08
เซอร์ไพรส์
“แล้วเธอได้ผลการเรียนเมื่อเทอมที่แล้วเท่าไร”จะได้รู้ว่าพวกเราจะติวด้วยกันหรือต้องเป็เธอที่จะติวให้กันแน่
“เอ่อ... ได้เท่านี้”
มอนเน่ยื่นมือถือที่เปิดหน้าแสดงผลการเรียนให้อีกฝ่ายดูอย่างกล้าๆ กลัว ๆ
“หา! ได้แค่นี้เองเหรอ”
ข้าวขวัญใกับคะแนนที่เพื่อนใหม่ยื่นให้ดูเพราะนี่เป็คะแนนที่ต่ำที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาแม้จะเป็เกณฑ์ทั่วไปของเด็กที่เรียนอยู่ในระดับปานกลาง แต่สำหรับห้องคิงของเธอ ถ้าได้คะแนนเท่านี้มีแต่จะถูกขอให้ไปอยู่ห้องอื่นสถานเดียว
“ก็… ได้เท่านี้แหละ”มอนเน่ตอบอย่างขัดเขิน “พอดีไม่ค่อยมีเวลามาเรียนก็เลยเรียนด้วยตัวเองไม่ค่อยรู้เื่น่ะ”
“ทำงานเหรอ”ข้าวขวัญเลิกคิ้วถาม เมื่อเห็นว่าเพื่อนพยักหน้าก็ถามต่อ “งั้นคงเป็ดาราใช่ไหม” หน้าตาดีออกขนาดนี้ต้องเป็ดาราแน่ๆ
“ก็ไม่เชิงว่าเป็ดาราต้องบอกว่ากำลังพยายามจะเป็คนดังอยู่ละมั้ง” มอนเน่ยิ้มแหยคราวนี้เป็ทีของเธอที่ต้องเล่าประวัติความสู้เวทีของตัวเองและถูกเวทีประกวดสู้กลับให้อีกฝ่ายฟังบ้าง
“โห…แล้วแข่งแบบนี้มาตลอดสิบปี??” เป็เธอคงถอดใจั้แ่แข่งแพ้ติดต่อกันสามปีแล้วไม่ทนแข่งจนมาถึงตอนนี้หรอก
“เกือบสิบปีต่างหาก”เด็กสาวแก้
“นั่นก็นานมากเหมือนกัน”ข้าวขวัญไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีคนที่พยายามสู้แบบเดิมซ้ำ ๆโดยไม่ถอดใจไปกลางคันอยู่ด้วย
“ถ้ารอบนี้ยังไม่ได้เป็ไอดอลอีกพ่อก็ขอให้เรียนมหา’ลัยไปก่อนแล้วค่อยคิดเื่เข้าวงการอีกทีแต่เพราะคะแนนเทอมที่แล้วเป็แบบนี้… ก็เลยกลัวว่าจะเข้ามหา’ลัยรัฐไม่ไหว”
ถ้าเข้าเอกชนก็คงทำให้พ่อมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็จะไปมหาวิทยาลัยเปิดต่างจังหวัดก็ต้องขอทุนเรียนเพื่อเซฟค่าใช้จ่ายแล้วเกรดแบบเธอที่ข้าวขวัญยังใ… ค่อยไปหวังทุนเอาชาติหน้าก็แล้วกัน
“โอเค งั้นเรามาติวสอบกลางวิชาสามัญด้วยกันแล้วกู้คะแนนกลับมาให้ได้มากที่สุดกันเถอะ!”
ข้าวขวัญรู้สึกมีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้ายังพยายามอย่างไม่ลดละตัวเธอเองขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็คงทำอะไรได้อีกมากมาย ชีวิตมันเพิ่งจะมายืนอยู่ที่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง!
ติ๊ง
[ภารกิจสำเร็จ! ได้รับ 30 คะแนน]
เป็ครั้งแรกที่มอนเน่รู้สึกว่าคะแนนที่ได้รับนั้นช่างมีคุณค่าและความหมายอย่างมาก
ถ้าไม่ใช่เพราะระบบมอบภารกิจมาให้ทำ วันพรุ่งนี้เธอคงได้เห็นพาดหัวข่าวเกี่ยวกับข้าวขวัญไปแล้ว
ตอนไม่รู้จักกันเธอคงไม่รู้สึกอะไรนอกจากสลดใจแต่พอได้รู้จักกันแล้ว… ดีจริง ๆ ที่อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ ดีจริง ๆที่เธอมีจินเบอยู่ข้างกาย
[ชมกันขนาดนี้ก็เขินแย่สิ]จินเบยกสองมือปิดแก้มจนปากอูม
[แต่รู้ใช่ไหมว่าระบบไม่ได้แจกภารกิจให้เธอไปช่วยเหลือคนพร่ำเพรื่อเพราะมนุษย์ทุกคนต่างก็มีวิบากกรรมเป็ของตนเอง บางกรรมแค่ยื่นมือเข้าไปช่วยก็ใช่ว่าจะทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากความทุกข์ได้]
จินเบไม่อยากให้โฮสต์คิดว่าตัวเองเป็ฮีโร่ที่ต้องช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทุกคนบนโลก
“รู้อยู่แล้วล่ะ” มอนเน่ก็ไม่ได้อยากเป็ฮีโร่เหมือนกัน“แล้วเื่ครอบครัวของข้าวขวัญล่ะ มีภารกิจให้ทำหรือเปล่า”
[ไม่มี] จินเบส่ายหน้า [นั่นเป็วิบากกรรมที่เด็กสาวคนนั้นต้องเผชิญด้วยตัวเอง]นี่เป็เื่ที่ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้จริง ๆ
“เฮ้อ…” มอนเน่ถอนหายใจเสียงยาวขณะเดินเท้ากลับบ้านวันนี้เธอออกจากโรงเรียนช้ากว่าปกติ คนที่รออยู่ตรงป้ายรถเมล์ก็เลยเยอะมากกว่าทุกวันจินเบจึงเสนอให้เดินเท้ากลับบ้านแทน
ซึ่งระหว่างทางก็มีภารกิจเล็ก ๆ น้อย ๆครั้งละ 3-5 คะแนนให้ทำ อย่างการช่วยคุณป้าคนหนึ่งเข็นรถขายผักขึ้นสะพาน ช่วยแมวลงมาจากต้นไม้หรือซื้ออาหารให้คนเร่ร่อนที่กำลังค้นถังขยะอยู่
มอนเน่พบว่าภารกิจของจินเบไม่ต่างอะไรกับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั่วไปเพียงแค่เปลี่ยนคำขอบคุณให้กลายเป็แต้มคะแนนเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ของการกระทำชัดเจนยิ่งขึ้น
ถ้าทุกคนได้เห็นแต้มความดีของตัวเองโลกนี้คงไม่มีคนชั่วให้ตำรวจต้องไล่จับ
[...] จินเบได้แต่เงียบ ไม่คิดอธิบายในสิ่งที่เด็กสาวจินตนาการ
ตลอดเส้นทางกลับบ้านมอนเน่เก็บแต้มโชคดีได้เพิ่มอีก 8 คะแนน เมื่อรวมกับส่วนที่ได้มาจากข้าวขวัญทำให้ตอนนี้เธอมีคะแนนสะสมรวม 38 แต้ม
ซึ่งระบบแจ้งว่าเธอสามารถเก็บไว้ใช้เองทีหลังหรือจะปล่อยให้ระบบบริหารจัดการให้อัตโนมัติก็ได้เพราะมันถูกตั้งค่าให้ใช้แต้มเพื่อประโยชน์สูงสุดอยู่แล้ว
“ในเมื่อมีตัวเลือกมาให้แบบนี้ก็ต้องปล่อยให้นายจัดการอัตโนมัติอยู่แล้วสิ”
เธอจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจังหวะไหนควรใช้หรือจังหวะไหนควรเก็บออมไว้ก่อนคะแนนพวกนี้บอกแค่จำนวนที่มี ไม่ได้ช่วยทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้าให้สักหน่อยว่าเธอจะต้องเจอกับอะไรบ้างดังนั้นการฝากให้ระบบช่วยจัดสรรให้จึงเป็ทางเลือกที่ฉลาดกว่า
[ถึงบ้านแล้ว ขอแวบไปกินของว่างก่อนล่ะ]เอ่ยจบระบบที่อยู่เป็เพื่อนเธอั้แ่โรงเรียนเลิกก็หมุนตัวจางหายไปในอากาศ
“กลับมาแล้วเหรอลูกทำไมวันนี้ถึงกลับมาเย็นนักล่ะ ที่โรงเรียนมีปัญหาหรือเปล่า”เมธัสตั้งใจจะออกมารดน้ำต้นไม้หน้าบ้าน พอได้เห็นลูกสาวยืนเหม่ออยู่หน้าประตูบ้านก็เลิกคิ้วแปลกใจ
“กลับมาแล้วค่ะ พอดีไปคุยกับครูที่ปรึกษามาค่ะตอนนี้เลยมีงานค้างให้กลับมาทำเพียบเลยค่ะจริงสิคะ วันนี้พ่ออยากกินอะไรไหม หนูจำได้ว่าในตู้เย็นมีกุ้งกับซี่โครงหมูเหลืออยู่”มอนเน่หันกลับมามองบิดาพลางชวนคุยไม่ให้ดูมีพิรุธว่าเมื่อครู่เธอจ้องมองอากาศนานเกินไป
“ซี่โครงหมูก็แล้วกันพ่อเพิ่งได้น้ำผึ้งมาจากเพื่อนที่ทำงาน ลูกจัดเมนูซี่โครงหมูอบน้ำผึ้งให้พ่อหน่อยสิ”
“ได้ค่ะพ่อ” มอนเน่พยักหน้ารับเมนูที่พ่อเสนอพลางนึกถึงเมนูผักอีกหนึ่งเมนู ไว้กินเพิ่มไฟเบอร์ให้ร่างกาย
ระหว่างรับประทานอาหารเมธัสได้ไล่เรียงกำหนดการต่าง ๆ ใน่นี้ของมอนเน่ให้ฟังอย่างละเอียดในเมื่อลูกสาวยังเป็ศิลปินไร้สังกัด พ่ออย่างเขาจึงต้องสวมบทบาทเป็ผู้จัดการส่วนตัวคอยดูแลความเรียบร้อยให้ไปก่อน
เมธัสเคยออกปากว่าจะจ้างคนมาดูแลให้แต่ลูกสาวส่ายหน้าปฏิเสธ บอกว่าเปลืองเงินโดยใช่เหตุและเธอเชื่อว่าพ่อจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้มากกว่า
ได้ยินแบบนี้คนเป็พ่อจะไม่ลอยไปถึงดาวอังคารได้อย่างไร
“พรุ่งนี้มีถ่ายรายการที่สตูดิโอแถวxxx ตอนเลิกเรียน เดี๋ยวพ่อให้วินหน้าบริษัทพ่อไปรับที่โรงเรียนส่วนลูกต้องเตรียมเสื้อผ้าโทนสีอ่อนแบบสุภาพไปให้เรียบร้อยเื่แต่งหน้าทางนั้นมีทีมงานรอสแตนด์บายอยู่แล้ว จำคำถามที่เขาส่งมาให้ล่วงหน้าได้หรือยังลูก”
“เรียบร้อยค่ะ”มอนเน่หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดคำตอบที่เธอเตรียมไว้ให้พ่อตรวจทานอีกที
เมธัสรับมากวาดสายตาอ่านอย่างละเอียดก่อนจะก้มลงแก้บางจุดให้สละสลวยขึ้น แล้วส่งคืนให้ลูกสาวพิจารณาต่อ
“ขอบคุณค่ะพ่อ”มอนเน่ยิ้มกว้าง
“หนูจะไปคนเดียวจริง ๆ เหรอ”
เมธัสถามอย่างไม่คลายกังวลปกติเขาต้องตามไปดูแลลูกตลอด แต่ครั้งนี้ลูกสาวยืนกรานว่าจะไปเองส่วนเื่เอกสารและค่าตัวก็ให้พ่อจัดการดีลให้จบไปก่อนเลย
“ค่ะตอนนี้หนูอายุ 17 ใกล้จะ18 แล้ว ถ้าให้พ่อลางานตามไปทุกที่เหมือนเมื่อก่อนมีหวังพ่อถูกหักเงินเดือนจนไม่เหลือแน่หนูเอาอยู่ค่ะ แถมรายการนี้ก็มีเพื่อนของพ่อทำงานอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอคะถ้าเกิดอะไรขึ้นคุณลุงคงรีบโทร. มาบอกพ่อก่อนใครแน่ ๆ ค่ะ”
“จริงอยู่ว่าไอ้ยุทธมันทำงานอยู่ที่นั่นแต่พ่อ… ก็อดเป็ห่วงไม่ได้น่ะลูก”
“พ่อคะพ่อไม่เหลือวันลาแล้วนะคะ” มอนเน่ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงที่บิดาพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมาโดยตลอด“ถ้าพ่อตามไปรอบนี้ หนูเชื่อเลยว่าอีกไม่นานฝ่ายบุคคลต้องเรียกพ่อไปคุยแน่”
เมธัสยิ้มแหย เถียงลูกไม่ออก
ถึงรายได้จากการไปออกรายการของลูกจะค่อนข้างมากแต่ก็ไม่ได้มีงานสม่ำเสมอเพราะลูกสาวยังไม่ได้เป็ศิลปินเต็มตัวจึงต้องมีเงินเดือนประจำของเขาคอยประคับประคองครอบครัวไปด้วย
“หนูรับประกันว่าจะทำตัวน่ารักๆ เหมือนที่ผ่านมาค่ะ”
“เฮ้องั้นพ่อจะจ้างลุงวินให้อยู่เป็เพื่อนหนูจนกว่าจะถ่ายเสร็จแล้วกลับมาพร้อมกันเลยแค่นี้ยอมให้พ่อได้ใช่ไหม”
“ได้สิคะ” มอนเน่พยักหน้า
จบจากรายการแรกก็เป็รายละเอียดของรายการที่สองสาม และสี่ที่เธอต้องไป เพราะ่นี้เื่ราวของเธอกลับมาเป็ไวรัลอีกครั้งพอรู้ว่าเธอมีประวัติวิ่งไล่ตามฝันมาอย่างยาวนานก็เกิดเป็กระแสที่ทุกคนพากันแชร์ความพยายามของตัวเองและให้กำลังใจขอให้เธอยังคงสู้ต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จ
นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว!
เธอไม่มีวันยอมแพ้ง่าย ๆ แน่!!
สองพ่อลูกนั่งคุยไปกินไปจนมื้อเย็นถูกจัดการจนหมดเมธัสไม่ลืมถามไถ่ลูกสาวว่ายังเห็นสิ่งลี้ลับอยู่หรือไม่หรือมีเื่ไม่สบายใจที่โรงเรียนหรือเปล่า
“ไม่มีเลยค่ะ จริงสิวันนี้หนูได้เพื่อนติวสอบวิชาสามัญด้วยนะ ชื่อข้าวขวัญเอาไว้หนูจะพามาแนะนำให้คุณพ่อรู้จักนะคะ”มอนเน่รู้ดีว่าพ่อกังวลที่เธอไม่มีสังคมวัยรุ่นเลย การพูดถึงข้าวขวัญคงพอให้ท่านสบายใจขึ้นได้บ้าง
“เหรอลูก มีเพื่อนติวด้วยเหรอดีแล้วล่ะ ดีแล้ว” ใบหน้าของผู้เป็พ่อดีขึ้นทันตาเมื่อได้ยินว่าลูกสาวมีเพื่อนเหมือนคนอื่นเขาเสียที“อย่าลืมพามาเล่นที่บ้านนะ เดี๋ยวพ่อซื้อขนมไว้รอ”
“ไว้หนูจะบอกข้าวขวัญให้นะคะงั้นหนูขึ้นห้องก่อนแล้วกันค่ะ นัดกับข้าวขวัญไว้ว่าจะคอลคุยเื่ติวกัน”มอนเน่เห็นพ่อเตรียมยกจานชามไปใส่เครื่องล้างจานอัตโนมัติก็ขอตัวขึ้นห้องนอนทันที
“เอาสิลูก ไปเถอะถ้าจะไปซื้อหนังสือเล่มไหนเพิ่มก็มาบอกพ่อได้นะ”เมธัสพร้อมสนับสนุนให้ลูกได้ก้าวหน้าในด้านการเรียนบ้าง
จะบอกว่าเมธัสหมกมุ่นก็ได้แต่เขากลัวว่าลูกจะไม่สามารถดูแลตัวเองได้จริง ๆ เขากลัวถึงขนาดที่ว่าถ้าต้องตายในตอนนี้เขาก็จะยื้อกับยมทูตไว้สุดฤทธิ์เพราะเขาจะต้องนอนตายตาไม่หลับแน่นอน
ดีไม่ดีภรรยาที่รออยู่โลกหน้าอาจจะตีหัวเขาจนแบะที่ไม่ยอมสอนให้ลูกอยู่ในสังคมด้วยตัวเองให้ได้ก่อนที่จะจากมา
“ไม่เป็ไรค่ะเดี๋ยวพวกหนูไปหาในห้องสมุดได้ค่ะ” มอนเน่ไม่อยากเพิ่มค่าใช้จ่ายให้พ่อมากนักแค่นี้รายจ่ายในบ้านก็ตึงมือมากพอแล้ว ถ้าเธอสอบติดมหาวิทยาลัยเมื่อไรยังมีค่าเทอม ค่าหอพัก ค่าใช้จ่ายรายเดือน และอีกมากมายที่เธอยังนึกไม่ออกในตอนนี้ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดไปก่อน
แค่คิดก็ขนลุกแทนพ่อที่ต้องหาเงินตัวเป็เกลียวหัวเป็นอตแล้วก็ได้แต่หวังว่าค่าตัวของเธอที่ไปออกรายการเหล่านี้จะพอช่วยให้ภาระค่าใช้จ่ายที่พ่อแบกอยู่เบาบางลงบ้าง
หากเธอสามารถเป็ไอดอลได้ั้แ่ปีแรก ๆที่เริ่มประกวด...ป่านนี้พ่อคงไม่ต้องมากังวลเื่อนาคตของเธอหรือต้องทนแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้านอย่างที่เป็อยู่ทุกวันนี้
สองพ่อลูกแยกกันทำกิจวัตรประจำวันของแต่ละคนเมื่อพูดคุยทั้งเื่งานและเื่ทั่วไปจนหมดแล้ว เมธัสเข้าไปอาบน้ำก่อนเหมือนทุกวันส่วนมอนเน่ก็แยกขึ้นมาบนห้องนอนรอให้ดึกกว่านี้หน่อยค่อยลงไปอาบน้ำชำระกายบ้าง
“รายการสุดท้ายแล้วจริงๆ สินะ” เมื่อขึ้นมาถึงห้องมอนเน่ก็ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงนอนสายตากวาดมองโปสเตอร์ไอดอลคนโปรดั้แ่แผ่นแรกไปจนถึงแผ่นสุดท้าย
“รายการสุดท้ายก็รายการสุดท้ายสิพี่เจยังเดบิวต์ใหม่ตอนอายุ 23 ปีได้เลย ถ้ารายการนี้ไม่ผ่านค่อยไปต่อตอนเรียนจบมหาวิทยาลัยก็แล้วกัน”ถึงตอนนั้นเธอคงได้เข้าร่วมแข่งขันตอนที่อายุเท่ากับไอดอลในดวงใจพอดี
แต่ถ้าเป็ไปได้ก็ขอเดบิวต์ในครั้งนี้ได้จะดีที่สุด…
“โอ้โฮไม่ได้เจอกันนาน โตเป็สาวแล้วนะเนี่ย” ยงยุทธทักทายลูกสาวของเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว
“สวัสดีค่ะลุงยุทธ” มอนเน่ยกมือไหว้เพื่อนพ่อที่ออกมาต้อนรับเธอถึงหน้าสตูดิโอส่วนด้านหลังก็มีคุณลุงวินมอเตอร์ไซค์หน้าบริษัทคุณพ่อที่ถูกจ้างให้มาอยู่เป็เพื่อนเธอจนกว่าจะถ่ายงานเสร็จ
“มาเข้ามาเลยทีมงานกำลังเซตไฟกันอยู่ รออีกแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว” ยงยุทธเดินนำเด็กสาวไปก่อนและไม่ลืมแจ้งทีมงานให้เตรียมเก้าอี้สำหรับวินมอเตอร์ไซค์ที่เพื่อนจ้างมาให้คอยรับส่งลูกสาวด้วย
ยงยุทธรับรู้จากเพื่อนสนิทแล้วว่าวันนี้มอนเน่ต้องมาทำงานเพียงลำพังเพราะวันลาพักร้อนของคนเป็พ่อหมดโควตาไปแล้วเขาจึงรับปากจะช่วยดูแลให้
ส่งลูกเพื่อนให้ทีมงานดูแลต่อก็ไม่ไปไหนนั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงประตูห้องแต่งตัวก็เปิดออกเผยให้เห็นสาวน้อยที่ถูกเนรมิตใบหน้าให้ดูสวยคมเข้มขึ้นทันตาแต่ก็ยังคงความอ่อนเยาว์น่าเอ็นดูเอาไว้
มองปราดเดียวก็รู้ว่าเด็กคนนี้มีของอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเธอจะต้องกลายเป็หญิงงามที่หาตัวจับยากแน่ ๆ
“จริงสิวันนี้เ้าของช่องเขามีเซอร์ไพรส์ให้ด้วยนะ ลุงว่ามอนเน่ต้องชอบแน่ ๆ”ยงยุทธแกล้งหันมายิ้มอย่างมีเลศนัย
“มีเกมลงโทษเหรอคะ”จำได้ว่าในสคริปต์ที่ส่งมาไม่ได้ระบุว่าจะมีกิจกรรมนอกเหนือจากการสัมภาษณ์“ถ้าใช้เวลาเกินกว่าที่ตกลงไว้ คุณพ่ออาจจะไม่พอใจ…” มอนเน่ไม่มองข้ามรอยยิ้มของเพื่อนพ่อแต่ก็ไม่แสดงท่าทางวิตกกังวลว่าตนเองจะเสียผลประโยชน์ออกไปแต่เลือกที่จะชวนคุยเพื่อให้รู้ว่าเื่นี้ต้องมีการอธิบายอย่างละเอียด
“ฮ่า ๆ เห็นเราเป็แบบนี้ลุงค่อยโล่งใจหน่อย อย่าปล่อยให้ใครเอาเปรียบเราง่ายๆ นะรู้ไหม ส่วนเื่เซอร์ไพรส์ที่บอกไป ลุงรับรองว่าไม่ทำให้หนูต้องเสียเวลาแน่นอน”
ทันทีที่ยงยุทธพูดจบทั้งสามคนก็เดินมาถึงสตูดิโอถ่ายทำพอดี พอฝ่ามือหนาผลักเข้าไปด้านในสิ่งที่รอมอนเน่อยู่คือกลุ่มคนจำนวนไม่ต่ำกว่า 20คนกำลังถือป้ายไฟที่มีชื่อเธอโชว์เด่นหราอยู่
‘กรี๊ดดด มอนเน่!!’
‘มอนเน่!! เห็นมัมมี้ไหมลูกกกก’
‘มอนเน่!พวกเราเป็กำลังใจให้เสมอน้าาา’
‘วันนี้ลางานมาเชียร์เลยนะลูกสาววว’
“ทุกคน…”มอนเน่ยกมือขึ้นปิดปาก
ภาพวินาทีที่ชื่อของเธอไม่ถูกประกาศออกไปในคืนนั้นคล้ายจะย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้งในการประกาศผลรอบไฟนอล ที่เธอยังคงรอยยิ้มสดใสขณะอยู่บนเวทีไว้ได้เป็เพราะมีพวกเขา...ที่ร้องไห้ปริ่มจะขาดใจแทนเธออยู่ตรงด้านล่างเวที
กลุ่มคนที่รักและคอยสนับสนุนเธอเสมอ… แฟนคลับที่เธอรักและหวงแหนสุดหัวใจ