โต๊ะของพวกเขาสองคนตั้งอยู่ริมท้ายสุดจึงไม่มีใครสังเกตเห็น อาหารบนโต๊ะนี้มีครบถ้วนแต่ไม่มีพิธีกรจัดคนมานั่ง น่าจะเป็โต๊ะที่จองไว้ให้ใครบางคนโดยเฉพาะ
โจวเซี่ยกินไปได้สักพักก็หยุดเพราะอิ่มแล้ว เดิมทีเธอกับพ่อมีไฟแค้นอยู่ในใจจึงกินได้ไม่เท่าไร จากนั้นเธอก็เลือกหยิบอาหารจานหลักสองสามอย่างใส่ลงในกระเป๋าสะพาย ซึ่งจริง ๆ แล้วคือการเก็บเข้ามิติส่วนตัว
เมื่อฟังเสียงซุบซิบของคนรอบข้าง ปรากฏว่าเ้าสาวเป็ลูกสาวของผู้อำนวยการโรงงานสิ่งทอแห่งที่สอง ทุกคนต่างบอกว่าสวีกังปีนขึ้นกิ่งไม้สูงได้สำเร็จ ต่อไปอนาคตต้องรุ่งโรจน์แน่นอน
ในตอนนั้น เ้าบ่าวและเ้าสาวเดินมาดื่มอวยพรถึงโต๊ะข้างหน้าพวกเขา โจวเซี่ยลอบสังเกตคนทั้งสอง นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นผู้ชายที่นางเอกชอบแบบตัวเป็ ๆ จะว่าไปเขาก็หน้าตาดูดีทีเดียว แถมยังตัวสูง ไม่แปลกใจเลยที่นางเอกจะชอบ
แต่ทำไมถึงทำเื่ระยำแบบนี้ล่ะ? ใช้ประโยชน์จากนางเอกเพื่อบรรลุเป้าหมายของตัวเอง ช่างเ้าเล่ห์และใจดำสิ้นดี
เ้าสาวก็หน้าตาพอใช้ได้ แต่ดูเหมือนจะโตเกินวัยไปหน่อย ดูแก่กว่าสวีกังหลายปี โจวเซี่ยเท้าคางมองคนสองคนที่เดินดื่มอวยพรไปทีละโต๊ะ โดยรวมแล้วถือว่าเหมาะสมกัน เพียงแต่สวีกังผิวขาวจึงดูเด็กกว่า
พอโต๊ะนั้นดื่มเสร็จ เมื่อแม่ของสวีกังเหลือบมาเห็นโต๊ะสุดท้ายนี้ ใบหน้าก็หม่นลงทันที เธอรีบเรียกพ่อสวี "เหล่าสวี โต๊ะนั้นไม่ใช่ว่าจองไว้ให้พวกผู้นำในโรงงานเหรอ? ใครไม่รู้เื่รู้ราวไปนั่งตรงนั้นกัน? แถมยังทำอาหารบนโต๊ะเละเทะหมด แบบนี้มันหาเื่ชัด ๆ !"
ต้องรู้ว่าอาหารโต๊ะนั้นราคาไม่ใช่ถูก ๆ !
เมื่อสวีจงเฉิงเห็นว่าอาหารบนโต๊ะถูกแตะต้อง และอาหารจานหลักหลายอย่างหายไป ใบหน้าเขาก็เริ่มเสียอาการ
แต่ทว่าญาติสนิทมิตรสหายต่างก็อยู่ที่นี่กันหมด!
เขาจึงไม่สามารถะเิอารมณ์ออกมาตรง ๆ ได้ จึงได้แต่สั่งให้คนไปเตรียมอาหารอีกโต๊ะ และด้วยความโมโหจึงลากตัวคู่บ่าวสาวเตรียมจะเดินหนีไป ไม่อยากเดินไปชนแก้วกับคนไม่รู้จักกาลเทศะสองคนนั้น
‘คิดจะหลบเลี่ยงงั้นเหรอ มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก…’
โจวเซี่ยลุกขึ้นยืน "นี่! นี่! พวกคุณหมายความว่ายังไง พวกเราก็มางานแต่งเหมือนกัน ทำไมถึงไม่ดื่มอวยพรให้พวกเราล่ะ ครอบครัวคุณดูถูกคนเกินไปแล้วนะ!"
เสียงของโจวเซี่ยดังมาก จนโต๊ะใกล้ ๆ ได้ยินกันหมด และหันกลับมามองทางเธอ
พอได้ยินเสียงนี้ สวีกังก็ตัวสั่นเทิ้ม และเริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดี แต่เขาคิดว่ายัยเด็กบ้านนอกคนนั้นไม่มีทางมาที่นี่ได้ เพราะไม่มีใครแจ้งเธอ แล้วเธอจะมาได้อย่างไร
‘คงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง?’
เขาหันกลับไปมอง แล้วหัวใจก็หล่นวูบเมื่อสบตาเข้ากับโจวเซี่ย เป็เธอจริง ๆ ด้วย เธอต้องมาป่วนแน่ ๆ สวีกังเปลี่ยนสีหน้าเป็โกรธเกรี้ยวขึ้นมาทันที "เธอมาทำอะไรที่นี่? คิดจะมาทำลายงานแต่งของฉันเหรอ ฝันไปเถอะ!"
โจวเซี่ยหรี่ตาลง ‘เฮอะ! ทำผิดแล้วยังจะมาทำเป็กร่างอีก เห็นแล้วน่าโดนหมัดสักทีจริง ๆ ’
ยังไม่ทันที่โจวเซี่ยจะตอบ โจวเหล่าต้าก็ลุกขึ้นยืนแล้วชกเข้าที่ใบหน้าของสวีกังอย่างจัง จนเกิดรอยเขียวช้ำรอบดวงตาทันที เ้าสาวชะงักไปครู่หนึ่ง พอเห็นหน้าสวีกังก็กรีดร้องออกมา "คุณเป็ใคร? มีสิทธิ์อะไรมาตีคน!"
โจวเซี่ยอาศัย่ชุลมุนถีบสวีกังไปอีกสองที
ไหนบอกว่าจะไม่โมโหไง?
เธอทนไม่ไหวจริง ๆ ความจริงขอแค่สวีกังพูดจาดี ๆ และคืนเงินมา เธอก็ไม่อยากจะถือสาคนแบบนี้ เพราะอย่างไรต่อไปก็ไม่ต้องเจอกันอีก ไม่จำเป็ต้องเสียเวลา
แต่ในเมื่อเขาทำเกินไปขนาดนี้ ก็โทษพวกเธอสองพ่อลูกไม่ได้ ต้องรู้ไว้ด้วยว่า ตระกูลโจวมีศิลปะการต่อสู้ที่สืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษ การที่ไม่ชกสวีกังจนตายคามือ ก็ถือว่าเมตตาปรานีมากแล้ว
พอเริ่มมีการปะทะกัน ผู้คนจำนวนมากก็รุมล้อมเข้ามา พ่อสวีรีบดึงตัวลูกชายขึ้นมาแล้วกระซิบสั่งข้างหู "รีบพาเมียแกออกไปเร็วเข้า เดี๋ยวพวกเราจะลากพ่อลูกคู่นี้ไปคุยที่บ้าน เื่นี้จะให้ผู้อำนวยการฟางรู้ไม่ได้เด็ดขาด"
สวีกังฝืนตัวลุกขึ้นจากพื้น จากนั้นก็ลากเ้าสาวเดินออกไป และดึงเธอเข้าไปในบ้านเพื่อนบ้าน ส่วนโจวเซี่ยและพ่อก็ถูกสามีภรรยาสวีและญาติ ๆ ลากเข้าไปในบ้าน พร้อมกับปิดประตูลงกลอน
พ่อสวีสะกดกลั้นความโกรธ สั่งให้ญาติ ๆ ออกไปให้หมด เขา้าข่มขวัญโจวเหล่าต้า "ผมบอกคุณเลยนะคุณโจว ถ้าคุณยังก่อเื่อีก ผมจะแจ้งตำรวจ"
โจวเหล่าต้าโกรธจัด ต่อยลงบนโต๊ะกาแฟดังปัง! จนโต๊ะแตกกระจายเป็ชิ้น ๆ สามีภรรยาสวีใจนตัวสั่น ขาอ่อนแรงจนทรุดลงไปนั่งกับพื้น
โจวเซี่ยกดตัวพ่อให้นั่งลงบนโซฟา แล้วมองทั้งสองคนด้วยสายตาเยาะเย้ย "ดี! แจ้งตำรวจเลย! ดูสันดานครอบครัวสวีของคุณสิ ยังไม่ได้ถอนหมั้นกับฉันเลยไม่ใช่เหรอ? แต่กลับรีบแต่งงานกับคนอื่นอย่างใจจดใจจ่อ งั้นก็ให้ตำรวจมาช่วยตัดสินให้หน่อยเถอะ"
สองสามีภรรยาสวีหน้าถอดสีทันที เพราะข้างนอกยังมีแขกที่ยังไม่กลับ! ถ้าเื่หลุดออกไปว่าลูกชายเคยแต่งงานตอนลงไปอยู่ชนบท ผู้อำนวยการฟางต้องะเิลงแน่ ๆ โชคดีที่ทั้งคู่ปฏิกิริยาว่องไว รีบลากพ่อลูกโจวเซี่ยเข้ามาในห้องได้ทัน
พ่อสวีตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้น "คุณโจว ลูกสาวคุณกับลูกชายผมไม่ได้จดทะเบียนกัน และลูกชายผมก็ยังไม่ได้แตะต้องลูกสาวคุณเลย แต่คุณยังพาลูกสาวมาหาถึงที่นี่ คุณ้าอะไรกันแน่?"
โจวเหล่าต้าถ่มน้ำลายใส่หน้าพ่อสวี "จะจดทะเบียนหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ในชนบทของพวกเรา แค่จัดงานเลี้ยงก็ถือว่าแต่งงานกันแล้ว ครอบครัวคุณคิดจะเบี้ยวหรือไง? พวกเรามีใบรับรองจากหัวหน้ากองผลิตและชาวบ้านมาด้วย จะให้ฉันเอาไปให้ญาติมิตรของคุณดูด้วยไหมล่ะ"
โจวเหล่าต้าลุกขึ้นยืนและก้าวเดินออกไปข้างนอก แม่สวีเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปดึงตัวโจวเซี่ยโดยไม่สนอะไรทั้งสิ้น "เซี่ยเซี่ย อย่าทำแบบนี้เลยนะ! เป็เพราะลูกชายแม่ไม่ดีกับเธอเอง แต่สวีกังกลับมาแล้วหาทางทำงานไม่ได้เลย ต่อมาเหล่าสวีไปหาผู้อำนวยการโรงงาน แต่เงื่อนไขก็คือต้องแต่งงานกับลูกสาวของเขา
ตอนนั้นสวีกังไม่ยินยอม! เขาบอกว่ามันผิดต่อเธอ เซี่ยเซี่ย ลูกชายแม่ยืนกรานว่าจะรอเธอคนเดียวจริง ๆ เป็เพราะแม่กับเหล่าสวีบีบบังคับเขาทุกวิถีทาง เขาถึงต้องยอมแต่งงาน เด็กน้อยเอ๋ย ในเมื่อเธอรักสวีกัง งั้นก็ปล่อยเขาไปเถอะนะ! ฮือ ๆ ๆ ๆ "
แม่สวีโยนความผิดทั้งหมดไปที่ผู้อำนวยการฟาง ทำเหมือนลูกชายเธอเป็ของล้ำค่าที่ผู้อำนวยการฟางอยากจนพวกเขาไม่มีทางเลือก
เธอลดเสียงให้ต่ำลงและร้องไห้อย่างโศกเศร้า จนโจวเซี่ยอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ "พวกคุณนี่แสดงเก่งจริง ๆ น่าเสียดายนะที่มุกนี้ใช้กับฉันไม่ได้ผล เลิกเสแสร้งได้แล้ว คืนเงินมาให้พวกเรา แล้วเราจะไปทันที
จากนี้ไปทางใครทางมัน ไม่อย่างนั้น ฉันจะไปหาผู้นำในโรงงานของคุณ ได้ยินว่าผู้อำนวยการโรงงานคนนั้นเป็ดองกับบ้านคุณพอดี ให้เขามาช่วยตัดสินให้ก็น่าจะดีนะ"
สองสามีภรรยาสวีมองหน้ากัน รู้ว่าถ้าวันนี้ไม่ยอมเสียเงินคงผ่านเื่นี้ไปไม่ได้ พวกเขาประมาทเกินไป คิดว่าการไม่ได้จดทะเบียนกับยัยเด็กบ้านนอกคนนี้จะไม่มีปัญหา เพราะคิดว่าพวกคนในชนบทมืดแปดด้าน คงหาพวกตนไม่เจอหรอก
แต่ตอนนี้ดูเหมือนความคิดของพวกเขาจะโง่เขลาและผิดพลาดอย่างมหันต์ คนตระกูลโจวรับมือยากจริง ๆ แถมยังมาในวันที่จัดงานแต่งงานพอดี
ถ้าเป็เวลาปกติ พวกเขาคงไม่สนใจ หรือไม่ก็จ้างคนมาซ้อมสองพ่อลูกนี้ให้ออกไป แต่ทว่าวันนี้ญาติมิตรอยู่กันครบ ถ้าเกิดเื่วุ่นวายขึ้นมา มันคงกลายเป็เื่ตลกครั้งใหญ่แน่
ทั้งคู่แอบไปกระซิบกระซาบกันอยู่นาน ดูเหมือนจะตกลงกันได้ จึงเดินกลับมา แม่สวีพูดด้วยรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา "พวกคุณ้าเงินเท่าไร?"
โจวเซี่ยยิ้ม "ตอนนั้นสวีกังหลอกเงินจากบ้านฉันไปห้าร้อยหยวน ยังมีค่าจัดงานเลี้ยงของบ้านฉันอีก รวมถึงเงินที่ฉันใช้จ่ายให้เขาตลอดหลายปีนี้ และค่ารักษาอาการาเ็ที่ขาของฉันเพราะช่วยชีวิตเขา รวมแล้วแปดร้อยกว่าหยวน ฉันไม่ขอมาก ให้ฉันแปดร้อยก็พอ"
"อะไรนะ? แปดร้อย! ทำไมเธอไม่ปล้นไปเลยล่ะ? ช่างโลภมากจริง ๆ พวกเราไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอก"