ทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 170 บอกข้าเถิด นางอยู่ที่ใด

            หลังจากกล่าวจบซูฉงกวงก็พลันได้สติ ใบหน้าถมึงทึงขึ้นทันที "เจ้าเด็กนี่หมายความว่ากระไร?"

            "เมื่อครู่ข้ามิได้บอกหรือว่า จะส่งพวกท่านกลับบ้าน?"

            ซูอี้หว่านหันมามองเขาแวบหนึ่งแววตาทอประกายเยาะหยัน "ทำไม? ข้าจำผิดไปหรือพวกท่านมิได้พักอาศัยอยู่ที่เรือนผีสิงในหมู่บ้านหลิวหรอกหรือ?"

            "หืม..."

            ซูอี้หว่านลูบคางพลางครุ่นคิด"หรือว่าพวกท่านย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองแล้ว?"

            ไม่ทันที่ซูฉงกวงและพวกจะได้เอ่ยสิ่งใดนางก็รีบถามต่อ "ข้ารู้แล้วหรือว่าได้รับอานิสงส์จากซูอี้ฉิน?"

            เมื่อนางเอ่ยถึงซูอี้ฉินอย่างกะทันหันคนทั้งหลายก็พลันชะงักไปเล็กน้อย ทว่าปฏิกิริยาของแต่ละคนกลับแตกต่างกัน

            ซูฉงกวงและบุตรชายทั้งหลายต่างมีท่าทีโกรธเคืองอย่างเห็นได้ชัดมีเพียงนางจ้าวที่ยืนเงียบอยู่ด้านหลัง พลันมีสีหน้ายินดีรีบปรี่เข้ามาคว้าแขนของซูอี้หว่าน "หว่านเอ๋อร์เจ้าทราบข่าวคราวของฉินเอ๋อร์หรือ? นางอยู่ที่ใด?"

            อาจเป็นเพราะเพิ่งจะอิ่มท้องอีกทั้งในตอนนี้นางก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างไม่อาจควบคุมนางจ้าวจึงออกแรงมากเป็นพิเศษ บีบข้อมือของซูอี้หว่านจนเจ็บร้าว

            ซูอี้หว่านขมวดคิ้วแล้วออกแรงสะบัดมือของตนออก ก่อนจะเลิกคิ้วถามอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง"พวกท่านไม่รู้หรือ?"

            ในความทรงจำของนางซูอี้ฉินมีสถานะในตระกูลซู แตกต่างจากเจ้าของร่างเดิมราวฟ้ากับดินซูอี้ฉินคือคุณหนูที่ถูกประคบประหงมส่วนเจ้าของร่างเดิมกลับเป็นดั่งสาวใช้ที่ถูกกดขี่ข่มเหง

            ซูอี้ฉินมีพี่ชายที่คอยปกป้องส่วนบ้านของเจ้าของร่างเดิมกลับถูกบ้านใหญ่ทั้งบ้านรังแกทั้งสองใช้ชีวิตที่แตกต่างกันราวกับขั้วตรงข้าม

            กล่าวโดยรวมซูอี้ฉินได้รับการเอาใจใส่ทะนุถนอม อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพี่ชายแม้ว่าซูต้าไฉและซูต้าฟู่จะโง่เขลาและเลวร้าย แต่ก็ยังเอ็นดูน้องสาวคนนี้อยู่บ้าง

            ไม่ต้องกล่าวถึงความผูกพันของแม่ลูกนางจ้าวก็เอ็นดูซูอี้ฉินผู้เป็นบุตรีสุดหัวใจ

            ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ซูอี้ฉินกลับมิได้แจ้งข่าวให้คนในบ้านทราบ แม้แต่เรื่องการแต่งงานอีกทั้งเมื่อเห็นท่าทางของนางจ้าวเช่นนี้เห็นได้ชัดว่านางไม่ทราบข่าวคราวของซูอี้ฉินเลย

            เมื่อเห็นซูอี้หว่านมีสีหน้าตกตะลึงนางจ้าวก็รู้สึกละอายใจเล็กน้อยทว่าในตอนนี้นางเพียงต้องการทราบข่าวคราวของบุตรสาวโดยเร็วจึงไม่มีเวลาสนใจสิ่งอื่น ยังคงมองซูอี้หว่านด้วยสีหน้าคาดหวังในดวงตาฉายแววอ้อนวอน "หว่านเอ๋อร์เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่า ฉินเอ๋อร์อยู่ที่ใด? นางสบายดีหรือไม่?"

            ซูอี้หว่านมิอยากจะยุ่งเรื่องชาวบ้านทว่าเมื่อเห็นท่าทางของนางจ้าวเช่นนี้ นึกถึงหากวันหนึ่งตนเองหายตัวไปท่านแม่คงจะร้อนใจยิ่งกว่านี้ จึงบังเกิดความเห็นอกเห็นใจขึ้นมา

            เห็นแก่หัวอกของคนเป็นแม่ซูอี้หว่านจึงมิได้ปิดบัง เล่าสถานการณ์ที่ตนเองทราบทั้งหมดโดยละเอียด

            ก่อนหน้านี้นางเห็นกับตาซูอี้ฉินเกาะแขนชายคนหนึ่งเดินทอดน่องอยู่บนถนนตอนนั้นนางไม่ได้คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวหลังจากนั้นมานางก็ไม่ได้สนใจความเป็นไปของซูอี้ฉินอีก

            ต่อมาภายหลังด้วยเหตุบังเอิญ จึงได้รู้ว่าซูอี้ฉินได้แต่งงานกับชายผู้นั้นแล้วชายผู้นั้นมีฐานะไม่เลว มีร้านขายของชำเล็กๆ พอเลี้ยงตัวครอบครัวเขาก็มีเพียงมารดาชราที่ตาบอดเท่านั้น

            จะว่าไปแล้วด้วยฐานะที่ดีขนาดนี้ ไม่น่าจะต้องกังวลเรื่องหาคู่ครองทว่าชายหนุ่มผู้นี้กลับมีขาที่ไม่สมบูรณ์ เดินกะเผลกไม่คล่องแคล่วหญิงสาวที่มีฐานะใกล้เคียงกันจึงมองข้ามเขาไป

            เขาก็มิได้เจาะจงที่จะหาแต่คนที่มีฐานะทัดเทียมกันก่อนหน้านี้เคยหมั้นหมายกับหญิงสาวชาวไร่คนหนึ่งได้ยินว่าหญิงสาวผู้นั้นจมน้ำตายในแม่น้ำสามเดือนก่อนแต่งงานจากนั้นมาเขาก็ถูกขนานนามว่าเป็น 'ผู้ชายกินเมีย'คนที่อยากจะยกลูกสาวให้เขาก็เหลือน้อยลงไปมาก

            ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียวแต่หญิงสาวเหล่านั้นล้วนมีข้อบกพร่อง รูปโฉมไม่น่าพิสมัย บ้างก็มีรอยตำหนิชายผู้นั้นก็มิได้อยากจะฝืนทน จนล่วงเลยมาถึงอายุยี่สิบห้าปี

            หากพิจารณาในยุคหลังอายุเท่านี้ย่อมมิใช่เรื่องใหญ่อย่างมากก็เพิ่งจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมาได้สองสามปี แต่เมื่ออยู่ในยุคนี้ย่อมถือว่าเป็นชายหนุ่มโสดที่แก่เกินวัย คนรุ่นเดียวกันเหล่านั้นบุตรหลานคงวิ่งเล่นกันแล้ว

            ชายผู้นั้นร้อนใจอีกทั้งมารดาชราของเขาก็กระวนกระวายใจไปด้วย ในช่วงเวลานี้เองซูอี้ฉินก็เริ่มเข้าหาอีกฝ่าย โดยอ้างว่าจะขอดื่มน้ำ จึงได้รู้จักกับชายผู้นั้น

            ว่ากันตามจริงรูปร่างหน้าตาของซูอี้ฉินแตกต่างจากซูอี้หว่านมาก แต่ก็ถือว่างดงามใช้ได้หญิงสาววัยสิบห้าสิบหกปี กำลังอยู่ในวัยเบ่งบาน อีกทั้งยังมีชาติกำเนิดที่น่าเวทนาไม่มีที่พึ่งพิง บุรุษผู้นั้นคงเห็นว่าการได้ภรรยาเช่นนี้ก็มิใช่เรื่องเสียหายประกอบกับความตั้งใจของซูอี้ฉิน ทั้งสองจึงสมหวังในสิ่งที่ปรารถนาอย่างรวดเร็ว

            สำหรับซูอี้ฉินแล้วเงื่อนไขของชายผู้นั้นเห็นได้ชัดว่าดีพอสมควร อย่างน้อยเมื่อแต่งงานกับเขาแล้วตนเองก็จะสามารถมีชีวิตที่อิ่มหนำสำราญเป็นเถ้าแก่เนี้ยที่มิเดือดร้อนเรื่องการกินอยู่ทุกวันนอกจากจะช่วยดูแลร้านขายของชำแล้ว ก็ไม่ต้องทำสิ่งใดอีก

            ส่วนเรื่องซักผ้าทำอาหารในบ้านมารดาชราตาบอดของชายผู้นั้นคุ้นชินกับการทำมาหลายปีแล้วจึงไม่จำเป็นต้องให้นางช่วยเหลือสิ่งใด

            นี่อาจเป็นเพราะยากที่จะได้ลูกสะใภ้มายายเฒ่าตาบอดจึงมิกล้าละเลยนาง เพราะกลัวว่าซูอี้ฉินจะไม่พอใจแล้วหนีออกจากบ้านลูกชายของตนก็จะกลายเป็นคนโสดอีกครั้ง

            ดังนั้นชีวิตของซูอี้ฉินจึงดีมากไม่ต้องกล่าวถึงเมื่อเทียบกับช่วงที่หนีภัยพิบัติแค่เปรียบเทียบกับเมื่อก่อนตอนที่อยู่ในบ้านเกิด ก็ดีขึ้นกว่าเดิมมากแล้ว

            หลังจากใช้ชีวิตที่ดีขึ้นซูอี้ฉินก็ยิ่งไม่จำเป็นต้องติดต่อกับคนในบ้าน เพราะนางรู้ดีว่าคนของบ้านตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งบิดาและพี่ชายทั้งหลาย ล้วนมีสันดานเช่นไร

            หากพวกเขาทราบสถานการณ์ในตอนนี้พวกเขาจะต้องตามมาอย่างแน่นอน ถึงเวลานั้นหากเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านแล้วไม่ยอมไปนางจะต้องอธิบายกับสามีอย่างไร?

            ยิ่งกว่านั้นหากพวกเขาทราบว่าตนเองยังเปิดร้านขายของชำเล็กๆ ด้วยก็อาจถึงขั้นคิดที่จะยึดร้านไปเป็นของตนเอง

            ตอนนี้ซูอี้ฉินได้ตั้งครรภ์แล้วย่อมอยากจะให้ร้านนี้ตกทอดไปยังลูกหลานของตนในภายภาคหน้าและไม่มีทางปล่อยให้พวกพี่ชายของนางได้ผลประโยชน์ไปแน่

            ด้วยเหตุนี้แม้จะทราบว่าคนในบ้านยังคงใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านหลิวซูอี้ฉินก็ไม่เคยคิดที่จะติดต่อพวกเขา ถึงแม้จะทราบว่าชีวิตของพวกเขาคงจะไม่ดีนัก

            อย่างไรเสียก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีมือมีเท้าคงไม่ถึงกับอดตาย นางผู้เป็นบุตรี เมื่อแต่งงานออกไปแล้วย่อมไม่จำเป็นต้องดูแลบ้านเดิมอีกต่อไป มิเช่นนั้นอาจจะถูกบ้านสามีรังเกียจ

            ชีวิตในปัจจุบันสุขสบายยิ่งนักนางมิปรารถนาให้สิ่งใดมาพังทลายความสุขนี้

            ดังนั้นตอนที่เห็นนางจ้าวเดินเข้ามาซูอี้ฉินแวบแรกก็จำไม่ได้ เพียงแต่รู้สึกคุ้นเคยยิ่ง

            นางมองอย่างไม่ใส่ใจเมื่อสบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของนางจ้าว นางจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วพิจารณาอีกฝ่ายอย่างถี่ถ้วน

            ต่อมาสีหน้าของนางก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแข็งทื่อ

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาทั้งตระกูลด้วยสกิลเพิ่มพูนความเป็นเศรษฐี 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498