“เจ้าชายที่รักของข้าเมื่อมาถึงเวลานี้ข้าก็รู้แล้วว่าถึงข้าจะมอบความรักให้ท่านมากมายสักเพียงไรก็ตามแต่ถ้าท่านไม่ปรารถนาในความรักนั้นมันก็ไม่มีความหมายอะไรเวลานี้ท่านได้ทำร้ายหัวใจของข้าอย่างย่อยยับซึ่งสักวันหนึ่งท่านก็คงจะทำต่อนางเช่นนี้เหมือนกัน แต่เมื่อข้ารักท่านมากเช่นนี้ข้าก็จำเป็นต้องตัดใจเพื่อแก่ความสุขของท่านทั้งที่รู้ดีว่านับแต่วันนี้เป็นต้นไปท่านจะไม่กลับมาหาข้าอีกแล้ว”เขาผลุดลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมกับกล่าวว่า
“มาเถอะข้าพร้อมแล้วเพื่อความรักที่ข้ามีต่อท่าน ไหนๆเมื่อท่านจะลาจากไปอย่างนี้ก็ขอให้เราได้ดื่มไวน์เป็นการอำลากันสักแก้วหนึ่งก่อนเมื่อดื่มแล้วท่านก็กลับไปหาเจ้าหญิงผู้แสนบริสุทธิ์ของท่านก็แล้วกันข้าเองก็จะไปตามทางของข้า” เขาเดินตรงไปยังโต๊ะกลมมุมห้อง ซึ่งบนโต๊ะนั้นมีถาดเงินวางอยู่พร้อมด้วยถ้วยและขวดไวน์“ว่าแต่ว่า...นางไม่เคยรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเราเลยใช่ไหม”เขาเอ่ยถามอย่างใช้ความคิด
“ไม่เคย” เบซิลตอบทันที“แมรินน่ะยังไร้เดียงสาในเรื่องนี้อยู่มากทีเดียวนะนางไม่เคยมีความรู้เรื่องการรักร่วมเพศระหว่างเราและถึงจะรู้ก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดีและถ้ารู้ว่าคนหนึ่งในจำนวนนั้นมีข้ารวมอยู่ด้วยก็คงจะต้องตกใจอย่างมากทีเดียวนางไม่ได้เกิดในคอนสแตนติโนเปิ้ลนี่จะได้รู้ว่าเรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่เรื่องผิดปรกติธรรมดาแต่อย่างใด”
เบลลิซาริอุสยืมก้มตัวอยู่ตรงโต๊ะเขาพยักหน้าราวจะยอมเข้าใจในคำอธิบายของเจ้าชายเบซิล บนนิ้วชี้ข้างขวานั้นเขาสวมแหวนทับทิมวงใหญ่ไว้และทันใดเขาก็หมุนหัวแหวนเทผงที่อยู่ในช่องกลวงภายในลงในถ้วยทองคำอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรินไวน์สีแดงปานหยาดโลหิตลงในถ้วยทั้งสองใบนั้นและผงที่เทลงไว้ในตอนแรกก็ละลายลงอย่างรวดเร็วเมื่อเขาหยิบถ้วยทองคำทั้งสองใบขึ้นมาถือไว้ในมือนั้นสีหน้าของเบลลิซาริอุสเกลื่อนอยู่ด้วยรอยยิ้ม
เขาเดินตรงเข้ามาหาเจ้าชายเบซิลด้วยท่าทางสง่างามพร้อมกับยื่นถ้วยทองคำใบหนึ่งไปให้ตรงหน้า
“เราควรจะดื่มเพื่ออะไรดีล่ะเจ้าชายที่รักของข้า”เขาเอ่ยถามขึ้น “ในเมื่อมันจะเป็นการดื่มครั้งสุดท้ายระหว่างเรามันก็ควรจะเนื่องในโอกาสอันพิเศษสุดสิจริงไหม”
“ขอให้เรามาดื่มเพื่อความสุขในวันข้างหน้าของเราทั้งสองคนก็แล้วกัน”เบซิลตอบ “เบลลิซาริอุสที่รักของข้าข้าอยากจะบอกกับเจ้าตามตรงว่า ข้ารู้สึกเสียใจยิ่งนัก เมื่อคิดถึงว่าข้าได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เจ้าอย่างเหลือคณนาข้าอยากจะให้เจ้ามีความสุขเช่นที่ข้ากำลังมีอยู่ในเวลานี้เสียเหลือเกิน”
เบลลิซาริอุสยิ้มกว้างให้
“ข้าก็กำลังมีความสุขจริงๆอย่างที่ท่านหวังเสียด้วยสิเบซิล” เมื่อพูดจบเขาก็ยกถ้วยทองคำในมือขึ้นจรดริมฝีปากและดื่มรวดเดียวเกลี้ยง ซึ่งเจ้าชายเบซิลก็ทำตาม
เมื่อถ้วยทองคำทั้งสองใบถูกวางลงบนโต๊ะอีกครั้งเบลลิซาริอุสก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแปลกเปลี่ยนไปว่า
“นับแต่นี้เป็นต้นไปเจ้าหญิงแสนสวยคนนั้นก็จะได้เรียนรู้อย่างรวดเร็วว่าคนอย่างท่านนั้นสามารถจะเขี่ยคนที่ท่านไม่ต้องการอีกต่อไปแล้วออกไปจากชีวิตได้อย่างง่ายดายเพียงไรแม้ว่าคนคนนั้นจะเป็นคนที่ท่านบอกว่ารักอยู่ตลอดเวลาก็ตามทีนางจะได้รู้ว่าท่านได้สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้กับข้ามากแค่ไหนและนางจะต้องถูกบังคับให้จมอยู่กับความทุกข์ในความรักนี้ไปจนชั่วชีวิตเมื่อใครก็ตามมาพบเราตายอยู่เคียงข้างกันเบซิล...ขอให้ท่านรู้ไว้ว่าทุกคนต่างก็จะพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์ของเราความลับที่ท่านต้องการปกปิดมันจะถูกเปิดเผยขึ้นและเสียงติฉินนินทาดังกล่าวนั้นจะต้องสะท้อนไปเข้าหูเมียของท่านจะทำให้นางต้องได้รับความอับอายไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่” เขาเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างสำราญใจด้วยน้ำเสียงของคนที่ใกล้วิกลจริต
“แต่การแก้แค้นอันยิ่งใหญ่ของข้าต่อท่านทั้งสองก็คือนางจะไม่มีวันเสื่อมคลายความสงสัยว่าจริงๆแล้วท่านน่ะหรือที่รักนางจริงและท่านก็ไม่อาจมีชีวิตอยู่เพื่อจะปลอบโยนให้นางคลายความสงสัยนั้นลงได้อีกต่อไปไม่มีชีวิตอยู่เพื่อปฏิเสธข่าวลือ ในความสัมพันธ์ระหว่างท่านกับข้าเสียด้วยสิ...อาช่างนาเวทนาอะไรเช่นนี้” เบลลิซาริ-อุสเปล่งเสียงหัวเราะเหมือนคนบ้าก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง
เบซิลรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั่วทั้งร่างกายเหมือนถูกทิ่มแทงด้วยวัตถุมีคมทั่วร่าง
“เบลลิซาริอุส...” เขาครางชื่อชู้รักออกมา “นี่เจ้าทำอะไรข้า” ร่างของเขาล้มลงกับพื้นเคียงข้างและรอยยิ้มอย่างผู้ชนะก็ฉาบขึ้นบนใบหน้าของนักแสดงหนุ่มผู้นั้น
“ท่านถามว่า...ข้าทำอะไร...ท่านเช่นนั้นหรือ”สีหน้าของเขาเผือดซีดลงทุกขณะ ลมหายใจก็ดูจะติดขัดขึ้นกว่าเดิม “ข้าไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า...การที่จะรับรอง...กับตัวเองว่า...ท่านจะต้องเป็น...ของข้า...ตลอดไปเท่านั้น...ยอดรักของข้า...นางไม่อาจมาแย่งชิงท่านไปจากข้าได้...เพราะว่า...ท่านเป็นของข้า”และในนาทีนั้นที่เขาถลันร่างเข้าในอ้อมกอดของเบซิลและขาดใจตาย
ร่างกายของเบซิลไร้ความรู้สึกไปแล้วยามที่เบลลิซาริอุสโถมร่างเข้ามาหาเป็นครั้งสุดท้ายนั้นเบซิลก็ร้องออกมาอย่างแผ่วเบาว่า
“แมริน...” และขาดใจตายตาม
บรรยากาศภายในห้องที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามเงียบกริบราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นและแล้วประตูบานที่เปิดติดต่อกับห้องนอน ก็เปิดออกพร้อมกับที่เด็กหนุ่มคนหนึ่งก้าวออกมาทันทีที่เห็นร่างนอนกอดก่ายกันอยู่เขาก็ชะงักไปแต่แล้วคล้ายกับจะสังหรณ์ใจในอะไรบางอย่างที่ทำให้เด็กหนุ่มค่อยๆเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ และแล้ว ก็ร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
เด็กหนุ่มรีบออกจากห้องวิ่งไปตามช่องทางเดิมซึ่งทะลุติดต่อกันทั่วพระราชวังจนในที่สุดก็มาถึงส่วนที่เป็นตำหนักส่วนตัวของเบซิลเมื่อเดินเข้าไปยังห้องโถงของตำหนักนั้นเขาก็พบเข้ากับนาราและแจ้งความประสงค์ว่าขอเข้าพบชายาของเจ้าชาย
“เห็นจะไม่ได้หรอก” นาราตอบ “ตอนนี้เจ้าหญิงกำลังสนทนาอยู่กับท่านมารดาผู้ใดจะเข้าไปรบกวนไม่ได้”นาราตอบ
“แต่ข้าต้องเข้าพบให้ได้ข้ามีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งให้เจ้าหญิงทรงทราบ” เด็กหนุ่มยืนยัน
“เอ๊ะ...ข้าบอกไม่ได้ก็ไม่ได้สิ”นาราเอ็ดให้ “ไปได้แล้ว”
เด็กหนุ่มซึ่งเป็นผู้รับใช้ส่วนตัวของเบลลิซาริอุสร้องไห้ออกมาทันที
“เวลานี้นายข้าตายแล้ว และเจ้าชายก็ตามด้วย”เด็กหนุ่มสะอึกสะอื้น “ข้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงข้าจึงมาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหญิง” เด็กหนุ่มยกหลังมือขึ้นเช็ดน้ำตา
“หา...เจ้าว่าอะไรนะ” นาราร้องอย่างตกใจ “แด็กด้า...แด็กด้า...มานี่หน่อยเร็ว”หล่อนกระชากมือเด็กหนุ่มให้เดินตามออกไปยังห้องข้างนอกอย่างเร่งรีบเมื่อเผชิญหน้ากับบุรุษร่างยักษ์ เด็กหนุ่มคนนั้นก็ถึงกับตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“ไม่ต้องกลัวหรอกเจ้าหนู” แด็กด้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เจ้าเป็นใครล่ะแล้วก็มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือ”
“ข้าชื่อปอลเป็นข้ารับใช้ของท่านเบลลิซาริอุสซึ่งเป็นนักแสดงผู้หญิงใหญ่ ข้าเพิ่งมาจากที่อยู่ของเขา เวลานี้ทั้งนายข้าและเจ้าชายนอนตายอยู่ในห้องนั้นด้วยกันขอรับ”
“ขอพระเจ้าทรงคุ้มครองด้วยเถิด”นาราร้องออกมาอย่างตกใจ แต่แล้วก็รีบหุบปากเมื่อเห็นสายตาของแด็กด้าที่มองมาอย่างดุดัน
“เจ้าแน่ใจหรือเจ้าหนู ว่าทั้งสองคนนั่นตายแล้ว” แด็กด้าหันไปถามเด็กหนุ่ม
“ขอรับกระผม ข้าเอามืออังที่จมูกแต่ไม่มีลมหายใจเลย ข้าเข้าไปในห้องนั้น เพราะถึงเวลาที่นายข้าจะต้องอาบน้ำข้าต้องรีบไปเตือน เพราะถ้าอุณหภูมิของน้ำไม่เหมาะสมหรือเป็นที่ถูกใจนายจะสั่งเฆี่ยนข้า...ข้าไม่ได้คิดจะแอบเข้าไปดูอะไรในห้องนั้นเลยขอรับกระผม”เด็กชายตอบเสียงสั่นเพราะรู้ดีว่าเรื่องที่กำลังเกิดอยู่ในเวลานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กเสียแล้ว
“แล้วทำไมเจ้าถึงวิ่งมาที่นี่ล่ะเจ้าหนู”แด็กด้าซักต่อ
“ก็ที่นี่ไม่ใช่ตำหนักของเจ้าชายกับชายาหรอกหรือขอรับกระผมและเจ้าชายก็นอนตายอยู่ข้างนายข้าด้วย แล้วท่านจะให้ข้าไปที่ไหนได้ล่ะขอรับกระผม”
“ฟังนะนารา” แด็กด้าหันไปทางสาวใช้ส่วนตัวของแมริน“เจ้าจะต้องปิดบังเรื่องนี้ไว้เป็นความลับจงอย่าแพร่งพรายให้ผู้ใดรู้เป็นอันขาดจนกว่าข้าจะได้เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยตาข้าเองเสียก่อน”
นาราพยักหน้าอย่างตกใจกลัว
แด็กด้าหันมาสั่งเด็กหนุ่มให้ยืนอยู่กับนาราก่อนขณะที่เขาวิ่งไปยังที่พำนักของเบลลิซาริอุสเมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดเห็นการกระทำของตนแล้วแด็กด้าก็รีบเปิดประตูห้องเข้าไปภายในที่จริงแด็กด้าเองก็เคยได้ยินข่าวลือเรื่องที่เจ้าชายเบซิลมีความสัมพันธ์กับเบลลิซาริอุสมาก่อนและรู้ด้วยว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวได้สิ้นสุดลง เมื่อเบซิลแต่งงานกับแมรินแต่เมื่อเขาเห็นภาพบุรุษทั้งสองตายอยู่ในอ้อมแขนของกันและกันเช่นนี้แด็กด้าก็ขบริมฝีปากด้วยความรู้สึกเหยียดหยาม
เขาเริ่มลงมือจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดอยู่ต่อหน้าบอกตัวเองว่า จะต้องแยกร่างของคนทั้งสองออกจากกันเพื่อที่ว่าเมื่อแมรินมาเห็นจะได้ไม่รู้สึกเสียใจมากจนเกินไปนักแด็กด้าลากร่างเบลลิซาริอุสออกจากอ้อมแขนของเจ้าชายก่อนจะอุ้มร่างเจ้าชายขึ้นวางลงบนเก้าอี้นวมตัวยาวโดยใช้หมอนรองรับศีรษะไว้ดูเหมือนเขาจะทำได้ดีที่สุดเพียงเท่านี้ อย่างน้อยคนทั้งสองก็ไม่ได้กอดกันตายอย่างที่เห็นในตอนแรกเมื่อเรียบร้อยแล้วเขาก็รีบวิ่งไปตามแพทย์หลวงชื่อดีเมทริโอส