ญาตาวียิ้มกริ่มอย่างชอบอกชอบใจ ที่ลูสยอมตามใจเธอ ให้เธอซื้อและใส่ชุดราตรีที่เธอชอบได้ ทั้งที่โต้เถียงโต้ตอบกันเอาเป็นเอาตายไปมา แต่พอชายหนุ่มเห็นสีหน้า ที่มองจ้องหน้าเขาด้วยท่าทีบูดบึ้งและแง่งอน อย่างไม่คิดจะยอมจริงๆ ชายหนุ่มจึงยอมลงให้อย่างเสียไม่ได้
“เธอ!!.... ฉันได้ยินมาว่าเขาไม่เคยยอมลงให้ใครมาก่อน ที่เขายอมลงให้เธอ ฉันว่าเขาคงจะทั้งรักทั้งหลงเธอมากน่าดูเลยนะ”
ดมิสายื่นหน้าไปพูดกับญาตาวี
ซึ่งในขณะนี้คนทั้งสี่ได้พากันมานั่งที่ร้านอาหารอิตาลีกันแล้ว เพราะออกจากร้านเสื้อผ้ากันก็เที่ยงพอดี จึงได้พากันหาอาหารเที่ยงทาน และก็ได้มาหยุดอยู่ที่ร้านอาหารอิตาลีนี่แหละ และที่ดมิสากล้าพูดออกมาอย่างนั้น ก็เพราะว่าลูสขอตัวไปห้องน้ำ ดังนั้นที่โต๊ะจึงเหลือเฉพาะพวกเธอสามคนนั้นเอง
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกเธอ!!.... เขาไม่ได้รักไม่ได้หลงฉันหรอก เขาแค่อยากจะรับผิดชอบฉันก็เท่านั้นเอง”
ญาตาวีมองหน้าดมิสาสลับกับตรีทิพยนิภาไปมา ก่อนจะพูดบอกเพื่อนด้วยน้ำเสียง ที่เหมือนกำลังเจ็บปวดอยู่ภายในใจ และทั้งสีหน้าสวยหวานนั้นก็มีแววหม่น เศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ชัด
“แต่ฉันว่าเขามีใจให้เธอนะ เพราะดูจากสิ่งต่างๆ ที่เขากระทำกับเธอสิ ดูใส่ใจซะ!!”
ตรีทิพยนิภาขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะพูดไปตามที่เธอสังเกตได้จากผู้ชายที่ชื่อว่าลูส เพราะตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันมา ถึงแม้จะนับครั้งได้ เพราะนานๆ เขาจะมาเยี่ยมกฤษกรที่ประเทศไทย แต่จากก่อนหน้านี้ท่วงท่าต่างๆ ของเขานั้นดูนิ่งเงียบขรึม เย็นชา หยิ่งทะนง จนแทบไม่น่าเข้าใกล้
แต่ในตอนนี้ เวลานี้ ตรีทิพยนิภาก็เห็นลักษณะท่วงท่าของเขา ก็ยังคงนิ่งเงียบขรึม เย็นชา หยิ่งทะนง ตามแบบฉบับของเขาเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมมาคือมีลักษณะแห่งความอบอุ่นนุ่มนวล และใส่ใจปะปนให้เห็นด้วย ถึงจะไม่แสดงออกมาชัดแจ้ง แต่คนที่ชอบสังเกตสังกาอย่างตรีทิพยนิภา มีหรือที่จะไม่เห็น
“พวกเธอดูผิดแล้วล่ะ คนอย่างลูสน่ะเหรอจะรักฉัน!!.... ที่เขาทำอย่างนั้นน่ะ เพราะเขาทำเพื่อไม่ให้พี่ชายของฉันสบายใจต่างหากล่ะ อีกอย่างเขาไม่เคยพูดออกมาเลยสักคำ ว่าเขาชอบหรือว่ารักฉัน!!!....”
ญาตาวีมองเพื่อนด้วยแววที่แสดงออกมาให้เห็น ว่าเธอกำลังรู้สึกเจ็บปวดภายในจิตใจอย่างเห็นได้ชัด
“เธอน่ะคิดเยอะไปเปล่า!! ผู้ชายบางคนเขาก็ชอบทำให้เห็นมากกว่าที่จะพูดออกมานะ ลูสเขาอาจจะเป็นผู้ชายประเภทนี้ก็ได้นะ แบบว่ารักนะแต่ไม่พูด อะไรประมาณนั้น!!”
ดมิสาพูดเพื่อให้ญาตาวีได้คิด เพราะขนาดพวกเธอยังเห็นเลย แต่นี่ไหงญาตาวีมองการกระทำของลูสไม่เห็น ขนาดว่าตัวจะติดกันได้อย่างนี้แล้ว
“นั้นสิเธอ!! ลูสเขาอาจจะเป็นพวกที่ไม่ชอบพูด แต่เป็นพวกที่ชอบกระทำมากกว่า หรือเปล่าน๊า!!!!....”
ตรีทิพยนิภาพูดเพื่อสื่อไปในทางที่ล่อแหลม พร้อมทั้งทำสายตาล้อเลียน และยิ้มพรายมีความนัยส่งให้ญาตาวี เพื่อไม่อยากให้เพื่อนคิดเองเออเอง
และนั้นก็ได้ผล ญาตาวีส่งค้อนให้ตรีทิพยนิภาวงหนึ่ง ทั้งสีหน้าจากที่มีแววหม่นเศร้า ก็กลายมาเป็นหน้าแดงระเรื่อซับสี ด้วยความเขินอายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“บ้า!! เสี่ยวใหญ่แล้วเธอนี่ นี่ขนาดยังไม่มีแฟนยังเสี่ยวได้ขนาดนี้ ถ้าเธอมีแฟนจะเสี่ยวมากขนาดไหนนะเนี้ย”
ญาตาวีต่อว่าตรีทิพยนิภาด้วยท่าทีเอียงอายไม่หาย ที่ถูกเพื่อนแซวอย่างนี้
“กำลังพูดอะไรกันอยู่ หรือว่านินทาผมอยู่ ฮึ!!??”
ลูสเดินกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ญาตาวี ก่อนจะมองใบหน้าสวยหวานซึ้งด้วยสายตาสงสัยอยากรู้ เพราะเขาเห็นใบหน้าสวยหวานกำลังแดงระเรื่อ และเพื่อนๆ ของเธอก็ยิ้มอย่างมีเลศนัย
“เปล่านะคะ พวกเราไม่ได้นินทาอะไรลูสเลย ลูสร้อนตัวไปหรือเปล่า”
ญาตาวีปฏิเสธ พร้อมกับทำสีหน้าท่าทางไม่รู้ไม่ชี้ และก็พอดีกับที่พนักงานของร้านอาหาร ลำเลียงอาหารที่แต่ละคนได้เลือกสั่งกัน มาวางลงบนโต๊ะ
ลูสไม่คะยั้นคะยอถามเอาความอะไรกับญาตาวีอีก เพราะจริงๆ เขาก็ไม่ได้อยากจะรู้อะไรมากมายขนาดนั้น จึงได้ปล่อยผ่านไป และหันไปสนใจหยิบพิซซ่าในถาด มาวางลงในจานของญาตาวี แล้วค่อยไปหยิบพิซซ่าในถาดอีกชินมาวางลงที่จานของตัวเอง
ตรีทิพยนิภากับดมิสาหันมองหน้ากันยิ้มๆ อย่างเป็นที่รู้กันว่าพวกเธอกำลังคิดอะไรกันอยู่
๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙๑๙