บทที่ 5 รับไอเทม
ประโยคครึ่งหลังนั้นเขาพูดด้วยเสียงที่เบามาก แฝงไปด้วยความรู้สึกเสียดายที่สังเกตได้ยาก ทำเอาอวี้เจียวรู้สึกหนาวสันหลังวาบ
"อะไรนะคะ?"
แต่เมื่อเธอถามอีกครั้ง ริสเตอร์กลับไม่พูดเื่นี้ต่อ
"ท่านรีบกลับไปเถอะครับ ใกล้จะมืดแล้ว"
อวี้เจียวได้ยินดังนั้นก็มองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความลนลาน เธอเห็นแสงอาทิตย์ด้านนอกที่กำลังจะเลือนหายไป
"ขอบคุณค่ะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้"
เธอทิ้งประโยคนี้ไว้อย่างรีบร้อน แล้ววิ่งเท้าเปล่าออกจากห้องไปทันที
หลังจากที่ร่างเล็กบอบบางนั้นหายไปแล้ว ริสเตอร์ที่มีรอยยิ้มอบอุ่นสุภาพบนใบหน้าก็เปลี่ยนสีหน้าทันที เขาลูบนิ้วมือที่เพิ่งััปอยผมของอวี้เจียวอย่างช้า ๆ
ในอากาศดูเหมือนยังหลงเหลือกลิ่นหอมสะอาดและหวานละมุนที่เป็เอกลักษณ์ของหญิงสาวคนนั้น ทำให้ริสเตอร์รู้สึกว่าร่างกายเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมา
อวี้เจียว
ราชินี...
"ฮู้ว"
หลังจากอวี้เจียวออกมาจากห้อง เธอก็ปิดประตูลงอย่างแรงแล้วพิงผนังอยู่ข้างๆ พลางหอบหายใจและเริ่มลังเลขึ้นมา
"006 เรายังต้องไปที่ห้องของเ้าหญิงอยู่ไหมคะ?"
006 ยังไม่ทันได้พูดอะไร อวี้เจียวเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นคอมเมนต์ที่ลอยอยู่ในอากาศกำลังเลื่อนไปเรื่อย ๆ ทุกอย่างที่เขียนไว้ล้วนไม่น่าฟังเลย
[อ้าว เจอ NPC ที่ดูใจดีหน่อยก็กลัวจนตัวสั่น ห้องใต้ดินน่ะสยองกว่านี้ตั้งเยอะ เธอนี่อยู่สบายจังนะ]
[แค่จะเข้าไปในห้องที่ไม่มีคนยังไม่กล้า จะเป็แจกันดอกไม้ (สวยแต่ไร้ค่า) ไปถึงไหนเนี่ย]
[พวกนายจะเถียงอะไรกันนักหนา ถ้าทนดูไม่ได้แล้วจะมาคอมเมนต์ทำไม?]
[ก็นั่นน่ะสิ อิจฉาภรรยาคนสวยล่ะสิที่เจอบอสใหญ่แล้วไม่เป็อะไร ไม่เหมือน 'เหลียงเว่ย' ของพวกนายหรอก รู้จักแต่ใช้กำลัง ของเรานี่เขาเรียกว่าใช้สมองสยบ!]
[ก็ NPC บอกแล้วว่าตอนมืดมันไม่ปลอดภัย จะบังคับให้สตรีมเมอร์ไปหาที่ตายให้ได้เลยหรือไง]
[...]
อวี้เจียวเมื่อเห็นแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรดี
ในใจพลันเกิดความรู้สึกขมขื่นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ขณะเดียวกันก็ทำให้ความตั้งใจในใจเธอมั่นคงขึ้น
เธอไม่ได้เดินไปที่บันไดเพื่อจากไป แต่กลับหันหลังเดินไปยังห้องที่อยู่สุดทางเดินแทน
006 รู้ว่าเธอถูกกระตุ้นความรู้สึก หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็เลือกที่จะให้กำลังใจ
[โฮสต์ครับ คุณไม่ต้องสนใจคำพูดในคอมเมนต์มากนัก ในนี้มีคนที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นและชอบด่าคนอื่นอยู่มาก]
แม้แต่ผู้เล่นเก่าที่มีประสบการณ์และไม่เคยทำพลาดเลยก็ยังโดนวิพากษ์วิจารณ์ นับประสาอะไรกับผู้เล่นที่เพิ่งเข้าเกมมาแล้วโดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ขนาดนี้ ยิ่งต้องเจอมากกว่า
ประโยคหลังของ 006 ไม่ได้พูดออกมา
อวี้เจียวไม่ได้ตอบเขา เธอแอบย่องไปยังห้องข้าง ๆ ราวกับจะประชด
ครั้งนี้เธอระมัดระวังมากขึ้น เคาะประตูสองครั้งจากด้านนอกเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ก่อนที่จะเปิดประตู
หลังจากผลักประตูเปิด ร่างเล็ก ๆ ของเธอก็ลอดผ่านช่องประตูเข้าไป แล้วรีบปิดประตูจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว
"ฮู้ว~"
นี่เป็ครั้งแรกที่อวี้เจียวทำเื่แบบนี้ ในใจเต็มไปด้วยความประหม่าแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคาดหวัง
ห้องนี้ดูเป็ผู้หญิงมากกว่าห้องที่แล้ว เครื่องนอนและเฟอร์นิเจอร์เป็สไตล์วินเทจที่ดูหรูหราสะอาดตา
อวี้เจียวก้าวอย่างระมัดระวังลงบนพรมสีครีมนวลนุ่ม กำลังจะเดินไปดูที่โต๊ะข้างเตียง แต่จู่ ๆ สายตาก็เหลือบไปเห็นกระจกทรงประหลาดที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง
รูปทรงของกระจกบานนั้นไม่สม่ำเสมอนัก แต่ขอบกระจกประดับด้วยกรอบที่ประณีตงดงาม บนนั้นเต็มไปด้วยอัญมณีที่เปล่งประกายระยิบระยับ ดูหรูหราและมีมูลค่ามหาศาล
คนที่เคยอ่านเทพนิยายเื่นี้ย่อมรู้ว่า ในฉากหลังนี้มีกระจกบานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญอยู่
แม้อวี้เจียวจะอยู่กับเขาได้ไม่นาน แต่ในตอนนี้เธอก็เข้าใจความหมายของเขาแล้ว
"นี่คือ...กระจกวิเศษเหรอ?"
006 ไม่ได้พูดอะไร
เขาไม่ใช่คนพูดมากอยู่แล้ว ยกเว้นใน่วิกฤต นอกจากนั้นเขาแทบจะไม่เคยพูดก่อน
แม้จะอยู่ด้วยกันไม่นาน แต่อวี้เจียวก็เริ่มเข้าใจนิสัยของเขาแล้ว
เธอเดินก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง เห็นใบหน้าของตัวเองสะท้อนอยู่ในกระจก
อาจเป็เพราะเหตุการณ์ในห้องเมื่อครู่ทิ้งปมไว้ในใจ เธอจึงอดไม่ได้ที่จะเอียงตัวหลบไปด้านข้างเล็กน้อย
คนในกระจกมีใบหน้าเล็กขาวผ่อง ดวงตาสีชาคู่สวยใสซื่อจนมองเห็นก้นบึ้ง และความหวาดกลัวก็ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาด
ผมสีดำขลับกระจายอยู่ข้างแก้ม ตกลงมาตรงบริเวณกระดูกไหปลาร้าอันงดงาม ยิ่งทำให้ผิวของเธอดูขาวผ่องและใสยิ่งขึ้น
อวี้เจียวเห็นว่าในกระจกไม่มีสิ่งแปลกประหลาดอะไร จึงยกมือปัดเส้นผมไปด้านหลังหู เผยใบหน้าที่งดงามหมดจดออกมา
[เลีย ๆ ภรรยาจ๋า~]
[ภรรยาต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้นะ ให้แต้มดาวกับภรรยาเยอะ ๆ หน่อย ซื้อไอเทมให้ภรรยา~]
อวี้เจียวตอนนี้ไม่ได้เห็นข้อความคอมเมนต์ เธอจ้องกระจกอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเริ่มนึกถึงในนิทานว่าราชินีปลุกกระจกยังไง
ไม่นาน เธอก็กระแอมเบา ๆ ถอยหลังไปครึ่งก้าว แล้วเอ่ยเสียงเบา
"กระจกวิเศษ บอกข้าเถิด... ใครงามเลิศในปฐี?"
สิ้นเสียงคำถาม ในกระจกพลันมีกลุ่มหมอกสีขาวลอยวนขึ้นมา ทำให้ภาพสะท้อนของเธอดูพร่ามัว
อวี้เจียวอดไม่ได้ที่จะถอยหลังไปสองก้าว ในใจกำลังเต้นระทึก ทันใดนั้นก็เห็นตัวอักษรปรากฏขึ้นบนกระจก
[คือท่าน]
ใบหน้าของอวี้เจียวแดงก่ำขึ้นมาทันที เธอเม้มริมฝีปากแล้วเข้าไปใกล้เพื่อดูให้ชัดเจนขึ้น แต่พอเข้าไปใกล้ ตัวอักษรก็หายไป กลายเป็ใบหน้าของเธอตามเดิม
"006 กระจกวิเศษนี้มีประโยชน์อะไรเหรอ?"
อวี้เจียวเอียงหัวมองดูอัญมณี้าด้วยความสงสัย อดไม่ได้ที่จะยื่นนิ้วไปแตะมันเบา ๆ
อื้อ...เจ็บจัง
[โฮสต์ครับ นี่อาจจะเป็ไอเทมสำคัญนะ คุณสามารถพกติดตัวไว้ได้ แต่อย่าให้คนอื่นเห็นล่ะ]
อวี้เจียวพยักหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเช่นนั้น แล้วหยิบกระจกวิเศษมากอดไว้ในอ้อมแขน
เธอกำลังจะสำรวจในห้องต่อ แต่ 006 กลับเอ่ยปากขึ้นอย่างกะทันหัน
[ไปกันเถอะครับ]
อวี้เจียวใกับน้ำเสียงของเขา แต่ร่างกายก็ขยับตามสัญชาตญาณ รีบเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว
เมื่อเธอรีบออกจากห้องและปิดประตูแล้ว 006 จึงพูดครึ่งหลังของประโยคออกมา
[เ้าหญิงกลับมาแล้ว]
หัวใจของอวี้เจียวเต้นแรงขึ้นทันที เธอรีบวิ่งลงบันไดด้วยเท้าเปล่า
หลังจากลงบันไดวนจากชั้นสามมาได้ เธอกำลังจะวิ่งไปยังห้องฝั่งซ้ายของชั้นสอง แต่เพิ่งจะลงมาถึง เธอก็เห็นร่างหนึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น
คนชุดลำลองดูสดใส ทว่าในดวงตาทั้งสองข้างกลับทอประกายแสงสีแดง บนศีรษะประดับด้วยเครื่องประดับผมที่เป็เอกลักษณ์ของเ้าหญิงสโนว์ไวท์
[วิ่งเร็ว!] เสียงของ 006 เ็า
อวี้เจียวไม่สนอะไรอีกแล้ว เธอกอดกระจกวิเศษและซุกกล่องใบเล็กไว้แล้ววิ่งไปทางระเบียงเดินทิศตรงข้ามทันที
คนที่อยู่ข้างหลังไล่ตามมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะทุ้มต่ำที่น่าขนลุก
"จะหนีไปไหนล่ะคะ... ท่านแม่?"
"ฉัน...ฉันไม่ใช่!"
อวี้เจียวใจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา เธอรู้สึกได้ว่าคนด้านหลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด ราวกับว่าอีกวินาทีเดียวก็จะตามทัน
เธอไม่ได้วิ่งแบบนี้มานานแล้ว ในตอนนี้จึงรู้สึกเหนื่อยจนหายใจไม่ทัน
ขณะที่กำลังจะหมดแรง จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่ารอบข้างเงียบสงัดลง
เมื่อเธอหยุดฝีเท้าและเริ่มรู้สึกตัว ถึงได้พบว่าตัวเองวิ่งเข้ามาในโถงทางเดินที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
คนข้างหลังหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว ลมพัดเอื่อย ๆ เข้ามาจากหน้าต่างตรงหัวมุม ทำให้เธออดไม่ได้ที่จะสะดุ้งจนตัวสั่น
มาอีกแล้ว... ความรู้สึกที่เหมือนถูกบางอย่างแอบมองอยู่