ชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 96 สอดแนม (ตอนจบ)

            หยางจวินได้ยินเขาพึมพำก่อนจะก้มหน้าลง พิงต้นไม้ข้างๆ เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เป็นอันใดไป?”

                  

            ไม่คิดว่าเมื่อเขาเอื้อมมือไปจับหมิงหยวนก็ค่อยๆลื่นไถลลงไปนั่งอยู่บนพื้น

                  

            หยางจวินเห็นลูกธนูปักอยู่บนหลังอีกฝ่ายพลันตกใจแทบสิ้นสติ

                  

            “ถูกยิงธนูตั้งแต่เมื่อใด!เหตุใดจึงไม่บอก!”

                  

            หมิงหยวนพิงต้นไม้หายใจเข้าลึกๆ รู้สึกอับอายเล็กน้อย “ตอนนั้นต้องรีบหนีเลยไม่ทันสังเกต”

                  

            หยางจวินโกรธจนอยากจะทุบตีเขา

                  

            “ไม่เป็นไรไม่โดนจุดสำคัญ” หมิงหยวนพูดเสียงแผ่วเบา

                  

            เมื่อเห็นอีกฝ่ายบาดเจ็บหยางจวินจึงไม่กล้าดุเขา ยามนี้แล้วยังไม่โดนจุดสำคัญอีกหรือ? แกล้งยืนหยัดไปเพื่ออันใดกัน!แต่เขาเคยเห็นหมิงหยวนรักษาอาการบาดเจ็บของเฉาอู๋จิ่วมาก่อน จึงเชื่อว่าหมิงหยวนย่อมมีความรู้ทางการแพทย์อยู่พอสมควรหากเขาบอกว่าไม่เป็นไร มันก็คงไม่เป็นไรจริงๆ

                  

            หยางจวินขมวดคิ้ววันนี้เขาพกดาบมาแทนกระบองเพื่อความคล่องตัว “เจ้าอดทนหน่อยนะ ข้าจะดึงหัวลูกธนูออกให้”

                  

            หมิงหยวนกำลังจะตอบทันใดนั้นหยางจวินก็ใช้ดาบตัดก้านธนูออก

                  

            “โอ๊ย...เจ้า...”

                  

            “ขอโทษที” หยางจวินยิ้มแห้งๆ มือเขาไม่สั่นแต่เหงื่อเย็นไหลโซมกาย “น่าเสียดายที่มีแค่ดาบยาวคงจะลำบากหน่อย ข้าจะพยายามเบามือ”

                  

            “ช้าก่อน...”

                  

            “ว่าอย่างไร?”

                  

            หมิงหยวนพยายามพยุงตัวขึ้นหยางจวินจึงรีบคุกเข่าลงพยุงเขา ให้อีกฝ่ายพิงตนเองเพื่อยืมแรงหมิงหยวนหยิบกริชที่ห่อด้วยหนังวัวออกมาจากอกเสื้อ “ใช้เล่มนี้ ก่อนออกมา ข้าลับคมมาแล้ว”

                  

            เป็นกริชเล่มที่หยางจวินมอบให้เขาตอนเจอกันครั้งแรก

                  

            ช่างละเอียดรอบคอบยิ่งนักหยางจวินเลิกคิ้ว รับมันมาแล้วกรีดชุดเกราะหนังและเสื้อผ้าที่เปียกโชกไปด้วยเลือดหรือเหงื่อออกไปหัวลูกธนูของเป่ยฉีมีเงี่ยง หากดึงออกโดยตรง เลือดจะไหลทะลักเกรงว่าหมิงหยวนคงไม่รอด อีกทั้งไม่กล้าก่อไฟ หยางจวินจึงอาศัยแสงจันทร์ตรวจดูแผลหมิงหยวนหยิบกิ่งไม้ที่ตนคาบไว้ในปากมอบให้เขา พยักหน้าให้หยางจวินหยางจวินหมุนด้ามกริชในมือสองสามรอบ ใช้ผ้าที่พันด้ามกริชซับเหงื่อบนฝ่ามือสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะกรีดแผลเป็นรูปกากบาทเล็กๆดึงหัวลูกธนูออกในจังหวะที่เลือดไหลออกมา หมิงหยวนกอดต้นไม้แน่น ตัวสั่นเทาแต่ไม่ร้องสักแอะ

                  

            หยางจวินรีบฉีกผ้าพันแผลพันแผลให้เขาอย่างรวดเร็ว โชคดีที่เลือดไม่ไหลมากหยางจวินกวาดใบไม้มากองไว้เป็นกองใหญ่ ให้อีกฝ่ายนอนตะแคงลงจากนั้นจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก นั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ กำด้ามดาบแน่นปักดาบลงบนพื้น เตรียมพร้อมรับมือการจู่โจม

                  

            หมิงหยวนทิ้งตัวลงนอนเงยหน้ามองเขา ร่างกายของเขาเย็นยะเยือก และอ่อนล้า “ขอโทษ...”

                  

            ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเสียงเขาเบาเกินไปหรือหยางจวินเหม่อลอย “ว่าอย่างไรนะ?”

                  

            “ขอโทษ” หมิงหยวนพูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าอยากตามออกมา กลับกลายเป็นตัวถ่วงทำให้เจ้าต้องตกอยู่ในวงล้อมข้าศึกเช่นนี้”

                  

            หยางจวินมองเขาอย่างงุนงงและเกาท้ายทอยแล้วหัวเราะออกมา “พูดสิ่งใดไร้สาระ หากไม่มีเจ้าพวกเราคงถูกจับได้ไปนานแล้ว คงกลายเป็นกระต่ายป่าตัวนั้นไปแล้ว ข้าต่างหากที่ต้องขอบคุณเจ้า”

                  

            หมิงหยวนก้มหน้าลงไม่เอ่ยสิ่งใดอีก

                  

            “ในสนามรบเราต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกัน วันใดที่ข้าตกอยู่ในอันตราย เจ้าจะทิ้งข้าไปหรือ? อย่าเก็บมาใส่ใจเลย” หยางจวินพยายามหาคำพูดมาปลอบใจเขา

                  

            “อืม” เสียงแผ่วเบาไม่รู้ว่าเขาฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูดหรือไม่

                  

            หยางจวินมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจ เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “เหตุใดเจ้าจึงเข้มงวดกับตนเองเช่นนี้? ตั้งแต่รู้จักเจ้า เจ้าไม่เคยทำสิ่งใดเกินเลย สุภาพอ่อนโยนพูดจาไพเราะ ทำสิ่งใดก็รอบคอบ เก็บเรื่องเล็กๆ น้อยๆ มาใส่ใจกลัวว่าตนเองจะเป็นตัวถ่วงผู้อื่น วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า ไม่เหนื่อยหรือ?”

                  

            หมิงหยวนก้มหน้าลงต่ำในตอนที่หยางจวินคิดว่าเขาหลับไปแล้ว จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงพึมพำแผ่วเบาเหมือนละเมอ “อย่ามองเพียงว่าข้าคบค้าสมาคมกับคนมากมายในสำนักศึกษาแม้แต่หวังอี้จือยังสนิทสนมกับข้า แต่จริงๆ แล้ว ข้ามาจากครอบครัวยากจนตั้งแต่เด็กๆ ต้องดิ้นรนเพื่อให้มีข้าวกิน ฝึกยิงธนูก็เพราะอยากขึ้นเขาไปล่าสัตว์โอกาสในการศึกษาเล่าเรียนก็เป็นเพราะท่านพ่อของเยี่ยเก้อเอ๋อร์เมตตาเป็นบุญวาสนาของข้า โชคชะตาลิขิตให้ข้าต้องพึ่งพาผู้อื่นหากทำผิดพลาดเพียงก้าวเดียว ก็ไม่มีโอกาสแก้ตัวต้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนเดิม ฉะนั้นข้าจึงต้องอดทน ระมัดระวังแม้แต่เวลาพูดคุยหยอกล้อ ก็ไม่กล้าลืมฐานะของตน...”

                  

            ยามนี้พวกเขาอยู่ท่ามกลางกองทัพข้าศึกนับหมื่นหมอกปกคลุมทั่วป่า ใบไม้พลิ้วไหว แสงจันทร์สาดส่องร่างของหยางจวินและหมิงหยวน อาศัยแสงจันทร์สลัวๆหยางจวินจ้องมองเด็กหนุ่มรูปงามที่เงียบสงบราวกับน้ำ ใบหน้าซีดเซียวเพราะเสียเลือดมากความองอาจกล้าหาญในตอนกลางวันเลือนหายไปแล้ว เหลือเพียงความเหนื่อยล้าและอ่อนแอเขาดูเป็นเด็กและเป็นผู้ใหญ่มากในเวลาเดียวกันอีกทั้งยังแบกรับความเจ็บปวดและความยากลำบากเอาไว้มากมายหยางจวินรู้สึกเหมือนเคยเห็นภาพนี้ในความฝัน ในใจพลันรู้สึกเจ็บปวดมีความสงสารอีกฝ่ายอย่างล้นเหลือ บางทีอาจเป็นเพราะตอนนี้มีเพียงพวกเขาสองคนเขาจึงรู้สึกว่าตนเองต้องแบกรับความรับผิดชอบบางอย่างความรับผิดชอบที่ไม่สามารถปฏิเสธ และไม่ต้องการปฏิเสธ

                  

            หยางจวินลดเสียงลงน้ำเสียงที่มักจะสดใสและกระตือรือร้นนั้นแฝงไปด้วยความอ่อนโยนปลอบประโลมอีกฝ่ายไปพร้อมกับสายลมยามค่ำคืน “ไม่ต้องใช้วิชาพยากรณ์ ข้าก็รู้ว่าเจ้ามีความทะเยอทะยานยามนี้เกิดสงครามทั่วแผ่นดิน ราชสำนักอ่อนแอสิบสองมณฑลทางใต้ประสบภัยพิบัติจากสงคราม ประชาชนยากไร้ข้นแค้นเห็นได้ชัดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เป็นโอกาสให้บุรุษอย่างพวกเราสร้างคุณงามความดี เจ้าดูสิ ตระกูลใหญ่ทางเหนือที่เคยรุ่งเรืองยามนี้แทบไม่เหลือผู้ใดขุนนางในราชสำนักยามนี้มีผู้ใดบ้างที่สืบเชื้อสายจากขุนนางสมัยโบราณ? ยามราชวงศ์ฮั่นสถาปนาราชวงศ์เซียวเหอก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาแล้วเหตุใดไจ้เฉินต้องปิดบังความสามารถของตนและไม่ปลดปล่อยมันออกมาอย่างเต็มที่เล่าไม่มีเส้นสายก็สร้างมันขึ้นมาเอง ไม่มีชื่อเสียงก็สร้างมันขึ้นมาเอง”

                  

            หมิงหยวนนอนตะแคงมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มออกมา “เอาสิหากวันใดข้ามีโอกาสได้ทำงานใต้บังคับบัญชาของท่านแม่ทัพหยางท่านแม่ทัพต้องรักษาสัญญานะ”

                  

            “แน่นอน!” หยางจวินกำดาบแน่น พูดตอบอย่างหนักแน่นทันใดนั้นก็รู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายหยอกล้อเข้าจนได้ จึงรู้สึกเขินอาย

                  

            หมิงหยวนหัวเราะครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง “สหายหยางมีความทะเยอทะยานแต่คำพูดพวกนี้ไม่ควรพูดออกมาอีก”

                  

            หยางจวินพยักหน้าทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่าตนพูดคำพูดพวกนี้เพราะอยากให้อีกฝ่ายสบายใจไม่ต้องระมัดระวังตัวจนเกินไป จึงอดหัวเราะไม่ได้ “เจ้าดูสิๆ เอาอีกแล้ว...”

                  

            “นิสัยเดิมแก้ยาก...” หมิงหยวนหัวเราะเบาๆ “วันที่พวกเราอยู่ที่ศาลาเก็บศพ เจ้าร้องเพลงกล่อมเด็กเพลงใดนะ?”

                  

            “แค่เพลงกล่อมเด็กธรรมดา” หยางจวินเพิ่งรู้ตัวว่าหมิงหยวนกำลังอ้อนขอให้ร้องเพลงทางอ้อมถึงกับอ้าปากค้าง รู้สึกขำขัน “เจ้าโตขนาดนี้แล้วต้องเปลี่ยนเพลงใหม่ เอ่อ... ข้าคิดก่อนนะ... ต้นหลิวพลิ้วไหว ใบหญ้าเขียวขจีท่านแม่ทัพเก่งกล้า ปลอดภัยทุกครา กินให้อิ่ม นอนให้หลับ นึกถึงวงศ์ตระกูลบุตรีงามล้ำเลิศ แม่ทัพไม่ต้องออกรบ...”

                  

            หมิงหยวนฟังเสียงเพลงแผ่วเบาตัวสั่นเทา ค่อยๆ เงียบลง หายใจยาวขึ้น จนหยางจวินอดไม่ได้ที่จะขยับเข้าไปใกล้อยากจะลูบหัวอีกฝ่ายเหมือนที่เคยทำกับน้องๆ ที่บ้านแต่พอเอื้อมมือออกไปก็พบว่าหมิงหยวนตัวสั่น

                  

            หยางจวินเอื้อมมือไปแตะใบหน้าอีกฝ่ายพบว่าร่างกายอีกฝ่ายร้อนผ่าว แย่แล้ว

                  

            น้ำในแม่น้ำนี้เย็นยะเยือกเสื้อผ้ายังไม่แห้งสนิท อีกทั้งต้องนอนหมอบอยู่บนพื้นทั้งคืนมิหนำซ้ำยังถูกธนูยิงอีก จะไม่ตัวร้อนเป็นไข้ได้อย่างไร

                  

            ต้องหาวิธีให้ความอบอุ่นร่างกายหยางจวินคิดจะถอดเสื้อผ้าออกแล้วกอดอีกฝ่ายเพื่อให้ความอบอุ่นตามสัญชาตญาณแต่มือที่กำลังปลดกระดุมเสื้อก็ชะงักพลัน เขาเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดถึงรู้สึกเคอะเขิน ทั้งที่ตอนอยู่ที่ศาลาเก็บศพ หมิงหยวนก็เคยสวมชุดตัวในของเขาเหตุใดตอนนี้เมื่อนึกถึงเรื่องนี้แล้ว กลับรู้สึกหน้าแดงใจเต้นขึ้นมาคืนนั้นหมิงหยวนเปลือยเปล่า สวมชุดตัวในเก่าๆ ของเขา ไม่เหมาะสมไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เหมือนพวกเขาทำเรื่องน่าอายบางอย่าง

                  

            หยางจวินทำตัวไม่ถูกอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายก็ไม่ได้ทำสิ่งใด เขาถอดเสื้อคลุมออกมาคลุมให้อีกฝ่ายแล้วสวมชุดเกราะอีกครั้ง มองไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของข้าศึก จึงกัดฟันก่อกองไฟเล็กๆข้างๆ หมิงหยวน และใช้ร่างกายของตนบังแสงไฟไว้

                  

            หมิงหยวนนอนหันหลังให้เขาลืมตาขึ้นก่อนที่น้ำตาจะไหลอาบแก้ม

                  

            หนึ่งชั่วยามต่อมาท้องฟ้าเริ่มสาง หยางจวินปลุกหมิงหยวน โชคดีที่เขาฝึกวรยุทธ์มาตั้งแต่เด็กร่างกายแข็งแรง พอเหงื่อออก ไข้ก็ลดลง มีเรี่ยวแรงขึ้น ทั้งสองอาศัยแสงสลัวๆเดินออกจากป่า กลับไปยังจุดที่พวกเขาขึ้นฝั่งเมื่อคืนพบเรือลำเล็กจอดอยู่หนึ่งลำตามคาด ทั้งสองจึงจัดแจงพายเรือข้ามแม่น้ำ

                  

            ยังไม่ทันถึงฝั่งก็มีคนมารอรับจี้เจ๋อถึงกับมารออยู่ที่นี่ด้วยตนเอง ใบหน้าเต็มไปด้วยความร้อนรนพอเห็นหยางจวินก็คว้ามือเขาแล้วลากไปทันที ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยถาม

                  

            “เจ้าไม่ต้อนรับแขก? เหตุใดจึงอยู่ที่นี่?”

                  

            “เหตุใดข้าจึงอยู่ที่นี่? ไม่ต้อนรับแขกอันใดกัน?!” จี้เจ๋อถลึงตาใส่หมิงหยวนอย่างน่าประหลาด “ท่านแม่ทัพกลับมาแล้ว! หากท่านกลับมาช้ากว่านี้เมืองโซ่วหยางคงไม่เหลือแล้ว!”

                  

            “เกิดเรื่องใดขึ้น?”

                  

            “บังเอิญจริงๆ!เมื่อคืนหลังจากพวกท่านไป กองทัพเป่ยฉีได้ข้ามแม่น้ำมาโจมตีเมือง!”

           

            -----

    คล้ายกับเรื่องชาติก่อนข้าคืออดีตรัชทายาท [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841