นี่มันอะไรกัน…
กับความรู้สึกนี้ ทุกอย่างดูขาวโพลนไปหมด เศษกระจก เศษแก้วลอยฟุ้งกระจัดกระจายอยู่เกลื่อนรายรอบ ตัวของเขาเบาเหมือนกับว่ากำลังล่องลอยได้ หรือว่า…เขาจะลอยได้จริง ๆ
“ฉันยังมีสิ่งที่อยากจะทำอยู่อีกไม่ใช่หรือ?”
“ขอโอกาสอีกครั้ง แค่ครั้งเดียวเท่านั้น!!”
ความรู้สึกลึก ๆ ข้างใน ยังคงก้องกังวานอยู่ในหัวของเขา เหมือนกับภาพสโลว์โมชั่น ที่กำลังถ่ายวนอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ร่างกายของเขาลอยละลิ่ว ปลิวกระเด็นกระดอนไปตามแรงกระแทกอย่างรุนแรง...
…………..
“หลานรักโช อาโชเอ๊ย…” เสียงอาม่าในตอนนั้น เขายังจำได้ดี ดูอบอุ่นและห่วงใยกำลังเรียกหลานชายของหล่อนอยู่
“ครับ…”
เด็กน้อยวัย 5 ขวบ หน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู โยนลูกบอลลูนทิ้งลงพื้น จนลูกบอลกระเด็นกลิ้งไปกลิ้งมา หนูน้อยวิ่งกางแขนชูมือไปหาอาม่าอย่างตื่นเต้นและดีใจ อาม่านั่งยอง ๆ รอสวมกอด “อาม่า!! โชหิวขนมแล้ว” หนูน้อยพูดด้วยรอยยิ้มที่ระบายอยู่เต็มใบหน้า “อือ..ได้สิ” อาม่ายิ้มให้หนูน้อยพร้อมกับจูงมือ
“กลับไปกินที่บ้านนะหลาน”
ความทรงจำในเยาว์วัย ผุดขึ้นมาอีกครั้งนึง
‘คิดถึงอาม่าจัง!?’
ภาพหญิงชราผมสีดอกเลา ตัวเล็กผอม เวลายิ้มจะมีริ้วรอยแห่งกาลเวลาตอบสนองกำลังวนเวียนอยู่ในห้วงอารมณ์ของชายหนุ่มด้วยความคิดถึง
……………
“พี่วันนี้ได้เงินมารึยัง? เจ้เล็กเค้าโทรมาทวงค่าเช่าแล้วนะ แล้วก็…ข้าวสารหมดแล้วด้วย ฉันยังไม่ได้หุงข้าวเลย” ทับทิม ภรรยาสาวซึ่งเคยสวยของโช กำลังอุ้มลูกสาวคนเล็กของเธอที่ประตูหน้าบ้านเช่าของพวกเขา “อือ…ได้มาแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่เอาไปจ่ายเอง ส่วนนี่!! เอาไปซื้อข้าวสาร”โชพูดพลางส่งเงินให้กับภรรยาของเขาไปห้าร้อยบาท “แล้วจะให้ใช้กี่วันกัน!? ห้าร้อยบาทเนี่ย!?” ทับทิมหน้างอ
“ต้องกินต้องใช้นะ ลูก ๆ ก็กินเก่งแถมของก็แพงขึ้นราคาทุกอย่างเลย ข้าวของอะไร ๆ ในตอนนี้ก็หมดไปพร้อมกัน” ทับทิมบ่นอุบอิบ
“พูดมาก!! น่ารำคาญ ลองไปหาเงินเองบ้างนะ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ยังมาเซ้าซี้อีก เดี๋ยวพี่จะออกไปข้างนอกนะ วันนี้วันเกิดไอ้ดำมัน ไม่ต้องรอหรอกกินข้าวไปได้เลย” โชพูดกับทับทิม แล้วมองลูกชายคนโตของเขาซึ่งกำลังเล่นของเล่นอยู่ในบ้าน และเดินเข้าไปหาพร้อมทั้งนั่งลงข้าง ๆ
“นัท อยากกินอะไรไหมลูก? เดี๋ยวขากลับ พ่อจะซื้อมาฝาก” เขาพูดกับลูกชายด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“พิชซ่าครับ” น้องนัทตอบด้วยเสียงที่ดังฟังชัด
“พิชซง พิชซ่าอะไร? ข้าวน่ะ!! ยังไม่มีเลย กินมาม่าไปก่อนไหม?” ทับทิมบ่นลูกชาย ว่าแล้วก็วางลูกสาวคนเล็กให้นั่งข้าง ๆ ลูกชายคนโตของหล่อน
………………
น้องนัทลูกชายของโชอายุได้ 5 ปี กับน้องแนนลูกสาวคนเล็กอายุก็แค่เพียงขวบเศษ ๆ ทั้งคู่กำลังอยู่ในวัยน่ารักน่าเอ็นดู กำลังกินกำลังนอน เขาต้องทำงานหาเลี้ยงครอบครัวเพียงลำพัง ส่วนทับทิมนั้นต้องเป็แม่บ้านคอยดูแลลูก ๆ ฐานะความเป็อยู่ของครอบครัวของเขาค่อนข้างลำบากกระท่อนกระแท่น เพราะการที่แม่บ้านซึ่งดูแลโดยทับทิมนั้นไร้ความรอบคอบเป็อย่างมาก แถมโชยังเป็คนที่ชอบสังสรรค์กับเพื่อนของเขาเป็อย่างที่สุด เขาใช้ชีวิตแบบประมาท คือหามาได้เท่าไหร่ก็ใช้จ่ายจนหมดไปเท่านั้น ไม่มีเงินเหลือพอที่จะเก็บ ชีวิตที่ผ่านมาแค่กิน นอน ตื่นมาทำงานแล้วก็เที่ยวไปวัน ๆ แต่เขาก็ยังคงรักลูก ๆ ของเขาในแบบที่เขาเป็ ชีวิตรักของโชก็ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก มันน่าเบื่อและจำเจ แถมตัวของเขาเองก็ทำทุก ๆ อย่างเหมือนเดิมอยู่ในทุก ๆ วัน แล้วในวันนี้ก็เช่นกัน โชเดินไปคว้ากุญแจรถจักรยานยนต์เพื่อจะไปธุระข้างนอก
“จะกลับกี่โมงล่ะพี่” ทับทิมถามด้วยความกังวล และหวังว่าโชจะเปลี่ยนใจเพราะเธอไม่อยากให้สามีของหล่อนไปดื่มเหล้ากับเพื่อนอีกเลย
“ไม่รู้สิ!? เดี๋ยวถ้ากลับมาก็เห็นเองแหละ!! ถามจัง” โชตอบกลับด้วยน้ำเสียงปนรำคาญ พร้อมเดินออกไปยังรถจักรยานยนต์ของเขา สตาร์ทเครื่องและขับออกไป
…………….
แรงปะทะจากลมแรงทำให้โชรู้สึกชาที่ใบหน้า เสียงลมผ่านใบหูดังอื้ออึง ทำให้ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกนอกจากเสียงของลมแรงเท่านั้น มันทำให้เขากลับนึกถึงวันที่ทำให้ชีวิตของเขาต้องเปลี่ยนแปรไป โชยังคงแค้นเคืองฝังใจกับเื่ราวในวันวาน
‘ถ้าฉันไม่ทำอย่างนั้น ชีวิตจะมีอะไรเปลี่ยนไหม?’
เค้ายังคงเฝ้าถามตัวเองอยู่
‘ถ้าฉันไม่ละทิ้งความฝันของตัวฉันเอง ชีวิตจะมีความสุขมากกว่านี้ไหม?’
โชยังคงคิดทบทวน วกไปวนมาอยู่แบบนั้นจนกระทั่งขับรถมาถึงบ้านของดำ เพื่อนสนิทคนแรกที่คบกันมาอย่างยาวนานถึง 20 ปี ั้แ่วันที่เขาตัดสินใจหนีพ่อเลี้ยงของเขากับแม่ เพื่อมาอยู่ที่กรุงเทพกับยาย ดำเป็พ่อค้าขายน้ำและอาหาร จึงมีเครื่องดื่มและกับแกล้มอย่างมากมาย วางเรียงบนโต๊ะหินอ่อนที่อยู่หน้าบ้านนั้นเต็มไปหมด
“เฮ้ย! ทำไมเพิ่งมา คนอื่น ๆ เค้าแดกกันจนอ้วกแล้ว!!” เสียงดำดังมาถึงโช
“เออ!! มึงไม่ต้องกลัว เดี๋ยวกูตามพวกมึงทันแน่” โชพูดพร้อมหัวเราะโชว์ฟันขาว
“ไม่ต้องเลย กูี้เีไปส่งมึงที่บ้านอีก” ดำโบกมือไปมา พร้อมกับส่ายหัวเล็กน้อย โชจอดรถแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อน ๆ ที่นั่งดื่มกันที่โต๊ะหินอ่อนหน้าบ้านของดำ ในวงสุรามีดำ และเพื่อนของดำอีกสองคน หนึ่งในนั้นคือ หนูนา
“นา มาด้วยเหรอ? ไม่ได้เจอกันตั้งนานเลย สบายดีไหม?” โชนั่งลงที่ม้านั่งข้าง ๆ หนูนา ดำส่งแก้วเหล้าให้เพื่อน เขารับมาดื่มอย่างสบายใจ
หนูนา คือคนที่โชเคยแอบชอบ เธอมีใบหน้าที่สวยสะดุดตา ผิวขาวตัวเล็กเป็สเปกที่ผู้ชายโดยทั่วไปหมายปอง หนูนาทำงานที่ธนาคารจึงอยู่ในห้องแอร์และสบาย ผิวพรรณของเธอจึงดูขาวสะอาดแตกต่างจากทับทิมในตอนนี้ เป็เพราะหล่อนต้องเลี้ยงลูก ๆ และทำงานบ้าน แถมรายได้ที่น้อยนิดจึงทำให้ไม่สามารถใช้จ่ายไปกับเื่ที่ไม่จำเป็ได้ ไม่มีแม้กระทั่งเวลาจะดูแลตัวเอง จึงทำให้ทับทิมที่เคยสวยในเมื่อก่อนกลับดูโทรมไปโดยปริยาย โชคิดไปดื่มเหล้าไป ภายนอกของเขาอาจจะดูเหมือนเป็คนสนุกมีความสุขดี แต่ว่า…ภายในจิตใจกลับคิดน้อยเนื้อต่ำใจอยู่ตลอดเวลา ว่าทำไม? ทำไม? และก็ทำไม? เขาเฝ้าแต่โทษในชะตากรรมของเขา ที่ทำให้ตัวของเขาต้องลำบาก เหนื่อย และไม่สบายเหมือนผู้อื่นแบบนี้ โดยลืมนึกไปว่า ตัวเองนั่นแหละที่เป็คนเลือกทำในทุกสิ่งเอง
“อืม…ต้องมาสิ วันเกิดเฮียนี่นา พอดีเจอกันที่แบงก์น่ะ เฮียเขามาฝากเงินบ่อย ๆ เป็ลูกค้าดีเด่นจะตายไปเนอะเฮียเนอะ”
“จริง!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ” ดำหัวเราะเสียงดัง
การสนทนาดำเนินไปเรื่อย ๆ อย่างสนุกสนาน หนูนาขอตัวกลับก่อนเพราะพรุ่งนี้มีธุระตอนเช้า ส่วนโชยังคงดื่มไปเรื่อย ๆ โดยที่ตัวเขาไม่ได้แตะกับแกล้มเลย โชดื่มสุราเข้าไปเยอะมากจนลืมว่าเขาได้รับปากกับลูกชายของเขาไปว่าอะไร จนเวลาผ่านไปถึงเที่ยงคืน โชจึงคิดที่จะกลับบ้าน แต่ดำรั้งเอาไว้ให้นอนที่บ้านของเขาก่อน แต่โชกลับไม่สนใจ บอกว่าตนเองนั้นกลับบ้านไหวและเขาก็สตาร์ทรถออกไป
……………
เสียงลมแรงกระพือที่ข้างหู ตอนนี้ โชไม่ได้ยินเสียงอะไรอื่นนอกจากเสียงลม ความเย็นของลมทำให้รู้สึกสบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ (หลังจากที่ทำงานเร่งให้ลูกค้าดูเหมือนว่าเขาจะเหนื่อยมากจริง ๆ) ใจของโชดูสงบเพราะว่าอากาศ บรรยากาศ หรือเพราะว่าเขากำลังเคลิ้มหลับกันนะ ไม่สิ!! โชหลับไปแล้วจริง ๆ ด้วย!?
…………….
“โครม!!!!”
เสียงรถจักรยานยนต์ของโชเข้าพุ่งชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างทาง รถและคนกระเด็นลอยไปกันคนละทิศคนละทาง ตัวของโชพุ่งทะยานไปข้างหน้า ส่วนรถคู่ใจกลับไถลไปกับพื้น ครูดบนถนนจนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบอย่างกับในหนัง และแล้วทุกสิ่งก็ดับวูบลง