปภายในตัวตึกอนามัยอย่างเงียบงันและรวดเร็ว
...
บรรยากาศภายในโถงทางเดินชั้นล่างของอนามัยสลัวรางอบอวลด้วยกลิ่นไอความตายและมีเงาหมอกโลหิตสีแดงส้มลอดผ่านรอยแตกหน้าต่าง แสงแดดยามเช้าสีแสดแดงทาทับเตียงเข็นพยาบาลเก่าและเก้าอี้คนไข้พลาสติกสีฟ้าที่ล้มระเกะระกะขวางทางเดินระเบียบหน้าเคาน์เตอร์จ่ายยาส่งฝุ่นผงและเขม่าลอยฟุ้งกระจาย นนท์เบี่ยงตัวก้าวเดินนำหน้าใช้มีดพร้าถางป่าคมกริบเหวี่ยงฟันสับฉับลงกลางกะโหลกศีรษะของซอมบี้สองตัวที่ยืนโอนเอนเฝ้าทางขึ้นหัวบันไดปูนอย่างเงียบงันและว่องไวไร้เสียงร้องครางใดๆ ส่งร่างไร้วิญญาณล้มฟุบราบกับพื้นปูน กลิ่นยาปฏิชีวนะเก่า กลิ่นแอลกอฮอล์ และน้ำยาฆ่าเชื้อลอยอบอวลแตะจมูก ปะปนกับกลิ่นเน่าเหม็นเนื้อเปื่อยผุพังของซากศพจนระคายคอ
ทั้งสองคนก้าวสืบเท้าขึ้นบันไดปูนสลัวสีเลือดมุ่งหน้าสู่ชั้นสองอย่างเงียบงันและระมัดระวัง อาวุธในมือกำแน่นเหนียวพร้อมกวาดล้างศัตรูที่อาจจะแฝงตัวอยู่
ทันใดนั้น ในระหว่างความเงียบงันสะกดวิญญาณอันตรายของตึกอนามัยชั้นบน
*เพล้ง!!! โครม!*
เสียงเครื่องแก้ววิทยาศาสตร์และขวดแก้วยาเคมีร่วงหล่นปะทะพื้นปูนแตกกระจายเสียงดังสนั่นสะเทือน ตามด้วยเสียงตู้เหล็กเก็บยาขนาดใหญ่ล้มตกกระแทกพื้นโครมใหญ่ดังกังวานสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากห้องปฏิบัติการจ่ายยาด้านในสุดของทางเดินชั้นสอง ปะปนกับกระแสเสียงผู้หญิงกรีดร้องสั้นๆ ด้วยความหวาดกลัวสะอื้นและเสียงของหนักชนกระแทกราวกับเกิดการปะทะต่อสู้และฝุ่นฟุ้งกระจาย!
นนท์และกิ๊ฟสะดุ้งตัวโยน หันมาสบประสานสายตากันในทันทีผ่านสายใยจิตสัมผัสที่แจ้งเตือนภัยอันตราย อาวุธในมือกำกระชับแน่นเตรียมพุ่งทะยานเข้าสู่ห้องต้นเสียงเพื่อเข้าช่วยเหลือหมอแพรที่อาจกำลังเผชิญหน้ากับภัยร้ายในพริบตาเดียว! หัวใจของทั้งสองคนเต้นระทึกปานจะพังทลายท่ามกลางฝุ่นชื้นคาวเลือดที่คละคลุ้ง!