ธานต์เมธากลับมาจากบริษัทพร้อมกับนภาลักษณ์คู่หมั้นสาวที่เดินเฉิดฉายเข้ามาทำท่าราวกับนางพญาก็ไม่ปาน ก่อนหายเข้าไปในห้องนอนของเ้านายอีกคนในบ้าน
สาวใช้จ้องมองแล้วเบ้ปากกันยกใหญ่
“น่าเกลียดจริง! จริ๊ง! ผู้หญิงอะไรมาบ้านผู้ชายแทนที่จะไปไหว้พ่อไหว้แม่เขา กลับเข้าห้องหายกันไปนานสองนาน” น้าสอางค์เอยออกมาอย่างเหลืออด
“เออฉันก็ว่ายังงั้นแหละนังอางค์ ผู้หญิงอะไรไร้ยางอายไม่มีสามัญสำนึกเอาเสียเลย!” สาวใช้อีกคนเห็นด้วย
“ทั้งป้า ทั้งนังอางค์ พอเถอะอย่าไปนินทาเ้านายมันน่าเกลียด!” น้าสำรวยพูดแทรกขึ้นมาบ้าง
“ฉันไม่ได้นินทาเ้านายนะพี่สำรวยฉันนินทายัยยางมะตอยนั้นต่างหาก!”
“เออใช้!นังอางค์มันพูดถูกไอ้รวย พวกข้าไม่ได้นินทาเ้านายนะโว้ยยัยยางมะตอยนั้นไม่ใช่เ้านายพวกข้า!”
“มันก็จริงแล้วทำไมไปเรียกคุณนภาลักษณ์ ว่ายางมะตอยกันเนี่ยน่าเกลียดจริงๆ เลยพวกป้านี้!”
“เอ้า!ก็หน้าไง! หน้าหนาเหมือนยางมะตอยเลยวะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะอย่างคึกครื้นในครัวทำให้ศศิรญาอยากเดินมารวมวงด้วย
“หัวเราะอะไรกันคะ บอกญาได้ไหม” ศศิรญาเดินยิ้มหวานเข้ามาในครัว
“แล้วคนนี้ล่ะป้าให้ฉายาว่าอะไร?”สำรวยแซว
“คนนี้นางฟ้า ของฉันหยะ!!” สอางค์สอดขึ้นมา
“เฮ้ย!สำหรับป้าก็นางฟ้าวะ ข้าจะบอกพวกเอ็งไว้เลยนะไอ้รวย นังอางค์ คนอย่างหนูญานะใครไม่ชอบก็บ้าแล้ว!”
“มีคนไม่ชอบป้า!” สำรวยย้อน
“ใครวะ?”
“ก็คุณธานต์ไง!” สำรวยกระซิบกระซาบ
บรรดาบ่าวไพร่ในบ้านกำลังมองมา คนถูกมองขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ มองหน้าญาแปลกๆ?”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะแค่มองว่าคุณญาสวย...” สอางค์รีบแก้เพราะไม่อยากให้เ้านายคนใหม่มารับรู้เื่นี้
“น้าสอางค์ ล้อเล่นกับญาอยู่ได้พอดีญาว่างๆ จะมาช่วยทำกับข้าวค่ะ มาค่ะมีอะไรให้ญาช่วยไหม” ศศิรญารีบเดินเข้าไปช่วยหยิบจับอุปกรณ์ในครัว
ตอนนี้หล่อนไม่มีใครอย่างน้อยก็มีคุณท่านและบรรดา ป้าๆ น้าๆ ที่เอ็นดู คอยให้กำลังใจเป็อย่างดีกับข้าวจากในครัวถูกลำเลียงสู่โต๊ะอาหาร
ธานต์เมธาและนภาลักษณ์เดินลงมาจากห้องแล้วนั่งลงประจำที่ศศิรญามองเห็นคู่หมั้นเขา เลยหยุดเท้าเดินกลับเข้าครัว ไม่มีใครถามว่าเป็อะไรเพราะต่างรู้ดีขึ้นธานุภาพออกมาจากห้องนอนของตนเอง เลื่อนรถเข็นไปบริเวณโต๊ะอาหารเขามองบุตรชายและผู้หญิงอีกคน แววตาเยือกเย็น
“สอางค์” ธานุภาพเรียกสาวใช้
“ค่ะคุณท่าน”
“หนูญาล่ะไปไหนไปตามมาทานข้าวด้วยกันสิ”
“ค่ะ” สอางค์รับคำแล้วเดินเข้าครัวเพื่อตามหา
สอางค์ก้าวมาหา กุมมือบีบเบาๆเพื่อให้กำลังใจ ตอนนี้หล่อนรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังออกศึกก็ไม่ปานรู้ตัวว่าคราวนี้ คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว หญิงสาวค่อยๆเดินออกมาจากห้องครัวไปที่โต๊ะอาหาร
“หนูญามานั่งสิลูก.....” เสียงทักของธานุภาพทำให้ทั้งสองหันไปมองทันที
ทันทีที่ได้เห็นหน้าของศศิรญาความริษยามันก็พุดขึ้นมาในความคิดของนภาลักษณ์แล้ว ผู้หญิงที่บิดาของธานต์เมธาเลือก น่าจะเป็หญิงสาวหน้าตาจืดชืดเนื้อตัวดำคล้ำหรือสกปรกมอมแมม แต่ทุกอย่างตรงกันข้ามผู้หญิงคนนี้สวยหวานหน้าตาคมคายไม่น่าเชื่อว่าจะเป็เด็กบ้านนอกไร้การศึกษาอย่างที่ธานต์เมธาพูด
ร่างบางค่อยๆเดินไปนั่งเคียงข้างธานุภาพดวงตาเรียวหลุบมองต่ำเพราะไม่กล้าสบตากับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจำต้องทานข้าวอย่างฝืดคอ ทั้งๆ ที่ธานุภาพดูจะชอบอาหารที่หล่อนทำ รวมถึงชายหนุ่มตรงหน้าที่ดูเจริญอาหารมากเลยทีเดียวไม่นานนักมื้ออาหารแสนอึดอัดก็จบลง คนเป็พ่อเหลือบมองลูกแล้วหันไปยิ้มให้ว่าที่สะใภ้
“หนูญา...แล้วแกด้วยเ้าธานต์ตามฉันไปที่ห้องรับแขก” ธานุภาพสั่งก่อนเลื่อนรถเข็นออกไป
ศศิรญาเดินตามคุณท่านรวมถึงชายหนุ่มด้วยแต่ สำหรับนภาลักษณ์แล้วหล่อนเกาะแขนเขาไม่ปล่อย เื่อะไรที่ธานุภาพคุยวันนี้หล่อนต้องรับรู้ด้วยให้ได้
“นั่งลงสิ”ธานุภาพเอ่ยเมื่อเห็นว่าทั้งสองเข้ามาในห้องพร้อมกันแล้ว
ธานุภาพมองเลยไปยังนภาลักษณ์ที่ถือสิทธิ์ตามมาด้วยเ้าหล่อนนั่งลงบนโซฟาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แต่คนอย่างเขาก็ไม่ได้ใส่ใจผู้หญิงคนนี้สักเท่าใดนัก
“แกอยากพาผู้หญิงของแกมาด้วยฉันก็ไม่ว่าหรอกนะแต่ขอบอกไว้ก่อนก็แล้วกันว่าอย่าได้พูดอะไรออกมาจากปากให้ฉันรำคาญก็แล้วกัน!” เขาเตือนบุตรชาย แววตาแข็งขึ้น
นภาลักษณ์เม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจเชิดหน้าขึ้นราวกับ้าท้าทายอีกฝ่าย
“เอาล่ะฉันจะเข้าเื่เลยแล้วกันฉันจะให้หนูญาไปทำงานเป็เลขาของแก”
“อะไรนะพ่อ!” ธานต์เมธาเอยออกมาด้วยน้ำเสียงใไม่ต่างจากสีหน้าของนภาลักษณ์
“ทำไม หรือว่าไม่ได้?”
“ไม่มีทางพ่อ! เรียนจบมาแค่ไหนก็ไม่รู้ บริษัทเราไม่ใช้ที่เด็กจบ ปอหกจะมาทำงานได้นะพ่อ แล้วแม่คนดีของพ่อ เรียนจบมาแค่ไหนกันเชียว!!” หันหน้ามองแล้วเหยียดยิ้มศศริญารู้สึกไม่พอใจกับท่าทางของเขาเช่นนี้จริงๆ
“หนูญา จบ ปวส. มาทำไมจะทำงานในบริษัทเราไม่ได้!”
จบแค่นี้จะไปทำอะไรได้ขนาดปริญญาโทเขายังไม่อยากรับเลย ถ้าเกรดไม่ดี นี่แค่ ปวส. จะให้มาทำงานเป็เลขาเขาตลกสิ้นดี
“ไม่ครับพ่อยังไงผมก็ไม่ยอมเด็ดขาด!” ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่น
“ฉันเรียกแกมาพูดวันนี้ ไม่ได้้าถามความเห็นของแกว่าได้หรือไม่?แต่ฉัน้าสั่งให้แกทำเท่านั้น เพราะเวลานี้ฉันเป็เ้าของบริษัทอยู่ ถ้าแกไม่อยากทำตามที่ฉันสั่งแกก็รอให้ฉันตายไปก่อนแล้วกัน!” ประชดบุตรชายน้ำเสียงแข็งกร้าว
“พ่อ! นี่มันเื่งานนะครับทำไมต้องเอาคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย พ่อกล้าเอาบริษัทมาเดินพันหรือไง!” ลมหายใจหนักระบายออกมา หันมองตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาเดือดร้อนแล้วนึกหมั่นไส้
“หนูญาปเป็เลขาแกนะเ้าธานต์แกคิดว่าเขาจะไปเป็ประธานบริษัทหรือไงฮะ! ถึงพูดออกมาราวว่าเขาจะทำให้บริษัทเราเจ๊งอย่างนั้นแหละ!” ชายกลางคนย้อนเสียงเครียด
ศศิรญานั่งก้มหน้าฟังการโต้เถียงของทั้งสองฝ่ายด้วยความรู้สึกไม่สบายใจสักเท่าใดหล่อนไม่อยากถูกเกลียดไปมากกว่านี้ยิ่งเขาเพิ่มระดับความรู้สึกเกลียด โกรธ ต่อหล่อนมากเท่าไหร่ เมื่อถึงเวลานั้นเขาต้องเรียกร้องให้ชดใช้แน่นอนซึ่งเื่นี้เป็เื่ที่หญิงสาวรู้สึกกลัวที่สุด
“โถ่พ่อ!พ่อจะเข้าข้างผู้หญิงคนนี้ไปถึงไหน ผมเป็ลูกของพ่อนะ ไม่ใช่ผู้หญิงคนนี้! ทำไมพ่อต้องบังคับผมแบบนี้ด้วยเล่า!” คนถูกบังคับเริ่มหัวเสีย
“แกรู้ไว้เลยนะเ้าธานต์ ฉันไม่้าให้แกได้ผู้หญิงที่ดีแต่เปลือกฉันเป็พ่อแกนะ! อะไรดีไม่ดีทำไมคนอย่างฉันจะไม่รู้ ฉันมีลูกคนเดียว และฉันจะไม่ยอมให้หน้าไหนมาปลอกลอกแกเป็อันขาดเพราะฉะนั้นถ้าแกยังเห็นฉันเป็พ่อของแกอยู่จงทำตามคำสั่งของฉันไม่อย่างนั้นแกก็ฆ่าฉันให้ตายซะจะได้สมใจแกไง!” ความรู้สึกคนเป็พ่อลูกไม่มีทางเข้าใจ เห็นอยู่ตรงหน้าว่าผู้หญิงที่ลูกชายควงไม่ดีแต่ทว่าตนเองกลับทำอะไรไม่ได้ ปล่อยให้ปลอกลอกไปวันๆ อะไรก็ดี ทำไมถึงโง่เื่ผู้หญิงนักเขาไม่เข้าใจเลย
“พ่อ!”ธานต์เมธาเรียกบิดาของตนเองด้วยเสียงอันดังยกมือกุมขมับตัวเองด้วยความหงุดหงิดใจ “พ่ออย่าพูดแบบนี้ได้ไหมผมไม่ได้สารเลวขนาดนั้น!”
คนเป็พ่อยิ้มเยาะแล้วตวัดสายตามองคู่หมั้นบุตรชาย “ดีที่แกยังไม่คิดอยากฆ่าพ่อแกให้ตายเพื่อสมบัติ”
“ผมไม่ใช่คนแบบนั้นครับพ่อ” เขาระบายลมหายใจความเครียดทวีหนักขึ้น “ผมแค่ไม่อยากทำในสิ่งที่พ่อ้าเท่านั้นพ่อก็รู้ว่าผมไม่ชอบการถูกบังคับ”
นภาลักษณ์คันปากยิบๆอยากจะเถียงใจแทบขาดแต่ติดว่าจะต้องมีปัญหากับธานุภาพทำให้ได้แต่นั่งเงียบยิ่งได้ยินคำปรามาสของธานุภาพแล้วทำให้หล่อนแทบอยากจะฆ่าชายแก่คนนี้ให้ตาย
“อยากตายนักเหรอไอแก่เดี๋ยวฉันจะสงเคราะห์ให้ค่อยดูเถอะอย่าให้โอกาสฉันมาถึงแล้วกัน!!”นภาลักษณ์คิดในใจ
“ถ้าแกไม่อยากให้ฉันบังคับก็ทำตัวให้มันดีกว่านี้ พ่อบอกแกแล้วใช่ไหมมีเื่เดียวที่พ่อไม่ชอบ นั่นคือ...ผู้หญิงที่แกควงทุกคน ถ้าแกคิดจะให้เงินกับผู้หญิงแบบนี้ฉันว่าแกเอาเงินบริจาคการกุศลยังดีกว่าเลย”
นภาลักษณ์กำมือแน่นกัดริมฝีปากจนห้อเื ด่าทอกระทบกระแทกหล่อนดีเหลือเกินนะอย่าให้ถึงทีบ้างก็แล้วกัน
“เื่นี้ผมว่าเราคุยกันแล้วผมไม่ได้ให้เงินกับผู้หญิงที่ผมควงมากอย่างพี่พ่อเข้าใจหรอกนะครับผมให้เท่าที่พอให้ได้” เขาอธิบาย
ธานุภาพไม่อยากโต้เถียงถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วสบตาลูก
“จบเื่นี้แกอยากใช้เงินทำอะไรฉันจะไม่เข้าไปก้าวก่ายอีกแล้วเื่ที่ฉัน้าให้หนูญาไปทำงานด้วยเป็อันตกลง คงมีเื่คุยกับแกเท่านี้พาผู้หญิงของแกออกไปซะเ้าธานต์ ฉันไม่อยากเรียกพระมาทำพิธีไล่สิ่งอัปมงคลแล้วถ้าไม่จำเป็ไม่ต้องพามาที่นี่อีก!”
“เอ๊ะ! คุณพ่อคะมันไม่มากไปเหรอคะ ทำไมทำกับนภาแบบนี้ นภากับธานต์เรารักกัน แล้วตอนนี้เราก็หมั้นกันแล้วด้วย!” นภาลักษณ์ไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นยืนกอดอกเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี
“หึ” ธานุภาพทำเสียงขึ้นจมูก“หมั้นอย่างนั้นเหรอฉันไม่รับรู้ด้วยหรอกนะเพราะฉันไม่ยอมรับเธอนภาลักษณ์!” ธานุภาพไม่อยากพูดอะไรที่ตนเองรู้มามากไปกว่านี้
“หนูญา พาพ่อไปหน่อยลูก...” หันมาบอกหญิงสาวน้ำเสียงอ่อนลง
ร่างบางเดินเข้ามาเข็นรถของธานุภาพออกไป ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลนภาลักษณ์มองผู้หญิงอีกคนด้วยความริษยา ทำไมถึงได้รับความเอ็นดูจากไอ้แก่นี่นักนะ กัดฟันแน่นหันมาทางคู่หมั้น
“นภาไม่ยอมนะคะธานต์ยังไงธานต์ก็ต้องพูดกับพ่อคุณนะคะ แบบนี้นภาก็แย่นะสิคะ!” นภาลักษณ์โวยวาย
“คุณก็เห็นนภาผมพูดอะไรได้ที่ไหนกัน เพราะแม่ตัวดีนั้นคนเดียวที่ทำให้พ่อผมเปลี่ยนไปแบบนี้ เห็นทีต้องจัดการขั้นเด็ดขาดแล้ว!” ขบกรามแน่นแววตากร้าวแข็ง
“คุณจะจัดการกับมันยังไงคะธานต์?” นภาลักษณ์ถามด้วยความสงสัย
“ผมมีไม้เด็ดแล้วกัน!” ชายหนุ่มตอบแล้วยิ้มอย่างผู้กำชัยชนะ
นภาลักษณ์เหลือบมองด้วยความลังเลจะปล่อยให้เขาจัดการกับศศิรญาดีหรือเปล่า ก็แม่นั้นสวยบาดตาขนาดนั้น แล้วผู้ชายอย่างเขาก็เ้าชู้ไม่ใช่ย่อยแบบนี้หล่อนกลัวว่าจะส่งแมวไปหาปลาย่างล่ะสิไม่ว่า
ธานต์เมธาขับรถส่งคู่หมั้นที่คอนโดก่อนวกกลับมาที่บ้านใช้เวลาครุ่นคิดอยู่นานระหว่างขับรถกลับมา คงต้องจัดการขั้นเด็ดขาดไม่เช่นนั้น หล่อนคงทำให้เดือนร้อนอยู่เรื่อยแล้วยิ่งตอนนี้บิดาเข้าข้างผู้หญิงคนนั้นยิ่งกว่าอะไรดี มีหวังคงได้ถูกจับแต่งงานกับหล่อนจริงๆเป็แน่ แต่อย่าหวัง!ว่าคนอย่างธานต์เมธาจะยอมให้มันเป็ไปตามความ้าของบิดาง่ายๆ
“อยากแต่งกับฉันดีนัก! ฉันจะสนองเธอให้ถึงใจเลยศศิรญา!” ชายหนุ่มนึกเข่นเขี้ยวในใจ