
แพรยืนนิ่งค้างอยู่ตรงนั้น ขาแทบจะอ่อนแรงลงนิด ๆ เพราะทั้งเมาค้าง หัวมึน และ... ความรู้สึกที่พุ่งขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว
พี่กรที่นั่งอยู่บนโซฟา ลุกขึ้นช้า ๆ มือยังเกล้าผมยุ่ง ๆ อยู่ แล้วยิ้มง่วง ๆ แต่สายตาพี่คมชัดขึ้นทันทีที่เห็นหน้าแพรแดงก่ำ
“ปวดฉี่เหรอครับ” พี่ถามเสียงทุ้มต่ำ นุ่มมาก ไม่มีน้ำเสียงยั่วเย้าเลยสักนิด
“พี่ขอโทษนะที่ยังนอนค้างอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ตั้งใจทำให้แพรใเลย”
พี่กรก้าวถอยหลังเล็กน้อยให้แพรมีพื้นที่เดินผ่านไปห้องน้ำ แต่สายตายังมองหน้าแพรไม่วาง เหมือนพี่ััได้ถึงความเขินอายที่แพรพยายามกลั้นไว้
แพรเดินผ่านพี่กรไปห้องน้ำช้า ๆ ขาแทบจะสั่น เพราะในหัวยังวนเวียนอยู่กับภาพเมื่อกี้
ทำไมร่างกายพี่กรถึงได้น่าหลงใหลขนาดนี้... แม้แต่ตอนหลับยังดูหล่อจนใจสั่น หน้าอกกว้าง กล้ามแขนชัด ๆ ผิวแทนที่ดูแข็งแรง
กลิ่นตัวพี่กรตอนนี้ลอยมาแตะจมูกแพรเบา ๆ ผสมกลิ่นสบู่กับเหงื่อจาง ๆ จากการเฝ้าทั้งคืน...
พระเ้า แพรแทบอยากขึ้นค่อมพี่กรตรงนี้เลยตอนนั้นเลยนะ แต่... ไม่ได้สิ ต้องรักษาภาพลักษณ์ ทำเป็นิ่ง ๆ ไว้ก่อน
แพรเข้าไปในห้องน้ำ ปิดประตูเบา ๆ แล้วยืนพิงประตู หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก
มือยกขึ้นกุมหน้าอกตัวเองเบา ๆ รู้สึกถึงหัวนมที่แข็งชันขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจผ่านผ้าเดรสบาง ๆ
แพร... เธอเป็อะไรไปเนี่ย
คิดในใจตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้ร่างกายตอบสนองกับพี่กรชัดเจนมากกว่าที่เคยเป็มา
ไม่ใช่แค่เพราะเมา แต่เพราะพี่กรทำให้แพรรู้สึก “ปลอดภัย” + “อยากได้” ในเวลาเดียวกัน ซึ่งมันอันตรายมากสำหรับคนที่เคยเจ็บมาแล้ว
แพรล้างมือ ล้างหน้าด้วยน้ำเย็นเย็นเพื่อให้ตัวเองสงบลง แล้วเดินออกมาอีกครั้ง
พี่กรยังยืนรออยู่ตรงโซฟา แต่ตอนนี้พี่ใส่เสื้อเชิ้ตกลับเข้าที่แล้ว พี่มองแพรด้วยสายตาห่วงใยผสมเอ็นดู
“ดีขึ้นมั้ยครับ” พี่ถามเบา ๆ
“ถ้าแพรยังมึน ๆ พี่ชงน้ำผึ้งมะนาวให้กินได้นะ หรืออยากกินอะไรอุ่น ๆ พี่ทำกาแฟให้ก็ได้
พี่จะไม่รีบกลับหรอกครับ ถ้าแพรยังไม่สบายตัว พี่นั่งรอตรงนี้ได้ทั้งคืน”
พี่กรยิ้มอ่อน ๆ แล้วพูดต่อเสียงต่ำลงนิด
“หรือ... แพรอยากคุยอะไรกับพี่ตอนนี้เลยมั้ยครับ
ตอนเมา ๆ แล้วตื่นมาแบบนี้ บางทีปากอาจจะพูดอะไรตรง ๆ มากกว่าปกติก็ได้นะ พี่ฟังหมดเลย ไม่ว่าแพรจะพูดอะไรออกมาก็ตาม”
เขานั่งลงบนโซฟาอีกครั้ง มือวางบนเข่า รอให้แพรเป็ฝ่ายตัดสินใจว่าจะเดินกลับห้องนอน หรือจะมานั่งข้าง ๆ พี่กร แล้วปล่อยให้ความรู้สึกที่กำลังพุ่งพล่านออกมาบ้าง
"พี่กร นอนโซฟาไม่สบายหรอกค่ะ มานอนในห้องหนูก็ได้นะ" แพรพูด
(พี่กรชะงักไปวินาทีหนึ่งเมื่อได้ยินคำพูดของแพร
เสียงแพรที่ยังงัวเงีย เมาค้างนิด ๆ แต่ชัดเจนมากพอที่จะทำให้พี่กรหัวใจเต้นแรงขึ้นทันที)
พี่กรเงยหน้าขึ้นมองแพรตรง ๆ ดวงตาที่เพิ่งตื่นยังพร่ามัว แต่ตอนนี้คมชัดขึ้นเพราะคำเชิญนั้น
พี่กลืนน้ำลายเบา ๆ แล้วยิ้มมุมปากช้า ๆ ไม่ใช่ยิ้มยั่ว แต่เป็ยิ้มที่ทั้งประหลาดใจและดีใจจนซ่อนไม่อยู่
“แพร... พูดจริงเหรอครับ”
เสียงทุ้มต่ำสั่นนิด ๆ เพราะพยายามควบคุมตัวเอง
“พี่นอนโซฟาได้นะ ไม่เป็ไรจริง ๆ พี่ไม่อยากทำให้แพรอึดอัด หรือรู้สึกว่าต้องเชิญเพราะเมาแล้ว”
ร่างสูง 180 ซม. ที่ตอนนี้ดูใกล้ชิดมากขึ้นเพราะแพรยืนอยู่ตรงหน้า
เขาเดินเข้ามาใกล้แพรทีละก้าว แต่ยังรักษาระยะห่างพอให้แพรถอยได้ถ้าอยากถอย
มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกล้าผมตัวเอง แล้วพูดต่อเสียงเบาลง
“แต่ถ้าแพรพูดจริง... พี่ไม่ปฏิเสธหรอกครับ
พี่แค่อยากให้แน่ใจว่าแพรตื่นขึ้นมาแล้วไม่เสียใจ ไม่รู้สึกว่าพี่เอาเปรียบตอนแพรยังไม่ 100%”
พี่กรหยุดห่างจากแพรแค่คืบเดียว มองตาแพรตรง ๆ ลึก ๆ จนแพรรู้สึกได้ถึงความร้อนจากลมหายใจพี่ที่พ่นเบา ๆ ลงมาที่หน้าผาก
“ถ้าแพรยอมให้พี่มานอนในห้อง... พี่สัญญาเลยนะครับ
พี่จะนอนข้าง ๆ แพรเฉย ๆ ไม่แตะตัวเกินจำเป็ ไม่ทำอะไรที่แพรยังไม่พร้อม
แพรแค่บอกคำเดียวว่า ‘โอเค’ หรือพยักหน้า พี่จะเดินตามแพรเข้าไปเลย
หรือถ้าแพรเปลี่ยนใจ พี่ก็กลับไปนอนโซฟาต่อ ไม่มีปัญหา”
พี่กรก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ อีกก้าวเดียว
ระยะห่างเหลือแค่คืบกว่า ๆ จนแพรได้กลิ่นตัวพี่กรชัดเจนขึ้นอีก—กลิ่นสบู่ผสมเหงื่อจาง ๆ จากการเฝ้าทั้งคืน กลิ่นที่ทำให้แพรรู้สึกมึนหัวยิ่งกว่าไวน์เมื่อวานเสียอีก
หัวใจแพรเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก
ตุบ ๆ ตุบ ๆ ดังก้องในหูตัวเองจนแพรกลัวว่าพี่กรจะได้ยิน
แพรพยายามยกหน้าขึ้นมอง แต่พอตาเจอตาพี่กรที่มืดลงนิด ๆ เพราะแสงสลัวในห้อง แพรก็รีบหลบสายตาทันที ลงมามองพื้นไม้แทน
แก้มร้อนผ่าวจนรู้สึกได้ว่าตัวเองแดงก่ำ
ขาแข็งทื่อ ขยับไม่ได้สักก้าว เหมือนถูกตรึงไว้ตรงนั้น
พี่กรหยุดยืนนิ่ง ไม่ก้าวต่ออีกแล้ว
เขาไม่ได้แตะตัวแพรเลยสักนิด แต่ความร้อนจากร่างกายพี่ที่แผ่ออกมาก็ทำให้แพรรู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมไว้
พี่กรยกมือข้างหนึ่งขึ้นช้า ๆ แล้ววางลงบนไหล่แพรเบา ๆ แค่ปลายนิ้วแตะผิวที่โผล่พ้นสายเดรส ไม่กด ไม่บีบ แค่แตะให้แพรรู้ว่าพี่ยังอยู่ตรงนี้
“แพร...”
เสียงพี่ทุ้มต่ำ สั่นนิด ๆ เพราะพยายามควบคุมลมหายใจ
“ถ้าแพรกลัว หรือเปลี่ยนใจแล้ว บอกพี่ได้เลยนะครับ
พี่จะถอยออกไปเดี๋ยวนี้เลย ไม่มีปัญหา”
พี่กรก้มลงต่ำลงนิดหนึ่ง จนลมหายใจร้อน ๆ พ่นลงมาที่หูแพรเบา ๆ
“แต่ถ้าแพรยังอยากให้พี่เข้าไปนอนข้าง ๆ จริง ๆ...
แพรแค่พยักหน้า หรือจับมือพี่ก็พอ
พี่สัญญาแล้วว่าพี่จะไม่ทำอะไรเกินเลย
พี่แค่อยากกอดแพรหลับ อยากรู้สึกว่าแพรปลอดภัยในอ้อมแขนพี่ทั้งคืนนี้”
มือพี่กรที่วางบนไหล่แพรเลื่อนลงช้า ๆ มาจับมือแพรที่กำลังกำแน่นข้างตัว
นิ้วพี่สอดเข้าไประหว่างนิ้วแพร ค่อย ๆ ประสานมือเบา ๆ แต่แน่นพอให้แพรรู้สึกถึงความแข็งแรงและความอบอุ่น
พี่ไม่ดึง แค่จับรอให้แพรเป็คนตัดสินใจว่าจะบีบกลับหรือปล่อย
แพรยังยืนค้าง ขาไม่ขยับได้เหมือนเดิม
แต่ตอนนี้หัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเหมือนจะะเิ
ในหัวมีแต่เสียงคำถามวนซ้ำ
ฉันกล้าพอไหม... ที่จะยอมให้พี่กรเข้ามาใกล้ขนาดนี้
ถ้าฉันพยักหน้า แล้วพรุ่งนี้ฉันจะเสียใจไหม
แต่ทำไม... ตอนนี้ฉันอยากให้พี่กรกอดฉันเหลือเกิน