บทที่34
ลงมือพร้อมกัน
พวกมันทั้งหมดเคลื่อนไหวพร้อมกัน!
ร่างผู้ฝึกตนหลายสิบพุ่งทะยานออกจากจุดยืนดั่งอสรพิษพุ่งจากโพรงลำแสงปราณและอาวุธหลากชนิดฟาดฝ่าผืนอากาศจากทุกทิศทางทะลวงเข้าใกล้ตำแหน่งของหยุนโม่อย่างรวดเร็วราวกับมุ่งหมายจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียดในพริบตาเดียว!
พลังโจมตีที่หลั่งไหลเข้ามาเกินกว่าปุถุชนจะต้านทานได้
แต่...หยุนโม่ยังคงยืนนิ่ง!
ไม่มีการถอย ไม่มีการหลบเลี่ยงแม้แต่ร่างกายยังไม่ขยับแม้เพียงก้าวเดียว
เสี้ยวขณะนั้นแววตาของพวกมันเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และความไม่เข้าใจปะปนกัน
‘ทำไมมันถึงไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย!’
‘หรือว่ามันสิ้นหวังแล้ว?’
‘คนผู้นี้…มันไม่ใช่มนุษย์แน่!’
แต่ก่อนที่ความคิดของพวกมันจะตกผลึกการโจมตีทั้งหมดก็พุ่งเข้าประชิดตัวหยุนโม่
ทันใดนั้นเอง!
วูบ!
กำไลข้อมือสีดำสนิทที่หยุนโม่สวมอยู่พลันเปล่งแสงเรืองรองขึ้นโดยไร้การเตือนดวงแสงสว่างวาบราวกับประกายสายฟ้าก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นโล่ปราณวิญญาณทรงกลมที่ครอบคลุมร่างของเขาทั้งร่าง!
แสงของโล่เรืองรองดั่งกระจกแก้วศักดิ์สิทธิ์การโจมตีมากมายที่ทะยานเข้าใส่ร่างของเขาในเวลาเดียวกัน...พลันสลายหายไปราวกับหิมะที่ถูกเปลวเพลิงเผาผลาญ!
ไร้ซึ่งเสียงกระทบไร้แม้แต่แรงสะเทือน การโจมตีอันรุนแรงจากผู้ฝึกตนปรับแต่งพลังสิบกว่าคนกลับไม่อาจทำให้โล่ปราณนั้นกระเพื่อมแม้เพียงน้อย!
หยุนโม่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหลังโล่ปราณนั้นใบหน้าเรียบนิ่งคล้ายไม่เห็นค่าการโจมตีของพวกมันแม้แต่น้อย
ริมฝีปากของเขาค่อย ๆยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน
โล่ปราณวิญญาณที่ห่อหุ้มร่างของหยุนโม่เปล่งแสงเรืองรองมั่นคงไร้รอยสั่นไหวมันสามารถต้านทานการโจมตีอย่างสุดกำลังของผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นกลางได้โดยไม่ยากเย็นแม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นสูงก็ยังมิอาจทะลวงผ่านได้โดยง่ายถึงจะต้านทานได้น้อยลงบ้าง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ส่วนพวกที่กำลังรุมโจมตีเขาในตอนนี้...
มีแต่ผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังเท่านั้น
ราวกับมดปลวกที่คิดจะเขย่าต้นไม้ใหญ่หาใช่ภัยคุกคามสำหรับเขาไม่
นี่แหละคือสิ่งที่ทำให้หยุนโม่ยังคงยืนอย่างสงบนิ่งมาตลอด ไม่แม้แต่จะขยับตัวหลบเลี่ยงเพราะสำหรับเขา พวกมันไม่มีคุณค่าพอให้ใส่ใจด้วยซ้ำ
ในขณะที่ผู้ฝึกตนเหล่านั้นยังคงงุนงงและตกตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้นดวงตาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ หยุนโม่ก็ตัดสินใจลงมือโต้กลับโดยไม่ลังเล
มือขวาของเขาขยับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ปืนพกสีดำถูกยกขึ้นอีกครั้งแล้วเสียง ปัง! ดังขึ้นต่อเนื่อง ราวกับเสียงเคาะประตูยมโลก
กระสุนพลังงานที่หลอมด้วยวัสดุพิเศษพุ่งแหวกอากาศเป็นเส้นแสงสีดำเข้มเจาะทะลุศีรษะของผู้ฝึกตนหลายคนที่อยู่ในระยะประชิด หัวของพวกมันระเบิดแตกในพริบตาเลือดสดและเศษสมองกระจายไปทั่วอากาศปราณวิญญาณที่เคยแผ่ซ่านอย่างดุดันเมื่อครู่พลันดับสิ้นไปพร้อมเสียงชีวิตที่ขาดห้วง
ไม่เพียงเท่านั้น...
มือซ้ายของหยุนโม่ก็ไม่ปล่อยให้ว่างดาบพลังงานสีน้ำเงินเข้มถูกเรียกขึ้นมาในชั่วพริบตา คมดาบนั้นสว่างวาบแล้วตวัดฟันออกไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรงจนแทบมองไม่เห็นวิถีการเคลื่อนไหว
เสียง ฉัวะ! ดังแหลมสูง
คอของผู้ฝึกตนอีกหลายคนถูกเฉือนขาดสะอาดศีรษะลอยคว้างกลางอากาศก่อนจะหล่นกระแทกพื้นตามด้วยร่างไร้หัวที่ทรุดลงอย่างไร้วิญญาณ
เลือดสดสาดกระเซ็นทั่วบริเวณทว่าหยุนโม่ยังคงยืนอยู่ตรงจุดเดิมไม่มีแม้แต่หยดโลหิตแตะต้องเสื้อคลุมของเขาแม้แต่น้อย
ใบหน้าของพวกมันที่ยังเหลือรอดอยู่เริ่มถอดสีสายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุดรับรู้ในทันทีว่าสถานการณ์ตอนนี้ย่ำแย่เกินกว่าจะรับมือได้
พวกมันไม่รอช้าเร่งถอยเท้ากลับไปด้านหลังอย่างสิ้นท่า ความตื่นตระหนกปกคลุมทั่วใบหน้าทว่ามันสายไปเสียแล้ว!
ทันทีที่พวกมันถอยห่างออกไป กลุ่มใหญ่ก็เริ่มสังเกตเห็นเงาดำบางอย่างที่ติดตามมาจากพื้น
ลูกเหล็กสีดำขนาดเท่าฝ่ามือหลายลูกกลิ้งตามหลังพวกมันมาราวกับเงาไร้เสียงรัศมีเย็นเยียบแผ่ออกมาจากพื้นผิวมันวาว
และก่อนที่พวกมันจะทันได้ขยับหรือแม้แต่ส่งเสียงเตือน
บึ้ม!
เสียงระเบิดดังสนั่นสะท้านทั้งผืนป่าเปลวเพลิงและคลื่นพลังระเบิดแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังวิญญาณทำลายล้างพวยพุ่งออกไปในรัศมีหลายจั้งระเบิดปราณที่บรรจุพลังมหาศาลเพียงพอจะสังหารแม้กระทั่งผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมกายาขั้นกลางได้ในชั่วพริบตา!
พวกมันที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัวพลันถูกแรงระเบิดกลืนกินไปทั้งร่าง กรีดร้องสุดเสียงเพียงชั่วขณะก่อนทุกอย่างจะถูกกลืนหายไปในเถ้าถ่านและเปลวเพลิง
ทั่วบริเวณกลับเข้าสู่ความเงียบงันอีกครั้งเงียบเสียจนสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของตนเองบรรยากาศโดยรอบมีเพียงกลิ่นคาวเลือดและกลิ่นไหม้จากแรงระเบิดที่ยังหลงเหลือคละคลุ้ง
พื้นที่หลายสิบจั้งรอบด้านกลายเป็นซากปรักหักพังพื้นดินแตกเป็นรอยแยก ต้นไม้โค่นล้มเศษซากของสิ่งมีชีวิตและศพผู้ฝึกตนกระจัดกระจายเกลื่อนกลาดราวกับเป็นทุ่งสังหารที่ไร้ซึ่งความปรานี
มีเพียงพื้นที่เล็ก ๆตรงตำแหน่งที่หยุนโม่และหมิงเยว่หลานยืนอยู่เท่านั้น ที่ยังคงสภาพเดิมไร้รอยบุบสลาย
โล่ปราณวิญญาณที่แผ่กางปกคลุมเหนือร่างของทั้งสองเปล่งแสงเรืองรองแผ่วเบาป้องกันแรงอันบ้าคลั่งจากคลื่นระเบิดที่เคยถาโถมเข้ามาได้ทั้งหมด
ฝุ่นควันที่ลอยคลุ้งค่อย ๆจางหายไปตามแรงลม เผยให้เห็นภาพพังทลายของสนามรบที่เต็มไปด้วยความย่อยยับ
หยุนโม่ก้าวเท้าอย่างสงบนิ่งตรงไปข้างหน้าดวงตาเย็นชาไร้คลื่นอารมณ์ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากร่างของ รองหัวหน้าฝูที่ยังมีลมหายใจรวยริน
ชายผู้เคยแข็งแกร่งยิ่งในสายตาของผู้คนบัดนี้กลับนั่งพิงต้นไม้อย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตาขุ่นมัวด้วยความเจ็บปวดและสิ้นหวัง
ร่างกายครึ่งซีกถูกเผาไหม้จนเนื้อหนังดำเกรียมขาข้างหนึ่งขาดหายไปจากแรงระเบิด เลือดไหลรินไม่หยุดร่างกายที่เคยทรงพลังเต็มไปด้วยบาดแผลและร่องรอยของความย่อยยับ
แม้เขาจะเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตปรับแต่งพลังขั้นสูงสุดใช้พลังทั้งหมดเพื่อหลบหนีแรงระเบิดในชั่วขณะสุดท้ายแต่สุดท้ายก็ยังมิอาจหลีกเลี่ยงชะตากรรมนี้ได้
ลมหายใจของเขาอ่อนแรงใบหน้าซีดขาวเหงื่อเย็นไหลชุ่มเต็มขมับดวงตาที่เคยดุดันบัดนี้เปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวจนแทบไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป
หมิงเยว่หลานยืนนิ่งอยู่ภายในเขตป้องกันของโล่ปราณวิญญาณดวงตาคู่งามเบิกกว้าง สะท้อนภาพเบื้องหน้าที่มิอาจบรรยายด้วยถ้อยคำใดออกมาได้ชั่วขณะ
ริมฝีปากของนางขยับเล็กน้อยก่อนเอ่ยคำถามเสียงเบา แฝงความตะลึงลึกสุดใจ
“นี่…อันใดกัน?”
สายตาของนางกวาดมองไปทั่วบริเวณรอบตัว
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือสนามรบที่แหลกสลายจนไม่อาจหาคำเปรียบได้ ศพของผู้ฝึกตนที่เคยล้อมโจมตีหยุนโม่เมื่อครู่บัดนี้กลายเป็นเพียงเศษซากไร้ชีวิต บ้างไม่มีแม้แต่เศษชิ้นเนื้อให้จดจำใบหน้าได้
พื้นดินแตกร้าวดำคล้ำไปด้วยร่องรอยไหม้จากเปลวระเบิดปราณวิญญาณที่เคยแผ่ซ่านเกรี้ยวกราดราวพายุใหญ่บัดนี้เงียบงันเหมือนสุสานไร้วิญญาณ