บทที่ 7 แสร้งทำตัวน่าสงสารเพื่อขายเห็ด
สองพี่น้องนั่งอยู่ริมถนน มองดูผู้คนบนท้องถนนค่อย ๆ ลดน้อยลง เหลือแต่คุณป้าและคุณยายที่ถือตะกร้าไปจ่ายตลาดมากขึ้น
“พี่ เราไปกันเถอะ” สวี่ิเยว่ลุกขึ้นยืน แล้วรีบเดินตามคุณยายร่างท้วมหน้าตาดูใจดีคนหนึ่งไปติด ๆ สวี่เซี่ยงหยางก็รีบลุกขึ้นตามสวี่ิเยว่ไป
ดูจากท่าทางแล้ว คุณยายคนนี้ต้องไปซื้อกับข้าวแน่ ๆ ในมือถือตะกร้าไว้สองใบ
พี่ชายกับน้องสาวเดินตามหลังคุณยายมาจนถึงตลาด รถเข็นขายผักจอดเรียงราย คนมาซื้อของเยอะมากจนต่อแถวยาวเหยียดไปถึงริมถนน
คุณยายเห็นว่าตัวเองมาสายก็ร้อนใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากไปต่อแถวท้ายสุด
ผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยืนต่อแถวอยู่ข้างหน้าทักทายคุณยายว่า "ป้าจาง วันนี้มาซะสายเชียว"
คุณยายถอนหายใจอย่างเหนื่อย ๆ แล้วพูดว่า "แก่แล้วก็แบบนี้แหละ เมื่อกี้ฉันมาแล้วรอบหนึ่ง พอจะจ่ายเงินดันลืมเอาเงินกับตั๋วมา เลยต้องกลับไปเอาที่บ้านอีกรอบ"
"มัวแต่ไป ๆ มา ๆ แบบนี้ ใครจะไปคิดว่าคนจะเยอะขนาดนี้ ไม่รู้ว่าจะได้ซื้อผักไหม"
หญิงวัยกลางคนยังคงสนทนากับคุณยายจางต่อไป "ป้าจาง งานแต่งงานลูกชายคุณป้าตั้งใจจะจัดเลี้ยงยังไงคะ"
พูดถึงเื่นี้ คุณยายจางก็ยิ่งกังวล ถอนหายใจแล้วกล่าวว่า "กะว่าจะทำกับข้าวที่บ้านสักสองสามโต๊ะเลี้ยงแเื่ แต่ตอนนี้วัตถุดิบยังซื้อมาไม่ครบเลย ได้ยินมาว่าวันนี้ตลาดมีผักมาส่ง เลยตั้งใจตื่นเช้ามาต่อคิว แต่ดันลืมเอาเงินมาซะได้"
ระหว่างที่พูดคุยกัน คิวของคุณยายจางก็มาถึง บนแผงขายของ ผักหลายอย่างขายหมดเกลี้ยง ผักที่เหลือก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เธอเลือกแล้วเลือกอีก สุดท้ายคุณยายจางก็ยังซื้อของไม่เต็มตะกร้า เดินคอตกออกจากตลาดไป
สวี่ิเยว่เล็งเป้าหมาย คิดจะเริ่มลงมือจากคุณยายจางคนนี้แหละ
สวี่ิเยว่ไม่กล้าบุ่มบ่ามเข้าไปสอบถาม เพราะที่แผงขายผักก็มีคนที่ซื้อผักไม่ได้อยู่มากมาย ไม่รู้ว่าเป็พวกผีสางนางไม้อะไรกันบ้าง
เธอกระซิบข้างหูสวี่เซี่ยงหยางว่า "พี่ ฉันจะไปถามคุณยายคนนั้นว่า้าเห็ดไหม พี่รออยู่ตรงนี้นะจนกว่าฉันจะกลับมา"
เมื่อได้ยินว่าน้องสาวอยากจะไปเอง สวี่เซี่ยงหยางก็พูดด้วยความกังวลว่า "ิเยว่ ให้พี่ไปด้วยเถอะ!"
"พี่ไม่ต้องห่วง พี่ไม่เชื่อใจน้องสาวอย่างฉันหรือไง พวกเราแยกย้ายกันทำ ถ้ามีปัญหาจริง ๆ จะได้ไม่โดนจับทั้งคู่ พี่รออยู่ตรงนี้นะ อย่าผลีผลามทำอะไรล่ะ"
สวี่ิเยว่คิดว่าตัวเองยังมองคนออกอยู่ เพราะก่อนจะข้ามมิติมา เธอเคยทำงานเกี่ยวกับธุรกิจขายค้าสินค้าใต้ดินมาหลายปี
พูดจบสวี่ิเยว่ก็แบกตะกร้าเดินตามคุณยายจางไปจนถึงที่ที่ค่อนข้างไกลจากตลาดผัก
เมื่อเห็นว่ารอบข้างไม่มีคน สวี่ิเยว่ก็รีบเดินไปข้าง ๆ คุณยายจาง "คุณยายคะ สวัสดีค่ะ"
คุณยายจางเห็นว่าสวี่ิเยว่เป็เด็กสาวที่เรียบร้อย อีกทั้งตอนนี้เหงื่อก็ไหลเต็มหน้าด้วยความเหนื่อยล้า จึงรู้สึกสงสาร "หนู มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?"
สวี่ิเยว่พยายามพูดเสียงเบา ๆ ทำท่าทางน่าสงสาร "คุณยายคะ เห็ดหูหนูกับเห็ดที่บ้านเพิ่งเก็บได้ คุณตาให้ฉันเอามาให้คุณป้าในเมืองค่ะ"
"แต่พอวันนี้ฉันมาถึง ถามใคร ๆ ก็บอกว่าคุณป้าย้ายไปั้แ่อาทิตย์ที่แล้ว ฉันไม่อยากแบกเห็ดกลับไปบ้านอีกเป็ร้อยลี้เลยค่ะ"
คุณยายจางได้ยินว่ามีเห็ดกับเห็ดหูหนู ก็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที
“แม่หนู ตามฉันมาหน่อย” คุณยายจางพูดจบก็จูงมือสวี่ิเยว่ไปยังมุมที่ไม่มีคน
“แม่หนู ขายเห็ดกับเห็ดหูหนูให้ฉันสิ จะได้ไม่ต้องแบกกลับบ้านให้เหนื่อย”
พูดจบคุณยายจางก็รู้ตัวว่าพูดผิดไป จึงรีบอธิบายว่า “แบบนี้ไม่เรียกว่าขาย เรียกว่าแลกต่างหาก ให้ป้าก็เหมือนกัน ให้ยายจางก็เหมือนกัน”
สวี่ิเยว่ไม่คิดว่าคุณยายจางจะตรงไปตรงมาขนาดนี้ แต่ก็ยังไม่ตอบตกลงทันที ทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
คุณยายจางมองสวี่ิเยว่อย่างลังเลใจ เกรงว่าเด็กสาวจะขี้ขลาดไม่กล้าแลกเปลี่ยนสินค้ากับเธอ จึงเริ่มบ่นเื่ที่บ้านของเธอให้ฟังอีกครั้ง
"แม่หนู ฉันบอกอะไรให้อย่างนะ ลูกชายฉันกำลังจะแต่งงาน กะว่าจะจัดงานเลี้ยงที่บ้าน วันนี้ฉันไปตลาดสายเลยไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือกลับมาเลย"
"ฉันได้ยินพนักงานที่ตลาดบอกว่า สองสามวันมานี้เพิ่งฝนตกหนัก ถนนในหมู่บ้านเฉอะแฉะมาก รถบรรทุกไม่สามารถเข้ามาส่งผักได้ ดังนั้นสองสามวันนี้ตลาดเลยไม่มีผักขาย"
"คุณยายคะ ในเมื่อคุณยาย้า ฉันจะแบ่งเห็ดให้คุณยายเองค่ะ" สวี่ิเยว่ไม่คิดว่าการค้าขายครั้งแรกจะง่ายดายขนาดนี้ ราวกับ์เข้าข้างเธอ
คุณยายจางได้ยินสวี่ิเยว่ตกลงก็ดีใจจนเนื้อเต้น "แม่หนู งั้นเธอช่วยฉันยกไปส่งที่ประตูรั้วเหล็กสีดำข้างหน้านั่นหน่อยนะ นั่นบ้านฉัน คนแก่อย่างฉันยกไม่ไหวหรอก"
สวี่ิเยว่ตัดสินใจไปที่บ้านของคุณยายจางอย่างไม่ลังเล แต่เมื่อก้าวเข้าไปในบ้าน ใจของเธอกลับเต็มไปด้วยความระแวดระวัง
บ้านของคุณยายจางเป็บ้านชั้นเดียวหลังเล็ก ๆ มีรั้วรอบขอบชิด แม้บริเวณบ้านจะไม่กว้างนัก แต่ก็ถูกจัดวางอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย
คุณยายจางพาสวี่ิเยว่เข้าไปในบ้าน เช่นเดียวกับคนแก่คนอื่น ๆ เธอไม่ได้ระแวดระวังคนแปลกหน้าเลย และเริ่มพูดถึงเื่ราวในครอบครัวของเธอ
"แม่หนู นั่งพักก่อนสิ คนในบ้านไปทำงานกันหมดแล้ว ปกติฉันอยู่บ้านคนเดียว"
"ไม่เป็ไรค่ะคุณยาย ฉันต้องรีบกลับบ้าน เดี๋ยวมืดแล้วทางจะอันตราย" สวี่ิเยว่ไม่อยากเสียเวลา เพราะกลัวว่าสวี่เซี่ยงหยางจะรอนาน
ได้ยินสวี่ิเยว่พูดแบบนั้น คุณยายจางก็รีบควักเงินออกจากกระเป๋าแล้วถามราคา
"คุณยาย ตรงนี้มีเห็ด 40 จิน เห็ดหูหนู 20 จิน ราคา 2 เหมาต่อจิน รวมเป็ 12 หยวนค่ะ"
ได้ยินราคาแล้ว คุณยายจางเห็นว่าไม่แพง จึงจ่ายเงินอย่างรวดเร็ว
สวี่ิเยว่ช่วยคุณยายจางเทเห็ดหูหนูและเห็ดออกตากแดดที่ลานบ้าน
หลังจากจัดการเห็ดเสร็จแล้ว สวี่ิเยว่ก็บอกวิธีทำอาหารจากเห็ดหูหนูและเห็ดให้คุณยายจางฟัง
“เห็ดพวกนี้ คุณยายเอาไปทำไก่ตุ๋นเห็ดได้นะคะ น้ำซุปจะหวานอร่อยมาก ถ้าไม่ค่อยมีเนื้อไก่จะใส่เส้นมันฝรั่งหรือวุ้นเส้นลงไปด้วยก็ได้ค่ะ”
“ส่วนเห็ดหูหนูจะผัดไข่ ผัดเนื้อ หรือผัดกับผักกาดขาวก็ได้ค่ะ”
คุณยายจางจดทุกอย่างที่สวี่ิเยว่พูด
“ฟังเธอพูดแล้ว ฉันนี่น้ำลายแทบไหล แต่ว่าไก่หายากเหลือเกิน” พูดถึงตรงนี้คุณยายจางก็ถอนหายใจอย่างจนใจ
สวี่ิเยว่พูดต่อว่า “คุณยายคะ เดี๋ยวฉันกลับไปลองหาวิธีที่หมู่บ้านให้ค่ะ ยังไงงานแต่งงานของคุณลุงก็ต้องจัดให้ยิ่งใหญ่อยู่แล้ว”
เมื่อได้ยินว่าสวี่ิเยว่สามารถหาไก่มาได้ คุณยายจางก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบคว้ามือของสวี่ิเยว่มาจับไว้พลางกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย ฉันขอบคุณเธอมากนะ งานแต่งของลูกชายฉันตั้งใจจะจัดสิบโต๊ะ ถ้าเธอหาได้สักสิบตัวก็จะดีมากเลย”
“ได้ค่ะ”
เห็นสวี่ิเยว่ตอบตกลงอย่างง่ายดาย คุณยายจางจึงพูดต่อว่า “แม่หนู ถ้าเธอพอจะหาผักหรือของอย่างอื่นมาได้ ฉันก็้านะ”
คุณยายจางเห็นสวี่ิเยว่มีท่าทีลังเล จึงพูดต่อว่า “ลูกชายคนโตของยายทำงานอยู่ที่ศาลากลาง ถ้าเธอ้าอะไร เราสามารถแลกเปลี่ยนกันได้”
สวี่ิเยว่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าคุณยายจางจะเก็บซ่อนความสามารถไว้ เธอจึงรีบตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อคิดถึงวันจัดงาน งานแต่งงานลูกชายคนเล็กของคุณยายจางจะจัดขึ้นในวันสุดสัปดาห์นี้ วันนี้เป็วันพุธ หาซื้อของใช้เวลาค่อนข้างกระชั้นชิด
หลังจากนัดวันส่งของกับคุณยายจางแล้ว สวี่ิเยว่ก็จากไป
เห็นสวี่ิเยว่ยังไม่กลับสักที สวี่เซี่ยงหยางก็ร้อนใจเป็อย่างมาก ยืนมองไปรอบ ๆ ตรงทางแยก