บทที่ : 18
“ไปกันเถอะ”
“เ้าค่ะ”
เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเยว่ฮวาก็มุ่งหน้าไปพร้อมกับหลิงหลินเ้าเก่า โดยที่เมื่อพวกนางออกจากเรือนบ่าวชายหญิงต่างก็โค้งใหแก่พวกนาง ซึ่งเป็ภาพที่ไม่ได้เห็นมานานมากแล้ว ั้แ่ฮูหยินใหญ่จากไป แต่วันนี้หลิงหลินเพิ่งจะได้เห็นมันอีกครั้ง...
เมื่อออกมาจาเรือนแล้วเดินไปตามทาง ไม่ว่าจะเจอบ่าวหญิงชายคนไหน พวกเขาทุกคนก็ล้วนแล้วแต่โค้งคำนับให้แก่หญิงสาวอย่างถ้วนหน้า ซึ่งแน่นอนว่าเ้าตัวนั้นไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ว่าใครจะมองหรือปฏิบัติกับนางอย่างไร หากว่าอีกฝ่ายไม่ได้ล้ำเส้นเข้ามา
แตกต่างจากหลิงหลินที่ถึงกับน้ำตาคลอหน่วยเมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้ เพราะสำหรับคนที่ติดตามฮูหยินมาั้แ่ต้น นางคาดหวังเอาไว้เสมอว่าสุกวันคุณหนูของนางจะได้รับการปฏิบัติเหมาะสม กับที่เป็คุณหนูแห่งตระกูลคหบดีใหญ่ ซึ่งกว่าเจ็ดปีที่ผ่านมา อย่าว่าแต่คนรับใช้เหล่านี้เลย เพราะแม้แต่บิดาแท้ๆ ยังแทบไม่เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ
“ดีจริงๆ เลยนะเ้าคะ...”
“หืม...อะไรดีหรอพี่”
“ก็ที่พวกบ่าวรับใช้ให้ความเคารพคุณหนูอย่างไรเล่าเ้าคะ”
“ดีตรงไหน ข้าไม่คิดว่ามันดีเลยสักนิด”
“ทำไมเล่าเ้าคะ ตอนนี้เหมือนกลับไปในตอนที่นายหญิงยังอยู่เลยนะเ้าคะ นานมากแล้วที่แม้กระทั่งบ่าวพวกนั้นแทบจะไม่เห็นหัวคุณหนูเลย”
“พี่...” เยว่ฮวาไม่รู้จะอธิบายสิ่งที่คิดออกไปอย่างไรดี แต่ก็เลือกที่จะบอกออกไปคร่าวๆ “ก็จริงที่พวกเขาโค้งให้ข้าในวันนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาแทบไม่เห็นหัวข้า แล้วพี่คิดว่ามันดีตรงไหนอย่างนั้นหรือ”
“ก็...”
“ข้าเข้าใจหรอกนะว่าที่พวกเขาต้องทำอย่างนั้นก็เพื่อที่จะเอาตัวรอดจากฮูหยินรอง แต่ความจริงก็คือความจริง และความจริงที่ว่าที่เขากลับมาทำอยู่ในตอนนี้ก็เพียงเพราะคำสั่งเท่านั้น ไม่มีอะไรมากหรือน้อยกว่านั้น”
“แต่มันก็ดีไม่ใช่หรือเ้าคะ”
“ข้าไม่รู้หรอกนะว่าสำหรับคนอื่นจะคิดว่าอย่างไร แต่สำหรับข้าแล้วการกระทำทุกอย่างที่ไม่ได้ออกมาจากใจ และทำไปเพียงเพื่อเอาตัวรอดไม่ใช่อะไรที่ข้า้า และที่สำคัญ...”
“พวกเขาทำเพราะเกรงกลัวท่านพ่อ ไม่ได้ทำด้วยความเคารพข้าหรือเกรงกลัวในอำนาจของข้าเสียหน่อย”
“...”
ในฐานะคนที่อยู่มานานพอสมควร หลิงหลินเองก็เข้าใจสิ่งที่หญิงสาวพูดเป็อย่างดี ความดีใจก่อนหน้านี้ก็ค่อยๆ ลดระดับลงอย่างน่าใจหาย แต่นางก็ยังดีใจที่อย่างน้อยคุณหนูของนางก็เปลี่ยนไปจนสามารถดูแลตัวเองได้แล้ว ทั้งความคิดความอ่านไปตลอดจนถึงการกระทำเองก็เปลี่ยนแปลงไปมากราวกับเป็คนละคน
ซึ่งนางไม่มีวันที่จะรู้เลยว่าเป็คนละคนกันจริงๆ
ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงเรือนหลักที่เป็ที่พำนักของบิดา ซึ่งหากจำไม่ผิด่เวลานี้จะเป็เวลาที่เขาอยู่ในห้องหนังสือและตรวจเอกสารต่างๆ วันนี้เองก็ไม่ต่างจากทุกๆ วัน
เมื่อมาถึงหญิงสาวก็มองเห็นบ่าวชายสองคนยืนอยู่ที่หน้าห้องของบิดา ไม่สิพวกเขาแตกต่างจากบ่าวทั่วไป เพราะไม่ว่าจะเป็เครื่องแต่งกายหรือกระบี่ที่พกอยู่ข้างตัว ก็ทำให้รู้ทันทีว่าพวกเขาเป็ผู้คุ้มกันของบิดาของนาง
“ช่วยเรียนบิดาให้ข้าที ว่าข้าเยว่ฮวามาขอพบ”
“เชิญขอรับ”
แตกต่างไปจากสิ่งที่เยว่ฮวาคิดเอาไว้ในหัว เพราะดูเหมือนทั้งสองจะได้รับคำสั่งเอาไว้ั้แ่แรกแล้ว ซึ่งเมื่อรู้ว่าเป็นางพวกเขาก็ปล่อยให้นางเข้าไปแต่โดยดี
หญิงสาวที่ได้ยินอย่างนั้นก็หายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะระบายลมหายใจออก ถึงจะคิดเอาไว้หลายวันแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ นางก็ไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วจะอย่างไรนางก็ต้องทำอยู่ดี
เพราะสุดท้ายแล้วสิ่งที่นางวาดหวังเอาไว้ก็คือการมีชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเอง และเลือกทุกอย่างที่อยากจะทำด้วยตัวเอง แน่นอนว่าสิ่งเ่าั้คงจะเป็ไปไม่ได้ ถ้าหากว่านางยังอยู่ในกรงที่ไม่รู้ว่าสักวันจะถูกปล่อยให้แห้งตายอีกหรือไม่...
ที่สำคัญก็คือสกุลจางนั้นก็ไม่ใช่เป้าหมายของนาง แต่นางจะสร้างทุกอย่างที่นาง้าขึ้นมาด้วยตัวเองในสักวัน ถึงไม่รู้ว่ามันจะนานสักแค่ไหน แต่นางก็เชื่อในความสามารถของตัวเอง ว่านางสามารถทำมันได้อย่างแน่นอน
แต่ก็นั่นแหละ นางก็ไม่คิดที่จะปล่อยคนที่ทำให้เ้าของร่างต้องตายไปนั้นอยู่อย่างสุขสบายเช่นกัน เพราะอย่างน้อยๆ เ้าของร่างนี้ก็ได้ให้โอกาสที่จะเริ่มใหม่อีกครั้ง ต่อให้ไม่รู้ว่ามันเป็สิ่งที่นางอยากได้หรือไม่ แต่อย่างน้อยๆ ก็อยากจะตอบแทนสำหรับร่างกายนี้
ด้วยการที่ให้พวกมันทรมานที่สุดเท่าที่จะทำได้...
หากเป็ในหนังในนิยาย อาจจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายไปเสีย แต่สำหรับนางที่มีชีวิตอยู่มานานในระดับหนึ่งแล้ว สิ่งที่นางเรียนรู้มาตลอดชีวิตนั้น ก็คือการมีชีวิตอยู่อย่างที่ตัวเองต้องเสียใจและทุกข์ทรมานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มันเ็ปกว่าการฆ่าให้ตายไปอย่างง่ายๆ เป็ไหนๆ
ความตายนั้นมันง่ายดาย แต่สำหรับคนที่ยังมีลมหายใจต่างหากที่ยังสามารถเ็ปและรู้สึกได้...
หลายคนอาจจะคิดว่านางนั้นโหดร้าย แต่สำหรับนางแล้วไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าความ้าของนางอีก จากนี้ไปนางจะมีชีวิตอยู่อย่างที่นาง้า และต่อให้ตายไปนางก็จะไม่มีวันที่จะเสียใจกับสิ่งที่ทำ
นี่แหละคือตัวตนของเยว่ฮวานับจากนี้...
“เข้ามาสิ...”
เสียงจากในห้องดังขึ้นคำหนึ่ง หลังจากที่เยว่ฮวายืนทำใจอยู่ที่หน้าประตูนานแล้วไม่เข้าไปเสียที ซึ่งน้ำเสียงนั้นกลับแตกต่างไปจากในทุกๆ ครั้งที่ได้ยิน เพราะเสียงของจางเผิงไห่ในครานี้เต็มไปด้วยความอุบอุ่นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“คุณหนู...” ทางหลิงหลินเองเมื่อเห็นว่าท่านเ้าบ้านเรียกแล้วก็เอ่ยขึ้นเบาๆ
“นายท่านเรียกแล้วเ้าค่ะ”
..............................................
สั้นไปสักนิดนึงนะ
สวัสดีจ้า นานๆ มาคุยกันนิดนึง
นิยายจะเป็สไตล์ชิวๆ นะครับ ตำเนินเร่ื่องไม่ได้เร็วจจี๋เพราะตั้งใจจะแต่งเป็เื่ยาวเท่าที่แต่งไหว
(วางไว้ที่200ตอน++)
อาจจะช้าไปบ้างสำหรับคนที่อ่านนิยายเล่มเดียวจบ แต่เื่นี้อาจจะลากยาวไปเป็ปี และถ้านักอ่านยังมี อาจจะขึ้นเป็หลักพันตอนครับ
เพราะฉะนั้น ใครไม่ชอบแนวๆ นี้ปิดไปเลยก็ได้ครับ จะได้ไม่เสียเวลา
เนื้อเื่จะมีขึ้นมีลงบ้าง
แต่นิยามของไรท์ก็คือนางเอก ดุ!
และที่สำคัญไรท์ตั้งใจจะแต่งนิยายที่นางเอก "แซ่บ"
แต่เป็ความแซ่บของส้มตำที่ยัวน้ำลาย ไม่ใช่ความแซ่บแบบ18+จ้า
ตามนี้แนาะ