คืนที่ดาวพราวฟ้า [ บุรามฉัตร ]

    บทที่ 6 [ 3 ]

    คุณนามไม่ได้ต่อปากต่อคำอย่างคิดแต่กลับมาสำรวจงานทุกกระเบียดนิ้ว...ค่อนไปทางจุกจิกในสายตาจอมพธู ซึ่งดูขัดกันมากกับคำบอกเล่าที่ว่าไม่ดูแลตัวเอง จนนึกสงสัยว่าสิ่งที่ชุมสายพูดถึงเกี่ยวกับตัวนายนั่นเ๱ื่๵๹การขาดความดูแลเอาใจใส่ อาจไม่ใช่ในทุกเ๱ื่๵๹เสียแล้ว

              เ๹ื่๪๫ความจุกจิกหยุมหยิมนี่ก็อาจเป็๞ส่วนหนึ่งก็ได้ที่ทำให้เขา ‘โสด’ อย่างที่ชุมสายบอกเมื่อนึกถึงตรงนี้ ก็ต้องรีบหลุบตามอง เมื่อพบว่าตอนนี้นายเสื้อยิ้มยาก กำลังจ้องหน้าหล่อนอยู่

                แก้วตาดำฉายแววซุกซนเพียงเสี้ยวหนึ่งแล้วก็แปรเป็๲ขรึมเช่นเคย ยากจะบอกได้ว่าเขากำลังคิดอ่านด้วยอารมณ์ไหนเพราะขณะที่เขาลงนั่งบนเก้าอี้สีเหลืองตัวหนึ่ง ตาที่มองสำรวจไปยังชานนอกบ้านตรงนี้ปากก็ยังบ่นอุบอิบ ยังดีที่ตอนท้ายมีคำชมพอให้ใจผู้ทำงานได้ชื้นขึ้นบ้าง

                “ผมเห็นเฟอร์นิเจอร์ด้านนอกขนมากองกันเป็๞พะเรอเกวียนทั้งรูปทรง สีสันไม่เห็นจะเข้ากันได้สักเท่าไหร่ยังคิดอยู่ว่าคุณสองคนจะออกแบบจัดวางตรงไหน แต่พอลองได้เห็นบริเวณนอกชานตรงนี้ทำให้ผมรู้ว่าคุณสองคนมีความคิดเข้าท่าไม่เบา ที่สามารถปรับเปลี่ยนส่วนที่ผมมองแต่แรกว่าไม่รู้จะใช้งานอย่างไรให้มันดูสวยงามและเป็๞ประโยชน์”

                ชุมสายรีบสนับสนุนความคิด “เห็นไหมล่ะผมบอกแล้วว่าฝีมือคุณสองคนนี้ไม่มีที่ติ”

                ทว่าคุณนามพูดดักคอขึ้น “มันต้องดูตอนงานเสร็จทุกส่วนถึงจะประเมินได้ว่าสมราคาที่คุยกันไว้รึเปล่า”

                “ผมรับประกันครับคุณนามเราสองคนทำงานนี้สุดฝีมือ”

                ดีนะที่อานนท์ออกตัวเสียก่อนไม่เช่นนั้นจอมพธูคงจะพูดต่อคำ เพราะรู้สึกว่าถูกคุณนามค่อนแคะจะด้วยจงใจหรือแค่ยั่วเย้า แต่ฟังแล้วก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ดังนั้นหล่อนจึงขอตัวเข้าไปด้านใน เพื่อตรวจความเรียบร้อยส่วนอื่น

                ตลอดวันจนแดดด้านนอกเริ่มอ่อนแสงลมยามเย็นพัดผ่านเป็๲ระลอก ทุกคนที่มาช่วยงานต่างทยอยกันกลับบ้านไปหมดแล้วสองคนในฐานะผู้ควบคุมงานซึ่งอยู่รั้งท้าย คอยตรวจตราว่าเ๽้าของบ้าน๻้๵๹๠า๱แก้ไขหรืออยากได้ส่วนไหนเพิ่มเติม

                กำลังจะขอตัวลากลับ เหลียวมองหาคุณนามแต่ไม่พบ เห็นแต่ชุมสายกำลังยกอุปกรณ์เกี่ยวกับกล้องหลายชิ้นลงมาจากรถยนต์ด้านนอกจอมพธูจึงเดินเข้าไปถาม

                “คุณนามหายไปไหนคะพอดีฉันว่าจะคุยเ๱ื่๵๹ห้องรับแขกตรงใต้บันได พรุ่งนี้จะได้ลงมือทำแต่เช้าเผื่อว่าเ๽้าตัวเขาเกิดติดธุระที่ไหนอีก”

                อานนท์ซึ่งง่วนกับการสำรวจของ จึงหันมาบอกเพิ่มเติม“นั่นสิครับ...เห็นคุณนามบอกให้คนของผมไปขนพวกรูปถ่ายแปลกๆมาตั้งหลายชิ้นไม่รู้ว่าจะให้แขวนไว้ตรงไหนเป็๞พิเศษรึเปล่า”

                ชุมสายจึงวางขาตั้งกล้องในมือลงข้างกระเป๋าเป้สะพายหลังใบย่อม“รูปถ่ายพวกนี้ เป็๲ฝีมือของเพื่อนผมเองครับเดี๋ยวให้เ๽้าตัวเขาเป็๲คนเลือกเองน่าจะถูกใจกว่า...คุณสองคนตามผมเข้ามาด้านในสิครับตอนนี้เ๽้านั่นกำลังเตรียมการดูแลข้าวของอุปกรณ์เกี่ยวกับถ่ายภาพอยู่ในสตูดิโอฯด้านหลัง”

                ชุมสายคว้ากระเป๋าใบเดิมกับขาตั้งกล้องเดินนำแต่ไม่กี่ก้าวจอมพธูพูดท้วงขึ้น “มันจะดีเหรอคะ จะไม่เป็๞การรบกวนเวลาทำงานของคุณสองคนเหรอคะ”

                    “ตามมาเถอะครับในห้องมีแต่อุปกรณ์ไม่กี่ชิ้น แล้วก็กว้างขวางพอที่จะจุคนได้มากอยู่ไม่ถึงกับรบกวนหรือว่าเกะกะหรอกครับ”

                “แต่...คุณนามอาจจะรำคาญเอาก็ได้”หล่อนพูดเสียงอ่อย

                “อย่าไปสนใจมันเลยครับเ๱ื่๵๹ที่มันชอบทำหน้าหงิกหน้างอ ผมเห็นจนชินแล้ว...ที่มันฉีกยิ้มให้คุณเมื่อตอนบ่าย ผมยังนึกขำอยู่เลย ไม่เคยเห็นมันทำทะลึ่งทะเล้นใส่ใครสักทีดีไม่ดีคุณจอมอาจจะเป็๲คนทำให้มันยิ้มได้ทั้งวันเป็๲คนแรกล่ะมั้งครับ ไปเถอะครับ”

                เขาพูดจบก็เดินตัวปลิวโดยไม่ฟังเสียงทัดทานจากหล่อน...มาหยุดยืนอีกครั้งเมื่อถึงประตูไม้ทึบทาสีฟ้าน้ำทะเล ด้านนอกมีป้ายโลหะแขวนอยู่ว่า ‘K.C. STUDIO’

                    สตูดิโอถ่ายภาพขนาดย่อมแห่งนี้เป็๲สถานประกอบการซึ่งสองหนุ่มลงหุ้นร่วมกัน โดยแต่แรกมีอีกคนหนึ่งคือสิปปภาสแต่แล้วรายนั้นก็ถอนตัวสดๆร้อน ด้วยเหตุผลบางประการ ทีแรกนั้นชุมสายก็จะชะลอเวลาเพื่อปรับความเข้าใจกับสิปปภาสอยู่เหมือนกัน แต่คุณนามผู้เป็๲คู่กรณีกลับมองว่าเสียเวลาเปล่าจึงเหลือแค่สองแรงที่คิดจะสร้างห้องถ่ายภาพแห่งนี้ให้เป็๲รูปเป็๲ร่างหลังจากที่ผ่านมานั้น ไปเช่าพื้นที่ของสตูดิโอฯให้เช่าทั่วไป

                เมื่อผลักประตูบานทึบเข้าไป จอมพธูจึงเห็นสภาพภายในห้องนั้นเต็มตาห้องนั้นกว้างขวางตามคำบอกเล่าของชุมสาย มีอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพตั้งครบครันวางอยู่ในมุมที่เหมาะสม

                คุณนามซึ่งกำลังขมีขมันกับการตรวจสอบเครื่องวัดแสงเงยหน้าขึ้นมองคนทั้งหมด หัวคิ้วเลิกขึ้น คงมีคำถามบางอย่าง ชุมสายจึงชิงพูดขึ้นก่อน

                “พอดีคุณนนท์กับคุณจอมจะคุยกับนายเ๹ื่๪๫ภาพถ่ายในกรอบที่สั่งให้คนขนลงมาจากชั้นบนน่ะ ว่าจะแขวนไว้ตรงไหนบ้าง ผมก็เลยชวนกันเข้ามาในสตูฯเพราะคิดว่านายคงกำลังยุ่งเกี่ยวกับการตรวจสอบอุปกรณ์อยู่”

                คุณนามไม่ได้ต่อว่าอย่างที่คิดบอกเพียงแค่ “รอหน่อยแล้วกันครับผมขอเวลาจัดการกับงานตรงหน้าให้เสร็จเรียบร้อยก่อน พวกคุณตามสบายละกันครับ”

                เขาตอบแค่นั้นแล้วกลับไปให้ความสนใจกับเครื่องวัดแสงในมือ พร้อมกับดูกล้องที่คล้องคอซึ่งเป็๞รุ่นใหม่ที่มีค่าในการใช้งานสูง

                จอมพธูจึงถือโอกาสเดินสำรวจรอบห้องเพราะถือว่าได้รับคำเชื้อเชิญจากคุณนามเรียบร้อยและชวนชุมสายพูดคุยในเ๱ื่๵๹ที่อยากรู้

                “ฉันเพิ่งมีโอกาสเห็นสตูดิโอฯของจริงก็วันนี้ดูแล้วมีมนต์ขลังดีเหมือนกันนะคะ”

                ชุมสายขยับกรอบแว่นสีทองอย่างสงสัย “ยังไงครับที่คุณจอมพูดว่ามีมนต์ขลัง”

                “ดูสิคะ”หล่อนพยักพเยิดไปยังช่างภาพหนุ่ม “ไม่พูดไม่จายังกับคนถูกสะกดจิต”

                พอรู้ว่าจอมพธูหมายถึงอะไรทั้งหมดจึงหัวเราะขึ้นพร้อมกัน แม้จะเสียงเบา แต่ภายในห้องซึ่งก่อผนังจนมิดทำให้เสียงนั้นก้องไม่เบา คุณนามจึงเงยหน้าขึ้นมอง แววตาคมกริบ แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร

                ผ่านไปสิบกว่านาที คุณนามคงจะตรวจตราอุปกรณ์ทุกชนิดเรียบร้อยจึงละสายตาจากไฟแฟลชซึ่งตั้งอยู่หน้าฉากเป็๞รายการสุดท้าย หันมาคุยกับชุมสาย

                “ตกลงอีกสองวันทางมาดามคอนเฟิร์มงานชัวร์แล้วใช่ไหมที่จะมาถ่ายที่สตูดิโอฯของเรา”

                “ไม่ต้องห่วงผมจัดการคุยต่อรองราคาค่าเช่าพร้อมเหมาค่าตัวของนายกับฝ่ายประสานงานเรียบร้อยแล้ว”

                “แล้วใครจะเป็๲แบบมาถ่าย”

                ชุมสายส่งสายตาเป็๞เชิงมีนัยเมื่อพูดถึงชื่อนางแบบ“มีสองคนเห็นว่าเป็๞สาวลูกครึ่งจากโมเดลลิ่งไหนสักที่ล่ะ แต่อีกคน...ก็ไม่ใช่ใครอื่นคนคุ้นเคยของนายนั่นล่ะ”

                คำว่า ‘คนคุ้นเคย’ เรียกความสนใจจากผู้ฟังอยู่เงียบๆทีเดียว!

                คุณนามไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านั้นคงเป็๞ที่รู้กันกับชุมสายว่าคนคุ้นเคยที่พูดหมายถึงใครแต่ความอยากรู้ของอานนท์ดูจะมากกว่า จึงเป็๞ฝ่ายพูดขึ้น

                “ใครกันเหรอครับคุณชุมสายมีอะไรเป็๲พิเศษกับคุณนามหรือเปล่า”

                จอมพธูเหลือบตามองเห็นคุณนามตวัดสายตามองชุมสาย ซึ่งเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนว่าเ๹ื่๪๫นั้นควรเล่าหรือไม่กลับพูดได้สนุกปากอย่างกันเอง

                “อ๋อ...นางแบบที่ตอนนี้กำลังขึ้นหม้อที่สุดคนหนึ่งไงครับผมว่าคุณนนท์น่าจะรู้จักคุณบัวนะครับ เธอได้ขึ้นปกนิตยสารตั้งไม่รู้กี่ฉบับแถมตอนนี้ได้ข่าวว่าทางสายหนังสายละคร ต่างรุมจองตัว ให้เธอไปร่วมงานด้วยเป็๲แถว”

                อานนท์คงพอรู้แล้วกระมังว่าผู้หญิงชื่อ ‘บัว’ ที่ชุมสายกล่าวถึงเป็๞ใครต่างกับจอมพธูซึ่งสนใจงานพวกแฟชั่นเพียงผิวเผินจึงไม่รู้จักหน้าค่าตาของดารานางแบบสักเท่าไหร่รู้แต่ว่าเมื่อชุมสายเอ่ยถึงชื่อผู้หญิงคนนั้น ดูท่าทางคุณนามจะมีปฏิกิริยาอึดอัดอย่างไรชอบกล

                “ผมว่าถ้าคุณนนท์เห็นตัวจริงของคุณบัวก็น่าจะชอบอยู่นะครับ” ชุมสายเข้ามากอดคออานนท์ทำตัวราวกับสนิทสนมมานาน พูดเบาจนเกือบเป็๲กระซิบ “แต่ผมว่าอย่าไปคิดชอบเลยครับเพราะเธอคงไม่นึกชอบใครอีกแล้ว ถ้าไม่ใช่...”

                จอมพธูซึ่งเงี่ยหูฟังพอจะเข้าใจการตีความทางสายตาของชุมสายออกแล้ว เมื่อเขาปรายตามองไปยังคุณนามซึ่งยืนเอียงคอ ใบหน้านั้นหุบสนิทตามเดิม

                บอกไม่ถูกเหมือนกัน...ว่าหล่อนรู้สึกอย่างไรที่มีผู้หญิงเป็๲ถึงนางแบบระดับแถวหน้าหมายตาคุณนามอยู่ในตอนนี้

                ชื่อของนางแบบคนนั้นจึงติดอยู่ที่ริมฝีปากจอมพธู...ลากยาวไปจนกระทั่งกลับถึงบ้านแล้วทีเดียว

    ..................................................จบตอนที่ 6