ย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างสมบูรณ์มองไปทางไหนก็เห็นสีสันของเหล่าต้นไม้ดอกไม้นานาพันธุ์แข่งกันผลิบานล่อหลอกหมู่ภมรตลอดช่วงฤดูนี้เหมาะแก่การท่องเที่ยวและสังสรรค์ จวนต่าง ๆ มักออกเทียบเชิญจัดงานชมดอกโบตั๋นดอกไม้สวรรค์นี้มีราคาแพงมาก จึงมีมากก็เพียงในอุทยานหลวงกับจวนของเชื้อพระวงศ์เท่านั้น
เมื่อถึงช่วงนี้ของทุกปีฮ่องเต้จะต้องเสด็จไปบวงสรวงบรรพบุรุษยังวัดประจำราชวงศ์ที่เมืองจินเหยียนการเสด็จแปรพระราชฐานในแต่ละครั้งจะมีเหล่าราชนิกุลและขุนนางคนสำคัญร่วมเสด็จไปด้วยในฐานะแม่ทัพรักษานครทำให้เยี่ยนหยางเจวี๋ย และบุตรชายทั้งสองต้องร่วมเดินทางไปในครั้งนี้ส่วนเยี่ยนเยว่ฉีได้รับเทียบเชิญในฐานะคู่หมั้นของฉินอ๋อง
การเสด็จแปรพระราชฐานในครั้งนี้ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์จะเสด็จโดยเรือพระที่นั่งเนื่องจากวัดประจำราชวงศ์มิได้อยู่ไกลห่างมากนัก จึงใช้เวลาไปกลับเพียงสองวันเท่านั้น
เมื่อทุกคนมาพร้อมเพรียงกันที่ท่าเรือใหญ่ของวังหลวงขันทีผู้ทำหน้าที่แบ่งห้องพักต่างรีบกุลีกุจอนำทางผู้ที่ได้รับเทียบเชิญเข้าสู่ห้องพัก
เยี่ยนเยว่ฉีมองไปรอบๆ อย่างสำรวจตรวจตรา นางจำเชื้อพระวงศ์และขุนนางบางคนได้ เนื่องจากเคยได้รับการแนะนำจากถางซือเซียนเมื่อวันงานชมดอกเหมยแน่นอนว่าอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายกับน้องสาวย่อมได้รับเชิญ ท่านหญิงกุ้ยอินก็เช่นกันทันทีที่ผู้เป็นท่านหญิงพบหน้าคู่หมั้นสาวของฉินอ๋อง นางก็ส่งสายตาแสดงความเป็นอริมาอย่างชัดเจน
เยี่ยนเยว่ฉีอึดอัดเล็กน้อยยามต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาวผู้คลั่งรักนางไม่ได้ทำอะไรผิด ฉินอ๋องต่างหากที่มีความประสงค์ที่จะแต่งงานกับตนพอเห็นสายตาที่มองมาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ นางจึงเลือกที่จะทำเป็นไม่สนใจจ้าวกุ้ยอินครั้นหันมองไปอีกทางก็ต้องสะดุดกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของถางซือเซียนเสียนี่
สตรีผู้นี้ต่างหากที่รบกวนจิตใจของนางอย่างแท้จริง
เรือลำใหญ่มีถึงสามชั้นห้องพักมากพอให้บรรดาแขกเหรื่อที่ได้รับเชิญฮ่องเต้กับเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายจะอยู่ชั้นที่หนึ่งส่วนขุนนางทั้งหลายจะอยู่ชั้นล่างเยี่ยนเยว่ฉีกับถางซือเซียนแม้จะเป็นบุตรีของขุนนางชั้นผู้ใหญ่แต่ก็ได้พักที่ชั้นเดียวกับเหล่าเชื้อพระวงศ์เช่นเดียวกับท่านหญิงกุ้ยอินห้องพักในส่วนชั้นที่หนึ่งตกแต่งอย่างหรูหรา เครื่องเรือนเป็นของมีราคาทั้งสิ้นเมื่อนางนั่งลงบนเตียงก็รับรู้ได้ถึงความอ่อนนุ่มเดิมทีคิดว่าการโดยสารทางเรืออาจจะลำบาก เมื่อไม่ได้ร้ายแรงดั่งที่คาดจึงโล่งใจ
“คุณหนูเจ้าคะที่นี่ดีเหลือเกิน มีห้องด้านข้างสำหรับบ่าวด้วย”
“คงเพราะชั้นนี้เดิมทีใช้สำหรับเชื้อพระวงศ์ย่อมต้องสะดวกสบาย”
“คุณหนูเราไปเดินเล่นบนดาดฟ้าเรือกันเถิดเจ้าค่ะ”
“ดีเหมือนกันข้าเองก็ไม่เคยขึ้นเรือมาก่อน อยากจะรู้ว่าทั้งสองฟากฝั่งนั้นสวยงามเพียงใด”ว่าแล้วสองนายบ่าวเดินขึ้นไปยังดาดฟ้าของเรือซึ่งขณะนี้มีแขกเหรื่อบางคนออกมารับลมเช่นกัน
เยี่ยนเยว่ฉีมองซ้ายมองขวาก็ยังไม่เห็นแม้เงาของฉินอ๋องนางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่วันนี้ยังไม่ได้พบหน้าเขา
ซูจิ้งที่กระตือรือร้นรีบดึงมือเยี่ยนเยว่ฉีไปทางกราบเรือด้านหนึ่งสาวใช้ตัวน้อยชี้นิ้วเชื้อเชิญให้นายหญิงมองไปยังทิวทัศน์อันงดงามบนฟากฝั่งบุตรสาวแม่ทัพยิ้มแล้วมองตามที่นางบอก
ขณะชมทิวทัศน์เสียงสนทนาคุ้นหูดังเข้ามาในโสตทำให้เยี่ยนเยว่ฉีอดที่จะหันไปมองไม่ได้
ฉินอ๋องเดินเคียงมากับอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายโดยมีถางซือเซียนกับสาวใช้คนสนิทของนางเดินตามหลังมาทั้งสามหยุดยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ไม่มีผู้ใดสนใจหันมามองคุณหนูสกุลเยี่ยนสักคน
มู่เลี่ยงหรงสบตากับถางซือเซียนแล้วพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนกับว่าสาวน้อยจะรู้ใจเขา นางจึงค่อย ๆ เยื้องกรายมายืนเคียงข้างอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายพูดจากับทั้งสองอีกสองสามประโยคจากนั้นจึงย่างเท้าจากไป
ถางซือเซียนดูตื่นเต้นกับทิวทัศน์อันสวยงามนี้นางชี้โน้นชี้นี่ให้มู่เลี่ยงหรงดูตลอดเวลา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าที่มักจะเคร่งขรึมไม่มีร่องรอยของความรำคาญหรือไม่พอใจเลย ทั้งสองต่างยิ้มและสนทนากันอย่างออกรสท่าทางสนิทสนมกันเป็นอย่างมาก
เยี่ยนเยว่ฉีปวดแปลบในอกรู้สึกชาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
นางเห็นมู่เลี่ยงหรงกำลังยิ้มหัวเราะ และสนทนากับสตรีอื่นโดยไม่ได้สนใจนางแม้แต่น้อย
‘เขาไม่ได้ตระหนักถึงคำสัญญาที่ให้เมื่อวันเทศกาลลอยโคมเลยหรืออย่างไร’ มือสองข้างของเยี่ยนเยว่ฉีขยำผ้าเช็ดหน้าอย่างแรงเพื่อระบายโทสะ
แคว้ก! ผ้าเช็ดหน้าปักลายดอกเหมยขาดวิ่น
นัยน์ตาดอกท้อมองเศษซากในมืออย่างเดือดดาลจากนั้นเขวี้ยงมันทิ้งไปอย่างไม่ไยดี นางค่อย ๆ ปรับลมหายใจกลั้นโทสะที่กำลังพวยพุ่ง
‘เป็นกุลสตรีต้องอดทนอดกลั้น ว่าที่สามีพลอดรักกับสตรีอื่นต่อหน้าต้องอดทนเขาสามารถมีพระชายารองได้อีกหลายคนนัก ต้องมองให้เป็นเรื่องธรรมดาให้ได้’ มู่เลี่ยงหรงแอบชำเลืองมองคู่หมั้นเป็นระยะแต่รีบเก็บสายตากลับก่อนที่นางจะรู้ตัว
“เจ้าว่านางจะรู้สึกเช่นไร”เขาถามถางซือเซียนเบา ๆ
“รู้สึกอยากฆ่าเซียนเอ๋อร์ให้ตายอย่างไรเล่าเลี่ยงหรงเกอเกอก็เห็นซากผ้าเช็ดหน้าที่นางขว้างทิ้งเมื่อครู่ไม่ใช่หรือไร”
“มีข้าอยู่ทั้งคนจะกลัวอันใดกันข้าไม่มีทางให้ใครหน้าไหนทำร้ายนางฟ้าน้อยอย่างเจ้าได้”
“เพราะมีท่านอยู่นี่ล่ะเพคะผู้อื่นถึงจะไม่ปลอดภัย” ถางซือเซียนยิ้มละไมอย่างเสแสร้ง “ไม่เข้าใจจริง ๆจากที่ท่านเล่ามาเมื่อวันเทศกาลหยวนเซียวพวกท่านก็ดูจะเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้นแล้ว”
“ก็ใช่แต่ดูเหมือนนั่นจะยังไม่พอให้นางคายฤกษ์แต่งงาน”
“แล้วที่ท่านมาทำเป็นชายเจ้าชู้มากรักเยี่ยงนี้จะได้ผลอันใดนางไม่ยิ่งเข้าใจผิดแล้วไม่ยอมแต่งหรอกหรือ”
“เด็กโง่เยี่ยนเยว่ฉีเป็นบุตรสาวคนเดียวของแม่ทัพใหญ่เชียวนะ สายเลือดของนักสู้ย่อมเข้มข้นข้าจึงคิดหาคู่แข่งที่เหมาะสมให้นางเสียหน่อย” เขาเผยรอยยิ้มเคลือบแฝงไว้ด้วยแผนการนัยน์ตาร้ายเล่ห์มีประกายวาบผ่าน
ถางซือเซียนเห็นแล้วรู้สึกหนาวมู่เลี่ยงหรงเป็นคนอารมณ์ค่อนข้างปรวนแปรยากคาดเดาชายผู้นี้หากไม่ยิ้มก็ดูน่าเกรงขามมากอยู่แล้วแต่เมื่อใดที่ยิ้มกลับอันตรายยิ่งกว่า ที่ผ่านมาเขาทำให้ผู้คนต่างอกสั่นขวัญแขวน
“ซือเซียนก็ยังไม่เข้าใจท่านอยู่ดี”
“ข้าแค่อยากรู้ว่าหากมีคู่แข่งที่เหมาะสมนางจะต่อสู้กับสตรีอื่นเพื่อข้าหรือไม่ก็เท่านั้น” อ๋องหนุ่มแสดงท่าทีมีความสุขกับคู่สนทนา“แต่ที่แน่ ๆ เป็นนางกับพี่ชายสมควรตายผู้นั้นที่เริ่มเรื่องนี้ก่อนต่างหากข้าเพียงร่วมสนุกกับพวกเขา ในเมื่อพี่น้องตระกูลเยี่ยนมีเล่ห์เหลี่ยมมากนักเหตุใดข้าจะหาความครึกครื้นบ้างไม่ได้เล่าเซียนเอ๋อร์”
“เลี่ยงหรงเกอเกอ...ท่านอย่าทำเป็นเล่นไป”
“นี่เจ้าคิดว่าข้าเพียงเล่นสนุกจริงๆ อย่างนั้นสิ”
“มิได้เพคะเพียงแต่ผู้อื่นไม่เห็นประโยชน์ที่ท่านจะทำเรื่องให้มันยุ่งยากขึ้นไปอีก”
“คู่หมั้นคนงามเอาแต่บอกว่าให้รอแต่ถ้าหากข้าสร้างแรงกระตุ้นเสียหน่อย อาจจะทำให้นางมีความเคลื่อนไหวบ้าง”
“ท่านเคยคิดบ้างหรือไม่ว่านางอาจจะมีเหตุผลก็ได้ดูท่าทีของนางอย่างไรก็มีใจให้ท่านไม่ผิด เพียงแต่ซือเซียนก็มิอาจเข้าใจสาเหตุนั้นได้เช่นกัน”
“ขนาดเจ้ายังไม่มั่นใจแล้วจะให้ข้าปักใจเชื่อเหตุผลไร้สาระนั่นได้ลงคออย่างนั้นหรือ”
“แต่ผู้อื่นก็ไม่เห็นว่าเรื่องที่กำลังทำอยู่นี้น่าสนุกที่ตรงไหนเคลื่อนไหวเช่นนี้ มิสู้อยู่เฉย ๆ ไปเลยดีกว่า”
“ผิดแล้วนางฟ้าน้อยหากข้านิ่งเฉยนั่นต่างหากที่ทรยศความรู้สึกตัวเอง ข้าต้องการความชัดเจนมากกว่านี้ เซียนเอ๋อร์”
“นี่ท่านกำลังจะบอกว่าชอบนางมากจริงๆ จึงต้องการรู้ว่าตนเองอยู่ที่ใดในใจนางใช่หรือไม่เพคะ”
“เก่งมากและด้วยเหตุนี้เจ้าจึงต้องทำหน้าที่ให้สมจริงสมจังเพื่อช่วยข้าอย่างไรเล่า”
“ทำอะไรยุ่งยากเสียจริงซือเซียนอยากจะขอถอนตัวตอนนี้ยังทันหรือไม่”
“ไม่”เขาหัวเราะประหนึ่งกำลังคุยเรื่องสำราญยิ่ง “รักษากิริยาด้วย อย่าได้ทำแผนข้าพัง”
“เพคะ”ถางซือเซียนหัวเราะเบา ๆ พลางหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาบังริมฝีปากเอาไว้เพื่อบดบังสีหน้าที่แท้จริง
‘ท่านแม่เจ้าคะ ช่วยคุ้มครองให้ซือเซียนปลอดภัยด้วยเถิด’