ตอนที่ 30กระเป๋าแพง เสือยิ้ม
หลายวันต่อมามะปรางก็ตะล่อมถามเหมือนฝันเกี่ยวกับเสือน้อย
จนเธอจับพิรุธได้“อย่าบอกนะ ว่านี่แกชอบนายเสือน้อยน่ะ!” เหมือนฝันกระเซ้าเย้าแหย่
พวกเพื่อนสาวในกลุ่มก็ร่วมด้วยช่วยกัน“เค้นเอาความจริง” จนทำให้มะปรางสารภาพออกมา ความจริงแล้วในกลุ่มสาวสวยห้องสอง
คนที่เด่นสะดุดตามีด้วยกันสองคนก็คือเหมือนฝันและมะปราง พวกเธอเป็เป้าสายตาตลอดเวลาเดินไปไหนมาไหน
จนเธอสารภาพว่า“อื้อ!” เพื่อนก็แซวกันยกใหญ่ ก่อนถามว่าทำไมไม่ไปสารภาพ เหมือนฝันก็เหมือนจะนึกภาพออกคงติดเพราะเธอสินะ
พอเลิกเรียนเพื่อน ๆจากไป เหมือนฝันก็ไปพูดเปิดอกกับมะปราง
เธอตกลงเป็เพื่อนกับเสือน้อยถ้าวันไหนเสือน้อยกับเธอไม่มีใครจริง ๆ ก็อาจจะเปิดโอกาส ให้ดูใจหรือเป็แฟนกันได้ดังนั้นถ้ามะปรางจับไว้ได้อยู่หมัด ก็ไม่ต้องกลัวอะไรเลยทั้งคู่จึงคุยกันอยู่นานสองนาน
จากนั้นไม่นานมะปรางตัดสินใจได้จึงโทรศัพท์เรียกเสือน้อยให้มาหา โดยที่อ้างว่า “มีเื่จะคุยด้วย”
พอเสือน้อยมาถึงก็เห็นเหมือนฝันเ้าตัวจะยิ้มทักทายและขอตัวออกไปซื้อน้ำ…ทว่าแท้ที่จริงแล้วกลับไปแอบมองอยู่ด้านข้าง
“มีเื่อะไรเหรอ?”เสือน้อยระบายยิ้มถาม
มะปรางอึกอักก่อนจะรวบรวมความกล้าค่อย ๆ พูดออกไป “เสือ…เราชอบเสือมากๆ และก็ชอบมานานแล้วด้วย!”
เสือน้อยที่ยังไม่ทันเตรียมตัวเตรียมใจทำเอาเด็กหนุ่มตกตะลึงลาน ทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน “พ…พูดจริงอะแล้วไหงเราไม่เห็นรู้ตัวเลย!?”
“ก็เสือไม่เคยมองเราเลยไง...”เธอบ่นด้วยความน้อยใจ
พอได้ยินดังนั้นเสือน้อยก็เข้าใจ“อย่าลืมมองข้ามความรู้สึกคนใกล้ตัวไปสินะ” พ่อพูดอะไรทำนองนี้ไว้นี่หว่า?
เสือน้อยตั้งสติได้จึงสัพยอกไปว่า“เอ...แล้วเราควรทำยังไงดีนะ?” เขาฉีกยิ้มกว้างสีหน้าดูกวนโอ๊ยมากเป็พิเศษ
มะปรางเม้มปากแน่นทำหน้ามุ่ยก่อนน้ำตาคลอ
พอเสือน้อยเห็นท่าไม่ดีจึงไม่แกล้งแล้วรีบพูดต่อไปว่า
“แค่หยอกนิดเดียวเองงั้นก็ได้พวกเรามาตกลงกันก่อนลองคบหาดูใจกัน ถ้ามันไปได้ด้วยดีเราก็คบเป็แฟนต่อไปแต่ถ้าคบแล้ว ดูเข้ากันไม่ได้หรือว่ามะปรางมีคนใหม่ที่ถูกใจมากกว่าเราก็ขอให้บอกเลิกกันด้วยดีและกลับไปเป็เพื่อนกันเหมือนเดิมได้…เอาแบบนี้ดีมั้ย!?”
เสือน้อยแทบจะลอกคำพูดพ่อมาทั้งดุ้นความจริงเขาก็ไม่รู้ความหมายที่ซ่อนอยู่ในเื่ที่พูดออกไปมากนักก็เขาแค่เด็ก ม.1 นี่นา
“สรุปว่าเราเป็แฟนกันแล้วใช่ไหม”มะปรางยิ้มถาม
“แฟนกับคบหาดูใจที่พ่อบอกมันฟังๆ ดูมันก็เหมือนกันนี่หว่า” เสือน้อยคิดในใจก่อนจะตอบตกลง
เสือน้อยพูดพร้อมฉีกยิ้มกว้าง“ใช่แล้ว…เราเป็แฟนกัน” ส่วนทางด้านมะปรางดวงตาแดงก่ำ ทำหน้ามุ่ยร้องไห้ออกมาทำเอาเด็กหนุ่มต้องปลอบใจยกใหญ่…
……
วันต่อมา
พอตกเย็นเสือน้อยก็มารอมะปรางที่ด้านล่างตึกก่อนจูงมือกันออกไปนอกโรงเรียน เขาพาเข้าไปในร้านทองสุข!
มะปรางเธอรู้อยู่แล้วว่าเสือน้อยทำงานพาร์ทไทม์จากคำบอกเล่าของเพื่อน ๆ ทั้งเธอเองก็เคยแวะมาซื้อของในร้านเป็ประจำ คอยดูเสือน้อยทำงานใส่ผ้ากันเปื้อนยิ้มต้อนรับลูกค้า
ส่วนเสือน้อยเองเขาไม่อยากอวดกับใครทำนองว่า “ฉันมีเงินนะ! ฉันรวยนะโว้ย!”มันไม่ใช่นิสัยของเขาเลยจริง ๆจะมีแค่บางครั้งซึ่งก็คุยโวเป็ครั้งเป็คราวบ้างก็เท่านั้น!
หลายวันหลังจากนั้นความหวานที่ทั้งคู่เติมให้กันมีมากขึ้นเรื่อย ๆ
มะปรางก็เหมือนว่าได้ปลดปล่อยตัวเองออกจากความเงียบเหงาอารมณ์ที่เก็บซ่อนมานานปี ตลอดเวลานั่งชิดเสือน้อยไม่ห่างเวลาอยู่กันสองต่อสองความเร่าร้อนของเธอส่งผ่านสายตาและท่าทาง
ด้วยเป็คนสวยมีเสน่ห์อยู่แล้วพอความเก็บกดที่มีไว้ในใจหายไปก็ทำให้มะปรางดูดีและมีสง่าราศีมากกว่าแต่ก่อนมากถึงมากที่สุดตัวเธออารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
รอยยิ้มที่ผลิบานของเธอมองดูแล้วมีเสน่ห์กว่าแต่ก่อนอีกทำให้เสือน้อยและคนรอบข้างของเธอััได้
ทว่าทั้งคู่ก็ไม่ได้ทำตัวติดกันแจเวลาอยู่โรงเรียนก็ต่างคนต่างอยู่ เจอกันบ้างบางวัน ส่วนตอนอยู่นอกโรงเรียนนั้นก็เจอกันได้ไม่นานส่วนมากเธอจะมาทักทายเสือน้อยที่ร้านทองสุขก่อนจากไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ในกลุ่ม
และโดยมากมักเป็การโทรศัพท์หากันคุยกันตอนกลางคืนเสียมากกว่า โทรคุยกันยาว ๆ ก่อนผล็อยหลับไปก็มี
……
ณโรงหนังในฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต
เสือน้อยนั่งรอมะปรางอยู่หน้าโรงหนังวันนี้มีหนังดังเข้าฉายวันแรก ทำให้คนเนืองแน่นเต็มลานหน้าโรงหนังเสือน้อยที่ได้ชวนมะปรางั้แ่หลายวันก่อนแล้วและความจริงเธอก็อยากดูเื่นี้เช่นกัน
วันนี้เธอใส่เสื้อผ้าแต่งตัวดูดีตามสมัยนิยมชุดที่สวยที่สุด เมื่อวานในตู้เสื้อผ้าของเธอถูกหยิบออกมาลองใส่อยู่หลายตัว เธอพยายามทำตัวให้ดูดีที่สุดเท่าที่จะทำได้กว่าจะได้นอนเกือบเที่ยงคืนแน่ะ ‘เพราะนี่คือเดทแรกของเธอกับเขา’
เสือน้อยมองดูหญิงสาวเธอดูสวยสมวัยรูปร่างเริ่มได้สัดส่วนตามอายุที่มากขึ้นเสือน้อยเชื่อว่าถ้าเป็อย่างนี้อีกสี่หรือห้าปีตัวเธอคงสวยหุ่นดีไม่แพ้พี่ปานหม้ายสาว ที่เขาไปซื้อกิจการร้านเกม
ดังนั้นเขาจึงสาวเท้าเดินเข้าไปออดอ้อนทันทีที่เห็นเธอและเริ่มชวนเธอคุยกัน ชมกันอยู่หลายประโยคก่อนจับมือกัน เดินเข้าไปซื้อตั๋วหนัง พร้อมขนมนมเนย
พอถึงโรงหนังแน่นอนว่าต้องเลือกหนังรัก หรือไม่ก็หนังผีอยู่แล้ว!
เพราะพ่อแนะนำมาและในวันนี้เสือน้อยย่อมเลือกดูหนังผีระหว่างอยู่ในโรงหนัง
ทั้งคู่ก็นั่งเคียงชิดใกล้พอถึงฉากสำคัญ เช่นผีโผล่ ผีหลอก จังหวะที่ทำให้คนดูไม่ทันตั้งตัวมะปรางใหันมากอดแขนของเขาเอาไว้แน่น…
เมื่อเนินอกของมะปรางแแ่กับแขนของเด็กหนุ่มทำเอาเสือน้อยเืลมสูบฉีด เผลอคิดจินตนาการเตลิดไปไกล
“นี่สินะทำไมต้องดูหนังผี!พ่อขอบคุณคร้าบ!” เขาคิดในใจทันที หัวใจเต้นตึกตักดังระรัว
มะปรางพอเห็นแฟนเธอมีอาการตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า จึงได้แต่ส่งยิ้มแห้ง ๆ รู้อยู่แก่ใจ เธอจึงปล่อยแขนเสือน้อยออกตอนหลังพอถึงฉากตื่นกลัวก็ใช้มือปิดตาเสียมากกว่าสำหรับเธอแล้วไว้ตัวสักหน่อยไม่เห็นจะเป็อะไร
วันนี้เรียกได้ว่าเธอได้แก้เผ็ดเ้าเสือน้อยโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวที่ปล่อยให้เธอทนทรมานใจอยู่นานสองนาน หากรู้ถึงความคิดของเสือน้อย ที่ความคิดเตลิดเปิดเปิงเธอคงหัวเราะชอบใจ
หลังจากดูหนังเสร็จก็พากันแวะซื้อของกินของใช้บ้านมะปรางฐานะปานกลาง พ่อแม่ของเธอทำอาชีพพนักงานบริษัท จึงสบายมากสำหรับเธอเพราะอาชีพพ่อแม่มั่นคง ตำแหน่งกับเงินเดือนก็สูงขึ้นตามวัย และสายงาน
ดังนั้นเมื่อเป็เดทแรกก็ทำให้ทั้งคู่พกเงินมาเยอะหน่อยค่าตั๋วหนังเสือน้อยเป็คนออก ส่วนค่ากินอาหาร ไอติม ขนม ฯลฯ
เธอเสนอให้หารสองทำให้เสือน้อยมีมุมมองที่ดีต่อเธอมากยิ่งขึ้น หลังจากเดินเที่ยวกันจนเย็นก็ต่างพากันนั่งรถเมล์กลับบ้านด้วยกัน
……
ในระหว่างที่เสือน้อยยุ่งๆ อยู่ เพราะเขากำลังเตรียมการกับธุรกิจใหม่ จึงได้วิ่งวุ่นไปทั่ว ทั้งโรงเรียน
เขาหาเครือข่ายจากพวกพ้องเพื่อนฝูงทั้งเก่าและใหม่จึงไม่ได้ไปเจอมะปรางใน่เวลาตอนอยู่ในโรงเรียนมากนัก
ทำให้เขาพลาดพลั้งและเปิดโอกาสให้คนอื่นค่อย ๆ เดินเข้ามาในหัวใจของมะปราง…
เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ย่างเข้าเดือนกุมภาพันธ์แล้วใกล้จะปิดภาคเรียนแล้ว
เสือน้อยรู้สึกว่าเวลาเหมือนผ่านไปไวเป็พิเศษคงเป็เพราะด้วยเขาต้องทำงานรัดตัว คอยวิ่งวุ่นไปทั่วทั้งโรงเรียนทั้งติดต่อคนมากมาย ยังดีที่ว่ามีคนที่ไว้ใจได้ ช่วยเขาดูแลงาน ที่วางระบบไว้
หลังจากเสือน้อยเริ่มไม่ค่อยแวะเวียนมาหามะปรางก็มีรุ่นพี่ ม.4 คนหนึ่ง เข้ามาจีบเธอไม่รู้ว่าเขาไปได้ MSN หรือเบอร์โทรศัพท์มาจากไหนหลังจากตะล่อม ๆ ชวนคุยด้วยอยู่หลายวัน รุ่นพี่คนนั้นจึงนัดเจอเธอที่โรงเรียน
พอเห็นหนุ่มรุ่นพี่ที่สูงโปร่งหน้าตาเริ่มคมเข้มขึ้นตามวัย แววตาลุ่มลึก ดูมีเลศนัยคล้ายจะเชิญชวนให้เธอ ค่อย ๆเดินเยื้องย่างเข้าไปค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น
และที่มากไปกว่านั้นก็คือคำป้อยอคำหวาน ที่พูดอย่างมีชั้นเชิง ทำเอาสาวน้อยหลงเคลิ้มไปตามประสายิ่งนานวันเธอยิ่งรู้สึกชอบรุ่นพี่คนนี้
เธอจึงให้เพื่อน ๆพี่ ๆ ในโรงเรียนที่สนิทด้วย ช่วยกันสืบประวัติของชายหนุ่มรุ่นพี่คนนี้เพราะนอกจากที่เธอรู้แค่ว่า พี่เขาชื่อ ‘ธร’ เรียนอยู่ ม.ปลาย ดูเหมือนเธอจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขามากสักเท่าไหร่นัก…
ความช่ำชองในการจีบหญิงของรุ่นพี่รายนี้เหนือกว่าเสือน้อยไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า หากเปรียบเป็มวยแล้วคงห่างชั้นกันหลายขุม กระดูกคนละเบอร์ น้ำหนักคนละขนาด
ใกล้จะถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์‘วันวาเลนไทน์’ วันสำคัญของหนุ่มสาวที่จะบอกรัก และมอบกุหลาบให้แก่กัน
เพียงแค่ไม่กี่อาทิตย์ที่คุยกับพี่ธรเธอก็เผลอใจตกหลุมรักรุ่นพี่คนนี้เข้าไปแล้วทั้งหัวใจ
แน่นอนว่าเธอย่อมรู้เกี่ยวกับเื่ของพี่เขามากขึ้นไปโดยปริยายจากการคุยกันและได้ยินได้ฟังมาจากคนอื่นผสมเข้าไปด้วย
เรียกได้ว่าความรักของเธอกับเสือน้อยเหมือนนกกระจอกยังไม่ทันกินน้ำ!
ในระหว่างที่รุ่นพี่กำลังตามจีบมะปรางอยู่นั้นเสือน้อยก็ไม่รู้เื่อะไรเลย เพราะตอนนี้เขาจับโอกาสธุรกิจใหม่ได้แล้ว
และนั่นก็คือการขายกระเป๋านักเรียน!อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาไม่รู้อะไรเลยก็เพราะคู่ได้ปิดบังไว้
‘เื่ขายกระเป๋า’เขาได้รับแรงบันดาลใจ มาจากพี่ ม.2 ที่ไปขอซื้อต่อกระเป๋าแบบเก่าของพี่ม.3 ซึ่งพี่แกกำลังจะเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าและจะไปเข้าสายอาชีวะ
ด้วยเป็เพราะทางโรงเรียนกำหนดให้ทุกคนใช้กระเป๋าแบบเดียวกันหมด จึงทำให้เด็ก ม.1-2 และม. 4-5ใช้เป็กระเป๋ารุ่นใหม่ที่ผลิตออกมาได้สองปีแล้ว
ส่วนของรุ่นพี่ ม.3กับ ม.6 เป็กระเป๋าโรงเรียนรุ่นเก่า
พอเสือน้อยนั่งคิดทบทวนก็ถึงบางอ้อเื่พวกของสะสม ของเก่ายิ่งเวลาผ่านไปมูลค่ายิ่งแพงเขารู้ดีและประสบพบเจอมากับตัวเอง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพ่อของเขาเองซึ่งทางเสือน้อยได้นั่งฟังสองคนนี้คุยกัน สรุปตกลงกันที่ราคา 900 บาท รุ่นน้องคนนั้นยังเอากระเป๋าตัวเองส่งให้รุ่นพี่แทนกระเป๋าใบเก่าเรียกได้ว่าสลับกันใส่กันกลับบ้าน…
สำหรับโรงเรียนนี้แล้วความแตกต่างของกระเป๋ามันบ่งบอกอะไรได้หลายอย่างเหมือนได้รับการสืบทอดมรดกอะไรทำนองนั้นจากพี่สู่น้อง
กลายเป็ว่าใครที่มีกระเป๋าเก่าสะพายมาเรียนย่อมเจ๋งกว่าแจ๋วกว่าคนอื่นยิ่งกับโรงเรียนที่มีประวัติความเป็มายาวนานยิ่งแล้วใหญ่
เสือน้อยจึงไปกว้านซื้อกระเป๋าจากรุ่นพี่ทั้งหลายแน่นอนว่าเขาเลือกเอาเฉพาะสภาพดี ๆ โดยมีไอ้เข้มเป็ลูกมือเป็ช่างกล้องถ่ายภาพ
เพราะว่าเขานึกถึงตอนที่พ่อขายภาพหรือนึกถึงพ่อเวลาเดินไปซื้อของเก่าสะสม ถ้ามีประวัติความเป็มาราคาก็จะยิ่งแพงขึ้นไปอีก…