หลังจากลงเวทีหลุดออกมาได้รักจังรีบเดินคว้าแขนเมเม่เข้าห้องน้ำยืนล้างหน้าด้วยคิ้วขมวดก่อนใช้มือตบแก้มตนเองเบาๆ พร้อมมองกระจกสร้างความฉงนให้กับเมเม่
“หน้าตาตื่นเป็อะไรของแก” เมเม่พิงอ่างล้างมือหน้ากระจกมองรักจังกะพริบตาถี่
“ไม่ ไม่มี๊” รักจังตอบปัดๆ หลังจากตั้งสติได้ “ภารกิจฉันจบแล้วคงไปได้แล้วสินะ”
“ไม่รู้สิ ไม่มีกิจกรรมอีกหรือไง แค่มาขอลายเซ็นเนี้ยนะ ไร้สาระเป็บ้า” เมเม่เปลี่ยนท่าเป็กอดอกมองรักจังเอาทิชชูซับน้ำที่ล้างมือเสร็จ
“แกก็เลิกว่าน้องสักทีเหอะ ว่ามันจนสมองไม่เอาใจใส่การเรียนแล้ว”
“โอ๊ย สมองฉันนี่สิจะแตกตาย สอนอะไรเคยฟังที่ไหน วันๆ เอาที่กรี๊ดกร๊าด” เมเม่เท้าเอวเปลี่ยนท่าตามความโมโห
“เอาน่าวัยรุ่นสมัยนี้จะให้หัวโบราณแบบแกได้ไงเล่า ปะ ไปหาอะไรกินก่อนกลับกันดีกว่า” รักจังทิ้งขยะลงถังก่อนเดินตีคู่ไปกับเมเม่ที่ลดมือลงก้าวออกจากห้องน้ำแต่ต้องหยุดชะงักพร้อมกันเมื่อมีทีมงานผู้หญิงเสื้อดำยืนรอ รักจังมองเธอก่อนเบี่ยงตัวหลบให้เธอเดินผ่านแต่เธอกลับไม่ได้้าเข้าไปแต่กลายเป็เปิดปากพูดกับรักจังแทน
“ผู้หญิงที่ติดลิฟต์ใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่ค่ะ” รักจังฉีกยิ้มตอบกลับอย่างไม่ต้องคิดก่อนคว้าแขนเมเม่ที่มองงุนงงเดินเลี่ยงออกมาแต่ทีมงานหญิงก็ยังไม่ลดละจ้ำอ้าวตามมาดักหน้ารักจัง
“คือแบบนี้ค่ะ คุณเป็แฟนคลับผู้โชคดีที่ได้ไปเดทกับวงริเวอร์ค่ะ”
“ห๊ะ!” รักจังอุทานเสียงหลงด้วยความใทำเมเม่มึนหนักกว่าเดิม
“ขอทราบเบอร์ที่อยู่ที่ติดต่อได้สะดวกด้วยค่ะ” ทีมงานหญิงยื่นปากกากับเศษกระดาษมาตรงหน้ารักจังด้วยรอยยิ้ม
“ไม่สะดวกค่ะ” รักจังรีบปฏิเสธทันควันพร้อมดันมือที่ยื่นอุปกรณ์ให้กลับคืนเ้าของก่อนถูกเมเม่ดึงแขนเข้ามาชิดตัวแยกตัวไปสุมหัวหลังตั้งสติรวบรวมเหตุการณ์ที่เดาและลำดับเอาเอง
“ไอ้รักนี่คือโอกาสดีนาทีทอง ใกล้ชิดริเวอร์ไหนแกบอกว่าแกจะเอากางเกงในหลุยเทียนเปาไง” เสียงกระซิบที่เบาแสนเบาทำให้รักจังต้องเอียหูฟังจนแทบสิงเข้าไปในปากของเมเม่ “ใกล้ไปปะเนี้ย”
“ก็แกบ่นพึมพำอะไรไม่ได้ยิน” รักจังขมวดคิ้วขยับหน้าออกเลิกคิ้วมองเพื่อน
“แกอยากให้แผนสำเร็จแกก็ต้องไป” เมเม่มองหน้ารักจังที่นิ่งคิดก่อนทำไหล่ตกยกมือกุมหน้าผากแล้วหันไปหาทีมงานหญิงที่ยืนฉีกยิ้มราวกับรู้คำตอบ
“ฉันเป็แฟนคลับตัวยงของริเวอร์ พลาดโอกาสแบบนี้ก็เสียใจตายเลย” รักจังกัดฟันตอบพร้อมฉีกยิ้มที่ทนฝืนรับกระดาษมาจดๆ เขียนๆ แล้วยืนกลับไปให้ทีมงานด้วยรอยยิ้มที่ไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ทางเราจะติดต่อไปนัดอีกทีนะคะ คุณนี่โชคดีจริงๆ เลยค่ะ” ทีมงานหญิงยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจแล้วเดินกลับไป รักจังย่นจมูกแบะปากเท้าเอวหันมามองเมเม่ที่ก้าวเข้ามายืนข้างๆ
“โชคดีกับผีนะสิ!”
“เอาน่าเพื่อบริษัท” เมเม่กอดคอรักจังลากออกไปลงลิฟต์เพื่อมุ่งหน้าไปที่รถ
ภายในห้องแต่งตัว
ยกทัพนั่งเท้าคางจ้องประตูแทบไม่กระดิกละสายตาไปทางอื่นจนคนที่นั่งเช็ดหน้าอยู่ข้างๆมองท่าทีของยกทัพ
“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่วางแผนอะไรแน่ๆ” อี้เหยียนมองหน้ายกทัพที่หันมองตนก่อนฉีกยิ้มบ่งบอกว่าเขาทายถูก
“เปล่าสักหน่อย” ยกทัพยิ้มแป้นยักไหล่มองจดๆ จ้องๆ อยู่ที่ประตูด้วยความลุ้นเมื่อลูกบิดถูกหมุนจนเกิดเสียงแต่คนที่เข้ามากลับไม่ใช่คนที่รอคอย ลีโอเดินเข้ามากับจุนฮยอกมองหน้ายกทัพนั่งเท้าคางขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์ชะเง้อคอรอบางอย่างจนกระทั่ง…
“ขอโทษนะคะ” เสียงผู้หญิงดังมาจากทางด้านหลังทำให้ยกทัพใจชื้นขึ้นมารีบเด้งตัวลุกพรวดแหวกตัวลีโอกับจุนฮยอกพรวดเข้าหาทีมงานหญิง
“ว่าไงครับสำเร็จไหม” ยกทัพอมยิ้มมองหน้าทีมงานหญิงที่ยื่นกระดาษให้เขา
“อะไรสำเร็จ” จุนฮยอกหมุนตัวเข้ามากอดคอยกทัพที่ถือกระดาษค้างไว้
“อ้อ ต้องเป็สาวติดลิฟต์คนนั้นแน่ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็แฟนคลับของพวกเรา แต่ตอนที่ติดลิฟต์ทำไมดูไม่ได้ดีใจอะไรเลยแฮะ” ลีโอนึกย้อนกลับไปยังวันวานตรงจุดเกิดเหตุ
“แล้วยังไง” จุนฮยอกล็อกคอยกทัพมากขึ้นพร้อมจ้องเขม็งจับผิด
“คนนี้ขอแล้วกันนะ” ยกทัพปลดแขนจุนฮยอกออกก้าวขาหวังจะออกแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อมีคนสองคนเดินเข้ามาอย่างได้จังหวะ หลุยเทียนเปาชะงักประชันหน้ากับยกทัพที่ชูะโเหนือหัวฝ่ากลางหวังโอชุนกับหลุยเทียนเปาออกไปด้วยสีหน้าระรื่น
“ทำอะไรระวังหน่อยแล้วกัน เฮ้อ” จุนฮยอกออกปากสั่งไล่หลัง
“มีอะไรกันหรือเปล่ามายืนออกันตรงนี้ นี่ประตูนะ” หลุยเทียนเปายักไหล่มองหน้าทุกคนที่อยู่ในห้องก่อนเดินเข้ามามองกระจก
“ทัมทัมเจอหญิงที่ติดลิฟต์ด้วยกันแล้ว ทั้งคู่จะได้ออกเดทกันเร็วๆ นี้” ลีโอยิ้มกว้างตอบแทน
“เดท เอาเวลาที่ไหนไปเดทคิวงานยาวเหยียดแบบนั้น ได้ยินว่าพี่โฮล็อกตารางงานเพิ่มให้ริเวอร์จนแทบไม่มีวันว่าง จะได้เดทหรือไงกัน” หลุยเทียนเปาเอามือล้วงกระเป๋ายิ้มบางๆ หมุนตัวกลับพิงขอบโต๊ะมองหน้าลีโอที่เดินมานั่งลงแทนที่ยกทัพ
“โธ่เฮียพูดอะไรอย่างนั้นทำงานเหนื่อยจะตาย พักผ่อนให้ใจชุ่มชื่นบ้างจะเป็ไรเล่า น่าตื่นเต้นดีออกจะได้เดทหรือเปล่าน้า” อี้เหยียนนั่งหมุนเก้าอี้หยิบแป้งปัดแก้มมาถือเล่นอย่างเพลินใจ หลุยเทียนเปายกมือกอดอกมองหวังโอชุนเดินแยกไปเปลี่ยนชุดด้วยความนิ่งเป็พื้นฐานก่อนหันมามองจุนฮยอกที่เท้าเอวส่ายหน้าไปมาล้วงหยิบมือถือขึ้นมากดดู
“พักให้ใจชุ่มชื่นบ้างก็ดีนะพี่” หลุยเทียนเปาส่งยิ้มให้ก่อนเดินไปที่ม่านเพื่อเปลี่ยนชุด ลีโอมองตามยกเกาหัวมึนงงมองสองคนที่หายเข้าไปหลังม่าน จุนฮยอกก้มมองมือถืออย่างเหนื่อยหน่ายหมุนตัวกลับเดินออกไปพร้อมกดส่งข้อความหาใครสักคนที่ยังคงติดค้างคาใจอยู่
บรืนน
รักจังเบิ้ลรถในขณะที่จอดอยู่หน้าโฮมออฟฟิศก่อนจะมีเสียงด่าดังมาจากระเบียง้าสุด เธอลงจากรถด้วยความยียวนเงยหน้ามองภัคยืนชี้หน้าอยู่ในชุดนอนบางเบาที่ระเบียงห้อง เธอยกมือส่งจูบให้ผู้เป็แม่ก่อนเอื้อมมือเปิดประตูรถเบาะหลังหยิบของกินตามคำสั่งออกจากรถแล้วเดินเข้าไปด้านในเห็นองศาะโเชือกเหงื่อตก รักจังเดินเอาของไปเก็บในตู้เย็นแล้วเดินออกมาดูนาฬิกาบ่งบอกเวลาในยามดึก
“ออกกำลังปานนี้เนี้ยนะ เกลือแร่ไหม” รักจังยืนมององศาะโหมุนไปมาก่อนหยุดลง
“วันนี้กินไปเยอะเผาผลาญหน่อย แล้วนี่ไปไหนมากลับดึกดื่น”
“ไปงานมีตติ้งมา” รักจังตอบเสียงเรียบเดินอ้อมไปขึ้นบันได
“เดี๋ยวๆๆ มีตติ้งไหน” องศาเข้ามาดักทางขวางหน้ารักจังด้วยความสงสัย
“มีตติ้งริเวอร์ไง” รักจังล้วงหยิบมือถือเปิดรูปคู่ที่ถ่ายตัวเองกับหลุยเทียนเปาให้เพื่อนชายดู
“จริงดิ ทำได้แล้วนี่เข้าไปอยู่ในกลุ่มแฟนคลับ แบบนี้ก็ไม่น่ายากแล้ว” องศาฉีกยิ้มมองหน้ารักจังที่เปลี่ยนเป็หน้างอทันที
“ใครว่าไม่ยาก หนักใจนะสิไม่ว่า ไม่ได้ชอบให้ทำเป็ชอบ จะบ้าหรือไง”
“แล้วทำได้ไหม” องศาเอามือกอดอกมองหน้าเพื่อนสาวที่ยืนคาบันไดทั้งคู่
“จะเหลือเหรอ รางวัลดีเด่นสาขาเอคติ้งยกให้ฉันเลยจ้ะ” รักจังขยิบตาตอบกลับอย่างหยอกล้อ
“เหลือร้ายอยู่แล้วเพื่อนฉัน” องศาส่ายหน้าไปมาก่อนได้ยินเสียงข้อความเข้า รักจังเลิกคิ้วก้มมองมือถือในมือตนเองอย่างแปลกใจกับข้อความใหม่รีบเปิดอ่านทันทีพลางขมวดคิ้วฉงน องศาชะเง้อมองดูด้วยความอึ้งรอบสอง