-ผู้คนมักมี่เวลาที่เสียใจเมื่อ ‘กำลังบอก’ บางสิ่งออกไป...แต่ก็สายเกินพูดมานับครั้งไม่ถ้วน -
‘........’
"........."…เหมือนอย่างเขาตอนนี้ที่ได้แค่นิ่งค้างโดยไม่พูดอะไรแต่นับเป็โชคดีที่บนลาดไหล่มีเสียงเรียกสติให้กลับคืนมาทำสิ่งที่ควรพูด
[นิ่งเป็หุ่นยนต์อยู่ได้! ขอโทษเธอไปสิเอาแต่จ้องเดี๋ยวเขาก็หาว่าเป็โรคจิตหรอก!]
“จ-จริงด้วย...อ-เอ่อ…"ริมฝีปากสั่นไหวด้วยความประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็เพราะไม่ใช่แค่ร่างกายที่เหมือนอยู่ไม่ถูกที่ถูกทางแต่รวมถึงใจใต้อกที่ถี่รัวจนกว่าที่จะรวบรวมจังหวะการพูดไม่ให้ติดขัดก็ใช้เวลานับนาที
"เมื่อกี้ผมขอโทษที่ถ่ายรูปคุณโดยพลการนะผมเป็ตากล้อง ไม่ใช่พวกถ้ำมองนะ...ค-คือจังหวะตอนนั้นทั้งแสง ฉากหลัง ลม มันสวยมากเลย...โดยเฉพาะคุณ"
‘........’…คำท้ายประโยคแก้เรือนคิ้วสวยที่ขมวดมุ่นให้กลายเป็เลิ่กขึ้นแทนที่
"ถ้าไม่ถ่ายไว้คงเสียดายแย่ไม่ได้มีเจตนาไม่ดีหรือว่าคิดร้ายอะไรนะครับ ถ้าคุณอยากได้รูปผมยินดีล้างส่งให้"
‘……….’โครงหน้าสวยส่ายเบาๆเป็การปฏิเสธรูปภาพโดยไม่พูดอะไรก่อนเรียวมือจะหยิบกิ่งไม้แห้งบริเวณนั้นมาเขียนบนพื้นทรายเป็ประโยคสั้นๆให้เขาลักษณะการสื่อสารที่ทำให้รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้าไม่มีเสียงอย่างเขา
‘ไม่เป็ไร อย่าทำอีก’
“คุณพูดไม่ได้เหรอ...ข-ขอโทษที่ผมพูดอยู่คนเดียวไปเยอะเลยลำบากคุณต้องเขียนเอา”
‘ขอโทษแล้วกันที่มันดูลำบาก คงลำบากด้วยที่ต้องอ่านที่ฉันเขียน’รูปประโยคใหม่ถูกเขียนด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไปร่างระหงส์คล้ายใส่แรงมากกว่าปกติอย่างคนมีน้ำโหหลังตัวอักษรสุดท้ายปรากฏอีกฝ่ายก็ทิ้งกิ่งไม้ลงพื้นและเดินจากไปโดยที่ไม่สนคำเรียกอีก...
“ม-ไม่ใช่นะครับ ผมไม่–เดี๋ยวสิ คุณครับ!...ไปแล้ว”…แต่เขาก็มีมารยาทมากพอจะไม่วิ่งตามหรือบังคับให้หญิงสาวหยุดจึงทำได้แค่มองเ้าของก้าวเดินราวสายลมพลิ้วนั้นจากไปจนลับตา ก่อนคำติเตียนจากโค้ชคนเดิมจะส่งมาพร้อมเสียงถอนหายใจ
[เฮ่อ~ เ้าสอบตกการสื่อสารขั้นรุนแรง]
“ทำไมละ? ฉันพูดอะไรผิดมันไม่ดีเหรอ...เธอดูโกธรมากเลย”
[นายทำเหมือนเธอไม่เท่าเทียมไง เธอก็ต้องไม่ชอบสิบื้อจริง!]
“ไม่เท่าเทียม...”พึมพำเบาๆกับคำสามพยางค์ที่ร้ายแรงอย่างคำดูถูกที่ไม่ควรใช้กับใครแต่ในหัวก็ยังไม่สามารถประติดประต่อสาเหตุได้ทั้งหมด จนกระทั่งััเบาๆบนบ่าจากญาติผู้พี่ที่เดินตามมาจะดึงเข้าหลุดจากภวังค์และเอ่ยชื่อของหญิงสาวแสนสง่างามเมื่อครู่ให้ได้รู้
“แซน? เดินมาทำอะไรตรงนี้น่ะ...หืม?เขียนบนทรายแบบนี้ นายเจอ‘ซี’เหรอ?”
“ซี...ชื่อเหมาะกับคุณเลยนะ”...เอ่ยเรียกชื่อตามอย่างธรรมชาติสีครามไพรศาล
ผืนทะเลอันเปล่งประกายยามกระทบแสงอาทิตย์และ...
กระทบหาดทราย(แซน)อย่างเขาจนสั่นไหว
แต่เขากลับทำท้องทะเลโกธรซะแล้ว...
“ดูจากที่พี่ซีเขียนพี่แซนไปทำเขาโกธรใช่ไหมคะเนี่ย?”ยูมีร์เอียงคออ่านประโยคบนพื้นทรายพลางเงยหน้าขึ้นมาถามเข้าด้วยแววตาสงสัย
“น่าจะใช่นะเธอเดินหนีไป...แต่พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้เธอไม่พอใจนะตอนแรกก็โดนโกธรที่เผลอถ่ายรูปเธอไปเพราะบรรยากาศกับตัวคุณเขาสวยมากแล้วพอขอโทษเธอก็เขียนบนทราย ก็เลยเดาเอาว่าคงพูดไม่ได้”
“เลยขอโทษซีที่ทำให้ลำบากเขียนสินะ?”น้ำเสียงจริงจังที่น้อยครั้งจะได้ยินส่งตรงมาจากพี่เฌอที่ยืนกอดอกพลางตีสีหน้าเคร่งขรึมผสานสายตาคมจ้องมองตัวเขาคล้ายผู้ใหญ่ดุเด็กที่ทำผิดอย่างที่เขามักได้รับสมัยเด็กก่อนคนเป็พี่จะบอกสาเหตุที่ทำให้เขารับรู้ว่าตนทำผิดพลาดครั้งใหญ่
“แบบนั้นน่ะ มันเหมือนนายกำลังดูถูกว่าซีอ่อนแอและไม่เท่าเทียมในมุมมองของคนที่ไม่สามารถพูดหรือทำสิ่งต่างๆอย่างคนอื่นได้น่ะพวกเขาไม่ได้้าความสงสาร...แต่้าการยอมรับและปฏิบัติกับเขาเป็ปกติเท่านั้นเองคราวหลังก็อย่าทำอีกนะ เข้าใจไหม?”
“ครับ ผมทำตัวแย่ๆไปซะแล้ว”ขานตอบคำสั่งสอนด้วยน้ำเสียงซึมหงอยห้วงความคิดยิ่งรู้สึกผิดที่ทำเื่เสียมารยาทไปโดยไม่ระวังให้ดีกับสุภาพสตรีดวงตาเสมองไปทิศเดิมที่เห็นร่างระหงส์เดินหลบตาไปเพื่อหวังพูดขอโทษสักครั้งก่อนแรงตบเบาๆให้หลังของเขาตรงตั้งจะมาพร้อมคำปลอบจากพี่สาวสุดแกร่งอย่างเคย
“ทำแย่ๆไป แต่ก็ขอโทษได้นิ อ้ายน้องชาย!คนเรามีโอกาสขอโทษกันและกันได้เสมอละน่า ไม่ต้องซึมหรอก!”
…รอยยิ้มฉาบกว้างบนใบหน้าของพี่เณอและยูมีร์เป็กำลังใจให้เขาแก้ไขสิ่งผิดพลาดพร้อมเล่าเื่ของ‘ซี’หญิงสาวเมื่อครู่ให้ฟังระหว่างเดินทางกลับโฮมสเตย์พี่เณอกับคุณซีเป็พี่น้องร่วมสถาบันที่หลังเรียนจบก็กลับมาเจอกันที่เกาะโดยบังเอิญส่วนเื่เสียงที่ไม่สามารถเปล่งออกมาได้เป็เพราะเมื่อสองปีก่อนคุณซีเป็มะเร็งกล่องเสียงทำให้ต้องผ่าตัดกำจัดเนื้อร้ายออกแต่ผลข้างเคียงคือทำให้ไม่สามารถพูดได้อีกเลย ถึงการได้ยินต่างๆจะยังปกติดีก็ตามนับเป็มรสุมของ่ชีวิตที่ยากลำบากสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวแต่เพราะซีเป็สาวแกร่งและมีแรงใจอยู่เสมอจึงทำให้ทุกวันนี้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข...เื่ราวของหนึ่งชีวิตที่ได้ฟังชวนให้เขาประทับใจในความกล้าหาญและกำลังไฟในใจของอีกฝ่ายที่มีมหาศาลจึงนึกอยากตบปากตัวเองที่พูดคำเ่าั้ออกไปสักหลายๆที...
เพราะฉะนั้นเขาต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเอง...
“พรุ่งนี้ถ้าไปที่ทะเลจะได้เจออีกไหมนะต้องเตรียมคำขอโทษดีๆ”เอ่ยบอกตัวเองเบาๆขณะที่ภายในก็หัวคิดคำพูดหลากรูปแบบเมื่อกลับมาถึงโฮมสเตย์นั่งคิดถึงวันพรุ่งนี้หากฟ้าเป็ใจอาจช่วยบันดาลให้พื้นที่กลางพื้นทรายมีคุณเ้าของชื่อสีครามไพรศาลคนเดิมยืนอยู่
แต่ดูเหมือนครั้งนี้ฟ้าจะเสกให้สมใจเร็วเกินไปหน่อย...
[จะรอพรุ่งนี้ทำไมก็บอกวันนี้เลยสิ...นู้นน่ะ!]…นิ้วเล็กของภูตน้อยชี้ออกไปทางประตูโฮมสเตย์ที่เปิดออกด้วยฝ่ามือเรียวที่คุ้นตาร่างระหงส์ที่ตรงตรึงในการมองเห็นก้าวเข้ามาบริเวณเคาน์เตอร์รับแขกที่เขาประจำการณ์แทนพี่เณออยู่และทันทีที่ขาเรียวก้าวมาหยุดยืนตรงหน้าทุกอย่างก็คล้ายเหตุการณ์เดจาวูอย่างที่ชาดทะเลที่เขาทำได้แค่อ้าปากค้างส่วนหญิงสาวก็ขมวดคิ้วมองด้วยแววอารมณ์คุกกรุ่น
‘........’…ั์ตาเฉี่ยวคมที่กำลังบอกภาษาลมว่า‘ไม่อยากเสวนาด้วย’ เขาััได้ชัดเจนเลยเชียว
“อ-เอ่อ...คือ....คุณ...”
‘.......’…ั์ตาเฉี่ยวคมคู่เดิมที่กำลังบอกภาษาลมว่า‘รีบๆพูดสิ อำอึ้งอยู่ได้’ การดุที่ทำให้เขาตัวหดลงเหลือเซ็นเดียวยังไงยังงั้น...ก่อนบรรยากาศคล้ายาความเงียบจะได้รับน้ำทิพย์จากผู้ช่วยวาจาดอกไม้หวาน
“พี่แซนมีแขกเหรอ...อ้าว! พี่ซี มาแล้วเหรอคะ ทำไมวันนี้มาเร็วจัง?”เสียงของยูมีร์ช่วยสลายความตึงเครียดให้หายเป็ปลิวทิ้งและแทรกด้วยไอละมุนนุ่มฟูอย่างนิสัยของเ้าตัวซึ่งพอมีคนอื่นนอกจากเขา...คุณคนดุก็เปลี่ยนความสนใจไปหาทันทีพร้อมโทรศัพท์ยกขึ้นพิมพ์ข้อความบนหน้าจอ
‘พอดีดอกไม้ที่เป็ส่วนผสมหมดพี่ก็เลยจะมาขอเก็บเร็วหน่อย สะดวกกันไหม’
“ตอนนี้พี่เณอกับเราต้องดูห้องให้แขกน่ะค่ะเดี๋ยวนั่งรอก่อน–...โอ้ว!”ปลายประโยคของคุณแม่ครัวเปลี่ยนเป็คำอุทานด้วยท่าทีน่าเอ็นดูพร้อมฝ่ามือปรบเบาๆอย่างคนมีไอเดียก่อนสาวเ้าจะหันมาทางเขาพร้อมพายมือแนะนำตัวให้เสร็จสรรพ
“พี่ซีไม่ต้องรอนะ ให้พี่แซนไปช่วยดีไหมพี่เขาเป็น้องชายพี่เณอค่ะ ยูมีร์ว่าคงเคยเจอกัน...พี่แซนยินดีช่วยจริงไหมคะ?”
“ส-สวัสดีครับคุณซี ผมชื่อแซนนะ...ผมยินดีช่วยคุณนะถ้าคุณสะดวกใจ”ศีรษะผงกเบาๆพร้อมคำแนะนำตัวสั้นๆด้วยเสียงที่ยังคงประหม่าเสมอต้นเสมอปลายยกยิ้มนิดๆส่งความเป็มิตรไมตรีที่ดีให้หญิงสาวที่เสมอง กลับมา...และหันกลับไปพิมพ์คำพูดบนหน้าจอยื่นให้ยูมีร์อ่านโดยที่เขาก็แอบเห็นรูปประโยค
‘เรารอยูมีร์กับพี่เณอก็ได้นะไม่อยากกวนคนแปลกหน้า’…บ่งบอกชัดเจนว่าไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาสุดๆ
“ถ้ารอก็น่าจะอีกนานเลยนะ ฉันว่ากว่าทางนี้จะเสร็จก็มืดพอดีค่ะอีกอย่าง~...”
“พี่แซน มีอะไรจะพูดกับพี่ซีใช่ไหม?”…หนึ่งประโยคคำถามราวคำเปิดทางสู่สิ่งที่เขาอยากจะบอกให้อีกฝ่ายรับรู้ความกล้าทั่วร่างจึงขยับเปล่งเสียงไม่ให้สั่นอีกต่อไปเพื่อให้เกียรติและชื่นชมดวงไฟแห่งชีวิตที่แสนเปล่งประกายในตัวบุคคลตรงหน้า
“คุณซีครับเื่เมื่อตอนอยู่หาดผมขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกไม่ดีไม่ได้มีเจตนาหรือความคิดว่าคุณอ่อนแอ ไม่เท่าเทียมอะไรเลยกลับกันผมมองว่าคุณแข็งแกร่งมากด้วยซ้ำที่ผ่านเื่ร้ายแรงมาได้ด้วยท่าทางมาดมั่นสง่างามแบบนี้”
‘.........’
“คุณสุดยอดมากเลย”
‘ไม่ต้องยอให้ฉันรู้สึกดีขนาดนั้นก็ได้ค่ะแต่ก็ขอบคุณสำหรับความเข้าใจ’คำตอบที่ถูกยื่นมาให้อ่านชวนให้ใจใต้อกฟองฟูว่าการสื่อความรู้สึกและคำพูดได้ส่งไปถึงผู้รับสาสน์แล้วฉับพลันกลีบปากกระจับที่เรียบนิ่งก็ยกยิ้มน้อยๆให้เขาด้วยไมตรีพร้อมอีกหนึ่งประโยค
‘ขอโทษเหมือนกันที่เดินหนีโดยไม่อธิบาย’
“ไม่ๆ ไม่เป็ไรเลยครับผมเข้าใจว่าคุณกำลังโกธร...อา ถ้ายังไง เื่เก็บดอกไม้ขอให้ผมช่วยได้ไหม?ถือเป็การไถ่โทษถึงมันจะแทนกันไม่ได้”
…ทิ้ง่เวลาชั่วครู่กับคำขอที่หญิงสาวรับไปพิจารณาั์ตาสีดำนิลเหลือบมองท้องฟ้าที่แสงยามบ่ายแก่ๆใกล้เข้าสู่ยามเย็นอีกสองสามนาทีสำหรับการพูดคุยผ่านข้อความไร้เสียงและในที่สุดตะกร้าไม้สานขยายกำลังดีพร้อมโทรศัพท์ที่ถูกยื่นมาให้อ่านอีกครั้งก็ทำให้ห้วงบรรยากาศรอบตัวคล้ายมีสายลมเย็นพัดผ่านเคล้ากลิ่นอายทะเลอันชุ่มฉ่ำทั้งๆที่บริเวณนี้อยู่ห่างจากชายทะเลนับสิบเมตร...
‘ถ้าคุณยินดีจะทำ ฉันก็ยินดีให้ช่วยขอบคุณ’…หรืออาจเป็เพราะ ‘ทะเล’ในรูปแบบใหม่ที่เขาได้สบสายตาในนาทีนี้กันนะ?