ตั้งแต่ยุคสมัยโบราณแม้จะมีหยกมากมายแต่หยกที่มีมูลค่ามากที่สุดและคู่ควรต่อจักรพรรดิมากที่สุดจะเป็นหยกใดไปไม่ได้นอกจาก ‘หยกจักรพรรดิ’ ดังนั้นแล้วสิ่งนี้จึงเป็นที่เล่าลือและรู้จักกันในนามของจักรพรรดิว่ากันว่ามีเพียงจักรพรรดิเท่านั้นที่จะครอบครองมันดังนั้นการจะพบเจอมันย่อมไม่สามารถพบเจอได้ อาจบอกได้ว่าถ้าใครพบเจอมันเขาคนนั้นก็จะกลายเป็นเศรษฐีในข้ามคืน
ปัจจุบันทุกๆคนที่มองเห็นว่าหน้าหยกถูกสลักด้วยอักษรโบราณว่า ‘จักรพรรดิ’พวกเขาจึงรู้สึกตื่นตกใจและตะลึงงันเป็นอย่างมาก
อย่างน้อยราคาขั้นตํ่าของมันจะต้องไม่ตํ่าไปกว่าหนึ่งร้อยล้านหยวนอย่างแน่นอนดังนั้นพวกเขาจึงอดไม่ได้ที่จะมองไปยังชายหนุ่มด้วยความซับซ้อน
ชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่!
แล้วเขาสามารถรู้ได้ยังไงว่าหินหยาบทั้งหนึ่งร้อยก้อนมีหยกอยู่ทั้งเก้าสิบเจ็ดก้อน?
“เป็นไปไม่ได้!’’เป็นอีกครั้งที่ลู่เฉินช็อคและหน้าซีดเผือดสิ่งเหล่านี้มันหมายความแล้วว่าเขาเป็นผู้แพ้พนันและจะต้องสูญเสียเงินนับพันล้านหยวนซํ้ายังแพ้แบบไม่น่าจะเป็นไปได้อีกด้วย
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ปรมาจารย์เมิ่งเองก็ช็อคไปเหมือนกันเดิมทีเขาก็ตกใจแย่พออยู่แล้วแต่ใครจะไปคิดกันล่ะว่าหินหยาบก้อนสุดท้ายจะมีของลํ้าค่าอย่าง ‘หยกจักรพรรดิ’
บ้าจริง!
มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?
“นี่เขา…’’เมิ่งชิงเป็นอีกคนที่เกิดความรู้สึกหลากหลายเธอมองไปยังชายหนุ่มด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิมมันเต็มไปด้วยความซับซ้อนที่ไม่อาจคาดเดาได้
ชายหนุ่มคนนี้ทําได้ยังไง?
กลับกันพ่อค้าตัวอ้วนเป็นเพียงคนเดียวที่รู้สึกช็อคและอยากจะคลั่งมากที่สุดเขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าตัวเองจะเป็นคนโง่ที่เอาขุมทรัพย์มหาศาลมาทิ้งอย่างไม่รู้ตัวเช่นนี้ยิ่งเป็น ‘หยกจักรพรรดิ’ ยิ่งแล้วใหญ่เลย
บัดซบ!ฉันนี่มันไอ้โง่ของจริง!
ส่วนผู้ชมคนอื่นๆก็ต่างมองไปยังชายหนุ่มผู้เปิดได้อย่างอิจฉาพวกเขาอิจฉาเป็นอย่างมาก เพราะรวมๆแล้วกองหยกนี้จะต้องไม่ตํ่าไปกว่าหนึ่งร้อยล้านหยวนอย่างแน่นอน ดังนั้นเมื่อรวม‘หยกจักรพรรดิ’ เข้าไปด้วย เป็นไปได้ว่าราคามันอาจสูงจนยากจะหยั่งถึง
“เอาล่ะโอนมาให้ฉันด้วย!’’ท่ามกลางความตกตะลึง มู่หลินเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้สึกอะไรเขารู้อยู่แล้วว่ามันมีอะไรบ้าง ดังนั้นพอผลลัพธ์ปรากฏ สิ่งที่เขาทําก็มีเพียงแค่จดเลขบัญชีแล้วยื่นมันให้กับลู่เฉินที่กําลังช็อค
“...’’ สัมผัสได้ถึงแผ่นกระดาษเล็กๆในมือลู่เฉินก็อึ้งจนหมดคําพูดไป
“...’’ ปรมาจารย์เมิ่งเมิ่งชิงและคนอื่นๆก็เหมือนกัน พวกเขาคิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มจะดูไม่ตื่นเต้นอะไรเลย
“หนุ่มน้อยฉันของซื้อมันในราคา800 ล้านหยวน!’’ อย่างไรก็ตามในวินาทีนั้นเองเสียงๆหนึ่งที่เต็มไปด้วยความชราก็ดังขึ้น
พอหันไปมองยังทิศทางของเสียงพวกเขาก็พบเข้ากับชายชราคนหนึ่งที่มีหลังค่อมเขาคนนี้มีใบหน้าเหี่ยวย่นที่มาพร้อมกับผมสีขาวโพลนซึ่งเวลานี้เขากําลังเดินมาทางนี้ด้วยรอยยิ้ม
“นี่มันผู้เฒ่าจาง!จางถิงยี่!’’
“อะไรนะ!ผู้เฒ่าจางที่เป็นนักฮวงจุ้ยผู้โด่งดังคนนั้นน่ะเหรอ?’’
“ไม่ผิดแน่!เขาคือผู้ที่มั่งคั่งรองลงมาจากสี่ตระกูลใหญ่!’’
“....’’
ทันทีที่ผู้เฒ่าจางปรากฏตัวผู้ชมก็เริ่มสนทนาอย่างตื่นเต้น
มู่หลินที่ยืนอยู่ก็พลอยได้รับรู้ไปด้วยว่าผู้เฒ่าจางคนนี้เป็นใครอีกฝ่ายนั้นคือ นักฮวงจุ้ยที่เก่งกาจที่สุดของเมืองหลวงว่ากันว่าการทํานายฮวงจุ้ยของคนๆนี้นั้นแม่นยําเป็นอย่างมากสําคัญเลยด้วยการที่เป็นนักฮวงจุ้ยผู้เฒ่าจางจึงกลายเป็นผู้มั่งคั่งที่มีทรัพย์สินมูลค่านับหมื่นล้านหยวนอาจบอกได้ว่ารองลงมาจากสี่ตระกูลใหญ่แล้วก็อีกฝ่ายนี่แหละที่มีทรัพย์สินมูลค่าเยอะที่สุด
‘ผู้เฒ่าจางคนนี้ไม่ธรรมดา…’อย่างไรก็ตามแววตาของมู่หลินที่มองไปยังชายชรากลับแตกต่างจากคนอื่นๆตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้เขารับรู้ได้ทันทีเลยว่าอีกฝ่ายนั้นเป็นยอดฝีมือคนหนึ่งอาจบอกได้ว่าคนๆนี้คือ ผู้ที่ปลุกพลังชีวิตสําเร็จแล้วดังนั้นความแข็งแกร่งของเขาจึงมากกว่ายอดฝีมือกําลังภายในอย่างแน่นอน
“ในเมื่อผู้เฒ่าจางเสนอราคาออกไป800 ล้านหยวน ฉันโยวมี่ก็ขอเพิ่มให้เป็น 100 ล้านหยวน!ทั้งนี้หยกทั้งหมดนั่นฉันจะเป็นผู้รับซื้อมันเอง!’’ วินาทีต่อมาเสียงรื่นหูของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้น
ทุกๆคนจึงอดไม่ได้ที่จะหันไปมองและเมื่อมองไปยังทิศทางของเสียงพวกเขาก็พบเข้ากับหญิงสาวในชุดจีนเธอคนนี้มีหน้าตาสะสวยเผ็ดร้อนเมื่อรวมเข้ากับชุดจีนที่เผยให้เห็นเรียวขาสีขาวยาวคู่งามแล้ว เธอจัดได้ว่าเป็นสายสวยคนหนึ่งเลยทีเดียว
“โยวมี่!นี่มันศิษย์ของเซียนหมอคนนั้นไม่ใช่เหรอ?!’’ ทันทีที่เห็นหญิงสาวปรากฏตัวเหล่าผู้ชมก็เริ่มเฮฮากันอีกครั้ง ในที่นี้ไม่มีใครที่จะไม่รู้จักเซียนหมอ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่านอกจากโยวมี่จะเป็นหลานสาวของเซียนหมอแล้วเธอยังเป็นศิษย์ด้านวิชาแพทย์แผนจีนของอีกฝ่ายอีกด้วยดังนั้นแล้วทรัพย์สินของเธอจึงมีมูลค่าเทียบเท่าได้กับผู้เฒ่าจาง
‘ฮ่า!ดูเหมือนว่าในเมืองหลวงนี้จะเป็นแหล่งซ่อนยอดฝีมือสินะ…’’ เช่นกัน เมื่อเห็นหญิงสาวปรากฏตัวมู่หลินก็รับรู้ได้ทันทีว่าเธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ปลุกพลังชีวิตสําเร็จแล้วดังนั้นเขาจึงอดประหลาดใจไม่ได้ที่เห็นยอดฝีมือถึงสองคนติดเช่นนี้
“โยวมี่นี่เธอจะมาแย่งของๆผู้เฒ่าคนนี้ไปอีกแล้วเหรอ?’’มองไปยังหญิงสาว ผู้เฒ่าจางก็อดไม่ได้ที่จะฝืนยิ้มทุกๆครั้งที่เธอปรากฏตัวแม้เขาจะอยากซื้อของชิ้นนั้นให้ได้แต่เขาก็เกรงใจในตัวปู่ของเธอดังนั้นครั้งนี้เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าอดที่จะได้มันแล้ว
“ฮี่ๆผู้เฒ่าจางโทษทีนะ เพราะฉันน่ะต้องการนํามันไปมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดของปู่!’’โยวมี่หัวเราะคิกคักตอบกลับไปก่อนมองไปยังชายหนุ่มด้วยรอยยิ้มยั่วยวน “ว่ายังไงล่ะฉันจะซื้อมันทั้งหมดในราคา 1,000 ล้านหยวนเพราะอย่างนั้นนายสามารถบอกเลขบัญชีมาได้เลย!’’
“ตกลง!นี่เป็นเลขบัญชีของฉัน!’’ มู่หลินพยักหน้าอย่างไม่ลังเลก่อนยื่นเลขบัญชีที่เพิ่งเขียนขึ้นออกไปท่าทีของเขาที่แสดงออกมามันเต็มไปด้วยความไม่แยแสแม้แต่น้อย
โยวมี่ที่เห็นก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเพราะความสวยของเธอนั้นแม้จะเป็นคุณชายจากสี่ตระกูลใหญ่พวกเขาก็ยังไม่อาจต้านทานได้ แล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกัน เขาถึงได้ไม่แยแสเธอเช่นนี้?
‘อา...ชายคนนี้น่าสนใจจริงๆ…’โยวมี่เม้มริมฝีปากแล้วรับเลขบัญชีของชายหนุ่มมาตั้งแต่แรกจนจบเธอเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดดีแน่นอนว่าตอนแรกเธอก็คิดไม่ต่างจากคนอื่นๆแต่เมื่อเห็นผลลัพธ์เธอก็อดไม่ได้ที่จะแปลกใจและทึ่งในความสามารถของเขา อย่างไรก็ตามเธอหาได้ชมชอบเขาไม่เพราะทั้งหมดแล้วมันเป็นแค่ความสนใจเล็กๆน้อยๆเท่านั้น
ติ๊ง!
ครู่ต่อมาเสียงเตือนโทรศัพท์ของมู่หลินดังขึ้นสองครั้งติดเป็นเสียงเดียวกันพอเขามองไปยังลู่เฉินและโยว่มี่ที่หยิบโทรศัพท์เก็บเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วเขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าทั้งสองคนนี้ได้โอนเงินให้เขาแล้วดังนั้นเขาจึงหยิบมันขึ้นมาดูยอดเงินเพื่อความรอบคอบ
ด้านลู่เฉินแม้จะไม่เต็มใจแต่ด้วยความที่ๆนี่มีคนมากมายเกินไป การจะไม่รักษาคําพูดก็ยังไงอยู่ดังนั้นเขาจึงต้องจําใจโอนเงินมหาศาลนั้นออกไป
ส่วนโยวมี่นั้นไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยสําหรับเธอเงินแค่พันล้านหยวนไม่นับเป็นอันใดได้ดังนั้นเมื่อเธอโอนเสร็จและสังเกตเห็นว่าท่าทีของชายหนุ่มยังไม่ได้ต่างไปจากเดิมเธอก็อดที่จะประหลาดใจไม่ได้อีกครั้ง เพราะถ้าเป็นคนธรรมดาพวกเขาคงจะดีใจจนเนื้อเต้นเนื้อสั่นไปแล้ว ทว่าชายหนุ่มคนนี้กลับไม่
อา...น่าสนใจจริงๆ!
ตรู๊ด...ตรู๊ด...ตรู๊ด
เวลาเดียวกันเสียงโทรศัพท์ของมู่หลินก็ดังขึ้น เขาจึงรับสาย
ขณะนั้นเองคนอื่นๆก็เริ่มสังเกตเห็นถึงสีหน้าของชายหนุ่มที่ค่อยๆเปลี่ยนไปจากความไม่แยแสใดๆค่อยๆกลับกลายเผยให้เห็นถึงความโกรธเกรี้ยวและเย็นชาพวกเขาจึงรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากจนเผลอตั่วสั่นเทิ้มด้วยความหวาดกลัว
อะไรกันที่ทําให้ชายผู้ซึ่งไม่แยแสโกรธเกรี้ยวได้ถึงขนาดนี้?
“นี่มัน…’’เวลาเดียวกันเมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจ ผู้เฒ่าจางและโยวมี่ก็อดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้านพวกเขาไม่เคยเจอความกลัวอะไรเช่นนี้มาก่อนเลยดังนั้นแววตาของพวกเขาที่มองไปยังชายหนุ่มจึงเต็มไปด้วยความตกใจ
ตกใจเป็นอย่างมาก!
“เข้าใจแล้วฉันจะรีบไป!’’ พริบตาต่อมา เมื่อชายหนุ่มเอ่ยปากพูด ความกลัวที่เข้าปกคลุมจิตใจของทุกคนก็หายไปอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่เว้นแม้กระทั่งลู่เฉินก็อดไม่ได้ที่จะหลั่งเหงื่อเย็นเยียบออกมา
ส่วนมู่หลินนั้นหลังจากที่เขาวางสายแม้ใบหน้าของเขาจะไม่ได้ปรากฏอารมณ์ใดๆนอกจากความเยือกเย็นแล้วทว่าในจิตใจของเขาเวลานี้กลับเต็มไปด้วยความโกรธ
โกรธสุดขีด!