เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 63

    เมษาเดินออกจากห้องไป อย่างไม่มีพิรุธส่วนผมก็รำพึงเบา ๆ "เมษา น่ารักกับพี่เหลือเกิน"


    ติ๊ง...


    ในจังหวะนั้นเอง จอโปร่งแสงก็สว่างวาบขึ้น พร้อมกับมีข้อความปรากฏตามมา


    [คุณทำให้คุณปันปันขึ้นสวรรค์ 1/3 ได้รับเงิน 50,000 บาท]


    [เมษาทำให้คุณขึ้นสวรรค์ 1/3 ได้รับ 50,000บาท]


    [โดนลักหลับ ได้รับ 30,000 บาท]


    [คำร้องขอแห่งสวรรค์ ได้รับ 10,000 บาท]


    [คอมโบครวญคราง ต่อเนื่องได้รับรวม 3,000 บาท]


    [ยอดรวม 143,000 บาท เนื่องจากความสนิทระดับ 4 ค่าตอบแทน X 8 =1,144,000] 



    [ยอดคงเหลือ 2,860,350 บาท]


    ขณะที่ผมเดินเข้าไปอาบน้ำก็ฮัมเพลงอย่างมีความสุข การได้ตื่นมาพร้อมกับการปลดปล่อยความรู้สึกที่อัดอั้นออกในยามเช้า ช่างเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมที่สุด ไม่เพียงแค่นั้น ยังได้เงินเป็นล้านอีกด้วย ยิ่งระดับเราสูงเงินที่ได้ก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น


    "มื้อนี้จะพาน้อง ๆ ไปกินอะไรดีนะ" ผมคิดในขณะที่อาบน้ำ


    หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมา เราก็เดินทางมาถึงท่าเรือแหลมบาลีฮาย เป้าหมายคือ เกาะล้าน และเราจะลงเรือ ที่ท่าเรือหน้าบ้าน ผมตัดสินใจเหมาเรือไปเลยทั้งลำ ยอมจ่าย 3,500 บาท เพื่อให้การเดินทางสะดวกสบาย ไม่ต้องปะปนกับนักท่องเที่ยวคนให้วุ่นวาย


    ขณะที่พวกเรายืนรอเรืออยู่ ผมมองดูผู้คนหลากหลายเชื้อชาติไปเรื่อย แต่สายตาผมก็ไปหยุดอยู่ที่ กลุ่มหนึ่งที่เป็นสาวเกาหลี ผมมั่นใจเลยว่าใช่แน่ ๆ ผิวพวกเธอขาวผ่องมาก ราวกับหิมะเลยก็ว่าได้ บวกกับใบหน้าที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกเธอ พอแสงแดดส่องกระทบ ผิวที่เนียนอย่างกับผิวแก้วนั่น มันก็อดไม่ได้ที่ผมจะไม่มอง


    ผมอดคิดไม่ได้ว่า พวกเธอขาวขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ พอหันไปมอง เมษา เกล และปันปัน ปันปันพอจะเทียบได้บ้าง  ไม่นานนักพวกสาว ๆ กลุ่มนั้นก็เดินหายไป


    ผมมัวแต่จ้องผิวพวกเธอ จนลืมไปว่าพวกเขาสวมชุดอะไร "ให้ตายสิ ทำไมฉันถึงเป็นคนแบบนี้นะ" ผมคิดพลางแอบยิ้ออกมา


    เช้านี้เกลยังเงียบไม่ได้คุยกับผมเลย แต่คนที่ชวนผมคุยอยู่เรื่อย ๆ คือ เมษาและเฟย ซึ่งเป็นคนพูดเก่งมาก ๆ บางเรื่องก็เป็นเรื่องตลกไร้สาระที่ทำให้ผมต้องหัวเราะ ส่วนปันปัน ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ หัวเราะกับเพื่อน ๆ ได้อย่างเต็มที่ ผมเห็นแล้วก็รู้สึกดีใจไปกับเธอ


    พอเวลาผ่านไป เจ้าหน้าที่ก็เรียกให้พวกเราไปขึ้นเรือ ผมจึงบอกให้น้อง ๆ ลงเรือไปก่อน แล้วผมก็ เดินตามลงไปทีหลัง


    ไม่ทันไร คนขับก็สั่งให้พวกเราใส่เสื้อชูชีพเพื่อความปลอดภัย ทันทีที่ทุกคนทำตาม คนขับก็เริ่มเดินเครื่อง เรือค่อย ๆ แล่นออกไปอย่างช้า ๆ แล้วก็ เร่งความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้น น้ำทะเลก็สาดกระเซ็นเข้ามาในเรือ บางครั้งก็ โต้คลื่นอย่างจัง จนพวกเรา กระเด้งลอยจากเบาะ ผมเลยต้องจับที่นั่งไว้แน่น


    ใช้เวลาไม่นาน เรือก็เข้าจอดเทียบท่า ที่ท่าเรือหน้าบ้าน พวกเราก้าวลงจากเรือและเดินไปตามสะพานท่ามกลาง นักท่องเที่ยวมากมาย แม้แดดเช้าจะค่อนข้างจัด แต่ก็ไม่รู้สึกร้อนมากนัก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่สวมเสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว เพื่อป้องกันผิว เช่นเดียวกับ เมษา เกล และปันปัน ผิดกับ ผมและน้องผู้ชาย ที่มาในชุดเสื้อแขนสั้นและกางเกงขาสั้น ที่ดูผ่อนคลายกว่า


    ในที่สุด พวกเราก็เดินพ้นจากสะพาน ผมก็ตรงไปที่จุดบริการเช่ามอเตอร์ไซค์ เพราะคิดว่าการเช่ารถจะทำให้เดินทางได้สะดวกกว่ามาก เราตกลงกันว่าจะเช่าสามคัน โดยจัดคู่เป็น ผมกับปันปัน เมษาคู่กับธาม และ เกลนั่งกับเฟย เป็นการแบ่งคู่ซ้อนที่ สมบูรณ์แบบ


    เมื่อเช่ารถเสร็จ พวกเราก็มุ่งหน้าออกเดินทางทันที แผนการเที่ยวแต่ละจุดถูกวางไว้แล้ว โดยมีจุดหมายแรก คือการขึ้นไปยังจุดชมวิว


    "ขอแผนที่ไปจุดชมวิวให้หน่อย" ผมสั่งระบบในใจ ในขณะที่มอเตอร์ไซค์กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่เขตหมู่บ้าน


    [รับทราบค้นหาเส้นทางเสร็จสมบูรณ์]


    ในจังหวะนั้นเอง เส้นทางโปร่งใสก็โผล่ขึ้นมา นำทางไปตามถนนที่คดเคี้ยว น้อง ๆ ขับตามหลังผมมา ถนนบนเกาะค่อนข้างเสี่ยง เพราะส่วนใหญ่เป็นทางลาดชัน บางช่วงผมเองก็ รู้สึกเสียวสันหลังอยู่เหมือนกัน


    ไม่ถึงสิบนาที รถของพวกเราก็แล่นมาจอดที่จุดชมวิว โชคดีที่ตอนนี้ยังมีคนน้อย ไม่พลุกพล่านมากนัก แต่ก็คงจะทยอยกันตามมาทีหลังแน่ ๆ


    ผมกับน้อง ๆ รีบหาที่จอดรถ ก่อนจะก้าวลงแล้วเดินตรงไปยังระเบียงไม้ ที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างได้ชัดเจน หาดตาแหวน สายลมอ่อน ๆ พัดโชยมากับกลิ่นไอทะเล 


    ภาพตรงหน้าราวกับงานศิลป์ที่ถูกวาดขึ้นด้วยมือของธรรมชาติ หาดทรายสีขาวสะอาดตา แตกต่างจากหาดทรายที่พัทยาอย่างชัดเจน น้ำทะเลสีฟ้าใสระยิบระยับสะท้อนแสงแดดยามเช้า งดงามจนรู้สึกว่าเป็นภาพที่ควรค่าแก่การเก็บไว้ในความทรงจำ


    ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพเก็บไว้ เผื่อจะเอาไปอวดมะขิงหรือดารินทีหลัง พลันรอยยิ้มบาง ๆ ก็ผุดขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว


    ผมหันไปมองน้อง ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ก็เห็นธามกับเฟยยืนพิงราว สูดหายใจลึก ๆ รับลมทะเลอย่างสบายใจ แต่กลับไม่เห็นเงาของเมษากับเกล ส่วนปันปันนั้นยังอยู่ใกล้ ๆ ผม เธอกำลังยกมือถือขึ้นถ่ายรูปไม่หยุด


    สักพักเมษากับเกลวิ่งกลับมาจากอีกทาง ทั้งคู่ถอดเสื้อแขนยาวออกแล้วและจัดแต่งผม เติมหน้ามาด้วยเล็กน้อย มีอาการตื่นเต้นราวกับเด็ก ๆ ได้มาเที่ยวทะเลครั้งแรก พอปันปันหันไปเห็นเพื่อน ก็ตาโต รีบวิ่งไปหาทันที ก่อนจะถอดเสื้อแขนยาวตัวเองออกบ้างเหมือนกัน เสียงหัวเราะสดใสของทั้งสามดังกลมกลืนไปกับเสียงคลื่นที่ซัดเข้าฝั่ง


    ผมโบกมือเรียกน้อง ๆ ให้ไปยืนรวมกันตรงระเบียง “ไป เดี๋ยวพี่ถ่ายให้เอง”


    พวกเธอหัวเราะคิกคักแล้วรีบวิ่งไปยืนโพสกันทันที ส่วนผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ทำหน้าที่เป็นตากล้องจำเป็น


    ขณะที่ผมมองผ่านกล้อง ผมก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ชุดที่สาว ๆ ใส่ ในตอนนี้ยังไม่ใช่ชุดหลักที่จะใช้ถ่ายภาพในวันนี้ แต่เป็นชุดที่ซ่อนอยู่ด้านใน ซึ่งมีแค่เพียงสองชิ้น เท่านั้น แต่มันก็ทำให้ภาพตรงหน้าดูเป็นธรรมชาติและสดใสไปอีกแบบ


    ผมกดชัตเตอร์รัว ๆ ไปสองสามแชะ


    ทันใดนั้นเอง... จอโปร่งแสงก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน พร้อมข้อความใหม่


    [คุณได้เรียนรู้ทักษะ ช่างภาพมือโปร]


    ผมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะในใจ ช่างภาพมือโปรกับไอโฟน 17 Pro Max…ก็ดูเข้าคู่กันดีนี่นา


    หลังจากถ่ายไปได้หลายรูป พวกสาว ๆ ก็รีบวิ่งกลับมามุงที่หน้าจอโทรศัพท์ของผมทันที เมษาเป็นคนแรกที่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น “โอ้โห~ พี่ถ่ายรูปสวยจังเลย! ถ่ายเดี่ยวให้หนูหน่อยสิ”


    ยังไม่ทันขาดคำ เกลก็ยื่นหน้าเข้ามา “ขอหนูด้วยนะคะพี่”


    ปันปันเองก็ก้าวตามมาติด ๆ พร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ “หนูก็อยากได้บ้าง”


    ผมมองพวกเธอทีละคนแล้วหลุดหัวเราะเบา ๆ อย่างช่วยไม่ได้


    ผมยิ้มบาง ๆ พลางเหลือบตามองจอมือถืออีกครั้ง นี่รูปที่ผมถ่ายมันสวยจริง ๆ เหรอ… หรือว่าพวกเธอแค่หาข้ออ้างให้ผมเป็นตากล้องส่วนตัวกันแน่นะ


    หลังจากเก็บบรรยากาศที่จุดชมวิวกันจนหนำใจแล้ว พวกเราก็ออกเดินทางต่อ มุ่งหน้าลงไปยัง หาดตาแหวน หาดชื่อดังที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและนักท่องเที่ยวหนาแน่นเป็นบางช่วง


    รถของพวกเราเคลื่อนช้า ๆ ไปตามทางที่เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อย ๆ เสียงหัวเราะและเสียงเรียกขายของดังแว่วมาแต่ไกล การหาที่จอดไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ลานจอดเต็มไปด้วยรถจากนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น ๆ เราเลยต้องวนหากันอยู่พักใหญ่


    จนในที่สุด…โชคก็เข้าข้าง พวกเราสามารถหาที่จอดได้ครบทั้งสามคัน พอทุกคนจอดเสร็จก็ถอนหายใจโล่งอกพร้อมกันเหมือนนัดไว้
     

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน